เจินเจินดึงเชือกเพื่อให้กระเช้าเคลื่อนลงไปด้านล่างเคราะห์ดีที่พวกคนร้ายมิได้ตัดเชือกเถาวัลย์เพราะกลัวจะเสียเวลา หาไม่แล้วนางกับหมอเทวดาชวีคงไม่รู้จะลงจากยอดเขาอย่างไร
หมอเทวดาชวีนั่งอยู่ในกระเช้าที่เคลื่อนลงไปด้านล่างอย่างช้าๆ จนถึงตอนนี้ชายชรายังรู้สึกมึนงงอยู่บ้างตอนที่เขาตัดสินใจให้หลิ่วตี๋นำยาไปนั้นได้เตรียมตัวเตรียมใจว่าตนคงต้องตายแน่แล้วจึงไม่มีความรู้สึกกลัวเมื่อต้องนั่งกระเช้าที่เจินเจินซึ่งมีอายุแค่สี่ขวบเป็นคนควบคุม
บอกตามตรง ต่อให้ระหว่างนี้เขาต้องตกลงไปตายก็ถือว่าสมควรแล้วยามที่เผชิญหน้ากับอันตรายเขาเลือกที่จะสละเด็กหญิงซึ่งไม่รู้เรื่องรู้ราวอันใดด้วยเลยแม้ความจริงแล้วการตัดสินใจเช่นนี้จะเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง แต่ในด้านความรู้สึกลึกๆข้างในก็ยังคงรู้สึกผิดอยู่ดี หลายวันที่ได้ใช้ชีวิตร่วมกันมา เขาชื่นชอบนางอยู่ไม่น้อยเพราะเด็กหญิงผู้นี้ปฏิบัติต่อทุกคนอย่างจริงใจ
ครั้นลงมาถึงด้านล่างหยวนเหล่าเอ้อร์รีบปรี่เข้ามาหา จากนั้นกระชากคอเสื้อตะคอกถามด้วยน้ำเสียงดุดัน“เจินเจินเล่า นางอยู่ที่ใด!”
ด้านหลังคือจ้าวจินจู้ที่กำลังประคองจ้าวซื่อเดินตรงมาทางนี้ดวงตาของจ้าวซื่อแดงก่ำ น้ำตาไหลรินออกมาตลอดเวลา จ้าวซื่อถามเสียงสั่นเทา“เจินเจินอยู่ที่ใด!”
“นางยังอยู่ด้านบน…” สีหน้าและน้ำเสียงของหมอเทวดาชวีเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
‘พลั่ก’หยวนเหล่าเอ้อร์ชกที่ใบหน้าของหมอเทวดาชวีอย่างแรง “ท่านมันไม่เอาไหน ท่านลงมาแต่กลับทิ้งบุตรสาวของข้าเอาไว้ด้านบนเช่นนั้นหรือนางเพิ่งจะสี่ขวบเท่านั้น ข้าจะฆ่าท่านให้ตาย!”
“พี่เขย พวกเรามาช่วยกันคิดหาวิธีช่วยเจินเจินเถิด” จ้าวจินจู้กลัวว่าหยวนเหล่าเอ้อร์จะทำร้ายหมอเทวดาชวีจนตายจึงรีบเข้าไปรั้งแขนเอาไว้ ชายชราผู้นี้เป็นถึงหมอเทวดา หากช่วยเจินเจินลงมาได้ แล้วหลานสาวได้รับบาดเจ็บพวกเขายังต้องพึ่งชายชราผู้นี้ให้ช่วยรักษา
หยวนเหล่าเอ้อร์ชักมือกลับ เบนสายตาไปยังเชือกเถาวัลย์ เขานิ่งคิดอยู่สักครู่แล้ววิ่งไปถอดเสื้อผ้าของคนตายออก
“ท่านพี่ ท่านคิดจะทำอะไร” จ้าวซื่อถามอย่างสงสัย
“ทำเชือกอย่างไรเล่า ข้าจะขึ้นไปช่วยบุตรสาวของข้า!”หยวนเหล่าเอ้อร์กล่าวตอบ
พอได้ยินว่าสามีถอดเสื้อผ้าคนตายจะมาทำเป็นเชือกเพื่อขึ้นไปช่วยบุตรสาว แม้ในใจจะรู้สึกหวาดกลัวจนแข้งขาแทบไม่มีเรี่ยวแรงถึงกระนั้นนางก็ยังเข้าไปช่วย
จ้าวจินจู้จะเข้าไปช่วยเช่นกัน แต่กลับถูกหมอเทวดาชวีรั้งตัวเอาไว้“ศพมากมายเหลือเกิน กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่ว เจ้าไปหากิ่งไม้มาก่อกองไฟเอามามากหน่อย ต้องก่อกองไฟกองใหญ่ทีเดียว”
จ้าวจินจู้รีบวิ่งไปหากิ่งไม้ตามที่ชายชราสั่งทันที
อีกด้านหนึ่ง หยวนเหล่าเอ้อร์และจ้าวซื่อกำลังช่วยกันถอดเสื้อผ้าของศพออกพวกคนชุดดำไม่มีอะไรให้น่ากล่าวถึงจ้าวซื่อมองศพองครักษ์ของหลิ่วตี๋ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นคนที่นางคุ้นหน้าคุ้นตาอย่างไรเสียก็เดินทางด้วยกันมาหลายวันย่อมต้องคุ้นชินกันอยู่บ้าง ทว่าบัดนี้กลับตายไปอย่างน่าอนาถนางทั้งรู้สึกสงสารและเห็นใจ แต่เพื่อบุตรสาวจึงจำต้องอดทนไว้
คนทั้งคู่ช่วยกันถอดเสื้อผ้าศพออกแล้วนำมามัดต่อกันเพื่อทำเป็นเชือกปมเชือกอันหนึ่งหยวนเหล่าเอ้อร์ผูกให้มีลักษณะเหมือนง่ามไม้ เสร็จเรียบร้อยจึงลองดึงเพื่อดูความแข็งแรงของเชือกผ้าเมื่อเห็นว่าใช้ได้แล้วค่อยนำเชือกผ้าอีกด้านผูกเข้าที่เอวของตนเองเชือกที่ผูกเป็นรูปง่ามไม้ผูกกับเชือกเถาวัลย์เพื่อให้ช่วยพยุงตัวเองกับเสาไม้ส่วนอีกด้านผูกกับเสาไม้เอาไว้
ทำเช่นนี้จึงจะปลอดภัย ไม่ว่าเชือกที่เขาผูกกับเชือกเถาวัลย์หรือเสาไม้ล้วนผูกเป็นเงื่อนเป็น เพื่อที่เวลาปีนขึ้นไปปมเชือกจะได้เลื่อนขึ้นตามไปด้วยทำเช่นนี้โอกาสที่จะตกลงมามีน้อย ทั้งยังปลอดภัยสูง ถึงแม้จะเป็นวิธีที่ดูไม่น่าเชื่อถือแต่ในยามที่หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้เขาคิดหาวิธีอื่นไม่ออก เพื่อบุตรสาวแล้วก็ต้องลองเสี่ยงดู
“มารดาเจินเจิน หากข้าเป็นอันใดไปเจ้าแต่งงานใหม่เสีย ข้าจะไม่โทษเจ้าเลย”หยวนเหล่าเอ้อร์ปีนขึ้นไปได้หนึ่งจั้ง ลมก็พัดพาหิมะปลิวมา ส่งผลให้เชือกเถาวัลย์สะบัดไปตามแรงลมนั้นหยวนเหล่าเอ้อร์รู้สึกหวาดกลัวเหลือเกิน ในใจคิดว่าขึ้นมาครั้งนี้คงไม่อาจกลับลงไปได้แน่แล้ว
เขาเพิ่งจะเริ่มมีฐานะ ยังไม่ทันได้เสพสุขแต่กลับต้องมาตายไปไฉนชีวิตถึงได้รันทดเพียงนี้ ยังดีที่มารดาเจินเจินมีชีวิตอยู่ คงได้เสพสุขกับชีวิตในภายภาคหน้านับว่าเป็นโชคดีในโชคร้ายโดยแท้
“เจ้าต้องหาคนที่ดีกับเจ้าแต่งงานแล้วก็มีลูก พอถึงเทศกาลชิงหมิง[1] อย่าลืมบอกให้พวกเขาทำพิธีเซ่นไหว้ให้ข้าด้วยอย่างไรเสียข้าก็เป็นสามีเก่าของเจ้า เขาต้องเรียกข้าว่าพี่ ส่วนบุตรของเจ้าเจ้าก็ต้องให้เรียกข้าว่าพ่อ…”
ประโยคนี้ทำให้จ้าวจินจู้รู้สึกซาบซึ้งตื้นตันใจอย่างมากคนในหมู่บ้านล้วนพูดว่าพี่สาวของเขาเลือกแต่งให้ผิดคน มักบอกกันว่าพี่เขยเป็นคนไม่เอาไหน
คนเหล่านั้นไม่รู้อะไรเลยแม้แต่น้อยคนไม่เอาไหนที่ใดจะยอมเสี่ยงชีวิตไปช่วยบุตรสาวทั้งที่รู้ว่าทำเช่นนี้จะเป็นการเอาชีวิตไปทิ้งและคนไม่เอาไหนที่ใดจะสั่งเสียให้ภรรยาแต่งงานใหม่หลังจากตนเองตายไปแล้วพี่เขยของเขาคือสามีที่ดีที่สุดในใต้หล้าต่างหาก!
จ้าวซื่อร่ำไห้พลางพยักหน้า “ท่านพี่ ท่านวางใจเถิดหากท่านตายข้าจะแต่งงานใหม่ ข้าจะให้สามีและบุตรใหม่ของข้าใช้แซ่ของท่านจะให้บุตรของข้าเรียกท่านว่าพ่อ และให้เรียกบิดาของตนเองว่าอา!”
“ในเมื่อเจ้ารับปากแล้วก็ต้องจดจำเอาไว้ให้ดี หากไม่ทำตามที่รับปากต่อให้เป็นผีข้าก็จะไม่ปล่อยเจ้าแน่!” หยวนเหล่าเอ้อร์ปีนขึ้นไปได้สองจั้งแล้วในเวลานี้เขาเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้าไม่มีแรงยิ่งเงยหน้ามองขึ้นไปแล้วไม่เห็นจุดสิ้นสุดก็ให้รู้สึกผิดหวัง กระนั้นก็ยังฝืนกัดฟันปีนต่อไปและเพื่อลดความหวาดกลัว เขาจึงไม่เงยหน้ามองขึ้นไปด้านบน แต่มองลงด้านล่างแทนสองมือจับเชือกเถาวัลย์ ขาเกาะกับเสาไม้ แล้วค่อยๆ ปีนต่อไป
“เจ้าแม่กวนอิม พระโพธิสัตว์ เง็กเซียนฮ่องเต้ เทพซานชิง[2] และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่บริเวณนี้ได้โปรดช่วยคุ้มครองให้ลูกปีนขึ้นไปช่วยบุตรสาวได้อย่างราบรื่นด้วยเถิด หากสามารถรอดชีวิตกลับมาได้จะให้ลูกจุดธูป โขกศีรษะหรือถวายน้ำมันตะเกียงล้วนได้ทั้งสิ้น…”
“ท่านพ่อ!” ขณะที่หยวนเหล่าเอ้อร์กำลังขอพรกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่นั้น เสียงเรียกที่คุ้นเคยดังขึ้นมาจากด้านบนครั้นเงยหน้าขึ้นมองก็พบกับบุตรสาวที่กำลังไต่เถาวัลย์เชือกลงมา
“ลูกสาวคนดีของพ่อ ช้าๆ ไม่ต้องรีบ!” หยวนเหล่าเอ้อร์เอ่ยกับเจินเจินที่กำลังปีนลงมาอย่างรวดเร็วหากอีกฝ่ายร่วงลงไปจะทำเช่นไร!
เจินเจินไต่เถาวัลย์เชือกลงมาแล้วขี่คอบิดาหยวนเหล่าเอ้อร์เห็นบุตรสาวนั่งได้อย่างมั่นคงดีแล้วจึงกล่าว “เจ้าไม่ต้องกลัวจับพ่อเอาไว้ให้แน่น พ่อจะพาเจ้าลงไปประเดี๋ยวนี้!”
“ท่านพ่อ ปีนลงไปเช่นนี้มันช้า” เจินเจินกล่าวเมื่อเห็นว่าบิดาค่อยๆปีนลงไป ประหนึ่งตัวทากที่กำลังคลานไปข้างหน้าอย่างไรอย่างนั้น
“เช่นนั้นข้าลงไปก่อนนะเจ้าคะ” กล่าวจบเจินเจินเอาตัวไปเกาะที่เสาไม้ก่อนจะกระโดดเอาตัวไปเกาะกับเชือกเถาวัลย์ ด้านล่างหยวนเหล่าเอ้อร์ท่ามกลางเสียงหวีดร้องของจ้าวซื่อที่มองขึ้นมาอย่างตระหนกจากนั้นไต่เชือกเถาวัลย์ลงไปอย่างรวดเร็ว เพียงกะพริบตาก็ลงไปยืนบนพื้นได้อย่างปลอดภัย
หยวนเหล่าเอ้อร์ที่ค้างอยู่กลางอากาศ “…”
เขาก้มมองลงไปด้านล่าง ขาสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว “ฮือๆ สูงเหลือเกินข้าลงไปไม่ได้ ผู้ใดก็ได้ช่วยข้าด้วย! ฮือๆ”
เจินเจินยักไหล่อย่างช่วยไม่ได้ นางเดินไปที่กระเช้า จากนั้นนำเชือกเถาวัลย์ที่ผูกติดกับกระเช้ามาพันรอบไหล่ก่อนจะปีนขึ้นไปอีกครั้งจนถึงตัวบิดาแล้วเอ่ยว่า “ท่านพ่อ ท่านลงมาในกระเช้าเถิดเดี๋ยวข้าพาท่านลงไป”
จากสถานการณ์บิดาช่วยบุตรสาว ทว่าในเวลานี้แปรเปลี่ยนเป็นบุตรสาวช่วยบิดาช่างเป็นความรักระหว่างบิดาและบุตรสาวที่น่าซาบซึ้งเสียนี่กระไร
หมอเทวดาชวีมองเจินเจินซึ่งกำลังพาบิดาลงมา ก็เกิดคำถามขึ้นในใจว่าที่หยวนเหล่าเอ้อร์ทำไปทั้งหมดก่อนหน้านี้เพื่อเหตุใดกัน?
[1] เทศกาลชิงหมิง หรือเทศกาลเช็งเม้ง เป็นวันที่ครอบครัวชาวจีนจะต้องเดินทางไปเยี่ยมหลุมฝังศพของบรรพบุรุษเพื่อทำความสะอาดสุสานและทำพิธีบูชาบรรพบุรุษ ซึ่งการทำพิธีบูชานั้นคือการเผาธูปกระดาษเงินและกระดาษทองไปให้
[2]เทพซานชิงคือสามมหาเทพตามความเชื่อของลัทธิเต๋า ประกอบด้วย หยวนซื่อเทียนจุนหลิงเป่าเทียนจุน และเต้าเต๋อเทียนจุน