ทั้งหมดนั่งล้อมวงกันกลางบ้าน รวมถึงคุนที่แม้จะไม่เคยสนใจเื่พวกนี้ก็ตาม แต่เพราะว่ามือถือของตนที่มีภาพถ่ายของบ้านทั่วทั้งหลังนั้นจำเป็ต่อคำอธิบายของปอย ที่บัดนี้เธอเองก็กำลังวาดรูปสี่เหลี่ยมที่แบ่งเป็เก้าช่องเท่าๆ กัน โดยยังมีกระดาษอีกแผ่นหนึ่งซึ่งวาดภาพวงกลมที่มีรูปดาวห้าแฉกอยู่ภายใน และที่ปลายของดาวแต่ละแฉกก็จะมีตัวหนังสือเขียนกำกับพร้อมกับภาพเรขาคณิต คือ
ดิน สีเหลือง รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส
ทอง สีขาว รูปวงกลม
น้ำ สีดำ,ฟ้า,น้ำเงิน เป็รูปคลื่นคล้ายตัวหนอน
ไม้ สีเขียว รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าแนวตั้ง
ไฟ สีแดง,ส้ม รูปสามเหลี่ยม
“นี่กำลังจะทำพิธีบูชายัญเหรอ?” คุนทำหน้าเหยเกกึ่งหัวเราะ ขณะที่พูดเสียงขึ้นจมูก “แต่ฉันไม่แปลกใจหรอกหากว่าเป็เธอนะ” เขาว่าพลางก็มองไปยังหนุ่มสาวอีกสองคนสองคนในวงล้อม “แต่พี่นุกับแกก็เอากับเขาด้วยเหรอ!”
“แกไม่เห็นเหมือนที่พวกฉันเห็นที่บ้านหลังนั้นนี่หว่า” ดาวพูดโดยไม่เงยหน้ามอง เพราะกำลังจับจ้องดูปอยอย่างไม่ละสายตา “แต่ถึงแกไม่เห็น แกก็น่าจะเห็นฝีมือน้องปอยไปแล้วไม่ใช่เหรอ”
“ดาวพูดถูก ของแบบนี้ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่” วิษณุสนับสนุน “สิ่งที่มองไม่เห็น ใช่ว่าจะไม่มี อย่างเช่นพวก แบคทีเรีย จุลินทรีย์ เชื้อโรค หรือ พวกอะตอมนั้นก็มองไม่เห็น แต่ก็มีอยู่จริงๆ”
“โอ๊ย...ไปกันใหญ่แล้ว!” คุนพูดเสียงเนือยๆ พลางทำท่าจะลุกขึ้น ซึ่งนั้นก็เป็่เวลาเดียวกันกับที่ปอยเอ่ยคำพูดขึ้นหลังจากเขียนตัวอักษรตัวสุดท้ายจบพอดี
“ทางฮวงจุ้ยเรียกสิ่งนี้ว่าหลักปัญจธาตุค่ะ” ปอยชี้มือไปยังภาพดาวห้าแฉกในวงกลม ก่อนจะชี้ไปยังตารางเก้าช่อง “ส่วนนี้เรียกว่าวังทั้งเก้าที่เราจะเอามาใช้ในการกำหนดฮวงจุ้ยของบ้านค่ะ”
ทันทีที่ปอยเริ่มอธิบายก็ดูเหมือนว่าจะดึงความสนใจของคุนมาได้ เพราะว่าเขาเปลี่ยนท่าทีจากจะลุกมาเป็นั่งกอดอกพร้อมกับเอ่ยขึ้น
“แล้วมันยังไง?”
ปอยเหลือบมองคุนอย่างเหม็นเบื่อแวบหนึ่ง ก่อนจะกลับมามองวิษณุและดาวอีกครั้ง
“หลักปัญจธาตุจะมีหลักการคือ ก่อเกิด ลดทอน และ พิฆาตค่ะ” ปอยบอกพร้อมกับชี้ไปยังรูปดาวห้าแฉกในวงกลมที่มีตัวอักษรเขียนกำกับไว้ “หลักการก่อเกิดนั้น จะมีรูปแบบวิ่งไปตามเข็มนาฬิกา ซึ่งในที่นี้หนูจะเริ่มที่ดินก่อน คือ ดินก่อเกิดทอง ทองก่อเกิดน้ำ น้ำก่อเกิดไม้ ไม้ก่อเกิดไฟ และ ไฟจะกลับมาก่อเกิดดิน วนไปแบบนี้ค่ะ ส่วนการลดทอนนั้นจะเป็การวิ่งทวนเข็มนาฬิกาตามรูปค่ะ คือดินจะลดทอนไฟ ไฟลดทอนไม้ ไม้ลดทอนน้ำ น้ำลดทอนทอง ทองลดทอนดิน และ ดินลดทอนไฟ ส่วนรูปดาวข้างในนั้นคือหลักการพิฆาตค่ะ คือดินพิฆาตน้ำ น้ำพิฆาตไฟ ไฟพิฆาตทอง ทองพิฆาตไม้ และ ไม้พิฆาตดิน”
“อืม...อย่างนี้นี่เอง” ดาวพยักหน้าอย่างเข้าใจ “นี้เหรอวิชาฮวงจุ้ย”
“แล้วตารางพวกนี้ละครับน้องปอย” วิษณุชี้มือไปยังแผ่นกระดาษที่วางคู่กัน “มันหมายความว่ายังไงเหรอครับ ทำไมรูปแบบมันดูคุ้นตาแปลกๆ”
“จะอะไรซะอีกพี่นุ ก็ผังบ้านชั้นล่างที่เราอยู่กันนี้ไง” คุนเอ่ยแทรก “คงจะเกี่ยวเื่ฮวงจงฮวงจุ้ยอะไรนั่นแหละพี่ ไม่ต้องสืบหรอก”
“เก่งมาก...” ปอยลากเสียงพยักหน้าอย่างพอใจ “สมแล้วที่เป็คนแสนรู้ เอ๊ย! ไม่ซิ คนรอบรู้”
“เฮ้ย!” คุนหันขวับไปยังปอย “พูดงี้ก็สวยดิ!”
“สวยอยู่แล้ว รู้ตัว...ไม่ต้องย้ำ” ปอยสวนกลับทันควัน
ขณะที่คุนทำท่าจะซื้อเื่ที่ปอยเสนอขายให้ วิษณุก็พลันเอ่ยขึ้นซะก่อน
“หุบปากเหอะไอ้คุน! รำคาญ! คนกำลังคุยกันเป็การเป็งาน เดี๋ยวแม่ปั๊ดเหนี่ยวเข้าให้!”
“ใช่” ดาวสนับสนุนอีกคน “ฟังน้องปอยเข้าพูดก่อนเหอะ แทรกอยู่ได้”
“อ๋อ...เดี๋ยวนี้เข้ากันเป็ปี่เป็ขลุ่ยเชียวนะ” คุนค่อนขอดด้วยเสียงน้อยใจ “ใช่ซี...ก็เดี๋ยวนี้ไอ้คุนมันไม่มีประโยชน์แล้วนิ”
“เออ...” วิษณุรับอย่างเหนื่อยหน่าย “ใช่”
“ตามนั้น” ดาวเสริมขึ้นอีกคน
คุนมองดูเพื่อนและรุ่นพี่ของตนอย่างเกี่ยงงอน ขณะที่มองดูหญิงสาวตรงหน้าอย่างขุ่นเคือง ซึ่งก็เป็เวลาเดียวกับที่ปอยเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“ถ้าอย่างนั้นเรามาต่อกันนะคะ” ปอยคลี่ยิ้มอย่างผู้มีชัย ก่อนจะชี้มือและกลับไปยังแผ่นกระดาษตรงหน้า ปล่อยให้คุนทำหน้าเหลอหลาเช่นนั้นต่อไป “วังทั้งเก้าก็คือการนำเอาหลักการปัญจธาตุที่พูดไว้ก่อนหน้านั่นแหละค่ะมาปรับใช้ โดยจะแบ่งวังทั้งเก้าออกเป็แปดทิศห้าธาตุตามหลักปัญจธาตุ โดยแต่ละวังก็จะมีความหมายที่แตกต่างกันไป โดยเริ่มที่ทิศเหนือจะเป็ธาตุน้ำ ทิศใต้เป็ธาตุไฟ ทิศตะวันออก ตะวันออกเฉียงใต้เป็ธาตุไม้ ทิศตะวันตก ตะวันตกเฉียงเหนือเป็ธาตุทอง ส่วนตรงกลาง ทิศตะวันตกเฉียงใต้และทิศตะวันออกเฉียงเหนือเป็ธาตุดินค่ะ” ปอยเงยหน้าขึ้น ก่อนจะกวาดตามองไปรอบๆ บริเวณ “โดยการตกแต่งจัดวาง วัสดุ หรือแม้กระทั่งสีและรูปทรงก็จะอาศัยหลักการ ก่อเกิด ลดทอน และ พิฆาตของหลักปัญจธาตุนี้แหละค่ะ ในการกำหนดฮวงจุ้ยของบ้าน”
“แล้วไง” คุนกระแทกเสียงพลางยกแขนประสานกอดอก “ถ้าไม่ตรงตามหลักฮวงจุ้ยอะไรนั้น มันจะทำให้บ้านเมืองพังพินาศย่อยยับงั้นเหรอ!”
“ปิ๊งป่อง!” อีกครั้งที่ปอยตอบรับด้วยความพอใจ “ช่างแสนรู้ เอ๊ย! รอบรู้อะไรอย่างนี้”
“ช่างไอ้คุนมันก่อนเถอะน้องปอย” วิษณุขัด “ตกลงว่าบ้านหลังนี้มันมีปัญหายังไงงั้นเหรอครับ”
“นั้นซิ” ดาวเสริมตาม พลางมองไปรอบๆ บริเวณบ้าน “บ้านหลังนี้ก็สวยออก มันดูไม่น่าจะมีปัญหาอะไรเลยนี่หนา”
“นั้นแหละค่ะพี่ดาว ที่ตอนแรกหนูก็พลาดไปเหมือนกัน” ปอยว่าพลางยืนขึ้นพร้อมกับหันหน้าไปยังหน้าบ้าน “ทีแรกหนูก็ไม่ได้สังเกตเหมือนกันเพราะว่ามันสวยมากนี้แหละค่ะ แต่พอดูดีๆแล้ว หนูก็พบว่ามันผิดหลักการฮวงจุ้ยหมดเลยค่ะ เริ่มจากทางเข้าหน้าบ้านที่หันไปทางทิศเหนือที่เป็ตำแหน่งการงาน ซึ่งควรจะออกแบบและตกแต่งเป็ธาตุน้ำหรือธาตุทองเพื่อส่งเสริมกันแต่นี่กลับกลายเป็ว่า มันกลับตกแต่งด้วยโทนสีเหลืองและวางพวกภาชนะเครื่องปั้นดินเผาไว้ทั่วทั้งบริเวณ ซึ่งนั้นเป็ธาตุดิน มันเท่ากับเป็การพิฆาตชี่ของธาตุน้ำและลดทอนชี้ของธาตุทอง ซึ่งสามารถบอกได้เลยว่าบ้านหลังนี้จะต้องเผชิญกับอุปสรรคปัญหาเื่ธุรกิจการงานแน่นอน”
“ใช่เลย” วิษณุอุทาน “เพราะว่าเ้าของบ้านหลังนี้ล้มละลาย บ้านเลยถูกยึดมานะครับ”
“แล้วเื่ที่ว่าคนในบ้านตายหมดล่ะพี่” ดาวถามขณะที่พวกเขาลุกขึ้นยืนตามมา “พี่นุรู้รึเปล่า”
“ก็พึ่งรู้จากลุงพร้อมกันนี้แหละ” วิษณุตอบ
“ไม่เกี่ยวหรอก นั้นมันเป็เพราะว่าคนเราทำตัวเองต่างหาก” อีกครั้งที่คุนค้านเสียงแข็ง “รู้จักไหม เื่กรรมนะ”
“นั้นก็ใช่” นี้เหมือนจะเป็ครั้งแรกที่ปอยเห็นด้วยกับความเห็นของชายหนุ่มผู้นี้ “ไม่เถียงหรอกเื่ของกรรมนะ แต่เพราะอย่างนั้นแหละฮวงจุ้ยเลยสำคัญ เพราะฮวงจุ้ยถือว่าเป็ตัวกำหนดสภาพแวดล้อมของคนที่อยู่อาศัยให้มีความรู้สึกดีรู้สึกแย่ เพราะถ้าคนเราอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี มันก็มีแนวโน้มที่คนคนนั้นจะคิดและตัดสินใจได้ดี แค่ถ้าอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ตรงกันข้ามผลของมันก็ต้องเป็ตามนั้น”
“เหมือนหลักจิตวิทยาเลยแฮะ” วิษณุออกความคิด
“เหมือนหลักการออกแบบและตกแต่งด้วยค่ะหัวหน้า” ดาวเสริมตามมาอีกคน
“มันก็แค่เื่บังเอิญแหละ” คุนยังคงค้านหัวชนฝาเช่นเดิม “ไอ้เื่พรรค์นี้นะ มันก็หาสารพัดเหตุผล มาอ้างสิ่งที่ตัวเองเชื่อทั้งนั้นแหละ ถ้าฮวงจุ้ยมันดีจริงนะ แล้วทำไมพวกกษัตริย์ราชวงศ์จีนมันถึงได้ล่มสลายหรือถูกโค่นล้มได้ละ ได้ยินมาว่าพวกวังของพวกฮองเต้ก็ใช้ฮวงจุ้ยด้วยไม่ใช่เหรอ?”
“ฮืม... ไม่คิดเลยว่าคุณจะรู้เื่นี้ด้วย” ปอยมองคุนอย่างสนใจ “อันนั้นมันเป็วิชาดาวเหินเก้ายุค ถ้าจะให้ลงรายละเอียดคงต้องพูดกันอีกยาว แต่ถ้าจะให้พูดสั้นๆ ก็คือ แต่ละยุคสมัยมันจะมีเวลาของฮวงจุ้ยที่ดีและเสีย ฮวงจุ้ยที่ดีใน่เวลาหนึ่งพอถึงอีก่เวลาหนึ่งก็ใช่ว่ามันจะดีเหมือนเดิม และอีกเื่ก็คือ จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ได้บันทึกไว้ มันก็ตรงกับหลักปัญจธาตุของฮวงจุ้ยอยู่ดี เพราะถ้าย้อนดูประวัติศาสตร์ชาติจีนละก็ จะพบว่าผู้ที่โค่นล้มราชวงศ์ก่อนหน้าและสร้างราชวงศ์ใหม่นั้นจะมีธาตุที่พิฆาตผู้ก่อตั้งคนแรกเสมอ ตัวอย่างก็จิ๋นซีฮ่องเต้ที่เป็ธาตุน้ำ ถูกเล่าปังที่เป็ธาตุดินโค่นล้ม ก็เป็ไปตามหลักปัญจธาตุนี้แหละ”
“โหว...ทึ่งเลยนะเนี้ยะ” ดาวอุทาน “ไม่คิดมาก่อนเลย ว่าฮวงจุ้ยจะเจ๋งจะขนาดนี้ น้องปอยสอนพี่บ้างซิ”
“หนูก็แค่พอรู้นะคะ” ปอยยิ้มเขินๆ “ไม่ถึงกับเก่งมาก แต่ว่าก็พอสอนให้ได้อยู่ค่ะพี่ดาวสนใจจริงๆ”
“หวังว่าน้องปอยคงจะเรียนวิธีแก้มาอยู่บ้างใช่ไหมครับ” วิษณุเสริม “รู้ไหมว่าต้องแก้ยังไง”
“ก็รู้อยู่บ้างคะ” ปอยถอนหายใจออกยาว พลางสอดส่ายสายตาไปรอบๆ บริเวณบ้าน “แต่ว่านี้งานใหญ่เลยค่ะ ยังไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อนเลย”
“อะไรที่ว่านั้นคืออะไรหรือครับ” วิษณุถามกลับพลางขมวดคิ้ว ทว่าทันใดบุรุษที่ยืนอยู่ข้างเขาก็แทรกขึ้นด้วยท่าทีขบขัน
“จะอะไรซะอีกละพี่” คุนทำท่ายิ้มเยาะ ยกมือประสานหลังท้ายทอยมองไปทางปอยด้วยท่าทีแฝงเลศนัย “ก็คงจะขอค่าแรงเพิ่ม หรือไม่ก็ต้องมีค่านั้นค่านี้เพื่อใช้ในการแก้ไขตามประสาหมอดูทั่วๆ ไปนั่นแหละพี่”
“คนแบบไหนก็มักจะแสดงออกแบบนั้นซินะ” ปอยเปรย พลางใช้หางตาเหลือบมองไปทางคุน ก่อนจะมองกลับมายังดาวและวิษณุ “หนูไม่คิดอะไรชั่วๆ แบบนั้นหรอกค่ะพี่ เพียงแต่ว่าบ้านหลังนี้นะ มันผิดหลักฮวงจุ้ยทุกจุดเลยค่ะพี่ ถ้าจะแก้กันจริงๆ คงเหนื่อยน่าดู”
คุนที่ถูกหลอกด่าทำท่าจะโต้กลับ ขณะที่เริ่มชี้ไม้ชี้มือก็ถูกวิษณุใช้มือข้างหนึ่งปิดปากเข้าไว้ โดยที่สีข้างด้านซ้ายก็ยังถูกดาวกระทุ้งศอกเบาๆใส่ไปทีหนึ่งเป็เชิงห้ามปราม
“เื่เหนื่อยนะไม่เท่าไหร่หรอกน้องปอย” วิษณุบอก “แต่ที่พี่สงสัยก็คือ บ้านหลังนี้มันผิดหลักฮวงจุ้ยทุกจุดเลยงั้นเหรอครับ?”
“นั้นซิ” ดาวเสริมตามมา “จากประวัติคนไทยเชื้อสายจีนที่พี่เคยเจอมา ไม่มากก็น้อยล้วนเชื่อเื่ฮวงจุ้ยทั้งนั้น ยิ่งคนรวยๆ อย่างเ้าของบ้านหลังนี้ด้วยแล้ว ไม่น่าจะเป็ไปได้เลย ที่จะสร้างบ้านราคาหลายล้านโดยไม่สนใจเื่พวกนี้นะ ถือว่าแปลกมาก....”
“หนูเองก็ว่าแปลก” ปอยเห็นพ้องต้องกัน พลางหมุนตัวมองไปรอบๆ “เท่าที่หนูเคยเห็นมา ไม่ว่าจะบ้านที่เชื่อหรือไม่เชื่อเื่ฮวงจุ้ยก็ตาม ล้วนแต่ก็ต้องมีฮวงจุ้ยที่ดีและร้ายประสมปนเปกันไปทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว” ปอยหันมาประจันหน้ากับทั้งสามอีกครั้ง ก่อนจะพูดเสียงหนัก “แต่ว่าบ้านหลังนี้นะแปลกมากๆ ทุกจุดในวังทั้งเก้าของบ้านล้วนผิดหมด...เริ่มั้แ่ประตูทางเข้าที่เป็ทิศเหนือ ซึ่งหนูได้อธิบายไปแล้วว่ามันร้ายยังไง ทิศตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ที่เป็ธาตุไม้ก็กลับตกแต่งโดยใช้โทนสีขาวเป็หลัก แถมวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ตกแต่งก็ล้วนแต่เป็โลหะแวววาว ซึ่งมันเป็ธาตุทองที่พิฆาตธาตุไม้อย่างรุนแรง ทิศตะวันตกและทิศตะวันตกเฉียงเหนือที่เป็ธาตุทอง กลับออกแบบโดยใช้โทนสีแดง แถมยังออกแบบตกแต่งให้มีลักษณะแหลมคม ซึ่งมันเป็สัญลักษณ์ของธาตุไฟซึ่งพิฆาตกัน ส่วนทิศตะวันตกเฉียงใต้กับตะวันออกเฉียงเหนือที่เป็ธาตุดิน กลับออกแบบโดยใช้ธีมสีเขียวและทำเป็สวนดอกและต้นไม้ ทั้งๆ ที่มันเป็ธาตุพิฆาตกัน จะดีก็ตรงจุดเดียวกลางบ้านนี้แหละ” ปอยบอก ขณะที่มองขึ้นไปเหนือศีรษะ ทว่าทันใดนั้นเธอก็พลันอุทานเสียงหลง “อะไรละนั้น!”
สองเท้านั้นแทบจะเร็วเท่าความคิด ปอยไม่รีรอให้ใครได้ตั้งคำถามหรือพูดสิ่งใด เพราะว่าเธอได้ก้าวขาฉึบฉับ! กึ่งเดินกึ่งวิ่งออกไปทันที พร้อมๆ กันกับที่อีกสามคนที่เหลือต่างก็เหงนคอตั้งบ่ามองขึ้นไปเหนือศีรษะของตนด้วยความสงสัย แล้วเสียงร้องกรี๊ด! ของดาวก็เปรียบประหนึ่งปฐมฤกษ์แห่งความชุลมุนวุ่นวาย เพราะหลังจากนั้นพวกเขาต่างก็วิ่งพุ่งตรงไปยังประตูทางออก จนขนาดที่วิ่งแซงปอยที่บัดนี้เองก็พลันเปลี่ยนเป็สับขาวิ่งสี่คูณร้อยเพื่อหวังจะตามให้ทันพวกที่ออกตัววิ่งทีหลังอย่างไม่คิดชีวิตด้วยเช่นกัน เพราะว่าภาพที่พวกเขาได้เห็นใต้หลังคาสูงเหนือศีรษะที่ถูกออกแบบให้เปิดคล้ายโดมนั้น มีร่างเลือนรางสีดำของมนุษย์นับสิบๆ ร่าง จ้องมองพวกเขาลงมาจากอากาศด้วยดวงตาแดงก่ำ