โหลวอี้หยางยังนั่งอยู่ที่เดิมนางยามนี้กำลังรอดูไป๋ซู่เซียงจะมาหานางยามใด เมื่อวานไม่อาจมาหาเรื่องที่นางด้วยตนเองคงเพราะรอฟังข่าวจากสาวใช้ที่ส่งมากระมัง แล้วคงแสร้งว่าป่วยอีกแล้วกระมังจะมาหาเรื่องนางด้วยตัวเองที่จวนก็คงจะไม่เนียนเท่าไหร่ วันนี้จึงเป็นเวลาที่เหมาะยิ่งที่นางจะมาหาที่เรือนของโหลวอี้หยาง
"ฮูหยินเจ้าคะ แม่นางไป๋มาหาท่านที่เรือนเจ้าค่ะ"
"นางมาหรือ"
"เจ้าค่ะ"
ถูลี่รีบเดินเข้ามาแจ้งเตือนนายหญิงของตนเพราะฝ่ายตรงข้ามคล้ายมาเอาเรื่องเสียแล้ว
"ให้นางเข้ามาสิ"
"เจ้าค่ะ"
ถูลี่เดินออกไปไม่นานก็นำไป๋ซู่เซียงและสาวใช้ส่วนตัวของตนตามมาสี่คน หนึ่งในนั้นก็มีสาวใช้คนเมื่อวานด้วยเช่นกันโดยมีสาวใช้ที่ตามมานั่นแหละพยุงขนาบข้างมาด้วย สายตาของคนที่พบเห็นเป็นต้องสงสารหญิงที่ต้องโทษโบยผู้นั้นไม่ใช่ว่าสงสารที่ถูกโบยแต่สงสารที่เจ้านายตนเองยังพานางที่มีสภาพเช่นนี้ออกมาเอาเรื่องผู้อื่นแทนที่จะให้หญิงรับใช้ตนเองรักษาตัวให้หายดีเสียก่อน
"คารวะฮูหยินน้อยเจ้าค่ะ"
ไป๋ซู่เซียงกล่าวไปตามมารยาทเท่านั้น วันนี้นางมาด้วยตนเองเช่นนี้เพราะกลัวว่าตนจะแสดงอารมณ์แข็งกร้าวออกไปต่อหน้าฉีหวังโม่ นางจึงจะมาจัดการฮูหยินผู้ที่ไม่เป็นที่โปรดปรานผู้นี้เพียงผู้เดียวก่อนแล้วค่อยกลับไปฟ้องอีกครั้ง ฮูหยินน้อยผู้นี้วันนี้นางจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด
ผีลี่ยามนี้มองหน้าไป๋ซู่เซียงด้วยสายตาคล้ายจะกินเลือดกินเนื้อ นางไม่เคยลืมเลือนแม้สักวันที่นางถูกน้ำร้อนลวกและถูกดักขาจนล้มลงในวันนั้น วันนี้นางจะขอแสดงตัวว่าเป็นผู้ภักดีต่อฮูหยินน้อยเสียหน่อยใช้เหตุผลนี้อ้างในการเอาคืนนังหญิงแซ่ไป๋ผู้นี้เสีย นางก็ไม่ใช่หญิงอ่อนแอแต่แค่รอวันเอาคืนเท่านั้น ผีลี่เตรียมตัวรอเปิดศึกทันที
"มีธุระอะไรหรือ"
"ข้าแค่มาขอคำอธิบายเกี่ยวกับสาวใช้ของข้าเท่านั้นเจ้าค่ะ เหตุใดนางจึงถูกโบยมากถึงเพียงนั้น ซ้ำท่านยังตบหน้านางอีก"
"แม้แต่เจ้าของก็ไม่รู้ความผิดของสาวใช้ของตนเช่นนั้นหรือ"
โหลวอี้หยางกำลังจะเดินเข้าไปใกล้ฝ่ายตรงข้ามมากขึ้น สาวใช้ที่เคยถูกตบผู้นั้นรีบดิ้นรนจะก้าวถอยหลังทันทีนั้นเป็นสัญชาตญาณเอาตัวรอดเสียแล้ว นางกลัวว่าฮูหยินน้อยท่านนี้จะง้างมือตบนางอีกครั้งก็เท่านั้นเอง อย่าไปยุ่งกับนาง สายตาหวาดกลัวแสดงออกมาให้เห็นจากสายตาสาวใช้ผู้นั้นทันที
ผีลี่นั้นรีบเดินมาประกบข้างนายหญิงของตนทันที นางรอเป็นผู้ช่วยลงมือแทนอยู่ตลอดแล้ว
ไป๋ซู่เซียงนั้นรู้สึกถึงความผิดปกติของสาวใช้ของตนไม่พอยังเห็นท่าทางที่เดินมาด้วยสายตานิ่งๆของโหลวอี้หยางเช่นนั้นก็รู้สึกว่าตนก็ถอยหลังไปหนึ่งก้าวเช่นกันแล้ว ดึงสาวใช้คนหนึ่งมายืนหน้าตนเองทันที
"ความผิดของนางคือเอะอะโวยวายหน้าเรือน แต่ข้าไม่ได้มาเอะอะโวยวาย ข้าเพียงมาขอคำอธิบายเท่านั้น"
"อ้อ ที่แท้ก็รู้แล้ว จะต้องการฟังสิ่งใดอีก บ่าวเจ้าดูเหมือนจะอธิบายไปเสียสิ้นแล้วมิใช่หรือ จริงไหม"
โหลวอี้หยางหันไปมองสาวใช้ที่ดูหมดสภาพผู้นั้นแล้วถามนางออกมา สาวใช้ผู้นั้นรีบพยักหน้าขึ้นลงแทบจะทันที
"เห็นหรือไม่ นางอธิบายไปหมดแล้ว "
"ข้าต้องการคำอธิบายในการให้โทษโบยรุนแรงเช่นนี้กับนางเท่านั้น"
"ข้าลงโทษนางตามสมควร แต่สิ่งที่เจ้าทำคือไม่รุนแรงหรือ"
"ข้ายังไม่ทำการเช่นท่าน"
"ให้หอบสาวใช้ที่สภาพเช่นนี้พามาถึงเรือนข้าแทนที่จะรักษาให้หายดีเสียก่อน ดูแล้วนางก็อาจจะตายเพราะเจ้าก็เป็นได้กระมัง ข้าให้คนส่งยาตามหลังไปให้นางแล้ว ถ้าได้พักรักษาตัวก็คงจะหายดีได้ในเร็ววัน ดูแล้วข้าก็มีจิตเมตตาอยู่บ้าง ข้าไม่ทำการเช่นเจ้าเป็นแน่"
"แม่นางไป๋เจ้าคะ ถ้าท่านยังกล่าววาจาใส่ร้ายฮูหยินน้อยอีกครั้ง ข้าก็คงต้องปกป้องนายของข้าเช่นกัน"
ผีลี่รีบกล่าวขึ้นมาทันทีที่โหลวอี้หยางกล่าวจบนางจะใช้วิธีเช่นนี้นี่แหละเอาคืนหญิงตรงหน้านี้ให้ได้ รังเกียจเหลือทน รอเพียงเจ้านายของตนสั่งมา นางก็จะลงมือทันที ทำเช่นนี้จะได้เอาคืนและไม่มีความผิดอีกด้วยเพราะเจ้านายเป็นคนสั่งการ
โหลวอี้หยางนั้นเห็นผีลี่เป็นเช่นนี้ก็รู้สึกว่าช่างเป็นหญิงที่อารมณ์ร้ายไม่เบาเลยทีเดียว ดีแล้วจะได้กระตุ้นความเสแสร้งของไป๋ซู่เซียงได้ดียิ่ง แต่ตอนนี้ยังไม่ควรให้ไป๋ซู่เซียงใช้โอกาสนี้สร้างสถานการณ์เป็นหญิงผู้น่าสงสาร
"ผีลี่ เจ้าอย่าเสียมารยาทกับแม่นางไป๋ผู้นี่ อีกไม่กี่วันนางก็จะเป็นเจ้านายของเจ้าแล้วถึงแม้เจ้าจะได้รับใช้นายน้อยฉีบ่อยๆข้าก็ไม่อยากให้เจ้ามีเรื่องกับนาง เดี๋ยวข้าและนายน้อยฉีจะลำบากใจเสียได้"
"เจ้าค่ะ ฮูหยินน้อย"
ผีลี่ยอมกลับไปยืนที่เดิมเพราะเจ้านายตนเองไม่ยอมเปิดสู้นางก็หมดหนทางจะเอาคืนตอนนี้ รอไปก่อนเสียเถอะ วันที่นางได้ขึ้นเป็นอนุเช่นกัน ฐานะเทียบเท่ากันเมื่อใดได้เห็นดีกันเป็นแน่
โหลวอี้หยางเตือนสติไป๋ซู่เซียงอีกไม่กี่วันจะถึงวันที่นางจะได้เป็นอนุแล้วยังมามีเรื่องกับฮูหยินเช่นนี้ โหลวอี้หยางก็มีสิทธิที่จะใช้เหตุผลนี้ขัดขวางการเป็นอนุของนางได้เป็นเช่นไรเล่า ช่างสนุกเหลือเกินที่เห็นคนเช่นนั้นต้องฝืนอดกลั้น ฮึ
"แล้วเจ้าเล่ามีเรื่องอันใดอีกหรือไม่ ไป๋ซู่เซียง"
"ข้าไม่มีแล้วเจ้าค่ะ"
ไป๋ซู่เซียงฝืนกล่าวออกมาอย่างคนที่ฝืนทนในใจยิ่ง ตอนนี้นางยังไม่สามารถเอาคืน โหลวอี้หยางและผีลี่ได้แต่วันใดที่นางเป็นอนุได้นางจะพยายามปีนป่ายขึ้นไปถึงตำแหน่งฮูหยินแทนที่โหลวอี้หยางในสักวันหนึ่ง
"ข้าขอตัวลา"
ไป๋ซู่เซียงกล่าวลาแล้วจึงหันหลังกลับทันทีนางเดินออกไปอย่างรวดเร็วโดยไม่สนใจสาวใช้ของตนที่ต้องพยุงผู้บาดเจ็บคนหนึ่งที่ยามนี้สภาพดูไม่ได้ยิ่งนัก
โหลวอี้หยางเดินกลับไปนั่งอยู่ที่เดิมรู้สึกว่าวันนี้อยู่ในเรือนตนก็มีเรื่องสนุกสนานมาให้รับชมถึงเรือนมากมาย ต่อไปก็คงสนุกกว่านี้เป็นแน่