“คุณลูสครับ เราจับตัวคนของเฟดเดอริค ที่มาคอยแอบตามคุณญาตาวีกับคุณชมพูนิกข์ได้ครับ”
อัลเฟรนรายงานผู้เป็นเจ้านายมาตามสาย เมื่อรับรู้ว่าชายหนุ่มได้กดรับสาย โทรศัพท์มือถือยี่ห้อดังรุ่นใหม่รุ่นใหม่ล่าสุด
“แล้วตอนนี้กุ้งกับคุณนิกข์โอเคหรือเปล่า!!??”
ลูสถามบอดี้การ์ดคนสนิท ด้วยความอดเป็นห่วงผู้หญิงทั้งสองคนไม่ได้ ถึงจะรู้ว่ายังไงเสีย บอดี้การ์ดของเขาก็ดูแลรักษาความปลอดภัย หญิงสาวทั้งสองคนอย่างดีเยี่ยมตามคำสั่งของเขาอยู่แล้ว แต่กระนั้นก็ยังอดเป็นไม่ได้อยู่ดี
“คุณญาตาวีกับคุณชมพูนิกข์ปลอดภัยดีครับ ตอนนี้กำลังนั่งรับประทานอาหารกันอยู่กับเพื่อนๆ ครับ”
อัลเฟรนรายงานให้ลูสได้รับฟังมาอีก
“อืมดี!! ถ้างั้นให้เอาตัวคนของไอ้เฟดเดอริคที่จับได้ ไปไว้ที่โกดัง ฉันกับกรจะไปที่นั่น”
ลูสกล่าวจบก็กดวางสายบอดี้การ์ดคนสนิท ดีนะที่ลูสได้ให้คนของเขาทั้งตามญาตาวีไปติดๆ และทั้งแอบตามอยู่ห่างไม่ให้รู้ตัว คือแบบว่าให้คอยตามระแวดระวังไม่ให้คาดสายตา ยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอมกันเลยทีเดียว หากไม่ทำอย่างงั้น เขาคงจะจับตัวคนของเฟดเดอริคไม่ได้อย่างนี้
ในวันนี้ลูสก็ไม่เข้าใจญาตาวีจริงๆ ว่าทำไมถึงได้ดื้อรั้นไม่ยอมให้เขาไปข้างนอกกับเธอด้วย บอกแต่เพียงว่า ‘เป็นเรื่องของผู้หญิ๊ง ผู้หญิง ที่พวกผู้ชายไปด้วยไม่ได้’ ขนาดว่าเขาทำเสียงแข็งไม่ยอมแล้วนะ เธอก็ยังไม่ยอมมากกว่าเขาเสียอีก และแถมยังพูดแต่ ‘ไม่ให้ไปด้วย’ อย่างเดียวเลย
จนในที่สุดลูสก็ต้องยอมตามใจญาตาวีไปอย่างนั้น เพราะไม่อยากให้หญิงสาวแง่งอนมากไปกว่านี้ ดูท่าหากไม่ยอมตามใจ คงจะมีงอนไปแบบยาวๆ ที่ชายหนุ่มยอม ไม่ใช่ว่าจะกลัวคนตัวเล็กหรอกจะ คนอย่างเขาไม่เคยกลัวอะไรหรือใคร แต่ที่ยอมลงให้อย่างนี้ ก็เพราะเขาเกรงใจเท่านั้นเองหรอก!!
“นายเป็นอะไรวะ!!?? ถึงได้เอาแต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างนี้ ปกติฉันเห็นแต่นายชอบทำหน้าตึงอยู่ตลอดเวลา”
ลูสเผลอคิดไปถึงเรื่องที่โต้เถียงโต้แย้งกับญาตาวี เมื่อเช้าที่เขาทั้งสองคนอยู่กันในห้องนอน ก็เผลออมยิ้มออกมา จึงถูกกฤษกรถามขึ้นอย่างสงสัย
ซึ่งกฤษกรก็ถูกห้ามไม่ให้ไปกับผู้หญิง อันเป็นที่รักทั้งสองคนนั้นเหมือนกัน และกฤษกรก็ทำอะไรไม่ได้เหมือนลูสเช่นกัน เพราะมีความเกรงอกเกรงใจภรรยาสุดที่รักเป็นที่สุด ชายหนุ่มทั้งสองจึงแกล่วกันอยู่ที่บ้านอย่างเซ็งๆ จึงทำงานของใครของมันไป
จนกระทั่งอัลเฟรนโทรมารายงานให้ลูสได้รับฟัง พอรายงานจบและวางสายไป กฤษกรก็เดินออกจากห้องทำงาน เพราะอดรนทนไม่ไหว ที่จะนั่งทำงานอย่างใจเย็นอยู่อย่างนั้น เพราะภายในใจอดรนทนเป็นห่วงหญิงสาวอันเป็นที่รักทั้งสองคนที่ออกไปข้างนอกไม่ไหว กฤษกรจึงเดินมายังห้องนั่งเล่นที่ลูสนั่งอยู่ และก็ทันได้เห็นปฏิกิริยาของลูสนี่แหละ
“อะไร!! ฉันไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย นายมาก็ดีแล้ว บอดี้การ์ดของฉัน จับตัวคนของไอ้เฟดเดอริคที่มันให้มาติดตามกุ้งได้ ฉันจึงให้เอาไปไว้ที่โกงดัง ที่นายเคยบอกฉันไว้ เดี๋ยวเราไปง้างปากมันกัน ดูสิมันจะยอมเผยที่อยู่ของไอ้เฟดเดอริคไหม!!”
ลูสหุบยิ้มลงไปในทันที เมื่อได้ยินเพื่อนแซวมาอย่างนั้น พร้อมกับทำสีหน้าเรียบตึงตามแบบฉบับของตัวเองตามเดิม ทั้งได้เข้าเรื่องที่อัลเฟรน ได้รายงานมาก่อนหน้านี้ให้เพื่อนได้ฟังทันที
“แล้วกุ้งกับนิกข์เป็นยังไงบ้าง?”
กฤษกรรู้สึกเป็นห่วงคนทั้งสองมากขึ้นกว่าเดิมเข้าไปอีก จึงได้ถามด้วยน้ำเสียงจริงจังและร้อนรนใจ
“กุ้งกับนิกข์ปลอดภัย บอดี้การ์ดของฉันดูแลพวกเธอเป็นอย่างดี ไม่ต้องห่วง บอดี้การ์ดของฉันต้องดูแล อย่างสุดความสามารถอยู่แล้ว”
ลูสบอกกล่าวแก่กฤษกรเพื่อให้คลายความเป็นห่วงลงไป ซึ่งลูสก็รู้แหละว่าเพื่อน เป็นห่วงหญิงสาวทั้งสองคนมากถึงมากที่สุด ลูสก็เป็นห่วงไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันหรอก
“โอเค!! งั้นเราไปโกดังกันเลย”
กฤษกรตอบรับคำพูดของลูสก่อนหน้านี้ แล้วชายหนุ่มทั้งสองก็พากันเดินออกจากห้องนั่งเล่น ตรงไปยังหน้าบ้าน พอคนขับรถและบอดี้การ์ดที่ยืนอยู่แถวนั้น เห็นชายหนุ่มทั้งสองเดินมา ก็ต่างหันไปมองเพื่อรอรับคำสั่ง และพอได้รับคำสั่ง ก็รีบเร่งทำหน้าที่ของใครของมันอย่างไม่รอช้า
๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙