“ดี!ในเมื่อเ้าตัดสินใจได้ พ่อก็จะมอบมรดกของราชวงศ์เราให้แก่เ้า!’’เปาฉวนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
“มรดก?ราชวงศ์ของเรามีมรดกด้วยรึท่านพ่อ?’’ เปาเฟิงนิ่งงันไป มันเป็สิ่งที่เขาไม่คาดคิดว่าจะได้ยินจากปากพ่อของเขา
แล้วมรดกที่ว่าคือสิ่งใดกัน?
พริบตาก่อนที่เปาเฟิงจะได้ถามไถ่อันใดอีก ร่างของเปาฉวนก็เคลื่อนกายไปด้านหน้า
ปัง!
ไม่ทราบว่าเสียงกึกก้องนี้มาจากที่ใดทว่ามันประหนึ่งบางอย่างที่ถูกทําลาย
่เวลาเดียวกันรอบๆพื้นที่ที่สองพ่อลูกยืนอยู่ พลันเกิดการเปลี่ยนแปลงพื้นทางเดินรากยาวทรุดตัวลงเป็ทางเดิน ทอดลงไปยังเบื้องล่าง
ไม่เพียงเท่านั้นเมื่อกลไกที่ถูกติดตั้งเอาไว้ได้ทํางาน ความมืดมิดในชั้นใต้ดินก็พลอยหายไปด้วยและแทนที่ด้วยแสงสว่างอันริบหรี่
ลมหายใจต่อมา…ั์ตาของเปาเฟิงก็เบิกกว้างอย่างไม่อยากเชื่อ“แท่นศิลาลึกลับนี่มันอะไรกัน?’’
เบื้องล่าง แม้จะหลงเหลือเพียงความสว่างเล็กน้อยแต่มันกลับเผยให้เห็นถึงสิ่งก่อสร้างใหญ่โต
แท่นศิลาที่สูงตะหง่าน!
มันสูงตะหง่านราวกับบดบังได้ทุกสิ่งทั้งยังปลดปล่อยกลิ่นอายโบราณกาลสุดหยั่งออกมาอีกด้วย
แท้จริงแล้วสิ่งนี้คือสิ่งใด?
หรือว่ามันคือมรดกของราชวงศ์?
ขณะที่เปาเฟิงคาดเดาเปาฉวนก็สาวท้าวเดินลงไป เห็นเช่นนั้นเขาก็สูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่แล้วรีบตามไปอย่างมิรีรอ
“ท่านพ่อสิ่งนี้เป็มรดกที่ท่านพูดถึงอย่างนั้นรึ?’’เมื่อมาหยุดอยู่ที่เบื้องหน้าแท่นศิลาลึกลับแล้ว เปาเฟิงก็หันไปทางพ่อของเขาเพื่อรอคําตอบ
“ใช่สิ่งนี้เป็มรดกของราชวงศ์เรา แท่นศิลาโปเทียน!’’ เปาฉวนเอ่ยตอบด้วยท่าทีสงบก่อนกล่าวเสริม “ทั้งยังเป็สาเหตุที่ทําให้ราชวงศ์ของเรามิได้มีสายเืผู้สืบทอดมากมายเหมือนกับราชวงศ์อื่นๆ!’’
แท่นศิลาโปเทียน?
ต้นเหตุที่ทําให้ราชวงศ์เปามิได้มีผู้สืบทอดมากมายหรือสายเืเหลือล้น?
เปาเฟิงนิ่งงันอีกครั้งเขาไม่คาดเลยว่ายามนี้ที่เขาเพิ่งตัดสินใจครั้งใหญ่ไปได้ จะต้องมาพานพบกับความลึกลับที่ถูกเอ่ยออกมาจากปากพ่อของเขา
แท้จริงแล้วเื่ทั้งหมดนี้มันอะไรกัน?
แล้วเหตุใดตําหนักจักรพรรดิถึงได้มีกลไกลึกลับเช่นนี้ซ่อนอยู่?
แต่ในลมหายใจต่อมาเขาก็กระจ่าง!
เปาฉวนมองบุตรชายของเขาด้วยรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความอบอุ่น“เฟิงเอ๋อร์ลูกหรือไม่ว่าเหตุใดอาณาจักรของเราถึงมิเคยเป็ที่เพ่งเล็งของสามจักรวรรดิเลย?แล้วรู้หรือไม่ว่าเหตุใดจนจวบตอนนี้ถึงมิต้องส่งเครื่องบรรณาการให้แก่พวกมันเช่นอาณาจักรอื่นๆ?’’
“เชิญท่านพ่อทําให้ลูกกระจ่างด้วย’’
เปาเฟิงตื่นเต้นเป็อย่างมากดูเหมือนเื่ราวทั้งหลายนี้จะไม่ใช่เพียงความบังเอิญเป็ไปได้อย่างมากว่าแท้จริงแล้วที่อาณาจักรนภาคราม แตกต่างจากอาณาจักรอื่นๆอาจจะมาเพราะเหตุผลอื่นที่เขาไม่เคยล่วงรู้มาก่อน
ภายใต้สายตาจดจ้องของบุตรชายเปาฉวนก็เริ่มอธิบายอย่างใจเย็น
“หลายร้อยปีก่อนบรรพบุรุษของพวกเราได้พานพบคนผู้หนึ่ง และได้ช่วยเหลือเขาเอาไว้ด้วยเหตุนี้คนผู้นั้นจึงตอบแทนโดยการสร้างแท่นศิลาโปเทียนนี้ให้แน่นอนว่ามันมิใช่แท่นศิลาธรรมดาทว่าเป็สิ่งที่คอยถ่ายทอดวิชาโปเทียนให้กับคนที่มีเชื้อสายของราชวงศ์เปาของเรา’’
กล่าวจบเปาฉวนพลันเคลื่อนไหวเข้าใกล้แท่นศิลาโปเทียนยิ่งขึ้น พริบตาท่วงท่าที่ละเอียดอ่อนยิ่งก็เผยออกมา โดยที่ฝ่ามือของเขาถูกปล่อยออกไปกระทบเข้ากับมันอย่างเชื่องช้าและไร้ซึ่งเสียงปะทะใดๆทั้งสิ้น
เห็นได้ชัดว่ามันเป็การโจมตีที่ไร้ซึ่งพละกําลังทว่าเมื่อฝ่ามือของเขาถูกดึงกลับมา สิ่งที่น่าเหลือเชื่อก็เกิดขึ้น!
ปัง!
ส่วนหลังของแท่นศิลาโปเทียนได้ะเิออกเผยให้เห็นถึงหลุมลึกที่น่าสะพรึง!
“ลูกพ่อเ้าคิดเห็นอย่างไร?’’โดยไม่สนใจความใของผู้เป็บุตรชาย เปาฉวนหันไปมองแล้วยิ้ม
“...’’เปาเฟิงไม่สามารถกล่าวอันใดได้ เขานิ่งเงียบไปเป็เวลานานเห็นได้ชัดว่าสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นนี้ทําเอาเขาใยิ่ง
ใเป็อย่างมาก!
อันใดกัน?
เหตุใดฝ่ามือที่ไร้ซึ่งความแข็งแกร่งและละเอียดอ่อนนั่นถึงได้สร้างเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นได้?
เห็นเช่นนั้นเปาฉวนก็อดหัวเราะไม่ได้ก่อนตัดสินใจเผยความจริง
“นี่คือวิชามวยอ่อนโปเทียน โปเทียนที่ซึ่งหมายถึงคลื่น์!’’
“กล่าวได้ว่าหากมวยอ่อนทั่วไปเป็การหยิบยืมแรงของศัตรูและชักนํากําลังภายในตัวเองเข้าทําลายแล้ว มวยอ่อนโปเทียนนี้ถือว่าแตกต่างยิ่ง!’’
“และความแตกต่างที่ว่าก็คือการชักนํากําลังภายในของศัตรูให้ทําลายตัวเองจากภายในได้โดยที่ไม่ว่าใครก็มิอาจต่อต้าน แม้กระทั่งผู้ที่มีความแข็งแกร่งมากกว่าก็ตาม!’’
“แม้กระทั่งผู้ที่มีความแข็งแกร่งมากกว่า?’’เปาเฟิงอดใไม่ได้ สิ่งนี้ไม่เหมือนกับปัญญาเวทย์ของเขาที่สามารถหาช่องว่างของศัตรู และทําลายความต่างของระดับการฝึกตนแต่มันเป็การทลายจากภายในโดยที่มิจําเป็ต้องเห็นช่องว่างทั้งยังสามารถทลายโดยมิอาจต่อต้านอีกด้วย
นี่มัน...น่าเหลือเชื่อยิ่งนัก!
“ถูกต้อง!หลายร้อยปีก่อนด้วยวิชานี้ บอกได้ว่าทั่วทั้งทวีปมิมีผู้ใดสามารถประมือกับท่านบรรพบุรุษของเราได้แม้แต่น้อยหรือต่อให้เป็จักรพรรดิทั้งสาม ก็ยังมิอาจต้านได้ในกระบวนท่าเดียว!’’เปาฉวนพยักหน้า โดยกล่าวขึ้นต่อว่า“ทั้งนี้มันยังเป็วิชาที่ทําให้ข้าสามารถสังหารแม่ทัพที่สิบสามได้ในฝ่ามือเดียวมิเพียงเท่านั้นในกาลก่อนจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิประกายอรุณ ยามที่อยู่ในเขตแดนััชีวิตเช่นข้ามันก็ยังพ่ายแพ้ต่อข้าด้วยวิชานี้มาแล้ว!’’
“เหตุนี้เองมันและข้าจึงได้เป็สหายกันทําให้อาณาจักรนภาครามมิต้องส่งเครื่องบรรณาการหรือถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้องกับา!’’
“และมันยังเป็เหตุผลเดียวที่ทําให้าเมื่อหนึ่งเดือนถูกบุกเพียงแค่เมืองหลวงเท่านั้น!’’
“ทีนี้เ้าเข้าใจรึยังล่ะลูกพ่อ?’’
“แท้จริงแล้วเื่แปลกประหลาดเ่าั้เกิดขึ้นเพราะเหตุนี้เอง!’’เปาเฟิงอุทานออกมาเสียงดัง เห็นได้ชัดว่าเขาตกตะลึงกับความลับที่ถูกเผยออกมานี้เป็อย่างมากไม่แปลกใจเลยว่าทําไมาเมื่อหนึ่งเดือนก่อนถึงได้พิกลนัก
นี่สินะที่ทําให้องค์ชายสองเชื่อว่าแม่ทัพที่สิบสามมีโอกาสถูกกําจัด?
กระจ่างแล้ว!
หนึ่งเดือนก่อนาระหว่างอาณาจักรนภาครามกับกองทัพที่สิบสามนั้นแปลกประหลาดยิ่ง บอกได้ว่าพวกมันบุกเพียงแค่เมืองหลวงเท่านั้นจึงเป็เหตุให้เมืองต่างๆไม่ได้รับความเสียหาย มิเพียงเท่านั้นพวกมันยังมิได้เข็นฆ่าพลเมืองทั่วไปอีกด้วย
ยามนี้เมื่อได้รับรู้ความจริงแม้จะมีความเยือกเย็นและนิ่งสงบแค่ไหน ก็ยังอยากที่เปาเฟิงจะไม่ใทว่าเมื่อเขาได้ยินสิ่งที่พ่อของเขากล่าวใน่ต่อมา เขาก็ต้องใยิ่งกว่า
“ถึงกระนั้นแล้วข้าก็เพียงฝึกฝนสําเร็จเพียงแค่ผิวเผินของมันเท่านั้น’’กล่าวจบ เปาฉวนก็ถอนหายใจยาว เขารู้สึกแย่ในสิ่งนี้เป็อย่างมาก
สําเร็จเพียงแค่ผิวเผินแต่กลับสามารถทําได้ถึงเพียงนั้น?
ใบหน้าเปาเฟิงแข็งค้างไม่น่าเชื่อจริงๆว่าฝ่ามือที่สังหารแม่ทัพที่สิบสามได้หรือกระทั่งความสามารถที่เคยเอาชนะจักรพรรดิประกายอรุณได้จะเป็เพียงความผิวเผินของวิชา!
อย่างไรก็ตามใน่เวลาต่อมาความใของเปาเฟิงก็เพิ่มมากยิ่งขึ้น
เปาฉวนได้บอกกล่าวเกี่ยวกับความเป็มาของวิชามวยอ่อนโปเทียนอีกครั้ง
เหตุนี้เองเปาเฟิงจึงทราบว่านอกจากบรรพบุรุษแล้วก็มิมีผู้ใดอีกที่สามารถเข้าไปถึงขั้นต่อไปของวิชาได้!
“แท้จริงแล้ววิชามวยอ่อนโปเทียนนี้เป็วิชาแบบใดกันท่านพ่อ?’’เปาเฟิงถามออกไปในที่สุดกระทั่งคาดเดาว่ามันอาจจะเป็วิชาไร้ระดับเฉกเช่นวิชาเวทย์ของเขาก็เป็ได้
ไม่อย่างนั้นแล้วมันจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้เลยรึ?
“หากกล่าวด้วยตาเปล่าเ้าย่อมมิทราบเพราะอย่างนั้นเ้าจงหยดโลหิตลงบนแท่นศิลาเสียมันจะทําให้เ้ากระจ่างในไม่ช้าเอง’’ เปาฉวนส่ายหัวความลึกลํ้าของวิชานี้มิอาจทําให้เห็นด้วยได้เพียงคําพูดจึงจะดีกว่าที่จะทําความเข้าใจมันด้วยตัวเอง
เปาเฟิงไม่ลังเลแม้แต่น้อยเขากัดนิ้วตัวเองจนเกิดรอยแผลขนาดเล็กและหยดเืลงไปบนแท่นศิลา
ทันใดนั้นเองสิ่งที่น่าเหลือเชื่อก็เกิดขึ้น!
สติของเด็กหนุ่มได้ถูกนําพาเข้าสู่ห้วงภวังค์ก่อนปรากฏแท่นศิลาโปเทียนที่สูงตะหง่านให้เห็นโดยมีอักษรรูนโบราณมากมายผุดขึ้นมาจากมันเต็มไปหมด เพียงมองครั้งเดียวเขาก็รู้สึกได้ถึงความทรงพลังที่ยิ่งใหญ่และไม่อาจต้านทาน
เวลาเดียวกันเสียงลุ่มลึกภายในห้วงภวังค์แห่งนี้ก็ดังขึ้น
“ฟ้าดินให้กําเนิด...สรรพชีวิตถูกเชื่อมต่อ...นําพามาซึ่งคลื่น์’’
พริบตาเสียงๆนี้ก็ดังก้องไปถึงจิติญญาของเด็กหนุ่มทําให้ตัวเขาราวกับเข้าถึงแก่นสารของ์และโลกมากขึ้น
ภายใต้สภาวะเช่นนี้เองตัวเขาก็ตะหนักได้ถึงสิ่งสําคัญบางอย่าง จึงอดคาดเดาอย่างมิได้
ถ้าใช้ปัญญาเวทย์ในสภาวะแบบนี้มันจะเป็เช่นใดกันนะ?
ราวกับประกาศิตของราชันเพียงนึกคิด...วงแหวนเวทย์ที่กําลังหมุนวนอยู่ ได้ถูกกระตุ้นอีกครั้ง
“ปัญญาเวทย์...ทํางาน!’’