ั้แ่ฝ่าด้านไฟน์ลามาได้ก็ดูเหมือนว่าอะไรๆจะง่ายขึ้น เนลเดินมากว่าสิบนาทีแล้วแต่ดูเหมือนเธอยังไม่พบอะไรที่โหดหินเลยมีเพียงกับดักธรรมดาเท่านซึ่งเธอก็ผ่านมาได้อย่างสบายๆ ความมืดในถ้ำก็ยังคงมืดสนิทอย่างเสมอต้นเสมอปลายแม้นจะใช้เวทย์สร้างไฟได้แต่เพราะความมืดสนิทนั่นเปลวไฟจากเวทย์มนต์คงเธอมันก็ดูจะสว่างสู้ไม่ได้ ทัศนียภาพเรียกว่าเป็ศูนย์ แต่ก็ยังดีที่เธอยังพอมีความสามารถในการเคลื่อนไหวในความมืดอยู่บ้างจึงไม่น่าห่วงเท่าไหร่ ในความมืดเธอได้ยินเสียงของผู้ชายสองคนคุยอะไรบางอย่างอยู่ร่างบงจึงเร่งฝีเท้าเข้าไปใกล้ อย่างน้อยตอนนี้เธอก็มีเพื่อนร่วมทางแล้ว แต่เพราะความมืดนั้นเองก็ทำให้เธอเดินไปสะดุดขาใครบางคนที่นั่งอยู่แถวนั้นเข้า
โครม!!
“โอ๊ย”
เนลที่เดินสะดุดขาของชายปริศนาก็หน้าทิ่มล้มลงบนแผ่นอกของผู้เคราะร้ายเข้าอย่างจัง หมาหนารั้งเอวบางไว้ไม่ให้กลิ้งตามสัญชาตญาณ
“ขอ…”
“ซุ่มซ่าม”
คำของโทษที่ว่าจะพูดก็ถูกกลืนลงคอ
“ก็มันมืดใครจะไปเห็น”
เปลวเพลิงปรากฏขึ้นบนมือหนาเผยให้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของผู้เคราะห์ร้ายรายนี้ ซึ่งเนลก็แปลกใจไม่น้อยเลยเพราะชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้านี้คือเฟย์ตั้นและที่สำคัญเขาใช้เวทย์ไฟสร้างไฟลูกใหญ่ได้มากกว่าที่เธอทำ เพราะขนาดเธอเข้นพลังแล้วก็ได้แค่ไฟลูกน้อยๆเท่านั้น เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นเบาๆ
เนลพักอกคนตรงหน้าเป็การประท้วงให้เขาปล่อย มือหนาจึงปล่อยเอวบางออก เมื่อเ้าหล่อนเป็อิสระก็หันหน้ามาประท้วงใส่พวกเขาสองคน ราวี่ที่นั่งอยู่หน้าก็ยังคงนั่งขำไม่หยุด เธอคาดว่คงจะไปสะดุดขาเขาจึงหน้าทิ่มไปใส่เฟย์ตั้น
“ถ้าข้างหน้าไม่ใช่ฉันกับเฟย์ตั้นแล้วเป็เหวฉันว่าเธอตกลงไปแน่ๆ”
ตกก็บินสิ
เ้าหล่อนเถียงในใจ
‘ก็แค่ตาย”
เสียงเรยบั้นทำเอาเส้นอารมณ์ขาดผึ่ง มือบางฟาดเข้าให้ไปที่อกหนาอย่างแรงจนเ้าตัวถึงกับเบ้หน้าแล้วหันกลับไปมองคนตัวเล็กอย่างอาฆาต แต่ก่อนที่าจะเกิดราวี่ก็เข้ามาห้ามทัพเสียก่อนเพราะประตูทางออกค่อยๆแง้มเปิดออกแล้ว
“ประตูเปิดแล้วไปเหอะน่าา อย่าทะเลาะกันเลยยังไงเราก็ต้องอยู่ด้วยกันอีกคั้งหกปี”
ครืดดด
ประตูที่อยู่ตรงหน้าของทั้งสามค่อยๆเปิดออกเผยให้เห็นลานกว้างที่เดิมที่เคยอยู่ก่อนจะเข้าทดสอบ เมื่อทั้งสามเดินออกมาลูฟที่ยืนยิ้มอยู่หน้าประตูก็ส่งเสื้อคลุมสีดำประจำหอสามชุด กุญแจหอและเข็มกลัดป้ายหอแพนเทร่าสีแดงให้กับกลุ่มก่อนหน้าพวกเธอ แต่เมื่อเขาหันมาเพื่อดูรุ่นกลุ่มถัดไปก็ถึงกับหน้าถอดสี รอยยิ้มแห้งๆปรากฏบนหน้าของผู้เป็หัวหน้าหอ
์!! ไอ้ตัวยุ่งทั้งสามมันอยู่หอเขาแถมอยู่ห้องเดียวกันอีก
นหอแพนเทร่าถึงคราวแตกก็งานนี้
“ยินดีต้อนรับสู่หอแพนเทร่า”
ลูฟเอ่ยเสียงเนิบก่อนจะส่งขาฝ้าวของเครื่องใช้ให้ราวี่ถือ เนลหันซ้ายหันขวาแต่เเล้วเธอก็รีบสะกิดสองหนุ่มจนทั้งสองต้องหันมอง
“มีอะไร” เฟย์ตั้นหันมาถามคนตัวเล็ก
“ตามมานี้หน่อย”
ไม่ว่าเปล่าไม่ว่าเปล่าเธอล็อคแขนแล้าลากสองหนุ่มไปยังจุดที่โรเซ่และทีเซอร์ยื่นโบกไม่โบกมืออยู่ไม่ไกล
“ตายแล้ว!เธอได้อยูห้องเดียวกับพวกเฟย์ตั้นเลยหรอ” โรเซ่อุทานอย่างตื่นเต้น
“เอ่อ..นี้โรเซ่ ทริส กับ ทีเซอร์ เคอติส แล้วก็…หมอนี้ใคร”
เนลถามก่อนที่จะหันไปมองอีกหนึ่งหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างทีเซอร์
“บุคคลที่โลกลืมไง”
โรเซ่ตอบประชดประชันจนบุคคลที่ถูกกล่าวหาถึงกับทนไม่ไหวเดินมาขยี้ผมโซเซ่ซะจนฟูอย่างหมั่นไส้โดยไม่สนใจเสียงร้องประท้วงของเ้าหล่อนแต่อย่างใด
ใช้ได้ที่ไหนที่ว่าเพื่อนสมัยเด็กอย่างเขาเป็บุคคลที่โลกลืม
“จีซัส โพเซนเตอร์ เป็เพื่อนสนิทของนัยนี่”
หนุ่มร่างสูงที่อายุน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกัน เส้นผมสีสีเงินที่ยาวประบ่าถูกมัดด้วยเชือกและรวบไว้ด้านหลังอย่างลวกๆ ั์ตาคมกริบสีเทาแฝงแววแน่นแน่และมุ่งมั่นในทุกสิ่ง เป็แววตาที่เนลไม่ค่อยได้พบเห็นบ่อยนักในเวสเทิร์น แต่ทว่าเมื้อเธอมาเหยียบที่นี้เธอเห็นดวงตาจำพวกนี้บ่อยขึ้นจนน่าเบื่อ แน่นอนว่าจีซัสเป็หนึ่งในนั้น แต่สิ่งที่เธอสนใจมากกว่าคือความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนสาวของเธอเนี้ยสิ เพราะมันดูไม่เหมือนเพื่อนสมัยเด็ก แต่มันเหมือน’คู่กัด’มากกว่า
และแล้วการสนทนาก็ดำเนิ่นต่อไปเรื่อยๆจากการแนะนำตัวอย่างเคอะเขินการเป็เื่เล่าต่างๆแลกเปลี่ยนกันอย่างสนุกสนาน จะมีก็เพียงแต่เฟย์ตั้นที่ไม่ค่อยพูดเท่าไหร่นักซึ่งนั้นก็เรียกความหมั่นไส้ให้แก่เธอไม่น้อย หากมองดูแล้วกลุ่มของเนลดูจะเป็กลุ่มที่เสียงดังมากที่สุด แต่เสียงดังก็ดังไม่ได้นานอย่างที่ควรจะเป็เมื่อเสียงกริ่งเสียงเดียวกันกับที่ได้นครั้งก่อนดังขึ้นเหล่านักเรียนปีหนึ่งทั้งหลายจึงหันกลับไปทางต้นเสียงทันที
ชายแก่เ้าของเรือนผมสีขาวยวงเดินขึ้นมายังแท่นประธานเหล่าคณะศตราตราจารย์ และรุ่นพี่หัวหน้าหอรวมไปถึงผู้รุ่นพี่ทุกคนต่างให้ความเคารพอย่างสวยงาม ั์ตาน้ำตาลอ่อนฉายแววรู้ทันทุกสรรพสิ่ง ั์ตาที่แสนโยนนั้นมองเหล่านักเรียนอย่างเมตตา
“ยินดีตอนรับนักเรียนใหม่ปีหนึ่งของมหาวิทยาลัยเวทมนต์เวสเทิร์น ก่อนอื่นต้องขอแนะนะนำตัวก่อน ฉัน ศาสตราจารย์โฮเวอร์ เซเดลลูนด์ เป็ผอ.ของWMUแห่งนี้ ฉันขอแสดงความยินดีกับนักเรียนปีหนึ่งทั้ง90คนที่ผ่านการทดสอบมาได้ด้วยดี สำหรับการเรียนการสอนของที่นี้มีสำหรับปี1มีแค่6วิชาเท่านั้น 3วิชาภาคทฤษฎีได้แก่ วิชาภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์,วิชายุทธศาสตร์การรบ,วิชาเศรษฐศาสตร์ ส่วน3วิชาภาคปฏิบัติได้แก่ วิชาว่าด้วยพลังธาตุ,วิชาศิลปศาสตร์การต่อสู้และวิิชาเวทมนต์ศาสตร์ แต่ละวิชาเรียนวิชาละชั่วโมงครึ่งถึงสองชั่วโมงเท่านั้น เห็นน้อยๆแต่หน่วยกิตของเราค่อนข้างเยอะและถ้าหากตกภาคทฤษฏีภาคปฏิบัติก็จะตกไปด้วยเพราะเนื่องจากต้องใช้ความรู้จากภาคทฤษฏีมาคู่กับคาบปฏิบัติเช่นกันโดยวิชาประวัติศาสตร์ต้องเรียนควบคู่กันเช้าและบ่ายกับวิชาเศรษฐศาสตร์และภูมิศาสตร์ม,วิชายุทธศาสตร์การรบคู่กับศิลปการต่อสู้และวิชาว่าด้วยพลังธาตุคู่กับวิชาเวทมนต์ศาสตร์
สมมุติว่าถ้าหากสอบตกยุทธศาสตร์การรบคาบวิชาศิลปการต่อสู้พวกเธอก็จะตกไปด้วยเพราะเนื่องจากการใช้ยุทธศาสตร์การรบสำคัญมากในการต่อสู้ ถ้าตกภาคทฤษฏี1วิชาก็ต้องแก้2วิชาที่คู่กัน แต่ถ้าสอบตกภาคปฏิบัติก็แก้เพียงเเค่วิชาเดียวเท่านั้นเพราะฉะนั้นตั้งใจกันด้วย นักเรียนทุกคนสามารถกับบ้านกันได้ในวันหยุดสุดสัปดาห์ เราไม่บังคับการเข้าออกหอตอนกลางคืนขอแค่เช้าต่อมาคุณมาเรียนได้ก็พอ”
เสียงฮือฮาดังขึ้นเมื่อได้ยินว่ากฏมีเพียงไม่กี่ข้อ ไม่สิเรียกไม่มีเลยมากกว่ากฏพิลึกนั้นเหมือนพูดให้เป็กระสัยมากกว่า
“และที่สำคัญไม่ย่งหย่อนกันคือสองคนนี้ ลูฟ คาดิเน็ต แห่งหอแพนเทร่า และริซ่า เดวาโดร่า แห่งหอโซเชียลิตส์ ทั้งสองคนนี้เป็หัวหน้าหอ และเหล่าสภานักเรียนทั้ง5คนที่มีสิทธิควบคุมดูแลพวกเธอรองลงมาจากฉัน หากมีอะไรก็ให้ไปปรึกษาพวกเขาเหล่านี้และข้อมูลจะมาถึงฉันในไม่ช้า”
ผอ.โฮเวอร์ผายมีไปยังหัวหน้าหอและสภานักเรียนทั้ง5คน จากการมองของเนลเธอรู้สึกว่าสถานักเรียนทั้งห้าดูมีความยากที่จะหยั่งถึง
“ฉันเชื่อว่าทุกคนจำหัวหน้าหอขอแต่ละคนได้แล้วแต่ฉันอยากให้พวกเธอจำสภานักเรียนทั้งห้าไว้ด้วยหากมีปัญหาอะไรก็สามารถปรึกษาพวกเขาได้เช่นเดียวกัน..กิลเดอรอย กิลเบิร์ต ปี3 หอแพนเทร่า เชมัส ซิเซรอส ปี3 หอโซเชียลิตส์ แซลลี่ ดราโกมีร์ ปี4 หอแพนเทร่า นิมฟาดอร่า เทเนบรัส ปี4 หอโซเชียลิตส์ และ มาคัส เชสเตอร์ ปี4 หอแพนเทร่า”
เนลกวาดตามองทีละคน รุ่นพี่กิลเดอรอย กิลเบิร์ต เป็ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่กำยำ ผิวสีแทนรับกับดวงหน้าคมเข้ม ั์ตาสีนิลนั้นดูดุดันไม่ค่อยเป็มิตร ส่วนรุ่นพี่เชมัส ซิเซรอส ที่ยืนอยู่ข้างกันนั้นก็กลับมีบุคลิกที่ตัดกันอย่างสุดขั้วเพราะเขาเป็หนุ่มร่างบาง ผิวขาวๆรับใบหน้าที่ติดจะออกหวาน เรือนผมสีเขียนอ่อนยาวสยายถูกรวบไว้ต่ำๆด้วยหนังยาง ั์ตาสีอำพันก็ดูแสนจะเป็มิตรรับกับใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มอยู่ตลอดเวลา หากดูดีๆแล้วอาจจะสวยกว่าสาวๆในนี้ด้วยซ้ำ รุ่นพี่สองสาวนั้นก็ดูดีไม่หยอก แซลลี่ดราโกมีร์ เป็สาวร่างเล็กติดจะบอบบางซึ่งเนลคาดว่าอาจจะสูงไล่ๆกับเธอก็เป็ได้ ผมสีน้ำตาลที่ยาวเป็ลอนถูกรวมสูงไว้ด้านหลังใบหน้ารูปไข่รับกับดวงตากลมโตสีชมพูเป็อย่างดูซึ่งนั้นทำให้เ้าหล่อนจะละม่ายคล้ายตุ๊กตา ส่วนนิมฟาดอร่า เทเรบรัส เป็สวยร่างสูงระหงดูอ้อนแอ้นอรชน เรือนผมสีเหลืองทองนั้นยาวสรวยจนเกือบถึงบั้นท้าย ั์ตาสีน้ำตาลนั้นติดจะดูดุๆเล็กน้อยทุกท้วงท่าของเ้าหล่อนล้วนดูสง่างาม ส่วนคนสุดท้าย มาคัส เชสเตอร์ เป็บุรุษร่างสูงสง่า ผมสีทองหยักศกระต้นคอ ั์ตาสีน้ำเงินที่ฉายประกายความเป็กันเองและอ่อนโยนคู่นั้นสร้างความปรับใจให้เธอไม่หยอก
“นักเรียนของแต่ละหอให้แยกย้ายตามหัวหน้าหอขึ้นไปพักผ่อนยังห้องของตนได้”
สิ้นเสียงของผอ.โฮเวอร์ทุกคนต่างก็แยกย้ายกันไปตามหอของตน โดยมีรุ่นพี่และเหล่าสภานักเรียนเดินตามประกบซ้ายขวาเพื่อความเรียบร้อย