“เอาผิงกั๋วมาให้ข้าเดี๋ยวนี้เ้าเด็กสารเลว” เสียงก่นด่าพลางแกะมือน้อย ๆ ออกจากผลผิงกั๋วที่หลานชายกำมันเอาไว้แน่นด้วยความโมโหเพราะอีกฝ่ายขัดขืนนางจึงลงมือผลักไหล่เ้าตัวจนเด็กน้อยล้มลงไปบนพื้นดิน
“ท่านยายเอาคืนข้ามานะขอรับนี่มันของท่านพ่อของข้านะ” หลานชังวัยแปดปีอย่าง ‘หยางเทียนหรง’ไม่ยินยอมจึงเกิดการแย่งชิง แต่แรงอันน้อยนิดของเด็กน้อยมันจะสู้แรงของยายเฒ่าแสนอ้วนท้วมได้อย่างไรกัน
พลักตุบ
“โอ้ยฮึก”
“ให้ข้ามาั้แ่แรกก็สิ้นเื่แล้ว”ยายเฒ่าไม่ได้ใส่ใจเลยแม้แต่น้อยว่าหลานชายตรงหน้าจะเ็ปที่ใดนางสนแค่เพียงผลไม้ลูกโตนี่เท่านั้น
“แต่ผิงกั๋วผลนั้นข้าเก็บมันมาให้ท่านพ่อไม่ใช่ท่านยายนะขอรับ”เด็กน้อยยังคงไม่ยินยอม และพยา
ยามลุกขึ้นเพื่อที่จะ่ชิงกลับคืนมาด้วยมันเป็อาหารมื้อเย็นของบิดาเ้าตัวน้อยไม่สามารถมอบมันให้บ้านใหญ่ได้อีกต่อไป
“เพ้ยเดี๋ยวนี้เ้ากล้าปากเก่งกับข้าเรอะเ้าเด็กสารเลว สงสัยอยากจะลองดี อาหลางไปเอาท่อนไม้มาให้ข้าวันนี้ข้าจะสั่งสอนเด็กเลวนี่ให้รู้สำนึกว่าควรนึกถึงผู้ใดเป็คนแรก หากหาอาหารมาได้”เมื่อเห็นว่าหลานชายต่อต้าน นางจึงให้หลานชายอีกคนหาไม้มาเพื่อลงโทษให้รู้สำนึก
“ขอรับท่านยาย”อันซือหลางหลานชายอีกคนของสกุลอันหัวร่อด้วยความชอบใจ แล้ววิ่งไปเอาท่อนไม้ที่วางอยู่ไม่ไกลมาให้ผู้เป็ยายทันที
“หากทุบตีข้าแล้วท่านยายจะคืนผิงกั๋วมาให้ข้าใช่หรือไม่ขอรับ” เด็กน้อยน้อมรับการทุบตีแต่แลกกับการที่ผู้เป็ยายต้องคืนผิงกั๋วลูกนั้นกลับมาให้แก่ตนเองแม้จะต้องนั่งคุกเข่าจนเ็ปรวดเร้าก็ตาม
“เหตุใดข้าต้องคืนให้เ้าในเมื่อผิงกั๋วผลนี้มันเป็ของข้าแล้ว ข้าจะเก็บไว้ให้อาหลางกิน”ยายเฒ่ายังคงไม่ใส่ใจอีกทั้งยังคิดที่จะให้เด็กน้อยตรงหน้าออกไปหาผลไม้มาให้ตนเองเพิ่มอีกด้วยมีเพียงแค่ผลเดียวเท่านี้มันจะไปอิ่มได้อย่างไรกัน เ้าหลานโง่งม
“ไม้มาแล้วขอรับท่านยาย”
‘โจวซือเหยียน’ หรือยายเฒ่าโจวรับไม้มาแล้วยื่นผิงกั๋วให้แก่หลานชายคนโปรดจากนั้นจึงหันมาทุบตีหลานชังด้วยความโมโหร้ายทันที โดยไม่ได้สนใจเลยว่าเด็กน้อยจะเ็ปมากเพียงใดกับการกระทำของผู้ที่เรียกตนว่ายาย
ตุบตุบ ตุบ
“ท่านยายใจร้ายโอ้ย ข้าเจ็บนะขอรับ ฮึก ท่านยาย อย่าทำข้า” หยางเทียนหรงกรีดร้องด้วยความเ็ปเพราะผู้เป็ยายไม่ออมมือเลยแม้แต่น้อยอีกฝ่ายทุบตีราวกับ้าให้ตนเองนั้นตายจากเสียให้ได้
“ร้องเข้าไปร้องให้ดังกว่านี้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ผู้ใดใช้ให้พวกเ้าสองพ่อลูกพรากลูกสาวคนเล็กของข้าไปกันเ้ามันสมควรตายตามลูกสาวของข้าไปเ้าเด็กอัปมงคล” ยายเฒ่าโจวยังคงทุบตีพลางก่นด่าไปถึงบิดาของหลานชายคนนี้ที่ทำให้ลูกสาวของนางตายแต่ตัวมันเองกลับรอดมาได้ แม้จะสูญเสียดวงตาไปก็ตามแต่มันก็ทดแทนความเสียใจของนางไม่ได้
หนทางความรุ่งโรจน์ของสกุลอันห่างเพียงแค่เอื้อมมือแต่ลูกเขยไร้ค่ากลับพังมันจนความหวังของนางสูญสิ้น
น่าตายนัก
“ข้าตายตามท่านแม่ไปไม่ได้นะขอรับข้าต้องดูแลท่านพ่อ ฮึก ท่านยายพอแล้ว”เด็กน้อยขอร้องพร้อมปัดป้องไม้ที่ยังคงทุบตีตนอยู่อย่างนั้นจนตอนนี้ตามเนื้อตัวมีแต่าแช้ำเต็มไปหมดชาวบ้านต่างไม่มีผู้ใดกล้าข้องเกี่ยวเพราะสกุลอันมี ‘อันฉีหลิง’ เป็ถึงหัวหน้าของหมู่บ้านแห่งนี้ที่มีอำนาจมากที่สุด
ในทุกวันจะมีเสียงกรีดร้องด้วยความเ็ปของเด็กน้อยดังออกมาเสมอแม้อยากจะช่วยเหลือแต่ก็หวาดเกรงด้วยลูกสาวคนโตของหัวหน้าหมู่บ้านนั้นมีนิสัยโหดร้ายชอบทุบตีคนแม้แต่หลานตนเองก็ไม่เว้น
“พอแล้วขอรับท่านยายข้าเจ็บ ฮึก”
“จงตายไปเสียเถอะเ้าเด็กโง่”สองมือเหี่ยวย่นยกท่อนไม้ง้างขึ้นแล้วทำการทุบตีไปที่ศีรษะและลำตัวของหลานชายด้วยความเกลียดชังจนกระทั่งเด็กตรงหน้าแน่นิ่งไป
“ไม่”
และนั่นคือประโยคสุดท้ายที่เด็กน้อยเอ่ยออกไปที่ภาพตรงหน้าจะมืดดับไปพร้อมกับดวงิญญาที่ล่องลอยออกจากร่าง
จิตสำนึกสุดท้ายคือตนต้องดูแลบิดาที่ตาบอดแต่อนิจจาร่างกายทนต่อการทุบตีไม่ไหว หยางเทียนหรงจึงตายจากไปในวัยแปดปี