ประชุมด่วนบนเรือ 'ธันเดอร์โบ๊ท' ทำเอาใครหลายคนคิดไปต่างๆนาๆ บรรยากาศ ณ ที่แห่งนี้ เรียกได้ว่าคุกรุ่น ราวกับเตาหลอมที่รอเวลาระเบิดตู้ม
เนื่องจากเจมส์ยังไม่เข้ามา นักลงทุนเหล่านั้นจึงจับกลุ่มพูดคุยกันอย่างออกรสออกชาติ
“นี่ๆ ประธานเจมส์เรียกประชุมเร่งด่วนแบบนี้ ผมว่ามันคงไม่ใช่เรื่องดีต่อพวกเรา”
“นั่นสิ ผมเองก็คิดแบบนั้น ดูเหมือนว่าความเป็นไปได้ที่เขาจะขาย 'ธันเดอร์โบ๊ท' ตามข่าวลือมีความเป็นไปได้สูง”
“เฮ้อ ต่อหน้าเศรษฐีม้ำมันจากดูไบ พ่อค้าอย่างพวกเราจะเอาอะไรไปสู้”
“จะว่าไปมันก็จริง แล้วนี่พวกเราหลังจากนี้จะเป็นยังไงบ้าง ไม่ใช่ว่าถูกลอยแพหรอกนะ”
“หึหึ หากเป็นแบบนั้นจริงประธานเจมส์ก็ถือว่าผิดต่อสัญญา ตามข้อตกลงนั้นที่เขาเป็นผู้กำหนด มันจะเป็นดาบกลับไปเล่นงานเขา เขาจะต้องชดใช้ให้เราไม่ใช่น้อยๆ”
อาคมเพียงนั่งอมยิ้มในกลุ่ม มองพวกเขาเหล่านั้นพูดคุยหัวเราะไปพลาง
เขาไม่ได้ทุกข์ร้อนแบบนักลงทุนเจ้าเล่ห์พวกนี้อีกแล้ว หลังจากที่รู้เรื่องราว วันนี้จึงนั่งสบายชิลล์ๆ จิบชาไปพลางมองดูคณะตลกเล่นตลกไปพลาง
ไม่นานประตูห้องถูกเปิด เป็นเนตร เดย์และเจมส์เดินเข้ามา ทันทีที่ทุกคนเห็นเขาก็มีท่าทีสงบเสงี่ยม ไม่กล้าพูดจาหยาบคายเช่นเมื่อครู่
นั่งลงบนตำแหน่งประธาน เจมส์กวาดสายตามองทุกคนครู่หนึ่ง ก่อนจะยกยิ้มมุมปาก “ขอบคุณทุกคนมากเลยนะครับ ที่เดินทางมาประชุมด่วนวันนี้ ซึ่งมันก็เป็นเรื่องจำเป็นมาก แม้จะเสียเวลาเล็กน้อยแต่หากคุณพลาดโอกาสนี้ไป คิดอยากจะได้ก็คงต้องบอกว่าเสียใจด้วย”
คำพูดของเขาทำให้ใครหลายคนงงงวย
เป็นเนตรเสริมว่า “ปัญหาจากทาง 'เลเทียโป' ได้จบลงแล้ว หวังว่าทุกคนคงสบายใจขึ้น วันนี้เราจึงจะมาตัดสินผู้กระทำผิดบน 'ธันเดอร์โบ๊ท' หรือเรียกง่ายๆ ว่าเชือดไก่นั่นแหละค่ะ”
ใครบางคนยกมือขึ้น เมื่อเนตรพยักหน้าเขาจึงกล่าวถาม
“หมายความว่ายังไงครับ ที่บอกว่าปัญหาจากทางนั้นเรียบร้อยแล้ว หรือว่าคุณคูร์เมียร่ายอมรามือ?”
นี่คือสิ่งที่ทุกคนสงสัย
พวกเขาต่างอยากฟังคำตอบ จึงรอเนตรแถลง
หญิงสาวผู้ชื่นชอบลอยสักส่ายหน้าเล็กน้อย “เธอไม่ได้รามือ แต่ว่าบริษัทของเธอถูกฟ้องล้มละลายต่างหากล่ะคะ”
“เอ๋...!”
ข่าวดังกล่าวทำให้ใครหลายคนนั่งไม่ติดเก้าอี้ โดยเฉพาะนกสองหัวที่ขายตัวเองให้กับคูร์เมียร่า ราวกับกำลังนั่งอยู่บนทุ่นระเบิด
“นี่เป็นข่าวจริงๆ หรือแกล้งอำกันเล่นครับ?” ใครบางคนถามขึ้น เพราะองค์กร'เลเทียโป'ยิ่งใหญ่คับฟ้า เป็นบริษัทที่มีแหล่งทรัพยากรธรรมชาติอันดับ 10 ความร่ำรวยเองก็เช่นกัน แล้วอยู่ๆ บริษัทนี้จะมาล้มเนี่ยนะ ฟังดูบ้าบอเกินไปแล้ว
นอกจากนั้นหากเป็นอย่างที่เนตรบอกจริง มันจะต้องส่งผลต่อเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศที่ใช้พลังงานจากองค์กร 'เลเทียโป' พวกเขาต้องนำเข้าเชื้อเพลิงจากที่อื่น ซึ่งราคาอาจสูงขึ้น รวมถึงระบบการขนส่งเองก็เช่นกัน
เรียกได้ว่าหาก'เลเทียโป'ล้ม นั่นหมายถึงหลายประเทศ หรือเมืองบางแห่งจะต้องพบกับมรสุมที่ไม่อาจเลี่ยง!
สำหรับคำถามนั้นเนตรยิ้มบางๆ หยิบรีโมตขึ้นมา แล้วกดลงไปยังหมายเลข ผ้าม่านห้องถูกปิดลงมา ทันใดนั้นห้องอันหรูหรากลายเป็นสีดำมืด ก่อนจะมีแสงออกมาจากผ้าม่าน ฉายข่าวใหญ่ในดูไบ
ทันทีที่เห็นข่าว แม้จะไม่ใช่นกสองหัวก็ยังนั่งไม่ติด ปรากฏว่าองค์กร'เลเทียโป'ที่ว่ายิ่งใหญ่คับฟ้า แท้จริงมีน้ำมันส่งออกน้อยนิด และด้วยความไม่ประมาณตนน้ำมันจึงหมดในเวลาอันสั้นกว่าที่ควร ทำให้การขนส่งขาดชะงัก พอสินค้าไม่ทันตามกำหนดจึงถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย หลังจากการสืบสวนจึงพบว่าแท้จริงแล้วเกิดอะไรขึ้น
เนตรปล่อยให้พวกเขารับชม ย่อยข้อมูลจนสมองสั่นคลอนอยู่ครึ่งค่อนวัน ก่อนจะกดรีโมทคอนโทรล ผ้าม่านม้วนตัวขึ้น รับแสงอรุณจากท้องฟ้าในทะเล
“นี่คือข่าวในดูไบ ก็อย่างที่พวกคุณได้เห็น คูร์เมียร่าไม่ใช่เศรษฐีร่ำรวยอย่างที่ทุกคนคิด และตอนนี้เธอก็ติดคุกหัวโต อยากจะหนีออกนอกประเทศก็ไปไม่ได้ นอกจากนั้นกฏหมายที่นั่นยังแข็งแรงมาก ไม่เหมือนกับบ้านเราที่ยัดเงินใต้โต๊ะ ก็หาเส้นทางหนีออกไปได้ง่ายๆ...”
เงียบไปเล็กน้อย เนตรเสริมว่า
“ข่าวจากดูไบ คงทำให้ใครหลายคนตาสว่างขึ้นนะคะ อาศัยคูร์เมียร่า เธอจะมีปัญญาซื้อเรือลำนี้ได้ยังไง อีกอย่างคือในอนาคตประธานเจมส์จะเปิดน่านน้ำ เดินทางข้ามประเทศด้วยเรือสำราญ ถึงที่หมายภายในหนึ่งวัน เพรียบพร้อมด้วยความหรูหราที่ไม่สามารถสัมผัสได้บนเครื่องบินลำไหน...”
เรือลำนี้ว่าแพงก็แพง แต่หากประธานเจมส์ยังมีเรือในลักษณะเดียวกัน นั่นหมายความว่าความร่ำรวยจะมากกว่า 1 ล้านล้าน นี่มันเกินกว่าที่ทุกคนคาดเดามาก
คุณรวยเกินไปหรือเปล่า!
“เอาล่ะ ที่เรียกทุกคนมาประชุมวันนี้ส่วนหนึ่งก็เพราะเรื่องของคูร์เมียร่า อีกส่วนคือเปิดเผยรายชื่อของคนที่ขายความลับบนเรือ...” เนตรกวาดสายตามองตุ้ยและกลุ่มเพื่อนของเขาราว 5 คน
ทันทีที่รับรู้ถึงสายตาดังกล่าว พวกเขาถึงกับหลั่งเหงื่อเย็น
“หรือว่าประธานเจมส์จะรู้ตัวว่าแอบมีคุยนอกรอบกับคูร์เมียร่า แต่ไม่น่าเป็นไปได้ ไม่งั้นเขาก็เก่งเกินไปแล้ว!” ตุ้ยคิดกับตัวเองเงียบๆ จ้องตาเนตรกลับ ราวกับว่าเรื่องที่เธอพูดไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับตน
“หมอนี่แสดงได้ดีเชียว เขาเหมาะที่จะเป็นนักแสดงมากกว่านักลงทุน” เจมส์อมยิ้มเล็กๆ กล่าวเสริมว่า “เปิดเผยรายชื่อได้”
“ค่ะ”
จากนั้นรายชื่อของบุคคลที่ขายความลับออกไปก็แพร่กระจายให้ทุกคนในห้องประชุมได้รับรู้
เมื่อเห็นชื่อตัวเองอยู่บนนั้น ตุ้ยกับพรรคพวกถึงกับแข้งขาอ่อน แต่ยังตวาดเสียงดังว่า
“รายชื่อแค่นี้ใครก็ทำได้ ไม่มีหลักฐานสักหน่อย กล่าวหากันลอยๆ แบบนี้พวกเราเสียหายนะ”
“ในเมื่อผมกล้าเอาชื่อพวกคุณมาประจานก็ต้องมีหลักฐานสิ” เจมส์หัวเราะมุมปาก ก่อนจะปรายตามองเนตร
หญิงสาวรับคำ เปิดเผยข้อความเสียงที่ตุ้ยคุยกับคูร์เมียร่า ตั้งแต่ต้นจนจบ พวกเขามักพูดถึงเรื่องผลประโยชน์ นอกจากนั้นฝ่ายนักลงทุนอย่างตุ้ยดูราวกับสุนัขเชื่องๆ ตัวหนึ่ง
ทันทีที่ข้อมูลถูกเผยแพร่ เขาถึงกับหน้าซีดเผือดเหมือนไก่ต้ม รวมถึงนักธุรกิจที่รวมหัวกันกับเขาเพื่อขายข้อมูล หวังไปซบเท้าคูร์เมียร่า
“ก็อย่างที่พวกคุณรู้ คูร์เมียร่าเป็นเศรษฐีจอมปลอม ลำพังแค่เธอคนเดียวจะมีปัญญาที่ไหนมาซื้อเรือ 'ธันเดอร์โบ๊ท' ก็คงมีแต่นักลงทุนโง่ๆ อย่างพวกคุณตุ้ยนี่แหละที่ถูกซื้อตัว ถูกเธอหลอกใช้...”
“เอาล่ะ ในเมื่อพวกคุณละเลยสัญญา แถมยังจงใจตั้งตัวเป็นศัตรูกับผม ขายข่าวให้ทางฝั่งศัตรู ผมก็จะเล่นไม้แข็งกับคุณแล้วกัน”
“เหอะๆ การติดตั้งอุปกรณ์ดักฟังเป็นสิ่งที่ผิด หากเรื่องนี้ถึงศาล ไม่แน่ว่าคุณอาจเป็นฝ่ายเสียเปรียบ!” ใครบางคนที่เป็นหนึ่งในนักลงทุนเพื่อนตุ้ยหยิบยกกฏหมายขึ้นมาอ้าง ทำเอาตัวตุ้ยมีแรงฮึกเหิม
นั่นสินะสิ่งที่เจมส์ทำคือสิ่งที่ผิด ศาลต้องยุติธรรมอยู่แล้ว หากได้ฟังปัญหาจากทั้งสองฝั่งรับรองว่าเขาจะต้องเป็นฝ่ายชนะ!
“ไม่ต้องไปถึงศาลหรอก สิ่งที่คุณทำถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง นอกจากนั้นคูร์เมียร่าก็ไม่สามารถช่วยคุณได้ ตอนนี้ทุกคนเห็นด้วยกับผมไหมครับ ที่จะเล่นงานพวกเขา เช่นว่า...กดดันธุรกิจ เอาให้ล้มละลายไปเลย” ลูกศิษย์ของอาคมหัวเราะว่า เขาชื่อว่าเจี๊ยบ ได้รับข่าวจากอาคมก่อนหน้านี้ จึงรู้ว่าควรจะพูดจาแบบไหนในที่ประชุม เพื่อเข้ากดดันนักลงทุนที่เล่นไม่ซื่อ
อาคมที่นั่งอยู่ตรงนี้มีลูกศิษย์จำนวนมาก ไม่จำเป็นต้องออกหน้าเอง แค่ให้ลูกศิษย์เป็นคนพูด เรื่องทุกอย่างก็ง่ายๆ
เมื่อคำพูดของเจี๊ยบจบลง ทุกสายตาพากันจับจ้องกลุ่มตุ้ยตาเป็นมัน
ในฐานะนักธุรกิจ นักลงทุน พวกเขาเข้าใจความหมายที่ประธานต้องการสื่อในวันนี้ไม่ยาก!
อย่างที่หนึ่งคือเปิดเผยข่าวว่าองค์กร'เลเทียโป'ไม่ใช่อย่างที่เห็นด้วยตา
สองคูร์เมียร่าไม่ได้ร่ำรวยเงินทองหรือมากด้วยอำนาจอีกแล้ว
สามกลุ่มนกสองหัว
และสี่ใช้อำนาจกดดันฝ่ายตุ้ยจนหมดเนื้อสิ้นประดาตัว
แม้จะกล่าวว่ากลุ่มของตุ้ยแข็งแกร่ง แต่หากได้รับการร่วมมือจากนักธุรกิจทั้งหลายในที่ประชุมโจมตี คิดว่าสภาพเขาจะเป็นอย่างไร คงเละไม่เป็นท่า
ตุ้ยถูกสายตาหลายคู่จับจ้อง เม็ดเหงื่อพลันไหลรินจากใบหน้า รีบเร่งเดินไปหาเจมส์ กระทั่งคุกเข่าขอความเมตตา เพราะเขารู้ดีว่าหากปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปมีหวังธุรกิจได้ถูกโค่นล้ม กลายเป็นของทุกคนที่นี่!
นอกจากตุ้ยและกลุ่มนกสองหัวก็รีบก้าวมาด้านหน้า ลักษณะเหมือนกับโจรที่ยอมจำนนต่อความผิด แต่เจมส์เหรอจะใจอ่อน
“คุณเจมส์ได้โปรด ผมมีเมีย 2 คน กิ๊กอีก 4 ลูกอีก 7 หากธุรกิจผมพังขึ้นมาจะมีเงินที่ไหนเลี้ยงดูพวกเธอ โดยเฉพาะกิ๊กคนใหม่อายุ 15 ปี ผมไม่อยากเสียเธอไป เพราะงั้นได้โปรด...”
เหตุผลของเขาทำเอาเจมส์ถึงกับกลั้นขำไม่ไหว ต้องโพล่งมันออกมากลางที่ประชุม ทำเอาทุกคนหัวร่อตาม มองตุ้ยราวกับตัวตลกตัวหนึ่ง