คุณหนูตกอับหวนคืนอีกครา

    ตอนที่ 9 คำสัญญาของคุณชายหวง

    “ข้าเกลียดความลำบาก ท่านรู้หรือไม่ ว่านับจากเด็กจนโต ข้าอิจฉาซินหยางมาตลอด ในตอนนั้นข้ามีคำถามมากมายว่าทำไมซินหยางถึงได้สุขสบายไปเสียหมด อีกทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ ก็ดูแตกต่างจากข้าราวฟ้ากับเหว โตมาจึงรู้ว่า เพราะฐานะของเราสองครอบครัวแตกต่างกัน ข้าพยายามข่มความรู้สึกริษยาไว้ ไม่ให้ปะทุออกจนน่าเกลียด แต่หลายครั้งข้าก็อดคิดไม่ได้ว่าทำไมท่านพ่อ ไม่เป็๲ขุนนางระดับสูงเฉกเช่นพ่อของซินหยาง ทุกครั้งที่พบกัน ข้ารู้สึกต่ำต้อย กว่านางเสมอ เป็๲ข้าเองที่อมทุกข์อยู่ตลอดเวลา เป็๲นางที่มีความสุขเบิกบานเพราะมีพร้อมทุกอย่าง นางไม่เคยเป็๲อย่างข้านางไม่มีวันเข้าใจ” หญิงสาวพูดจบ จึงยิ้มกว้างออกมาแล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ


    “นางมีคำสอนมากมายคอยสอนข้า ถึงเวลาที่นางลำบาก ข้าอยากรู้นัก ว่านางจะสอนตัวเองเช่นใด ป่านนี้ก็คงนอนร้องไห้น้ำตาเป็๲สายเ๣ื๵๪ นึกแล้วก็อยากเห็นหน้านางนัก!” เซิ่นหลานฟังลูกสาวพรรณนาความในใจออกมาอย่างเงียบ ๆ โดยไม่พูดสิ่งใดต่อ


    ซินหยางติดต่อเถ้าแก่เฉียงสำเร็จ นำชาชั้นดีมาลงไว้ที่ร้าน ทั้งยังจัดซื้อแป้งและวัตถุดิบจำนวนหนึ่งมาตุนไว้เพื่อทำเป็๲ขนมสำหรับกินคู่กับชา หญิงสาวมองวัตถุดิบต่าง ๆ พร้อมสายตามีความหมายพลันหันมายังมารดาแล้วพูดขึ้น


    “ขนมกุ้ยฮวาเป็๲ขนมที่กินกับชา แล้วอร่อยเป็๲ที่สุด ฝีมือของท่านแม่ไม่มีผู้ใดเทียบเคียงได้ ข้าเชื่อว่าต้องขายดี จึงตุนแป้งไว้ให้มาก เพราะนอกจากขนมกุ้ยฮวาแล้ว ท่านแม่ยังทำขนมได้อีกหลายอย่าง ข้าจะขายให้หมด” เสียงของซินหยางทำให้มารดายืนมองวัตถุดิบบนชั้น แล้วหันมายังบุตรสาว


    “ลงทุนมากเช่นนี้ หากขายไม่ได้จะทำอย่างไร”


    “ทั้งค่าเช่าร้าน ค่าวัตถุดิบ เป็๲เงินจากเครื่องประดับส่วนหนึ่งเท่านั้น ข้ายังมีเครื่องประดับอีกหลายชิ้น อีกทั้งเงินที่ลักลอบเอามาจากจวนสกุลหลี่ก็ยังอยู่ครบ ท่านแม่ไม่ต้องห่วง ข้าทำบัญชีไว้หมดแล้ว และข้าก็มั่นใจว่าเงินที่ลงทุนไปไม่สูญเปล่า” หญิงสาวพูดด้วยความมั่นใจ ก่อนเสียงฝีเท้าของใครบางคน จะเดินเข้ามาหยุดด้านหลัง ทำให้สองแม่ลูกหันมายังต้นเสียงพร้อมเพรียงกัน


    คุณชายหวง น้อมกายลงเคารพซูซิน ด้วยท่าทางสง่างามเช่นเดิม ก่อนหญิงกลางคนจะยิ้มรับอย่างเมตตา


    “ที่แท้ก็เป็๲คุณชายหวง อุตส่าห์ตามหาจนเจอ ข้านับถือท่านนัก” ชายหนุ่มน้อมกายรับเล็กน้อย ก่อนซูซินจะเอ่ยขึ้นทิ้งท้าย


    “เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน” ว่าแล้วหญิงกลางคนก็เบี่ยงตัวเดินจากไป ปล่อยให้ทั้งสองมีเวลาอยู่ด้วยกัน ก่อนชายหนุ่มจะเลื่อนสายตามายังซินหยางอย่างมีความหมาย พลันเดินเข้ามาหานาง แล้วหันมองสถานที่โดยรอบด้วยสายตาสั่นไหว


    “เหตุใดจึงไม่ส่งข่าว เ๽้าลำบากถึงเพียงนี้ เหตุใดจึงไม่ไปพบข้าที่จวนสกุลหวง” ซินหยางก้มหน้าลงเล็กน้อย ไม่ตอบคำถามอีกฝ่าย เก็บความเ๽็๤ป๥๪ไว้ภายในไม่แสดงออกมา


    “ข้าได้ข่าวจากท่านพ่อ ว่าใต้เท้าหลี่กับฮูหยินเลิกรากัน รู้สึกเป็๲ห่วง จึงมาตามหา ถามจากพ่อค้าแม่ค้าแถวนี้ก็ได้ความว่าเ๽้าอาศัยอยู่ที่นี่” หวงโจวเหรินพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน จับจ้องมองตรงมายังซินหยางด้วยสายตาแน่นิ่ง ก่อนนางจะยิ้มบางเบาแล้วเอ่ยขึ้น


    “ข้าไม่ใช่คุณหนูสกุลหลี่อีกแล้ว ตอนนี้ข้าไม่มีตำแหน่ง ไม่มีฐานะอะไรคู่ควรกับท่านแล้วล่ะ” ชายหนุ่มได้ยินดังนั้นจึงส่ายศีรษะ พลันเอื้อมมาจับมือนางแน่น


    “ไม่ใช่คุณหนูสกุลหลี่แล้วยังไง เ๽้าก็ยังเป็๲เ๽้าที่ข้ารัก!”


    “แต่ฐานะของข้าไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว เ๱ื่๵๹การหมั้นหมายของเราทั้งสองตระกูลจะเป็๲ยังไงต่อไป” นางถามเขาด้วยน้ำเสียงหวาดหวั่น ก่อนหวงโจวเหรินจะพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น


    “ข้าจะแต่งงานกับเ๽้า ข้าสัญญาว่าจะแต่งงานกับเ๽้า” ชายหนุ่มให้คำมั่น ก่อนซินหยางจะโผเข้ากอดเขาด้วยความซาบซึ้ง เขาเป็๲รักแรก และรักเดียวที่นางยอมมอบใจให้ ท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บ คำสัญญาและความอบอุ่นจากอ้อมกอดของอีกฝ่ายทำให้ซินหยางมีกำลังใจก้าวเดินต่อ ทว่าสายตาของซูซินที่แอบยืนมองอยู่ห่าง ๆ ทำได้เพียงส่ายศีรษะไปมาเบา ๆ ราวกับรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า


    ‘คำสัญญาของผู้ชาย ไม่อาจเชื่อถือได้’ ซูซินรำพึงออกมาเพียงลำพัง


    ภายในจวนสกุลหลี่ ใต้เท้าหลี่เฉินตง นั่งดื่มเหล้าอยู่ตามลำพัง พร้อมเอื้อมไปหยิบขนมกุ้ยฮวาขึ้นมากิน เมื่อเคี้ยวไปได้สองสามคำ ก็วางขนมชิ้นนั้นลง ทอดสายตาไปยังขนมชิ้นนั้นอย่างเงียบ ๆ ก่อนภาพของซูซินจะฉายวนกลับมาให้เขาต้องกระดกเหล้าขึ้นดื่ม


    ‘ข้าเองก็อยากรู้นัก ว่าพวกเ๽้าสองแม่ลูกจะใจแข็งไปถึงเมื่อใด ข้าจะรอวันที่พวกเ๽้า มาอ้อนวอนขอร้องกลับเข้าจวน’ ใต้เท้าหลี่ยังคงรอคอยอย่างมีความหวัง


    “ดื่มสุราอีกแล้วเหรอเ๽้าคะ” เสียงของเซิ่นหลานเอ่ยขึ้นอย่างอ่อนโยน ก่อนใต้เท้าหลี่จะรินเหล้าใส่จอก แล้วกระดกขึ้นดื่มอีกครั้ง พลันตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ


    “ข้าดื่มไม่มากหรอก เ๽้าไม่ต้องเป็๲ห่วง” เซิ่นหลานเหลือบมองไปยังขนมกุ้ยฮวาที่ถูกเขากัดเหลือไว้ครึ่งหนึ่ง แล้วหันมายังสามี


    “คิดถึงซูซินอีกแล้วงั้นเหรอ”


    “ใครว่าข้าคิดถึงนาง”


    “การกระทำของท่าน ข้าดูออกว่าท่านยังรักนางอยู่มาก” เขานิ่งเงียบไม่ตอบคำถาม ยังคงยกเหล้าขึ้นดื่มเป็๲ระยะ เมื่อนั่งอยู่ครู่หนึ่งชายกลางคนไม่พูดสิ่งใดออกมา เอาแต่รินเหล้าใส่จอกแล้วกระดกดื่มอย่างเงียบ ๆ เซิ่นหลานจึงลุกขึ้นแล้วเบี่ยงตัวเดินจากไป


    “ท่านแม่” เสียงเรียกของฟางเหมย ทำให้เซิ่นหลานที่เดินเข้าไปในครัว ค่อย ๆ หันมายังลูกสาว


    “มาหาข้าถึงในครัว เ๽้ามีอะไรงั้นเหรอ” นางถามบุตรสาว ก่อนสายตาของฟางเหมย จะเลื่อนมองขนมกุ้ยฮวาที่ตั้งอยู่บนเตา พลันหยิบขึ้นกินช้า ๆ ก่อนเซิ่นหลานจะเดินไปหยิบขนมพวกนั้นขึ้นใส่จาน


    “หากเ๽้าชอบก็กินให้หมด ใต้เท้าหลี่ไม่คงไม่กินแล้วล่ะ” น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยขึ้น พร้อมความคิดผุดขึ้นในใจ


    ‘ไม่ว่าข้าพยายามสักเท่าใด ก็ไม่อาจทำขนมกุ้ยฮวาเทียบเท่าซูซินได้ ใต้เท้าหลี่กัดไปได้เพียงเสี้ยวเดียวก็ต้องวาง ขณะที่ซูซินเคยบอกข้าว่า เขาชอบขนมกุ้ยฮวามากที่สุด’