ได้ของครบตามที่้าแล้ว ต้าเหนิงก็รีบเดินไปที่ร้านของฟางฮวานำเสื้อผ้าที่เพิ่งซ่อมและเย็บเสร็จไปให้ฟางฮวา พอไปถึงก็เห็นฟางฮวากำลังยืนคุยกับลูกค้าที่มาซื้อของอยู่
“ฟางฮวา ฉันนำเสื้อมาให้น่ะ”
“ต้าเหนิงมาแล้วเหรอ? เข้ามาข้างในก่อน” ต้าเหนิงเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าฟางฮวา ก่อนจะหยิบเอาเสื้อในกระบุงยื่นให้กับเพื่อนสนิท ฟางฮวาเอาเสื้อออกมาดูถึงกับร้องว้าวเลยทีเดียว
“เธอซ่อมได้สวยมากต้าเหนิง แล้วชุดหลานฉันคือสวยมาก แล้วไอ้นี่เธอทำเองเหรอ” ฟางฮวาซี้ไปที่สัตว์น่ารัก ๆ ที่อยู่บนเสื้อของเด็ก
“ใช่ ฉันทำเองหมดเลยนะ”
“สวยมากเลย” ฟางฮวาพลางมองชุดที่ต้าเหนิงเย็บให้ใหม่เอ่ยชมไม่หยุดปาก ทว่ามีลูกค้าผู้หญิงสองคนที่กำลังยืนเลือกของอยู่ เหลือบมาเห็นชุดเด็กที่ฟางฮวาถืออยู่ในมือก็รีบเดินเข้ามาดู
“ชุดที่ถืออยู่ขายไหมคะ ฉันอยากจะซื้อไปให้หลานฉันค่ะ”
“ขอโทษด้วยนะคะ ชุดนี้ฉันไม่ได้ขายค่ะ” ฟางฮวาเอ่ยบอกออกไปด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน
“น่าเสียดายนะคะ ชุดเด็กน่ารักมากเลยค่ะ” ผู้หญิงแต่งตัวดูดีคนนั้นเอ่ยจบกำลังจะเดินจากไป ต้าเหนิงก็รีบเรียกให้หยุดเสียก่อน
“เดี๋ยวก่อนค่ะ หากคุณ้าชุดตามแบบที่คุณ้าบอกฉันได้นะคะ ฉันตัดและเย็บให้คุณได้ค่ะ”
“จริงเหรอคะ ว่าแต่คุณตัดเย็บได้ทุกแบบที่้าจริง ๆ เหรอ คุณคิดเท่าไหร่คะ”
“คือที่บ้านฉันยังไม่มีผ้าแต่ถ้าคุณมีผ้าให้ฉัน ฉันก็จะคิดกับคุณแค่ค่าแรงค่ะ”
ผู้หญิงแต่งตัวดูดีมองหน้ากันยิ้มแย้มอย่างมีความสุข หาร้านตัดผ้าในอำเภอสวย ๆ หายากนัก ต้าเหนิงหันไปมองฟางฮวาก็เห็นเพื่อนกำลังจดอะไรบางอย่างลงในกระดาษแล้วยื่นให้เธอ ต้าเหนิงไม่อยากจะเชื่อว่าค่าตัดชุดจะแพงขนาดนี้ 15-25 หยวนเลยเหรอ ดวงตาคู่สวยถึงกับเบิกโพลง
“ได้ค่ะ ไว้ฉันจะนำผ้ามาให้นะคะ ขอไปเลือกซื้อผ้าก่อน”
“งั้นฉันขอวัดตัวคุณก่อนได้ไหม ถึงวันนั้นคุณแค่เอาผ้ากับแบบมาฝากไว้ที่เพื่อนฉันก็พอค่ะ”
ฟางฮวารีบเดินไปหยิบเอาสายวัดมาให้ต้าเหนิง ลูกค้าเห็นต้าเหนิงวัดตัวอย่างกับมืออาชีพก็แปลกใจอยู่ไม่น้อย...หลังจากที่วัดตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วลูกค้าก็นัดวันที่จะนำผ้ามาให้ ส่วนแบบชุดก็จะเป็ชุดกี่เพ้าตามยุคสมัยนั้น
แต่ต้าเหนิงจะออกแบบให้ดูทันสมัยและดูสวยสง่ากว่า ทำให้ลูกค้าพอใจมาก แล้วค่าแรงที่ฟางฮวาบอกให้ต้าเหนิงเอากับลูกค้าก็คือ 20 หยวน เป็เงินที่เยอะมาก เมื่อเทียบกับพวกเขาแล้วเงินแค่นั้นยังน้อยไป ฟางฮวาบอกเสื้อผ้าชุดใหม่บางร้านขายถึง 40-50 หยวนก็มี
“ต้าเหนิง เธอจะเย็บผ้ายังไง มีจักรเย็บไหม? ” ฟางฮวาเอ่ยถามด้วยความสงสัย เพราะจากที่รู้ที่บ้านต้าเหนิงไม่มีอะไรเลย
“ฉันทำด้วยมือทั้งสองของฉันได้” ต้าเหนิงโบกมือไปมาอยู่ตรงหน้าฟางฮวา แม้ว่าใช้มือเย็บจะนานไปหน่อยแต่ก็พอทำได้ หากจะต้องซื้อจักเย็บใหม่จะต้องรอนานแล้วราคาก็แพงแสนแพง อะไรที่ไม่จำเป็เธอก็จะยังไม่ซื้อ
“อืม แต่ถ้ามีลูกค้าเยอะเธอจะต้องซื้อจักรเย็บผ้านะ ไว้ฉันจะดูให้”
“ขอบใจเธอมากเลยนะฟางฮวา ฉันกลับก่อนนะ จะรีบไปทำซาลาเปาให้ลูกค้า”
“กลับดี ๆ นะ” ต้าเหนิงเดินออกจากร้านไปด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มเปี่ยมสุข
ต้าเหนิงสะพายกระบุงใหญ่ที่มีของอยู่ในนั้นมากล้นเดินผ่านทางลัดมาที่บ้าน เวลานี้ก็ใกล้จะพักเที่ยงแล้วพอดี เธอเดินไปที่ทุ่งนาดูว่าจื่อหยวนทำงานเสร็จหรือยัง กวาดตามองดูรอบหนึ่งก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของสามี คิ้วบางจึงขมวดสงสัยไม่รู้ว่าสามีหายไปไหน
“ต้าเหนิง ไปไหนมาตามหาหาจื่อหยวนหรือ? ” จื่อเหยาพี่ชายของจื่อหยวนกำลังจะเดินกลับไปทานข้าวเที่ยงที่บ้าน บังเอิญเดินผ่านมาเห็นต้าเหนิงพอดี
“ใช่ค่ะ พี่เห็นจื่อหยวนไหม? ”
“เห็นบ่นว่าปวดหัว กลับไปพักที่บ้านตั้งนานแล้ว”
“จริงเหรอ งั้นฉันกลับไปที่บ้านก่อนนะคะ” ต้าเหนิงบอกลาจื่อเหยาพี่ชายสามีเสร็จก็รีบสาวเท้าเดินกลับไปที่บ้านทันที
ภายในใจรู้สึกเป็กังวลเหมือนดั่งไฟสุมทรวง นึกถึงเมื่อเช้าที่เธอพยายามปลุกสามียังไงก็ไม่ยอมตื่น พอกลับมาพี่ชายกลับบอกว่าจื่อหยวนปวดหัวกลับมาพักที่บ้านแล้ว เธอเป็ห่วงจื่อหยวนจะไม่สบายหนัก ตอนนี้ร่างบางเดินแทบจะวิ่งได้แล้ว
เปิดประตูเข้าไปในบ้านก็เห็นร่างที่คุ้นเคยนอนกอดตัวเองไว้อยู่ ต้าเหนิงรีบวางกระบุงลง ก่อนจะเดินไปดูอาการของสามี ทันทีที่มือเล็กััที่หน้าผากของจื่อหยวนก็รีบชักกลับแทบจะทันที ร่างกายเขาร้อนจี๊เลย
“คุณคะ รู้สึกยังไงบ้าง? กินยาหรือยังคะ? ” ต้าเหนิงเขย่าร่างของจื่อหยวนให้เขาลืมตาขึ้น แต่ดูเหมือนเขาจะไม่สบายหนัก แค่ลืมตาขึ้นมาก็แทบจะไม่ไหว
“แค่กๆ ผมไม่สบาย แค่กๆ นิดหน่อยครับ แค่กๆ นอนพักเดี๋ยว แค่กๆ ก็หาย”
จื่อหยวนจับมือของภรรยาไว้แน่น ต้าเหนิงเห็นสภาพของสามีแล้วก็ยิ่งเป็ห่วง เธอหยิบเอาผ้าห่มขึ้นผ้าห่มส่วนล่างที่เท้าเขาไว้
“คุณนอนรอฉันตรงนี้นะคะ ฉันจะไปทำโจ๊กมาให้คุณค่ะ”