ตอนที่ 18 กลับเมืองเซนต์จูรี่
เมื่อเจมส์วิชใช้ทักษะยุทธ์ออกมาไม่เพียงแต่หัวหน้าโจรเท่านั้นที่ใสองพอลูกการ์เวลและการ์ลอสเองก็ใด้วย มีเพียงอากอร์น ลอลิและเหล่าทหารทั้งแปดสิบนายเท่านั้นที่ไม่ได้แสดงท่าทางใออกมาเพราะพวกเขารู้อยู่แล้วว่าเจมส์วิชใช้ทักษะยุทธ์ได้.....
โดยเฉพาะอากอร์นเขาเองรู้มากที่สุดในกลุ่มแล้วเพราะเขาเป็คนคิดค้นทักษะชุดนี้ขึ้นมาเองกับมือทักษะยุทธ์นั้นเป็ระดับได้สี่ระดับ ได้แก่ ระดับปฐี ระดับนภาระดับดาราและระดับ์ซึ่งทักษะในแต่ละระดับนั้นก็สามารถแบ่งออกตามความแข็งแกร่งั้แ่หนึ่งถึงห้าดาว.....
ทักษะที่เจมส์วิชใช้นั้นมีชื่อว่า “ทักษะแยกปฐี”เป็ทักษะระดับปฐีสองดาวหลังจากที่ใช้ทักษะนี้ออกไปแล้วต่อให้เจมส์วิชมีระดับต่ำกว่าหัวหน้าโจรเขาเองก็สามารถเอาชนะอีกฝ่ายได้ด้วยอานุภาพของทักษะนี้......
เพียงแต่เจมส์วิชยังคงฝึกได้แค่ส่วนกลางเท่านั้นอานุภาพที่เขาแสดงออกมานั้นจึงได้น้อยลงเทียบได้กับทักษะยุทธ์ระดับปฐีหนึ่งดาวหรือสูงกว่าเล็กน้อยเท่านั้น.....
“คิดว่าเ้าเองก็มีทักษะยุทธ์อย่างนั้นรึไอ้หนู!!?ข้าเองก็มี!!”
[ทักษะดาบแล่เนื้อ]
หวืดดดดดด!!
เคร้ง!! เคร้ง!! เคร้ง!!
แกร๊ก!!
และในทันใดนั้นเองเสียงเหมือนกับโลหะที่แตกออกก็ดังขึ้นหลังจากที่ทั้งคู่ใช้ทักษะยุทธ์ของตัวเองเข้าปะทะกันซึ่งที่มาของเสียงแตกนี้ก็คือดาบใหญ่ของหัวหน้าโจรนั้นเอง ดาบของมันค่อยๆราวและมากขึ้นเรื่อยๆ และในที่สุด.....
เพร้ง!!!
ดาบใหญ่ในมือของหัวหน้าโจรก็พลันแตกออกและดาบของเจมส์วิชก็พุ่งผ่านลอคอของมันไปอย่างรวดเร็วความรู้สึกที่ไม่อยากเชื่อปรากฏภายในแววตาของหัวหน้าโจรมันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตัวมันจะมาแพ้ให้กับเด็กที่อายุน้อยกว่ามันแบบนี้.....
“ข้าบอกเ้าแล้วว่าเ้าเองก็จะตายตามลูกน้องของเ้าไปเช่นกัน”เจมส์วิชพูดขึ้นพร้อมกับเก็บดาบของเขาและจ้องมองไปที่หัวหน้าโจรด้วยแววตาภาคภูมิใจ......
อั๊ก!!
ตุบ!!
หัวของหัวหน้าโจรตกลงพื้นและกลิ้งออกไปคลื่นพลังงานภายในร่างกายของหัวหน้าโจรก็พลันรอยออกมาจากร่างของมัน หวืดดดด!!เจมส์วิชก็ไม่รอช้ายื่นมือออกไปและรับเอาพลังของมันมาทันทีและในตอนที่เขารับเอาพลังของหวัหน้าโจรมานั้น......
ตู้มมมมม!!
คลื่นพลังนักรบภายในร่างของเขาก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น แสงรอบๆตัวของเขาที่เดิมเคยเป็สีเหลืองอ่อนมากๆจนแทบจะมองไม่เห็นมันก็เริ่มเข้มขึ้นและสามารถเห็นได้ชัดเจนมากขึ้น......
“ในที่สุดข้าก็เลื่อนมาเป็นักรบขั้นที่สองแล้ว?!”เจมส์วิชกล่าวอย่างดีใจเมื่อรับรู้ว่าตัวเองเลื่อนระดับพลังมาเป็นักรบปฐีขั้นสองแล้วแน่นอนว่าความสามารถต่างๆ ของเขาก็เพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะพละกำลังหรือแม่แต่ทักษะดาบของเขาล้วนเพิ่มมากขึ้น.....
การที่จะสร้างนักรบระดับปฐีขั้นที่สองนั้นไม่ใช่เื่ง่ายเลยสำหรับตระกูลเล็กๆหรือกลุ่มที่ไร้อำนาจอย่างพวกกลุ่มโจร เพราะนักรบคนหนึ่งนั้นจำเป็ต้องมีหินพลังงานช่วยและต้องผ่านการฝึกฝนอย่างหนักไหนจะต้องมีคัมภีร์ทักษะด้วย....
“ในที่สุดก็เลื่อนระดับมาได้แล้วนะ”ทันใดนั้นเสียงของอากอร์นก็ดังขึ้นจากด้านหลังของเจมส์วิชที่กำลังยืนยิ้มอยู่คนเดียว.....
ตุบ!!
“ทั้งหมดเป็เพราะท่านอากอร์นขอรับ”เจมส์วิชคุกเข่าลงหนึ่งข้าวและพูดอย่างนอบน้อมพร้อมกับแสดงออกถึงการขอบคุณต่ออากอร์นที่ทำให้เขามาถึงจุดนี้ได้.....
“เป็เพราะตัวเ้านั้นละหากเ้าไม่ขยันฝึกซ้อมและมุ่งมั่นมากขนาดนี้มันคงเป็ไปไม่ได้ที่เ้าจะสามารถเลื่อนระดับขั้นได้” อากอร์นรู้ว่าไม่ได้เป็เพราะเขาทั้งหมดแต่เป็เพราะชายหนุ่มเจมส์วิชด้วยเขาถึงสามารถเลื่อนระดับได้......
“ตอนนี้ปัญหาทุกอย่างก็เรียบร้อยหมดแล้วพวกเรากลับไปที่หมู่บ้านกันเถอะ อ่า!! อย่าลืมเก็บกวาดสนามรบด้วยละ”
ขอรับ!!
ตอนนี้ก็ดึงมากแล้ว ดังนั้นอากอร์นเลยบอกให้ทุกคนกลับไปที่หมู่บ้านได้และก่อนกลับก็บอกให้พวกเขาจัดการกับสินาด้วย........
เช้าวันรุ่งขึ้น......
“ออกเดินทางได้!!”
เสียงของเจมส์วิชะโดังขึ้นหลังจากที่ทุกคนจัดขบวนเตรียมเดินทางพร้อมแล้ว ตอนนี้ชาวบ้านทั้งหมดภายในหมู่บ้านแรดโดฮอล์ล้วนอยู่ภายในขบวนนี้ทั้งหมดไม่มีใครเหลืออยู่ภายในหมู่เลยสักคนเดียว......
“ท่านการ์เวล ข้ารู้ว่าท่านคิดยังไงกับเื่นี้แต่การที่ท่านและชาวบ้านยังอยู่ที่นี่ก็มีแต่จะถูกพวกโจรโจมตีและปล้นฆ่า”เจมส์วิชหันไปพูดกับการ์เวลที่อยู่ข้างๆ เขาที่แสดงสีหน้าอาลัยอาวอนออกมามองไปที่หมู่บ้านที่ตนเคยอยู่.....
แน่นอนว่ามีหลายคนที่มีความคิดและความรู้สึกเช่นนี้พวกเขาล้วนอยู่ที่หมู่บ้านมาั้แ่เกิด ผูกพันกับที่แห่งนี้มากบรรพบุรุษของพวกเขาเองก็ถูกฝังอยู่ที่นี้ด้วย แล้วจะไม่ให้พวกเขารู้สึกอาลัยอาวอนได้อย่างไร......
“เฮ้อ......ข้าเองก็คิดเอาไว้แล้วว่าวันนี้ต้องมาถึงแต่เป็แบบนี้ก็ดีแล้ว ดีกว่าที่พวกเราต้องถูกจับไปเป็ทาสของพวกโจรชั่วหรือถูกสัตว์ร้ายจับกิน” การ์เวลเข้าใจดีถึงเื่ที่เกิดขึ้นเขาเองก็เป็ถึงหัวหน้าหมู่บ้านยังไงก็ต้องแสดงความเข้มแข็งออกมาให้ชาวบ้านเห็น......
ขบวนเดินทางของอากอร์นก่อนหน้านี้มีคนเพียงแค่ร้อยคนเท่านั้นและยังเป็ทหารดังนั้นจึงใช้เวลาเดินทางไม่นานแต่ขากลับนั้นมีพวกชาวบ้านมาเพิ่มอีกจำนวนมากทั้งเด็กและคนชราดังนั้นการเดินทางกลับในครั้งนี้จึงจำเป็ที่จะต้องใช้เวลามากกว่าเดิม......
กลับมาที่เมืองเซนต์จูรี่......
สองอาทิตย์ผ่านไป......
ในตอนนี้กำแพงและประตูเมืองถูกซ่อมแซมจนกลับแข็งแรงแล้วและยังแข็งแกร่งกว่าเดิมด้วยซ้ำ นอกจากกำแพงและประตูแล้วเรเว่นยังได้สั่งสร้างหอสังเกตการณ์และหอคอยบาเลสต้าตัวใหญ่เอาไว้ด้วยอีกสิบหอซึ่งทั้งหมดใช้เงินไปมากกว่าหนึ่งล้านห้าแสนเหรียญเงินทีเดียว......
แต่หากพูดถึงความคุ้มค่าแล้วถือว่าคุ้มค่ามากเพราะบาเลสต้าทั้งสิบตัวนั้นมีอานุภาพสูงมากสำหรับการจัดการกับสัตว์ร้ายระดับสองหรือสามนอกจากนี้แล้วเร่เว่นยังได้จัดซื้อของใช้ที่จำเป็อีกจำนวนมากที่เกี่ยวกับการทหารซึ่งใช้เงินไปอีกห้าแสนเหรียญเงิน......
นอกจากอุปกรณ์การทหารแล้วเรเว่นยังได้ใช้เงินไปอีกห้าแสนเหรียญเงินสำหรับค่าจ้างคนมีความสามารถในด้านต่างๆมาประจำการที่เมืองด้วย และก็ใช้เงินไปอีกห้าแสนเหรียญเงินสำหรับจ้างทหารเพิ่มอีกสองพันคน......
รวมๆ แล้วเรเว่นใช้เงินไปราวๆ สามล้านเหรียญเงินได้ซึ่งถือว่าเป็จำนวนเงินที่ไม่น้อยเลยสำหรับตระกูลหรือเมืองขนาดเล็กแต่สำหรับตระกูลใหญ่ๆ หรือเมืองใหญ่ๆแล้วจำนวนเงินแค่นี้ไม่ได้อยู่ในสายตาของพวกเขาเลย.....
และในวันนี้เองที่สุดขอบเขตของป่านอกเมืองก็มีเงากลุ่มคนกำลังเคลื่อนตัวออกมาช้าๆและเมื่อมองดูให้ดีๆก็จะพบว่าเป็กลุ่มของอากอร์นที่ได้ออกไปรับคนจากหมู่บ้านแรนโดฮอล์นั้นเอง.....
“ท่านเรเว่นขอรับท่านอากอร์นกับทหารทั้งร้อยนายและท่านเจมส์วิชกลับมาแล้ว!!”
เสียงของทหารที่อยู่บนหาสังเกตการณ์ะโขึ้นหลังจากที่เขาใช้กล้องส่องทางไกลมองเห็นอากอร์นและกลุ่มทหารที่เดินตามเขามานอกจากนั้นที่ด้านหลังยังมีชาวบ้านจำนมากอยู่ด้วย.....
“สำเร็จแล้วสินะ ยังเป็คนที่มากความสามารถไม่เปลี่ยนไปเลย”เรเว่น่งเสียงพูดขึ้นพร้อมกับยิ้มที่มุมปากของเขาด้วยความชื่นชมและเคารพต่ออากอร์น......
“เปิดประตูเมืองให้กับท่านบารอนเร็ว!!”
ขอรับ!!
แอ๊ดดดดด!!
ตุบ!!
ประตูเหล็กบานใหญ่ค่อยๆ เปิดออกและสะพานไม้เสริมเหล็กที่ถูกดึงขึ้นไว้ก็หย่อนลงมาที่พื้นพร้อมกับกองทหารจำนวนหนึ่งวิ่งออกมาตั้งแถวอย่างเป็ระเบียบโดยมีเรเว่นแรมโบ้ ฮอล์สัน วิลเลี่ยม เจนนี่และเจสสิก้าที่ยืนอยู่หน้าสุดของเหล่าทหาร.......
ตุบ!!
“คารวะท่านบารอน!!”
ทั้งหกคนและเหล่าทหารต่างพากันส่งเสียงทักทายอากอร์นอย่างพร้อมเพรียงจนทำให้เสียงทักทายนี้ดังไปทั่วบริเวณนั้นเลยนอกจากทหารแล้วยังมีชาวบ้านภายในเมืองออกมาต้อนรับพวกเขาด้วยและชาวบ้านเ่าั้ก็พากันกล่าวทักทายอากรอ์นเช่นนั้น.....
“ท่านอากอร์น!!”
“ท่านบารอนอากอร์น!!”
สีหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยความปีติยินดีอย่างมากเมื่อพวกเขาเห็นอากอร์นกลับมาอย่างปลอดภัยแถมยังมีกลุ่มชาวบ้านจำนวนมากกลับมาด้วย......
“นี่คือเมืองเซนต์จูรี่ที่ใกล้จะล่มสลายจริงๆ หรือเนี่ย?”
“ไม่อยากจะเชื่อเลยเพียงแค่ไม่นานก็สามารถฟื้นฟู่ได้ขนาดนี้แล้ว”
“ดูชาวบ้านพวกนั้นสิ พวกเขาดูดีมาก ไม่เหมือนกับคนที่หมดหวังและสิ้นหวังเลย”
เหล่าชาวบ้านและสภาหมู่บ้านต่างก็พากันพูดถูกสิ่งที่พวกเขาเห็นที่เบื้องหน้าไม่ว่าจะกำแพงเมือง หอคอยรบ หอคอยสังเกตการณ์หรือชาวบ้านที่ออกมาต้อนรับสิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เรียกได้เป็สิ่งที่พวกเขาไม่คาดคิดมากก่อน......
ในตอนแรกพวกเขาคิดว่าเมืองเซนต์จูรี่คงจะมีสภาพแย่กว่านี้ผู้คนที่อยู่ในเมืองเองก็เช่นกันแต่ภาพที่พวกเขามันทำให้หัวใจของพวกเขาเต้นแรงขึ้นอย่างตื่นเต้นและยินดีเพราะการที่ได้อาศัยอยู่ภายใต้กำแพงที่แข็งแกร่งแบบนี้พวกเขาก็มั่นใจได้ถึงความปลอดภัยของพวกเขาเอง......
“เพียงแค่ครึ่งเดือนกว่าๆ ก็สามารถพัฒนาได้ขนาดนี้แล้วช่างยอดเยี่ยมจริงๆ”อากอร์นมองดูกำแพงเมืองและประตูเมืองที่ถูกซ่อมแซมและปรับปรุงใหม่รวมถึงหอคอยสังเกตการณ์และหอคอยรบที่สิบหอแล้วก็อดที่จะยิ้มออกมาอย่างดีใจไม่ได้.....
“ท่านอากอร์นคงเดินทางมาเหนื่อยข้าได้ให้คนจัดเตรียมห้องพักไว้ให้ท่านแล้วขอรับ”เรเว่นก้าวออกมาด้านหน้าพร้อมกับโค้งตัวให้อากอร์นเล็กน้อยละพูด.....
“อือ.....เช่นนั้นข้าก็ฝากท่านจัดการกับชาวบ้านเหล่านี้ด้วยและนี้คือท่านการ์เวล เขาคือหัวหน้าหมู่บ้านแรนโดฮอล์และลูกชายของเขาการ์ลอส”อากอร์นหันไปแนะนำทั้งสองพ่อลูกให้เรเว่นรู้จักก่อนจะกล่าวต่อว่า“และนี้คือท่านเรเว่นอัศวินคนสนิทของข้าเอง”
“ทักทายท่านเรเว่น ข้าการ์เวลแรนโดฮอล์ยินดีที่ได้พบท่าน”การ์เวลรู้ว่าเรเว่นแข็งแกร่งมากและรับรู้ได้ถึงความน่าเกรงขามจากเขาตนเลยไม่รอช้าที่จะกล่าวคำทักทายก่อน.....
“ทักทายท่านเรเว่น ข้าการ์ลอส แรนโดฮอล์บุตรชายของท่านพ่อการ์เวลขอรับ”การ์ลอสเองก็รีบกล่าวทักทายเรเว่นอย่างเคารพเช่นกัน.....
“ข้าเรเว่น ไลอ้อนอัศวินข้ารับใช้ของท่านอากอร์นและของตระกูลไลอ้อนยินดีที่ได้รู้จักทั้งสองคนและยินดีต้อนรับสู้เมืองเซนต์จูรี่”เรเว่นยิ้มเล็กน้อยแล้วกล่าวทักทายทั้งสองคนกลับไปอย่างเป็กันเอง......
หลังจากที่กล่าวทักทายเสร็จแล้วอากอร์นก็กลับไปที่ปราสาทของเขาพร้อมกับคนที่เหลือ ส่วนการ์เวลการ์ลอสและชาวบ้านจากหมู่บ้านแรนโดฮอล์ทั้งหมดนั้นเป็หน้าที่ของเรเว่นในการนำทางพวกเขาไปยังสถานที่อยู่ของพวกเขาซึ่งได้ถูกจัดเตรียมเอาไว้ให้แล้ว.....