บ่าวใช้ในบ้านมารายงานเจียงเหลียวว่ามีชายชุดขาวมาหา
“หรืออาจารย์มาหาข้า?” เจียงเยี่ยนครุ่นคิด
แต่เจียงเยี่ยนพลันฉุกคิดได้ว่าไป๋เหวินโจวไม่รู้ว่ามันอยู่ที่นี่จะมาหามันได้อย่างไร
เจียงเหลียวรีบบอก“ลูกเยี่ยน เจ้ากลับเข้าห้องไป หากไม่มีคำสั่งพ่อ ห้ามออกมาเด็ดขาด”
เจียงเยี่ยนงุนงงยิ่ง แต่น้ำเสียงบิดามันเคร่งเครียดก็ไม่กล้าล้อเล่น
เจียงเยี่ยนเดินเข้าห้องนอนมันอย่างเบื่อหน่าย จะให้มันนั่งๆ นอนๆ อยู่แต่ในห้องเช่นนี้หรือ
หากปราชญ์มารบริสุทธิ์อะไรนั่นไม่มา มันก็ไม่ต้องออกไปไหนกันพอดี
เจียงเยี่ยนทนไม่ได้ผลักประตูห้องนอนออก เพื่อเดินไปยังห้องโถงใหญ่ซึ่งใช้รับแขก
ระหว่างทางพบเหล่าชาวยุทธที่มาช่วยเหลือสกุลเจียงเห็นเจียงเยี่ยนก็มองด้วยสายตาแปลกประหลาด เจียงเยี่ยนเองก็ไม่เข้าใจเหตุใดจึงเป็นเช่นนี้
เมื่อใกล้ถึงห้องโถง เจียงเยี่ยนพลันใช้วิชาตัวเบาทะยานขึ้นไปบนหลังคาห้อง มันแอบแกะกระเบื้องหลังคาดูว่าบิดามันได้พบกับผู้ใดกันแน่
เจียงเยี่ยนพบว่าในห้องโถงมีคนอยู่ห้าคน เจียงเหลียวและเจียงฮูหยินนั่งอยู่กลางห้อง มีบุรุษชุดขาวผมยาวไว้หนวดเคราผู้หนึ่งแต่งกายเยี่ยงหลวงจีน ใบหน้าไม่คล้ายเป็นชาวฮั่นแต่เป็นชาวชมพูทวีป (อินเดีย) นั่งจิบชาอยู่ด้านซ้าย
ที่ด้านขวาของห้องโถงมีนักพรตเสื้อเหลืองผู้หนึ่งไว้หนวดยาวงามสง่าถือแส้ปัด ราวกับเซียนวิเศษที่ออกมาจากภาพวาด อีกคนหนึ่งคือบุรุษชุดม่วงท่าทางสุภาพอายุราวห้าสิบกว่าปี
นักพรตชุดเหลืองพลันเอ่ยขึ้น“ศิษย์น้องทั้งสองของอาตมาถูกปราชญ์มารบริสุทธิ์ฆ่าตายแล้ว”
ทุกคนในห้องโถงต่างสีหน้าเคร่งเครียด เจียงเหลียวถามว่า“ท่านนักพรตเทียนตี้ (ฟ้าดิน) ข่าวของท่านยืนยันแล้วหรือไม่?”
นักพรตเทียนตี้กล่าวว่า“ศิษย์ของข้าเก็บกระบี่พวกเขามาได้ คนหนึ่งถูกพลังดรรชนีไร้สภาพของปราชญ์มารบริสุทธิ์จี้ใส่ที่กลางหน้าฝาก อีกผู้หนึ่งถูกดรรชนีตัดศีรษะ!”
เจียงเหลียวถามด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด“เพียงแค่ใช้ดรรชนีก็ตัดศีรษะคนได้?”
นักพรตเทียนตี้พยักหน้า
เห็นคนชุดขาวไว้ผมยาวมีหนวดเคราประนมมือขึ้น
“ศิษย์พี่อาตมาหลวงจีนสุริยันก็มรณภาพแล้วเช่นกัน เขาตายด้วยกงเล็บของปราชญ์มารบริสุทธิ์”
เจียงเหลียวใจหายวาบ“หลวงจีนสุริยันเป็นหนึ่งสามยอดฝีมือวัดเส้าหลิน ไฉนพลาดท่าได้?”
นักบวชไว้ผมตอบ“ศิษย์พี่อาตมาคือหนึ่งในสามสิบคนที่บุกจู่โจมหมู่บ้านเซียวเอี้ยวเมื่อสามสิบสามปีก่อน ต่อมาท่านสำนึกผิดที่ก่อบาปฆ่าฟัน จึงขึ้นเขาซงซานออกบวชที่วัดเส้าหลิน เดือนก่อนที่ปราชญ์มารบริสุทธิ์ออกอาละวาด ท่านบอกกับอาตมาว่าท่านจะไปหาปราชญ์มารบริสุทธิ์ให้มันสังหารเพื่อชดใช้ความผิด แต่ให้อาตมาพานักพรตเทียนตี้และเทพสันโดษมาที่บ้านท่านเพื่อวางแผนจับกุมปราชญ์มารบริสุทธิ์”
ที่แท้คนใส่ชุดม่วงคือเทพสันโดษ
เจียงเหลียวถามว่า“แล้วพวกท่านทราบได้อย่างไรว่าปราชญ์มารบริสุทธิ์จะมาบ้านข้า?”
นักบวชไว้ผมตอบ“เพราะศิษย์พี่อาตมาบอกว่าจะบอกปราชญ์มารบริสุทธิ์ว่าเด็กคนนั้นอยู่ที่ใด”
เจียงฮูหยินถามขึ้น“เหตุใดหลวงจีนสุริยันทำเช่นนี้?”
นักบวชไว้ผมตอบ“เพื่อให้ปราชญ์มารบริสุทธิ์มาที่หมู่บ้านสกุลเจียง จากนั้นพวกเราทั้งหมดก็ลงมือจับกุมมัน หลายปีมานี้ปราชญ์มารบริสุทธิ์ไปมาไร้ร่องรอย สังหารคนของฝ่ายธัมมะไม่หยุด แม้ฝ่ายธัมมะจะตามล่าก็หาตัวไม่พบ ดังนั้นศิษย์พี่อาตมาจึงจงใจล่อให้มันมาติดกับที่นี่”
เจียงฮูหยินถามว่า“เหตุใดศิษย์พี่ท่านไม่หลอกให้มันไปที่อื่น?”
นักบวชไว้ผมส่ายหน้า“ปราชญ์มารบริสุทธิ์มีปัญญาฉลาดเฉลียว หากมันพบว่ามันถูกหลอกมันจะไม่ปรากฏตัวแน่นอน ก่อนที่มันจะบุกหมู่บ้านสกุลเจียง มันต้องสืบข่าวคราวก่อนแน่”
คนชุดม่วงท่าทางงามสง่าโบกพัดจีบกล่าวว่า“ข้าก็เป็นหนึ่งในผู้ที่บุกหมู่บ้านเซียวเอี้ยวเมื่อสามสิบสามปีก่อน น่าเสียดายตอนนั้นไม่ได้กำจัดทารกผู้นั้น ทำให้กลายเป็นเภทภัยมาถึงทุกวันนี้”
เจียงเหลียวส่ายหน้า“เรื่องเหล่านี้เป็นอดีตไปแล้ว ไม่สามารถแก้ไขได้”
คนชุดม่วงพูดขึ้นอีก“กงเล็บปราชญ์มารบริสุทธิ์ร้ายกาจจริงๆ เพียงแค่กงเล็บเดียวก็สามารถควักหัวใจหลวงจีนสุริยันออกมาได้ เราต้องระวังวิชานี้ของมันไว้”
เจียงเยี่ยนเห็นคนทั้งห้าประชุมกันอย่างเคร่งเครียด มันลองไล่ลำดับเรื่องราวดู หลวงจีนสุริยันอะไรนั่นบอกว่าเด็กน้อยอยู่ที่บ้านสกุลเจียง เด็กน้อยคนนั้นย่อมเป็นลูกของเซี่ยงเทียนอดีตประมุขยุทธจักรไม่ผิดแน่
เด็กน้อยคนนั้นหากเติบโตถึงตอนนี้ก็ย่อมมีอายุสิบหกปีเท่ากับมัน
หรือเด็กน้อยคนนั้น…!
เจียงเยี่ยนไม่เชื่อเด็ดขาดว่ามันจะเป็นบุตรชายของเซี่ยงเทียนอดีตประมุขยุทธจักร บิดาของมันคือเจียงเหลียว มารดาของมันคือเจียงฮูหยิน ไม่อาจเป็นคนอื่นไปได้
หลวงจีนไว้ผมและนักพรตเทียนตี้บอกว่าปราชญ์มารบริสุทธิ์ใช้วิชากงเล็บและดรรชนีสังหารศิษย์ร่วมสำนักพวกเขา
เจียงเยี่ยนเคยเห็นไป๋เหวินโจวอาจารย์เขาใช้วิชาดรรชนีกรีดใส่นิ้วจอมดาบสะท้านพิภพเซี่ยจงและใช้กงเล็บตะกุยใส่คอหอยกระบี่เมฆาทมิฬเฟิงเถี่ย
ไฉนวิชาของไป๋เหวินโจวจึงคล้ายกับวิชาปราชญ์มารบริสุทธิ์นัก?
ไฉนไป๋เหวินโจวจึงมาปรากฏตัวแถวทะเลสาบซีหูพร้อมๆ กับปราชญ์มารบริสุทธิ์ที่กำลังจะมาเยือนบ้านสกุลเจียง
เรื่องราวไฉนประจวบเหมาะถึงเพียงนี้?
เจียงเยี่ยนหัวใจเต้นระทึกตูมตาม เขาส่ายหน้าช้าๆ แทบไม่เชื่อว่าไป๋เหวินโจวซึ่งช่วยชีวิตเขาจะเป็นฆาตกรอำมหิตที่ไปได้
ขณะที่ครุ่นคิดลมหายใจก็แรงขึ้น พอมองอีกทีนักพรตชุดเหลืองในห้องโถงก็หายไปแล้ว!
“เจ้าแอบฟังพอหรือยัง?”
นักพรตชุดเหลืองกล่าวถามเสียงเย็นชา
เจียงเยี่ยนใจหายวาบรีบวิ่งหนีไปเบื้องหน้าทันที วิชาตัวเบาที่ว่องไวดุจนางแอ่นเหินบินของมันถูกใช้อย่างสุดกำลัง
แต่มันก็ยังไม่ทัน!
นักพรตเทียนตี้พลันสะบัดแส้ปัดออกดุจสายฟ้า สายแส้ปัดม้วนพันขาของเจียงเยี่ยนอย่างรวดเร็วราวกับเถาวัลย์ที่เกาะแน่น
นักพรตเทียนตี้ออกแรงกระชากเล็กน้อยร่างของเจียงเยี่ยนก็ถูกดึงกลับมา เจียงเยี่ยนรีบสะบัดฝ่ามือกลับหลัง พลังฝ่ามือของเกิดเป็นกระแสลมแรงพัดใส่หนวดงามนักพรตเทียนตี้จนปลิวไสว
นักพรตเทียนตี้เพียงแค่โบกแขนเสื้อเบาๆ พลังฝ่ามือของเจียงเยี่ยนก็หายไปหมดสิ้นราวกับก้อนหินที่จมลงไปในทะเล!
นี่คือการใช้หลักไท้เก๊กซึ่งเน้นความว่างเปล่าในการสลายพลังโจมตีของคู่ต่อสู้
เจียงเยี่ยนใจหายวาบ เขาไม่เคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน ทันใดนั้นเองก็ได้ยินเสียงเจียงฮูหยินตะโกน“ท่านนักพรต อย่าได้ทำร้ายเขา”
นักพรตเทียนตี้สะบัดแส้ปัดอีกครั้ง ร่างของเจียงเยี่ยนก็ตกลงไปอีกด้านหนึ่งของหลังคาอย่างมั่นคง
นักพรตผู้นี้สามารถใช้กำลังภายในได้ตามใจปรารถนา
“เด็กผู้นี้คือ?” นักพรตเทียนตี้ถาม
“เขา..เขา..เป็นลูกของข้า” เจียงฮูหยินมองหน้าเจียงเยี่ยน
นักพรตเทียนตี้พยักหน้า ส่วนเทพสันโดษมองเด็กคนนี้อย่างชื่นชม“เด็กผู้นี้หรือที่มีชีพจรเทพดับสูญ?”เจียงเหลียวพยักหน้า“ใช่”
“ร้อยปีจะพบผู้มีชีพจรเทพดับสูญสักคน เด็กคนนี้มีวาสนาจริงๆ” เทพสันโดษยิ้มมองเจียงเยี่ยนอย่างเอ็นดู
เจียงฮูหยินเดินไปหาเจียงเยี่ยนจับมือมันไว้“เจ้าเป็นอะไรหรือไม่?”
เจียงเยี่ยนหันไปมองทุกคนอย่างสับสน มันพลันชักมือกลับและถามว่า“ข้าเป็นลูกท่านจริงหรือ?”
เจียงฮูหยินงงวูบ เจียงเหลียวรีบตำหนิ“เจ้ากล่าวเหลวไหลอันใด”
“พวกท่านเล่าเรื่องเด็กทารกที่รอดชีวิตจากปราชญ์มารบริสุทธิ์เมื่อสิบหกปีก่อนให้ข้าฟัง ตอนนี้ข้าก็สิบหกปีพอดี ที่สำคัญปราชญ์มารบริสุทธิ์จะมาเอาชีวิตเด็กคนนั้นที่บ้านสกุลเจียง ทั้งบ้านมีข้าอายุสิบหกปีอยู่คนเดียว!”
เจียงเยี่ยนยิ่งกล่าวยิ่งเสียงดัง โดยเฉพาะช่วงท้ายน้ำเสียงยิ่งสั่นเครือ
เจียงฮูหยินรีบจับมือมันไว้“ลูกเยี่ยน ใจเย็นก่อน แม่สามารถอธิบายเหตุผลได้”
เจียงเยี่ยนพลันถามน้ำตาคลอ“ท่านคือสาวใช้ของแม่ข้า?”
เจียงฮูหยินอดหลั่งน้ำตาออกมามิได้ เจียงเยี่ยนพลันถามเสียงดัง
“เหตุใดท่านไม่บอกว่าพ่อแม่ข้าที่แท้จริงคือใคร?”
“เพราะเราไม่เคยคิดว่าเจ้าเป็นบุตรของคนอื่น” เจียงเหลียวกล่าวเสียงหนักแน่น
เจียงเหลียวกล่าวสืบต่อ“แม่ของเจ้าเลี้ยงเจ้าตั้งแต่เล็กถนอมยิ่งกว่าไข่มุกในมือ ยามเจ้านอนนางยังคงตื่น ยามเจ้าตื่นนางยิ่งไม่กล้านอน ไม่เคยให้ห่างจากอ้อมอก ลมหนาวยังไม่ทันมานางตัดเย็บเสื้อผ้าเตรียมให้เจ้า สอนให้หัดพูด ประคองให้ก้าวเดิน อาหารสามมื้อนางทำให้ด้วยตนเอง ไม่มีหน้าที่ใดของความเป็นแม่ที่บกพร่อง”
“ไม่ว่าเจ้าจะเป็นลูกของประมุขยุทธจักรก็ดี หรือคนไร้ชื่อก็ช่าง พวกเราก็ยังรักเจ้าเหมือนบุตรในไส้ ไม่ว่าเจ้าจะยอมรับนางหรือไม่ เจ้าก็ไม่สมควรเสียงดังใส่แม่ที่เลี้ยงดูเจ้ามา”
เจียงเยี่ยนรู้สึกสับสนอย่างยิ่ง มารดาที่เขารักกลับไม่ใช่มารดาเขาจริงๆ เขากลับกลายเป็นบุตรของอดีตประมุขยุทธจักรซึ่งไม่เคยเห็นหน้าค่าตามาก่อน สำหรับเด็กอายุสิบหกอย่างเขาแล้ว เรื่องนี้เหลือเชื่อเกินไปและประดังเข้ามารวดเร็วเกินไป
เจียงเยี่ยนผลักมารดาตนเองออก
เจียงฮูหยินพลันโอบกอดเจียงเยี่ยนไว้ นางร่ำไห้สะอึกสะอื้น
“ลูกเยี่ยน ไม่ว่าเจ้าจะยอมรับข้าหรือไม่ ไว้ผ่านเหตุการณ์ช่วงนี้ก่อนข้าจะอธิบายเรื่องราวทั้งหมด”
เจียงเยี่ยนรู้สึกความอบอุ่นของไอรักมารดา เจียงเหลียวกล่าวว่า
“เจ้าทำให้มารดาร้องไห้ นับเป็นบุตรกตัญญูได้หรือ?”
เจียงเยี่ยนที่ผ่านมาก็เป็นเด็กจิตใจดีงามอยู่แล้ว เมื่อได้ยินคำตำหนิของบิดาก็รู้สึกผิด มันคุกเข่ากอดขาเจียงฮูหยิน
“ท่านแม่ ข้าขอโทษ”
เจียงฮูหยินรีบย่อกายลงประคองเจียงเยี่ยนลุกขึ้นมา“รีบลงจากหลังคาก่อนค่อยว่ากล่าว”
นางเอื้อมมือไปประคองเจียงเยี่ยนขึ้นมา ทันใดนั้นนางรู้สึกสั่นสะท้าน!
เจียงเยี่ยนซึ่งกำลังอยู่ในช่วงเศร้าโศกเสียใจและสับสน ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ทำให้เส้นชีพจรเทพดับสูญของมันปล่อยลมปราณมหาศาลออกมาทันที
เจียงฮูหยินถูกเจียงเยี่ยนกระแทกถอยกายไป นางยืนทรงกายไม่มั่นแทบตกจากหลังคา ร่างของเจียงเยี่ยนสั่นสะท้านไม่หยุด เศษกระเบื้องบนหลังคาห้องโถงรอบกายเจียงเยี่ยนนับร้อยแผ่นพลันสั่นไหวราวกับเกิดแผ่นดินไหว!
เจียงเหลียวตกใจยิ่งรีบกล่าว“ลูกเยี่ยน รวมรวมสมาธิ ควบคุมอารมณ์ไว้”
เทพสันโดษหันไปถามเจียงเหลียว“นี่มันเกิดอะไรขึ้น”
เจียวเหลียวตอบ “ชีพจรเทพดับสูญของลูกเยี่ยนกำลังปล่อยลมปราณออกมา ตอนนี้เขาควบคุมตนเองไม่ได้”
เทพสันโดษพุ่งกายไปสัมผัสเจียงเยี่ยน แต่เจียงเยี่ยนปัดมือใส่ พลังลมปราณของเขาคล้ายคลื่นทะเลสูงโถมกระหน่ำ ทำเอาเทพสันโดษถอยกายไปถึงสามก้าว
เทพสันโดษตกใจยิ่ง พลังลมปราณของเด็กน้อยนี้ยังเหนือกว่าเขาเสียอีก!
เจียงเยี่ยนพยายามควบคุมสติข่มกลั้นความเจ็บปวดจากนั้นมันฟาดฝ่ามือใส่กระเบื้องหลังคา
โครม!
เสียงหลังคาแตกกระจายเศษกระเบื้องนับร้อยปลิวว่อน พลังฝ่ามือเจียงเยี่ยนทำเอาหลังคากลายเป็นรูโหว่
แต่อารมณ์สับสนครั้งนี้ของเจียงเยี่ยนรุนแรงไป พลังลมปราณเจียงเยี่ยนยังคงทะลักออกมาไม่หยุดสร้างความเจ็บปวดอย่างยิ่ง
เจียงเยี่ยนรีบกระโดดลงพื้น จากนั้นพยายามรวมรวบพลังลมปราณไปที่จุดตันเถียนใต้สะดือจากนั้นถ่ายทอดไปยังฝ่ามือและฟาดลงพื้นดินไม่หยุด
ตูม ตูม ตูม!
เศษหินดินทรายปลิวว่อนราวกับเกิดพายุลูกเล็กๆ พัดเข้าบ้านสกุลเจียง เจียงเยี่ยนระบายลมปราณด้วยการฟาดพื้นดิน ความเจ็บปวดในร่างกายเขาค่อยๆ หายไป
วิธีของอาจารย์ไป๋ได้ผล!เจียงเยี่ยนมองฝ่ามือขวาพร้อมมีสีหน้ายินดี ปกติยามลมปราณไหลทะลักจากจุดชีพจรเทพดับสูญมันจะได้รับความเจ็บปวดเนิ่นนาน ตอนนี้มันมีวิธีระบายออกแล้ว
เจียงเหลียวและพวกซึ่งกระโดดลงมาที่พื้นแล้ว เจียงเหลียวอดถามไม่ได้
“เจ้า..เจ้าไปเรียนวิธีนี้มาจากใคร?”
จบตอนที่ 7เจียงเหลียวถามขึ้นมาเช่นนี้เจียงเยียนจะตอบอย่างไร ไป๋เหวินโจวใช่ปราชญ์มารบริสุทธิ์หรือเปล่า โปรดติดตาม!