ทุกครั้งที่หมานผิงใช้เวลาอยู่กับเพื่อนก็มักจะถามว่าชอบทำอะไรแล้วสามีเธอล่ะชอบอะไร แม่ก็ไม่เอะใจบอกหมดว่าแต่ละคนในบ้านชอบไม่ชอบอะไร
พักหลังๆ เชนเม่ยอิงและน้องมักแซวพ่อว่า "เดี๋ยวนี้พ่อแต่งตัวดีและเนี้ยบกว่าแต่ก่อนมากนะคะ แถมยังใส่น้ำหอมอีกด้วย"
เชนอันยูบอกว่า "ตอนนี้พ่อต้องแต่งตัวหน่อยเพราะอาจจะมีคนจาก หน่วยงานกลางมาตรวจโรงเรียน เป็ถึงครูใหญ่เดี๋ยวเขาจะว่าได้"
เยว่เฟยหลิงก็เห็นด้วย เชนอันยูยิ้มให้ภรรยา แล้วก็หันไปยิ้มให้หมานผิง หมานผิงยิ้มตอบ ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครเอะใจนอกจากหมานลี่ฮุยที่รู้ว่าแม่ของเธอกำลังทำอะไรอยู่
เมื่อเข้ามาอยู่ในห้องด้วยกันสองต่อสองหมานลี่ฮุยจึงถามแม่ว่า เราจะอยู่ที่นี่อีกนานแค่ไหน
“เราจะอยู่ที่นี่ตลอดไป” หมานผิงตอบลูกสาว
“อยู่อย่างนี้ตลอดไปเนี่ยนะ หนูอยากมีห้องเป็ของตัวเองอยากจะทำอะไรก็ได้ ไม่ใช่ว่าอยากจะเล่นหรือดูทีวีก็ต้องขออนุญาตก่อนตลอด”
“เอาน่าอีกไม่นานหรอก ทนเอาหน่อยก็แล้วกัน จำไว้นะว่าต้องทำตัวเป็เด็กดีจนกว่าฉันจะทำสำเร็จ เข้าใจไหม”
หมานลี่ฮุยรู้ว่าต้องทำตัวยังไง เพราะไม่อยากให้แม่โมโห เพราะถ้าแม่โมโหขึ้นมาละก็ ใครก็ห้ามไม่ได้ แม่ของเธอจะจะร้องด่าทอและทำลายข้าวของ หน้าตาท่าทางเหมือนั์เหมือนมารทันที
วันนี้เยว่เฟยหลิงชวนเพื่อนไปงานเทศกาลประจำท้องถิ่นด้วย แต่เพื่อนบอกว่าเธอไปเถอะฉันไม่ชอบที่ที่คนเยอะๆ เยว่เฟยหลิงจึงหันไปบอกลูกๆ และถามหมานลี่ฮุยด้วยว่าจะไปด้วยไหม แต่หมานผิงไม่ให้ลูกสาวไปเพราะกลัวว่าลูกจะแสดงนิสัยไม่ดีออกมาให้คนอื่นเห็นก่อนเวลาอันควร จึงพูดว่า
“ลี่ฮุย ก็นิสัยเหมือนฉันไม่ชอบอยู่ในที่ที่คนเยอะ ขอบใจเธอมากนะ”
เยว่เฟยหลิงจึงหันไปถามลูกๆ ว่าแต่งตัวเสร็จหรือยัง
“เสร็จแล้วค่ะ”
“เสร็จแล้วครับ”
“แล้ว ทำไมพี่ถึงยังไม่ไปแต่งตัวล่ะคะ ลูกๆ พร้อมแล้วนะ”
“วันนี้พี่ยังมีงานที่จะต้องทำ เธอพาลูกไปเถอะ”
“ปกติพี่จะสะสางงานเสร็จก่อนที่จะถึงเทศกาลทุกครั้งนี่คะ" เยว่เฟยหลิงพูดคล้ายกับบ่นเล็กน้อย
"ปีนี้งานเยอะหรือคะถึงทำไม่เสร็จ”
“ใช่ๆ ปีนี้อะไรๆ ก็ตกมาที่พี่ งานเยอะขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งอยู่นานงานก็ยิ่งเยอะ”
“ไม่เป็ไรค่ะ เดี๋ยวฉันพาลูกๆ ไปเองพี่อยู่สะสางงานให้เสร็จเถอะค่ะ ฉันกับลูกไปแล้วนะคะ ลี่ฮุยเดี๋ยวน้าจะซื้อขนมมาฝากนะจ๊ะ”
หมานลี่ฮุยยังไม่ตอบ จนถูกแม่หยิกเข้าให้จึงพูดว่า “ขอบคุณค่ะ”
เมื่อเยว่เฟยหลิงและลูกออกจากบ้านไปแล้ว เชนอันยูก็เดินเข้าห้องของตัวเอง ส่วนหมานผิงก็บอกลูกสาวของตัวเองให้เข้าไปในห้องถ้าไม่จำเป็ห้ามออกมาหรือรบกวนใคร
จากนั้นหมานผิงก็เดินเข้าไปในห้องนอนของเยว่เฟยหลิง นี่เป็ครั้งแรกที่หมานผิงได้เข้ามาในห้องนี้ทุกอย่างถูกจัดตกแต่งอย่างเป็ระเบียบมีรูปแต่งงานของคนทั้งคู่ด้วย
เมื่อเชนอันยูเห็นสายตาของหมานผิงมองรูปแต่งงาน เขาก็จับรูปนั้นเก็บไว้ในลิ้นชักทันที หมานผิงยิ้มออกมา
“คุณช่างรู้ใจฉันจริงๆ เลยค่ะ ฉันถึงไม่สามารถห้ามใจตัวเองไม่ให้หลงรักคุณได้” หมานผิงเดินเข้าไปหาสามีเพื่อนที่นอนรอเธออยู่แล้ว
เธอมองเตียงที่เพื่อนนอนทุกวันแล้วก็ยิ้มออกมาก่อนที่ก้าวขาขึ้นไปคร่อมอยู่บนตัวของเชนอันยู สายตาของฝ่ายชายมองเธอด้วยความเร่าร้อน เพราะเธอทำท่ายั่วยวนที่คิดว่าชายคนนี้คงไม่ได้ทำมานาน เธอจับมือของเขาให้ลูบไล้หน้าขาอันเหนียนงามของเธอ
“ร้อนจังเลยค่ะ คุณช่วยถอดชุดให้ฉันหน่อยสิคะ”
เชนอันยูขยับตัวขึ้นมาใช้มือทั้งสองจับชุดหวานบางเบาของเธอ หมานผิงชูมือทั้งสองขึ้นเหนือหัว เมื่อเชนอันยูถอดชุดของเธอออกแล้ว ใบหน้าของเขาก็มาจ่อที่อกของเธอพอดี เธอไม่สวมใส่ชุดชั้นใน
เชนอันยูลูบไล้แผ่นหลังของเธออย่างเบามือ ส่วนใบหน้าก็ซบลงบนหน้าอกอันอวบ แล้วก็ใช้ลิ้นเลียเต้านั้น
“อื้อออ อันยูคุณทำฉันเสียวจังเลยค่ะ” หมานผิงคิดว่าคำๆ นี้เชนอันยูคงไม่ค่อยได้ยินเพราะเพื่อนของเธอขี้อายคงไม่กล้าพูดอะไรอย่างนี้แน่นอน
“อะ อื้อออ คุณเก่งจังเลยค่ะ อ้าา”
ยิ่งได้ยินเชนอันยูก็ยิ่งฮึกเหิมเพราะไม่เคยมีใครเอ่ยชมเขาอย่างนี้เลย แม้แต่เมียจะว่าไปแล้วเขาก็ไม่เคยรวมรักกับใครมาก่อนนอกจากภรรยาของตัวเอง จนมาเจอหมานผิงที่ทำให้เขารู้ว่าเขายังเป็ชายวัยกลางคนที่ยังมีความ้าทางเพศเท่ากับคนหนุ่มทั่วไป
หมานผิงครางพร้อมกับขยับเนินงามของตัวเองถูไถแก่นกายของฝ่ายชายชนชูคอขึ้น เธอขยับตัวออกจากเขา เชนอันยูใคิดว่าตัวเองทำอะไรให้เธอไม่พอใจ
“คุณจะไปไหนเหรอครับ” เมื่อเห็นหมานผิงพาตัวเองออกจากร่างกายของเขา หมานผิงหันมายิ้ม แล้วผลักเขาให้หนอนหงายลงไป ก่อนที่จะก้มหน้าอ้าปากครอบงำแท่งงามนั้นไว้ ลิ้นของเธอหยอกล้อแก่นกายของเขาไปมา มือเล็กคลึงลูกปิงปองสองใบนั้นในมือเล่น ไม่นานเชนอันยูก็ส่งเสียงครางออกมา หัวสมองของเขาหยุดนิ่งขาวโพลน เหมือนได้ขึ้น์ยังไงอย่างนั้น หมานผิงถอนปากออกเพื่อให้เขาได้หายใจ
“คุณชอบไหมคะ”
“ชอบครับ ผมชอบมาก” หมานผิงก้มหน้าลงทำอย่างว่าอีกครั้ง เชนอันยูเอามือทั้งสองข้างกุมหัวของหมานผิง ส่วนตัวเขาก็ขยับสะโพกขึ้นลงคุมจังหวะตามที่ตัวเอง้า
หมานผิงยิ้มอย่างได้ใจก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นและพาตัวของเธอมานั่งคร่อมและสอดแท่งนั้นเข้าโพรงอันอุ่นและแฉะของเธอ เธอจัดการขย่มเขาขึ้นลง เสียงครางของทั้งคู่ดังลั่นบ้าน นี่เป็ครั้งแรกที่เชนอันยูได้ยินเสียงหญิงครางดังขนาดนี้ ปกติแล้วผู้เป็ภรรยาจะพยายามกลั้นไว้เพราะอายกลัวคนอื่นจะได้ยิน แต่สำหรับหมานผิงนั้นไม่ใช่ เธอกระซิบที่ข้างหูของเขา ว่าถ้าคุณชอบให้ครางออกมา ยิ่งคุณครางดังเท่าไหร่ยิ่งทำให้ฉันมีความสุขมากเท่านั้น เสียงเนื้อกระทบดังและถี่ขึ้นเรื่อยๆ
หมานลี่ฮุยที่อยู่ห้องข้างๆ พยายามปิดหูของตัวเองเพื่อไม่ให้ได้ยินสิ่งที่แม่และชายเ้าของบ้านกำลังทำอยู่ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่หมานลี่ฮุยต้องปิดหู เพราะแม่ของเธอทำอย่างนี้เป็ประจำไม่เว้นแม้แต่ช่างที่มาซ่อมน้ำซ่อมไฟ ถ้าหากว่าแม่ถูกใจแม่จัดได้หมด แต่ถ้าแม่ไม่ชอบก็ไม่มีใครได้แอ้มแม่เหมือนกัน หมานลี่ฮุยคิดว่าแม่ของเธอเป็ผู้หญิงแกร่ง หากชอบอะไรจะต้องได้ ถ้าหากไม่ชอบก็อย่ามาใกล้