“รีบจัดการพวกมันให้หมดแล้วตามหัวหน้าไป”
เสียงกระทบของเหล็กกล้าดังขึ้นทั่วทุกสารทิศ เป็เหตุการณ์ปะทะกันของคนหลายกลุ่ม เกิดความชุลมุนวุ่นวายทั่วทุกบริเวณ มีทั้งทหารกล้าที่เป็มนุษย์ธรรมดา เหล่านักล่า และพวกมอนเตอร์หลายเผ่าพันธุ์เข้าต่อสู้กันอย่างดุเดือด เหตุการณ์ดำเนินไปราวหนึ่งชั่วโมง ฝ่ายมอนเตอร์ก็เป็ฝ่ายถูกพวกทหารและนักล่าไล่ฆ่าอยู่เพียงข้างเดียว หากยังเป็เช่นนี้ต่อไปการปะทะครั้งนี้คงจะใกล้ถึงจุดสิ้นสุดในไม่ช้า
“มารี ระวังด้านหลัง!”
“ฉัวะ ฉึก”
“พวกมันเหลือไม่กี่ตัวแล้ว บุกทะลวงเข้าไป ฆ่าพวกมันให้หมด”
เสียงโห่ร้องฝ่ายนุษย์ดังขึ้นกระหึ่ม พวกเขาวิ่งเข้าไปหาเหล่ามอนเตอร์ที่เหลือกำลังเพียงน้อยนิด คมดาบได้ทำหน้าที่ของมันอย่างเต็มที่ ฟาดฟันผ่านร่างกายของมอนเตอร์ตัวแล้วตัวเล่า ปลายหอกแหลมทะลุผ่านร่างของหมีใหญ่อย่างง่ายดาย นักล่าที่เห็นว่าพวกตนกำลังได้เปรียบก็ได้ใจ วิ่งนำหน้าบรรดาทหารไปอย่างรวดเร็ว พวกเขาสังหารเป้าหมายได้มากมาย จนตอนนี้เหลือศัตรูเพียงไม่กี่ตัว
ในบรรดามอนเตอร์ที่เหลืออยู่ ตัวที่ยืนอยู่ด้านหลังสุดคงจะเป็ตัวหัวหน้า มันมีรูปร่างคล้ายมนุษย์เพศหญิง แต่ก็มีเพียงรูปร่างเท่านั้นที่ละม้ายคล้ายคลึง ใบหน้าของมันไร้สมมาตรมีแต่ความอัปลักษณ์ ดวงตาของมันสีดำมืดสนิท มองดูแล้วให้ความรู้สึกน่ากลัวเป็อย่างยิ่ง ขนาดตัวที่ใหญ่โตราวกับช้างสารทำให้มันน่าสะพรึงขึ้นไปอีก ด้านหน้าของมันยังมีมอนเตอร์อยู่อีก 6 ตน ประกอบไปด้วย อสูรวัว อสูรสองหัวแปดแขน หัตถ์ปีศาจ ซอมบี้ อสรพิษแดง และสุดท้ายมารทารก
หัวหน้าอสูรกายได้คำรามเสียงดังเป็สัญญาณให้พวกที่เหลือเตรียมรับการโจมตีจากศัตรู นักล่าที่ใช้ดาบคู่เป็อาวุธเป็คนบุกเข้ามาพร้อมกับนักล่าที่ใช้คาตานะ ทั้งสองได้เข้าปะทะกับอสูรวัว ด้านหลังก็ตามมาด้วยนักล่าราวอีกสิบคน เสริมกำลังด้วยกองทัพของทหารกล้า คมดาบ หอกแหลม ห่าฝนธนูได้โจมตีใส่พวกมอนเตอร์อย่างต่อเนื่อง อสรพิษแดงเป็ตัวแรกที่ถูกสังหารไป ตามด้วยอสูรสองหัวแปดแขน ด้วยกำลังพลที่มีจำนวนต่างกันมาก ต่อมาเหล่ามอนเตอร์ที่เหลือก็ถูกสังหารจนหมด รวมไปถึงตัวหัวหน้า
“นี่นะเหรอสิ่งตอบแทนสำหรับข้า”
“คีย์ ซอมบี้มันยังไม่ตาย รีบจัดการมันเร็ว”
“ฉึก ฉับ ฉึก ฉัวะ”
เหล่านักล่าที่ได้ยินต่างก็พุ่งตัวไปหาร่างของซอมบี้ที่กำลังนอนหายใจรวยริน มือข้างหนึ่งยกขึ้นไปบนท้องฟ้าทำท่าคล้ายกำลังไขว้คว้าบางสิ่ง ทหารกล้าและเหล่านักล่าต่างส่งศาสตราวุธที่อยู่ในมือไปยังร่างของมอนเตอร์ซอมบี้ตนนั้นอย่างไร้ความปราณี คมดาบหลายเล่มตัดร่างซอมบี้ออกเป็หลายส่วน ปลายแหลมของหอกได้เข้าไปฝังในร่างนับหลายสิบด้าม นักล่าที่ดูเหมือนจะเป็หัวหน้าได้ยกดาบใหญ่ขึ้นก่อนที่ลงคมไปบริเวณคอของซอมบี้ตนนั้น
“ฉับ!”
ศีรษะได้แยกออกจากร่างหลุดกระเด็นกลิ้งไปหยุดที่เท้านักล่าอีกคน วาระสุดท้ายเห็นเพียงค้อนั์ที่กำลังใกล้เข้ามา “อั๊ค” ศีรษะแหลกละเอียดทันทีเมื่อค้อนั์ลงมาปะทะ จิตสุดท้ายของเธอนั้นแฝงไปด้วยความรู้สึกหลายๆอย่างปะปนกัน ความแค้น ความโศกเศร้า และความกลัว มีเพียงความรู้สึกด้านลบไร้ซึ่งความรู้สึกแห่งความสุข ก่อนที่จิตของเธอจะดับสูญ เธอก็ได้หวนนึกถึงชีวิตตอนที่ยังเป็มนุษย์
“ย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว”
ดาวเคราะห์ที่มีชื่อว่า “ไททิเนีย” เป็โลกแฟนตาซี ประชากรในโลกนี้สามารถใช้เวทมนตร์ในการดำรงชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ ซึ่งประกอบไปด้วยเวทมนตร์แขนงต่างๆมากมาย
ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่งที่มือชื่อว่า “หมู่บ้านฮัน” เป็หมู่บ้านเล็กๆที่ตั้งอยู่ห่างจากเมืองหลวงไม่ไกลนัก มีจำนวนประชากรอาศัยอยู่ประมาณหนึ่งร้อยคน ผู้คนที่นี่ดำเนินชีวิตกันอย่างเรียบง่าย ส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพเกษตร ปลูกผัก ปลูกหญ้า เลี้ยงสัตว์ จะมีเพียงไม่กี่คนที่มีความสามารถทางเวทมนตร์โดดเด่นผันตัวไปเป็ทหารรับจ้างหรือนักล่า
ชื่อของหมู่บ้านฮันเป็ที่เลื่องชื่อโด่งดังไปไกล เป็เพราะประชากรของหมู่บ้านนี้จะมีรูปร่างหน้าตางดงามราวเทพเซียน ไม่ว่าจะเป็บุรุษหรือสตรี แต่จะมีชายหญิงคู่หนึ่งที่มีรูปโฉมงดงามโดดเด่นกว่าใครๆ “เซล่า” ลูกสาวหัวหน้าหมู่บ้าน และ “เอเรส” ลูกชายของเอรอส ซึ่งเป็รองหัวหน้าหมู่บ้าน เซล่าและเอเรสได้ถูกหมั้นหมายกันั้แ่ยังอยู่ในครรภ์ ทั้งสองเป็เพื่อนเล่นกันั้แ่วัยเยาว์ ผ่านวัยต่างๆเติบโตขึ้นมาด้วยกัน เซล่าเป็คนที่ร่าเริงสดใสอยู่เสมอ จิตใจดีมีเมตตา ชอบช่วยเหลือผู้อื่นอยู่เสมอ ส่วนเอเรสนั้นจะเป็คนที่มักใหญ่ไฝ่สูง มักจะแสดงอารมณ์ฉุนเฉียวออกมาตลอด แต่เขาก็รักเซล่าและดูแลกันเสมอมา จนถึงเวลาที่เหมาะสมทั้งสองก็ได้ตกลงแต่งงานกัน
สองชายหญิงดำเนินชีวิตรักเต็มไปด้วยแต่ความสุข จนเวลาผ่านไปประมาณหนึ่งปี ตลอดเวลาที่ผ่านมาเซล่ากระทำตัวเป็ภรรยาที่ดีต่อสามีเสมอมา ส่วนเอเรสนั้นแตกต่างออกไป เมื่อได้เซล่าเป็ภรรยาแล้ว ใน่แรกเอเรสมีแต่ความรักให้ แต่พอเวลาผ่านไปเข้าสู่ปีที่ 2 เอเรสก็เริ่มเปลี่ยนไป เขาเริ่มไม่ทำงานทำการ ปล่อยให้ผู้เป็ภรรยาเป็ฝ่ายหาเลี้ยงตน แต่เซล่าก็ไม่ได้ว่ากล่าวอะไร เธอผู้ซึ่งมีพร์ด้านเวทมนตร์เป็อันดับต้นๆของหมู่บ้านได้ผันตัวไปเป็ทหารรับจ้าง งานส่วนใหญ่จะเป็การคุ้มครองคณะเดินทาง รวมไปถึงการทำาต่างๆ ค่าตอบแทนที่ได้จากการเป็ทหารรับจ้างนั้นเพียงพอที่ตนจะนำไปดูแลครอบครัวและเอเรสได้
จนเวลาผ่านไปราวสามปี ในขณะที่เซล่ากลับมาจากการทำงานตามปกติ หลังจากที่ทำความสะอาดร่างกายเสร็จแล้ว ก็ขึ้นบ้านมาเตรียมตัวกินอาหารกับเอเรส วันนี้เซล่าแปลกใจเล็กน้อยเป็เพราะว่าเอเรสนั้นได้เตรียมอาหารไว้แล้ว เดิมทีจะเป็เธอเองที่ต้องเป็คนจัดเตรียม แต่เธอก็ไม่ได้เอะใจอะไรกลับมองโลกในแง่ดี คิดว่าเอเรสคงอยากจะเปลี่ยนตัวเองให้ดีขึ้น ทั้งสองกินอาหารกันอย่างมีความสุข ด้วยความเหน็ดเหนื่อยจากงานหลังกินอาหารเสร็จ เซล่าก็ขอตัวเข้าห้องไปนอนพักผ่อนก่อน
ค่ำคืนเวียนผ่านไปเช้าวันใหม่ก็มาถึงอีกครั้ง เซล่าลืมตาขึ้นก็พบกับแสงสว่างจ้าที่เกิดจากเปลวไฟ ขณะนี้เธอกำลังถูกมัดตรึงไว้กับเสาไม้กลางหมู่บ้าน ใต้เท้าเต็มไปด้วยกองฝืนกองฟางที่กำลังถูกเผา เธอไม่เข้าใจกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับตน มองตรงไปด้านหน้าพบว่าเอเรสกำลังยืนเคียงคู่กับหญิงอ้วนคนหนึ่งที่มีหน้าตาอัปลักษณ์ รอบๆคนทั้งสองมีทหารในชุดเกราะยืนล้อมรอบคอยป้องกันอยู่ ด้านหลังสุดของฝูงชน เซล่ามองเห็นพ่อของตนกำลังยืนร้องไห้อยู่ ตอนนี้เธอรู้สึกสับสนเป็อย่างมาก ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมตนจึงต้องถูกมัดและเผาทั้งเป็
“พ…อ๊าก คา”
เซล่าเค้นลำคอเพื่อจะส่งเสียง แต่เสียงที่ออกมานั้นกลับไม่เป็คำ มันเหมือนกับเสียงของมอนเตอร์ที่กำลังคำรามขู่เสียมากกว่า เธอเหมือนจะคิดอะไรได้บางอย่าง ไม่รีรอรีบเค้นพลังออกมาให้มากที่สุดเพื่อจะที่จะช่วยตัวเองให้หนีไปจากตรงนี้ให้ได้ก่อน ทว่าเซล่าก็ต้องพบกับความแปลกใจ ตอนนี้เธอไม่สามารถใช้เวทมนตร์ได้ เธอลองเค้นพลังอีกครั้งแต่ก็พบกับผลลัพธ์เหมือนเดิม
“ฮ่าๆ แกใช้เวทมนตร์ไม่ได้หรอก”
“ตาเฒ่า มันจะไม่หนีไปได้ใช่ไหม”
“วางใจเถอะองค์หญิงน้อย เวทคำสาปของข้า ไม่มีใครเทียบได้”
“เช่นนั้นก็ดี ข้าไม่อยากเห็นมันมีชีวิตอีก ไม่งั้นเอเรสสามีของข้าจะไม่สบายใจเอาได้”
เซล่าไม่ยอมแพ้ดิ้นไปมาออกแรงให้มากที่สุด จนมือที่ถูกมัดได้ขาดหลุดออกจากกัน เมื่อได้อิสระกลับคืนมาเธอหันไปมองผู้เป็พ่อครู่หนึ่ง ก่อนที่จะวิ่งหายเข้าไปในป่าลึก
เธอวิ่งหนีแบบไม่คิดชีวิตวิ่งตรงไปเรื่อยๆโดยไร้จุดหมาย วิ่งมาได้สักระยะก็พบกับลำธารกลางป่า หันมองกลับไปทางที่จากมาไม่เห็นใครตามมาเธอจึงตัดสินใจหยุดพักก่อน เมื่อเดินเข้าไปใกล้กับลำธารเธอเห็นภาพสะท้อนก็ต้องใออกมา เธอเห็นภาพตัวเองได้กลายเป็มอนเตอร์ซอมบี้ไปเสียแล้ว ก่อนหน้านี้ด้วยความสับสนเธอจึงไม่ทันได้สังเกต เมื่อได้รู้ความจริงเซล่าก็ประติดประต่อเื่ราวได้ ที่เธอต้องกลายมาเป็มอนเตอร์ก็คงเป็ฝีมือของเอเรสกับผู้หญิงที่มีหน้าตาอัปลักษณ์ เป็เื่ยากที่จะให้ยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น เวลาผ่านไปนานเท่าไรไม่อาจทราบ ตอนนี้สติสัมปชัญญะของเซล่าได้หายไปแทบจะทั้งหมด
ซอมบี้หญิงได้เร่ร่อนเดินไปทั่วผืนป่า จนวันหนึ่งเธอก็ได้พบกับโรแรนด้า มอนเตอร์ที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์ โรแรนด้าเป็ราชินีของมอนเตอร์ในป่านี้ เธอได้รับเซล่าเข้ามาเป็พวก โรแรนด้าเป็มอนเตอร์ที่มีจิตใจดี คอยช่วยเหลือตนและมอนเตอร์ตัวอื่นๆเสมอ รวมไปถึงบรรดาเหล่ามนุษย์ที่ได้หลงเข้ามาในป่าก็เช่นกัน เธอก็ได้ให้ความช่วยเหลือพวกนั้นทุกครั้ง เซล่าได้ดำเนินชีวิตในฐานะมอนเตอร์ซอมบี้ภายใต้การดูแลของโรแรนด้า จนกระทั่งวันหนึ่งกลุ่มของโรแรนด้าก็ถูกพวกมนุษย์เข้าโจมตีอย่างกระทันหัน
“บุกเข้าไป พวกมันอยู่ตรงนั้น”
“พวกเราลุย ฆ่าพวกมันให้หมดอย่าให้เหลือ”
เป็การโจมตีแบบกระทันหัน พวกของโรแรนด้าไม่ทันได้ตั้งตัว
จึงทำให้มอนเตอร์น้อยใหญ่ถูกสังหารมากมาย สุดท้ายโรแรนด้าและเซล่าก็ไม่รอด ถูกมนุษย์รุมสังหารอย่างโเี้ เสียงโห่ร้องดังขึ้นเมื่อชัยชนะตกเป็ของฝ่ายมนุษย์ ก่อนที่ดวงจิตของเซล่าจะดับลง เธอหวนนึกคิดน้อยใจในโชคชะตาของตัวเองเสียเหลือเกิน ตนทำอะไรผิดไปหรือ จึงทำให้ต้องมาพบเจอเื่ราวโหดร้ายเช่นนี้ แต่ก็ทำได้แค่เพียงก่นด่าภายในใจเท่านั้น ความจริงมันไม่ได้เป็ไปตามอย่างที่เราหวังเสมอ
“ข้าทำอะไรผิดไป ทำไมชีวิตข้าต้องพบเจอแต่โชคร้าย พระเ้าช่างใจร้ายยิ่งนัก”
*โลกปัจจุบัน*
ภายในห้องสี่เหลี่ยมสีขาว หมอและพยาบาลกำลังตกอยู่ในความวุ่นวาย เนื่องจากกำลังอยู่ในกระบวนการทำคลอด หญิงสาวท้องโตส่งเสียงร้องโหยหวนออกมาแทบตลอดเวลา ด้านหลังของหมอมีชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งกำลังยืนรอลุ้นอยู่ เวลาผ่านไปหลายชั่วโมงก็ประสบความสำเร็จ ทารกน้อยได้คลอดออกมาอย่างปลอดภัย ชายหนุ่มเห็นเช่นนั้นก็รีบรุดตัวมามองลูกของตน ก่อนที่จะเห็นได้ยินหมอบอกว่าได้ลูกสาว เขาก็ฉีกยิ้มแสดงความดีใจอย่างออกหน้าออกตา ส่วนแม่นั้นหมดสติไปทันทีเมื่อคลอดเสร็จ เกิดภาวะแทรกซ้อนอย่างกระทันหันกับแม่ หมอและพยาบาลก็รีบเข้าช่วยเหลือ และแล้วทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี ทั้งตัวแม่และเด็กน้อยปลอดภัยทั้งคู่