ยายเฉินสีหน้าหม่นเดินไปเก็บกองผ้าที่เปรอะเปื้อนฝุ่นขึ้นมาแนบกับอกน้ำตารื้น หลี่ิเดินเข้าไปใกล้เอามือลูบแขนยายเบาๆเชิงปลอบใจ"ยาย! หลานไม่ดีเอง เพราะความวู่วามจึงก่อเื่ร้ายแรงขึ้นมา"เด็กน้อยก้มหน้ารับผิดรู้สึกเสียใจยิ่งนัก ยายเฉินหันมามองหลานชายถอนใจเบาๆ ดวงตาฉายแววอ่อนโยนพลางกล่าวอย่างเมตตา"ช่างมันเถอะ!อาิ มันไม่ใช่ความผิดของหลานหรอก เมื่อถูกรังแกก็ต้องปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเองเอาไว้ จะโทษเ้าได้อย่างไร"ดวงตาของนางดูเหมือนจะเข้มขึ้นเล็กน้อยพลางกล่าวต่อช้าๆว่า"ถ้าจะหาคนผิดละก็ ยายเป็ต้นเหตุทั้งหมดเพราะด้วยสูงวัยแล้ว สายตาจึงฝ้าฟางทอผ้าผิดๆถูกๆ เพียงแต่."ยายเฉินพูดอะไรไม่ออกมันตื้อไปหมดแม้แต่เรี่ยวแรงจะยืนยังไม่มี หลี่ิเห็นยายซวนเซใกล้ล้มจึงเข้าไปประคองให้นางได้นั่งลง
เด็กน้อยเข้าใจอย่างถ่องแท้ ถึงความนึกคิดของยาย ผ้าที่ทอก็ขายไม่ได้แล้วจะกินอยู่อย่างไร จึงคิดอาสา"อย่าเสียใจไปเลยนะยาย ต่อไปนี้หลานจะรับหน้าที่จัดหาอาหารให้เอง ยายไม่ต้องทอผ้าให้ลำบากอีกแล้ว"ดวงตาของหลี่ิเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
เพียงแต่สถานการณ์ในตอนนี้กลับยิ่งแย่คับขันลงไปอีก เนื่องจากภายในเวลาสามวันหากหาเงินมาคืนป้าหลี่ไม่ได้ก็จะถูกเขายึดบ้าน แล้วเราจะไปอาศัยหลับนอนที่ใดยายก็แก่มากแล้วจะทนหิวทนหนาวได้สักกี่วัน เดือนหน้าก็เข้าหน้าหนาวแล้วหิมะแรกของปีคงเริ่มตก หลี่ิคิดถึงเื่นี้ขึ้นมาเขารู้สึกเสียใจและสำนึกผิด ไม่ควรจะวู่วามก่อเื่ราวใหญ่โตเช่นนี้ แล้วนี่จะไปหาเงิน 10 เหรียญทองมาจากไหน
ยายเฉินเมื่อเห็นหลี่ิยืนซึมตาแดงก่ำก็คว้าตัวหลานชายเข้ามากอดแล้วพูดปลอบใจ"ไม่เป็ไร!ไม่ต้องคิดมาก ยายจะไปขอร้องป้าหลี่ดูสักครั้ง ให้ยืดเวลาให้เราอีกสักหน่อยพอให้พ้นหน้าหนาว หากแม้นนางไม่ยอมพวกเราคงต้องหาที่พักในถ้ำพอได้อยู่อาศัย"เด็กน้อยไม่เห็นด้วยกับความคิดนี้'ตัวเราก่อเื่ร้ายแรงเช่นนี้ มีหรือคนชั่วช้าอย่างนางจะยอมเห็นใจ คงคิดรีบเหยียบกระทืบซ้ำให้บี้แบนไปเสียไม่ว่า'แล้วเอ่ยปากขอร้อง
"ยาย อย่าไปอ้อนวอนคนชั่วนั่นเลย ดีไม่ดีอาจถูกนางทำร้ายให้เจ็บตัวก็เป็ได้ "ยายส่ายหน้าไม่เห็นด้วย ถึงอย่างไรก็เป็คนหมู่บ้านเดียวกัน คบหามาเนิ่นนานนับสิบปี คงจะไม่ใจจืดใจดำทำร้ายคนแก่และเด็กได้ลงคอหรอก นางเอามือลูบหัวหลานชายเบาๆด้วยความรักพลางคิดในใจ'อาิยังเล็กนักซ้ำยังมีโรคประจำตัว จะทนอยู่ในถ้ำได้อย่างไร' นางจ้องตาหลี่ิตัดสินใจแน่วแน่แล้วเดินตรงเข้าไปในหมู่บ้าน หลี่ิรู้ตัวดีไม่อาจโน้มน้าวนางได้ เขาจึงขอติดตามไปด้วยแต่ยายเฉินปฎิเสธด้วยเกรงว่าลูกหลานบ้านหลี่จะทำร้ายหลานชายของนาง
∆∆∆∆∆
ป้าหลี่เดินทางมาถึงร้านขายเสื้อผ้าด้วยสภาพาเ็หนักสะบักสะบอมเช่นนี้ ทำให้ลุงหลี่เช่อกับลูกชายหลี่ปิงและหลานชายหลี่เฉิงใเป็อย่างมาก ลุงหลี่จึงให้หลานชายไปตามหมอมาดูอาการและเรียกสาวใช้เข้ามาช่วยพยุงเมียรักเข้าไปที่ห้องพัก สองพ่อลูกต่างสอบถามถึงสาเหตุอาการฟกช้ำดำเขียวตามร่างกาย ป้าหลี่จึงเล่าเื่ราวที่เกิดขึ้นรวมถึงตีไข่ใส่สีให้เห็นถึงความอยุติธรรมที่นางได้รับ หลี่ปิงลูกชายถึงกับเดือดดาลเจ็บแค้นยิ่งนัก
"ไอ้เด็กเลว กล้าทำร้ายแม่ของข้า ท่านแม่ลูกจะจัดการเ้าสารเลวนั่นเอง ท่านไม่ต้องเป็ห่วง"ลุงหลี่รีบห้ามปรามทันทีด้วยรู้ว่าลูกชายของตนเกเรแค่ไหน อายุ 22 ปีแล้วยังไม่เป็โล้เป็พายกลับคบคิดกับบุตรชายของผู้ใหญ่บ้าน ตั้งตัวเป็หัวหน้าอันธพาลคอยเก็บส่วยค่าแผงร้านค้าก่อสร้างบ่อนการพนันขึ้นมา ใช้กลโกงสารพัดจนหลายคนหมดเนื้อหมดตัวต้องขายลูกขายเมียขายที่ดินทำกิน สร้างความเดือดร้อนให้กับหลายหมู่บ้านในแถบนี้ รอไม่นานนักหลานชายก็พาหมอมาดูอาการป้าหลี่ อาการของนางไม่หนักหนามากนักเพียงแต่หลายวันนี้ต้องกินยาหม้อสักสองหม้อแก้อาการฟกช้ำ เมื่อจ่ายเทียบยาเรียบร้อยท่านหมอจึงลากลับ
"ป้าหลี่ อยู่ไหมข้ายายเฉินเอง"เสียงเรียกดังอยู่หน้าร้าน สาวใช้จึงเข้ามารายงานเถ้าแก่หลี่ พอสองพ่อลูกรู้ว่าคนที่มารบกวนหน้าร้านคือยายเฉินจึงพากันออกมาดู
ยายเฉินพอเห็นหน้าเถ้าแก่หลี่ รีบเดินเข้ามาคำนับทันที พลางกล่าวด้วยความเสียใจ"เถ้าแก่หลี่ เนื่องจากเกิดเหตุการณ์เข้าใจผิด"เถ้าแก่หลี่รีบตัดบทกล่าวเสียงห้วน"ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ข้ารู้เื่หมดแล้ว หลานยายอายุยังน้อยหนำซ้ำเป็โรคประจำตัวนอนซมอยู่กับเตียง ข้าจึงนึกเมตตาคอยช่วยเหลือตลอดมา ไม่คิดว่าพอหายดีกลับทำตัวอันธพาลทำร้ายผู้มีพระคุณ หากไม่ใช่เพราะมันอายุยังน้อย ข้าจะจับมันมัดลากตัวไปให้นายอำเภอตัดสินความ"
ยายเฉินหน้าซีดเผือดกำลังจะเอ่ยปากขอผัดผ่อนหนี้ก้อนโต ก็ถูกลูกชายของเถ้าแก่หลี่จับคอเสื้อกระชากยายเฉินเข้ามาใกล้ จ้องมองนางเฒ่าด้วยแววตาอาฆาตราวกับอสรพิษ"ยายแก่หน้าด้าน ข้ารู้อยู่แล้วว่าแกจะพูดอะไร ทำร้ายแม่ของข้ายังไม่พอยังคิดจะมาขอร้องให้ผ่อนผันเื่หนี้สิน หลานชายของแกตอบแทนคนตระกูลหลี่ที่มีบุญคุณกับแกด้วยวิธีนี้อย่างนั้นหรอกเหรอ"
ริมฝีปากยายเฉินรู้สึกชา ไม่สามารถหาคำใดมาเอื้อนเอ่ยได้ "เป็อะไรไป พูดแก้ตัวไม่ออกซินะ" พูดจบจึงตบหน้ายายเฉินอย่างเต็มแรงไปนับสิบที จนยายแก่เืกลบปากหน้าตาบวมเป่งแล้วจับโยนร่างเหี่ยวย่นไปกระแทกกับข้างฝาดังโครมใหญ่ร่วงหล่นกองกับพื้นหัวแตกเือาบหน้าถึงกับสลบไป
เถ้าแก่หลี่ไม่ใช่คนโเี้อะไรแต่มักจะโอนอ่อนตามใจสองแม่ลูกเสมอ ถึงแม้นว่าสิ่งที่ทำนั้นจะเป็สิ่งที่ผิดก็ตาม หลี่ปิงยังคันไม้คันมืออยู่นึกอยากจะอัดยายแก่เพิ่ม แต่ไม่อยากฆ่าคนอย่างเปิดเผยโดยเฉพาะในบ้านของตนเองกลางวันแสกๆเช่นนี้ จึงสั่งให้บ่าวไพร่แบกร่างยายเฉินไปทิ้งให้ห่างจากหน้าร้านขายเสื้อผ้าของบิดาตน เพื่อกันผู้คนครหานินทานั่นเอง ร่างหญิงชรานอนจมกองเืสลบไสลไม่ได้สติเช่นนี้ ทำให้ชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาอดสังเวชไม่ได้จึงพากันแบกร่างของยายเฉินกลับบ้าน ซึ่งถือว่าเป็ความเมตตาของผู้คนในหมู่บ้านแห่งนี้แล้ว