(ประมาณ 10 วันก่อน)
กรมตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศของเมือง L ประเทศ R และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางท้องถิ่นประจำเมือง L อยู่ในอาคารเดียวกันที่ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของเมือง อาคารหลังนี้ไม่ได้สร้างเอาไว้สูงใหญ่มากนักและยังไม่ได้ดูน่าเกรงขามเท่าไร แต่กลับมีลักษณะแข็งแรงแบบ ‘เอาการเอางานลงมือทำงานจริง’ อยู่ ด้านในตกแต่งเรียบง่ายไม่หวือหวา แต่กลับเข้ากันได้กับโต๊ะทำงานตัวแล้วตัวเล่าที่มีสิ่งของวางกองเอาไว้เต็มไปหมด
เหยาหย่วนหิ้วกาน้ำร้อนไล่ส่ง ‘ความอบอุ่น’ ให้กับหัวหน้าและเหล่าเพื่อนร่วมงานแต่ละห้อง ในใจอดไม่ได้ที่จะบ่นว่าอาคารหลังนี้ช่างเก่าเสียจริง มีตู้กดน้ำร้อนที่ชั้นหนึ่งเพียงแห่งเดียวเท่านั้น แล้วยังไปอยู่สุดทางฝั่งตะวันออกอีก ทำให้ตัวเขาที่เป็เครื่องกดน้ำแรงมนุษย์ต้องเดินไปๆ กลับๆ เป็สิบๆ รอบทุกเช้า
เขาเดินมาถึงชั้นสาม รับกาน้ำร้อนที่เหลือเพียงครึ่งเดียวจากสำนักงานของกรมตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศที่ไร้คนอยู่ เมื่อกลับมาก็มาทันตอนผู้กำกับกำลังเกณฑ์กำลังพลพอดี
“เสี่ยวเหยา! โอ้โห ดีจริง!” ผู้กำกับจ้าวซึ่งกำลังยืนวิตกกังวลอยู่ในสำนักงานที่เคยว่างเปล่า เมื่อเห็นเหยาหย่วนที่สวมเครื่องแบบที่รีดจนเรียบกริบก็เหมือนได้พบกับผู้ช่วยชีวิต เอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มกว้าง “ฉันมีภารกิจด่วน กำลังกังวลว่าหาคนช่วยไม่ได้อยู่เชียว ฉันกำลังจะไปคุยกับสารวัตรของพวกนาย วันนี้นายเป็คนของฉันแล้ว”
เหยาหย่วนจบจากโรงเรียนตำรวจเพียงสามเดือน จึงยังคงเป็นักเรียนนายร้อยตำรวจอยู่ ดังนั้นเพื่อให้คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อม สารวัตรของพวกเขาจึงให้เขาอยู่เป็มือเป็เท้าให้เหล่าตำรวจแต่ละห้อง ทำงานจำพวกชงชา รินน้ำ ถ่ายเอกสารหรือส่งแฟกซ์ เพราะการวางแผนงานแบบนี้ กอปรกับเหยาหย่วนมีหน้าตาสะอาดสะอ้านงดงาม ขณะถูกเรียกใช้ราวกับสาวใช้ เหล่าตำรวจน้อยใหญ่ต่างก็จำหน้าเขาได้หมดแล้ว
แต่ตอนนี้ชายหนุ่มดีใจมาก เนื่องจากสิ่งที่เขาหวังลมๆ แล้งๆ ได้แต่ทำงานจิปาถะในกรมตำรวจอยู่นาน ในที่สุดก็มีโอกาสปฏิบัติ ‘ภารกิจเร่งด่วน’ จึงไม่ได้สนใจคำพูดที่ผู้กำกับจ้าวพูดกับตัวเองเหมือนพูดกับสะใภ้บุญธรรม[1]ก็ไม่ปาน รีบวางกาน้ำร้อนสีสดใสลงทันที แล้วทำความเคารพอย่างถูกระเบียบ
แต่นักเรียนนายร้อยตำรวจที่ไหนจะได้ปฏิบัติภารกิจเร่งด่วนกัน จนเมื่อเหยาหย่วนออกมาจากสำนักงานของผู้กำกับจ้าวแล้ว เขาจึงค่อยเริ่มสงสัยในชีวิต
“อ้าว หนูเหยาไม่ดีใจเหรอ” เมื่อประตูของห้องประชุมถูกเปิดออก เหล่าผู้เจนสนามจากกรมตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศต่างทยอยกันเดินออกมา สารวัตรเกาที่เห็นเหยาหย่วนเดินออกมาจากห้องของหัวหน้าก็เอ่ยแซว
“...” ตอนที่เรียนหนังสืออยู่ เหยาหย่วนเป็เดือนโรงเรียนมาตลอด เด็กผู้หญิงที่มาชอบเขานั้นมากมายเหมือนปลาทองข้ามแม่น้ำ แต่ท่ามกลางกลุ่มชายฉกรรจ์ในกรมตำรวจแห่งนี้ เขาที่มีหน้าตาชวนมองยิ่งกว่าตำรวจหญิงเลยทำให้คนอื่นทั้งรักทั้งชัง แม้เหล่าตำรวจสอบสวนกลางเก่าแก่จะดูแลเขาเป็อย่างดี แต่ก็ยังตั้งฉายาให้ดูสาว ทำให้เหยาหย่วนที่มีรูปร่างเหมาะสมกับขบวนธงชาติอยากจะบ่นก็บ่นไม่ได้
“เกิดอะไรขึ้น หัวหน้ารังแกเหยาเหยาเหรอ” ลุงเถียนที่าุโและมีประสบการณ์มายาวนานที่สุดซึ่งถูกเรียกว่า ‘ลุงสอง’ ก็เข้ามามุงถามด้วย
เหยาหย่วนแกล้งทำเป็ไม่ได้ยิน ‘คำเรียกขานสนิทสนม’ แบบสาวน้อยพวกนั้น ก่อนจะส่ายหน้าแล้วเดินกลับไปวางกาน้ำร้อนในห้อง แล้วค่อยไปเอากุญแจรถตำรวจที่ลุงสอง
“ลูกพี่ส่งนายไปทำงานเหรอ โอ้โห เหยาเหยา ก้าวหน้าขึ้นนะนี่!” ลุงสองหยิบกุญแจด้วยความยินดี
“ให้ผมไปรับคนที่สนามบินครับ บอกว่าเป็ตำรวจสากลนายหนึ่งที่ประเทศ S ส่งมา เพื่อค้นหานักท่องเที่ยวที่ขาดการติดต่อไป” เมื่อชายหนุ่มรับกุญแจมา แล้วคิดจะให้กำลังใจตัวเอง ในใจคิดว่าไม่ว่าอย่างไรการไปต้อนรับเ้าหน้าที่ซึ่งมาเยือนจากต่างประเทศก็ถือว่าเป็ความก้าวหน้าในการทำงานละนะ
แต่ใครจะคิด ว่าเหล่าตำรวจสอบสวนกลางข้างกายที่เพิ่งประชุมเสร็จก็เก็บข้าวของเตรียมตัวออกไปทำภารกิจ กลับเข้ามารุมล้อมเสียได้
“ประเทศ S เหรอ! ใช่ประเทศ S ที่ฉันคิดเอาไว้หรือเปล่า” ตำรวจวัยหนุ่มที่มีร่างกายกำยำจนได้ฉายา ‘ล่ำหนึ่ง’ ถามด้วยความอยากรู้
“คงไม่ใช่ประเทศ S ในตำนานนั่นใช่ไหม!” ‘ล่ำสอง’ ที่ตัวเล็กกว่าล่ำหนึ่งเล็กน้อยแต่แข็งแรงมากตบแฟ้มห่วงในมือด้วยความตื่นตะลึง
“ในตำนานเหรอครับ” เหยาหย่วนมองไปทางบรรดารุ่นพี่ด้วยความมึนงง
“ประเทศ S ที่ลึกลับแต่ร่ำรวยนั่นไง! เหยาเหยาไม่เคยได้ยินเหรอ” ลุงสองก็ประสมโรงด้วยอีกคน “ประเทศเล็กๆ ที่อยู่ระหว่างรอยต่อของเอเชีย แอฟริกาและยุโรป ประชากรไม่มากแต่ผลิตน้ำมันและเพชรได้ปริมาณมาก ว่ากันว่าคนในประเทศนี้น่ะ...”
“เป็พวกกลายร่างเป็หมาน่ะ!” ล่ำหนึ่งที่ถือโอกาสตอนที่ลุงสองยังพูดไม่จบก็พูดต่อโดยใช้คำศัพท์แบบพาดหัวข่าวดึงดูดความสนใจ
“มีความเชื่อว่าบรรพบุรุษเป็สุนัขเหรอครับ” เหยาหย่วนไม่เคยได้ยินชื่อประเทศ S มาก่อน แต่ก็รู้ว่าในแอฟริกามีหลายชนเผ่าที่มีความเชื่อแปลกๆ
ล่ำสองส่ายหน้าสุดชีวิต เขากุมกำปั้นสองมือแล้ววางไว้ที่่อก จากนั้นสะบัดลิ้น พูดจามีลับลมคมในสุดๆ “เป็พวกกลายร่างเป็หมาจริงๆ โฮ่งๆๆ...”
“ชิ่วๆๆ เป็ตำรวจยังจะแพร่ข่าวลือแบบนี้อีกเรอะ!” สารวัตรเกาใช้แฟ้มห่วงเคาะหัวล่ำหนึ่ง ล่ำสองคนละที แล้วด่าว่า “พวกแกเคยเห็นกับตาหรือไง แค่ข่าวลือก็เชื่องั้นเหรอ”
แม้ลุงสองจะมีประสบการณ์ทำงานมานาน แต่ก็เป็ลูกน้องของสารวัตรเกา จึงพูดปลอบเหยาหย่วนจากคำพูดของหัวหน้าทันที “ใช่แล้ว อย่าไปฟังพวกมันพูดไปเรื่อยเลย พวกมันก็ยังไม่เคยเห็นคนจากประเทศ S สักคน นั่นเป็แค่เื่เล่า ประเทศ S น่ะเล็กมาก ไม่ค่อยมีส่วนร่วมกับกิจการนานาชาติเท่าไร ก่อนหน้านี้พวกเราก็ไม่มีโอกาสติดต่อกับพวกเขาเลย จริงๆ แล้วก็มีข่าวลือว่าคนของประเทศ S ฝึกสุนัขเอาไว้ทำงานซับซ้อนหลายอย่าง”
“เอ่อ...เอ่อ ผมคงไม่ได้ไปรับคนแปลกๆ มาหรอกนะครับ...” เหยาหย่วนพึมพำเสียงเบา เขากลัวว่า ถ้าเกิดประมาทละก็ภารกิจแรกของเขาจะล้มเหลวน่ะสิ
“ถึงจะแปลกๆ หน่อย ก็ทำเป็ไม่เห็นแล้วกัน ต้องคิดถึงเื่ผลกระทบทางการทูตด้วย” ลุงสองพูดจากประสบการณ์ของตัวเอง
สารวัตรเกาตบหลังของเหยาหย่วนเบาๆ พูดปลอบใจว่า “นายแค่ไปรับคนเท่านั้น ไม่ต้องคิดมาก ระยะทางแค่ชั่วโมงสองชั่วโมง ไม่เกิดเื่หรอก”
เหยาหย่วนััได้ถึงกำลังใจจากหัวหน้าของตัวเอง จึงตอบคำด้วยแผ่นหลังที่ตั้งตรงและอารมณ์ที่ฮึกเหิม “รับประกันว่าภารกิจจะสำเร็จแน่นอนครับ!”
เชิงอรรถ
^ หมายถึง เด็กสาวที่ถูกขาย หรือถูกรับเลี้ยงให้มาเป็นสะใภ้ของครอบครัวที่ซื้อ หรือรับเลี้ยงเด็กสาว