ตอนที่ 16 การปกป้องของน้องชาย (1)
ถึงจะถูกอัดไปยกหนึ่ง แต่เสิ่นอี้ิก็ยังยืนกรานว่าจะไม่ไปโรงพยาบาล
ชาติก่อนตอนที่มู่ชิงเป็นักแสดงแทนให้ซ่งจื่อเซวียนเขาเองก็เคยได้รับาเ็อยู่หลายครั้ง พอบ่อยครั้งเข้าตัวเขาก็นับได้ว่ามีความเป็หมอไปครึ่งหนึ่งแล้วเหมือนกัน
เขาเองก็มองออกว่าน้องชายที่น่าเป็ห่วงคนนี้ถึงดูไปแล้วจะได้รับาเ็ไม่น้อย แต่ความจริงแล้วไม่ได้าเ็หนัก จึงไม่ได้ยืนกรานจะพาไปโรงพยาบาล แต่เมื่อคิดดูแล้วก็ถอนหายใจออกมา แล้วทั้งปลอบทั้งบังคับเพื่อพาอีกฝ่ายกลับบ้าน
มองดูน้องชายที่ยอมนอนหมอบกับโซฟาอย่างเชื่อฟัง มู่ชิงใช้น้ำมันหงฮวา[1]นวดให้เขาด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ แต่ในใจกลับแอบคลั่งอยู่เงียบๆ
ชาติที่แล้วจนกระทั่งตายไปตนก็ได้ออกจากบ้านมานานถึงเจ็ดปีแล้ว ตลอดเวลาเจ็ดปีนั้นไม่ได้ติดต่อกับคนในครอบครัวเลย และไม่ได้พบหน้ากันด้วย
เขาจำได้ชัดเจนว่าตอนที่จากไปนั้นเสิ่นอี้ิยังอายุไม่ถึงสิบปี อีกฝ่ายยังเป็เด็กหนุ่มที่เชื่อฟังและมีผลการเรียนดีเยี่ยมคนหนึ่ง แต่ใครจะบอกเขาได้บ้างว่า เจ็ดปีนี้ที่บ้านเขาเกิดเื่อะไรขึ้นกันแน่ ถึงได้ทำให้เด็กดีคนนั้นกลายมาเป็เด็กเกรียนตรงหน้านี้ได้
แน่นอนว่าเสิ่นอี้ิที่นอนอยู่ด้านล่างไม่ได้รู้ถึงความคิดซับซ้อนของมู่ชิง ความจริงแล้วตอนนี้เขารู้สึกราวกับว่าสมองที่มีอยู่ไม่พอใช้งาน ทำไมเขาถึงคิดไม่ออกว่าเพราะอะไรคนตรงหน้าถึงได้ใจดีขนาดนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยจ่ายเงินชดใช้ให้เขา แต่ยังพากลับมาทายาให้ที่บ้านด้วย
เขาแน่ใจเต็มร้อยเลยว่าตนเองไม่รู้จักอีกฝ่าย อย่างไรคนที่มีหน้าตาโดดเด่นขนาดนี้ ถ้าเกิดเคยพบกัน ไม่มีทางที่เขาจะจำไม่ได้เลยอย่างแน่นอน
ช่างเป็คนที่...ใจดีจนทำให้รู้สึกไม่สบายใจเลยจริงๆ
“เอ่อ...วันนี้ขอบคุณนายมาก” เหมือนว่าเขาจะทนบรรยากาศเงียบเชียบแบบนี้ต่อไปไม่ได้ เสิ่นอี้ิจึงดิ้นรนลุกขึ้นนั่งบนโซฟา แล้วกล่าวขอบคุณมู่ชิงเสียงเบา
ดีมาก!
ยังรู้จักพูดขอบคุณ!
ดูแล้วยังไม่ได้เกรียนจนกู่ไม่กลับ
มู่ชิงเก็บยานวดอย่างไม่รีบร้อน แล้วเดินไปล้างมือที่ห้องครัวจนสะอาด จากนั้นจึงมานั่งลงข้างกายเสิ่นอี้ิ เขานั่งหันข้างเล็กน้อยด้วยท่าทีเหมือนมีเื่จะพูดคุยกันอีกยาว แล้วเอ่ยปากกล่าวเสียงเข้มว่า “พูดมา กินอยู่ดีๆ ทำไมถึงได้ลงมือทำร้ายคนอื่นกัน”
ความจริงแล้วหากดูจากนิสัยเมื่อครู่ของเสิ่นอี้ิ ต่อให้มู่ชิงเพิ่งเป็คนช่วยเหลือเขา แต่ถ้ากล้าใช้คำพูดกึ่งสอบสวนอย่างนี้พูดด้วย เขาคงไม่สนใจอะไรแล้วะเิความโกรธออกมาก่อนแล้ว
แต่เมื่อมู่ชิงถามเสร็จก็นั่งเงียบๆ ตรงนั้น รอคำตอบอย่างอดทน เห็นดวงตาของอีกฝ่ายที่ไม่มีแววห่างเหินและตำหนิเหมือนของคนอื่น มีแต่แววตาที่ทำให้เขาสงบใจลงได้อย่างน่าประหลาด แถมยังรู้สึกถึงความอบอุ่นและเอาใจใส่ด้วย นี่ทำให้ในใจเขาแอบปวดหนึบขึ้นมา ความโกรธในใจก็สลายหายไป
ไม่รู้ว่าเพราะถูกช่วยไว้ก่อนหน้านี้หรือไม่ เสิ่นอี้ิถึงได้รู้สึกถึงความสนิทสนมและเคารพยำเกรงอย่างบอกไม่ถูกกับ ‘คนอายุเท่ากัน’ ที่อยู่ตรงหน้าเขา ด้วยสายตาให้กำลังใจจากอีกฝ่าย เขาเบนศีรษะไปอย่างทำตัวไม่ถูก แล้วกล่าวเสียงเบาว่า “พวกเขาพูดถึงพี่ชายฉันไม่ดี”
ตอนที่พูดออกไป เขาก้มศีรษะลง น้ำเสียงแฝงไปด้วยความไม่ได้รับความเป็ธรรมอย่างที่ตัวเขาเองก็ยังไม่ทันรู้ตัว “พวกเขาทำเกินไปจริงๆ...พี่ชายฉันจากไปแล้ว พวกเขาก็ยังทำลายชื่อเสียงของเขาอีก”
เชิงอรรถ
^ หงฮวา หรือในภาษาไทยเรียกว่าดอกคำฝอย