ในจักวาลที่กว้างใหญ่ไพศาลอาจจะมีโลกอีกโลกหนึ่งที่มีผู้คนใช้ชีวิตประจำวันดั่งเช่นพวกเรา และพวกเขาอาจจะอยู่ใกล้ๆกับพวกเรา แต่อาจจะคนละมิติคนละโลก และเป็ดั่งเช่นโลกคู่ขนานที่ไม่สามารถเจอกันได้ โลกใบนี้ล้วนมีหลายสิ่งหลายอย่างที่เราไม่สามารถพิสูจน์ได้หมด
ณ ฐานปฏิบัติการหน่วยรบพิเศษสมาชิกทุกคนในหน่วยตอนนี้กำลังสุมหัวปรึกษากัน ซึ่งแต่ะละคนนั้นดูมีสีหน้าเคร่งเครียดโดยเฉพาะหลี่น่าซึ่งตอนนี้เธอมีอายุ25ปีพอดี ปัจจุบันเธอเป็ทั้งหัวหน้าบัญชาการของหน่วยรบพิเศษและอีกหน้าที่หนึ่งของเธอก็คือตำแหน่งสไนเปอร์พลซุ่มยิง และหน่วยสืบข่าวลับได้แจ้งมาว่าจะมีพวกก่อการร้ายนัดส่งอาวุธาซึ่งครั้งนี้พวกมันได้อาวุธมาจากพวกนักการเมืองที่มีอิทพลเป็จำนวนมาก และตัวการใหญ่ครั้งนี้ก็เป็นักการเมืองที่มีอิทธิพลในท้องถิ่นแถวชายแดนดังนั้นปฎิบัติการครั้งนี้จึงต้องมีการวางแผนให้รอบคอบและรัดกุมซึ่งก็ทำให้ทุกคนในหน่วยนี้เกิดความหนักใจไม่น้อย
“ฉันจะให้พวกนายบุกเข้าไป โดยแบ่งกำลังพลออกเป็สองส่วน ส่วนแรกจะให้บุกเข้าไปก่อนโดยจะต้องจัดการพวกมันที่อยู่ด้านนอกอย่างเงียบๆและต้องไม่ให้พวกมันที่อยู่กันข้างในรู้ตัว”
หลี่น่าวางแผนกับสมาชิกของเธอ ซึ่งสมาชิกในหน่วยของเธอนั้นก็เป็ผู้ชายทั้งหมดจะมีเพียงเธอคนเดียวที่เป็ผู้หญิงที่มีอยู่หนึ่งเดียวในหน่วยนี้ซึ่งเธอนั้นเป็ที่ยอมรับจากสมาชิกทุกคนเพราะเธอผ่านการฝึกมาอย่างหนักมาจากต่างประเทศ โดยการฝึกนั้นจะต้องเข้าร่วมกับหน่วยรบพิเศษที่ขึ้นชื่อระดับต้นๆของโลก มิหนำซ้ำเธอยังจบวิศวกรด้านการประกอบอาวุธมาอีกด้วยนับว่าความสามารถของเธอนั้นไม่ได้แตกต่างจากผู้ชายเลยแม้แต่น้อย เหตุผลที่เธอมาอยู่หน่วยรบพิเศษก็เพราะอยากเจริญรอยตามพ่อของเธอซึ่งท่านก็เป็อดีตหัวหน้าหน่วยรบพิเศษเช่นกันกับเธอ แต่ตอนนี้พ่อกับแม่ของเธอก็ไปอยู่ปรโลกกันหมดแล้วเพราะประสบอุบัติเหตุทางด้านรถยนตร์ในตอนที่เธอยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัย และเมื่อเธอเรียนจบจากมหาวิทยาลัยเธอจึงได้มาสมัครสอบเข้าหน่วยรบพิเศษโดยการสอบของเธอนั้นไม่ได้อาศัยเส้นสายใดๆจากการที่พ่อของเธอเคยเป็หัวหน้าหน่วยรบพิเศษ เพราะเธอนั้นไม่ได้ปริปากบอกใครว่าพ่อของเธอนั้นเป็ใคร ส่วนผลงานของเธอก็มีมากมายนั่นก็เป็การการันตีความสามารถของเธอจนทำให้หลี่น่ากลายเป็หัวหน้าหน่วยรบพิเศษได้โดยที่อายุของเธอเพียงแค่25ปี และความสามารถพิเศษของเธออีกอย่างหนึ่งก็คือเธอสามารถออกแบบและสร้างอาวุธปืนขึ้นมาได้เองเมื่อมีการประกวดแข่งขันออกแบบและประกอบอาวุธเธอก็ชนะเกือบทุกๆครั้ง
“หัวหน้าครับ จะให้ใครซุ่มยิงครับ”
สมาชิกในหน่วยถามเธอด้วยความอยากรู้
“ฉันเองพวกนายทำตามแผนที่ฉันวางไว้ก็พอขอให้ปฏิบัติงานกันอย่างรอบคอบและรัดกุมหากผิดพลาดให้ทำตามแผนที่สำรองเอาไว้”
“รับทราบครับหัวหน้าหน่วย”
“ฉันขอให้ครั้งนี้ผ่านไปได้ด้วยดี พวกนายก็สู้ๆนะ”
เธอให้กำลังใจสมาชิกของเธอ ส่วนเธอนั้นเป็ที่รักของสมาชิกทุกๆคนในหน่วย เพราะว่าถ้าหากมีการปฏิบัติหน้าที่เธอก็จะเสียสละลงพื้นที่กับพวกเขาโดยมิได้นั่งสบายๆสั่งการอยู่ในหน่วยเพียงอย่างเดียวและนิสัยอีกอย่างหนึ่งของเธอก็คือจะเป็คนมีนิสัยร่าเริง ตลก เฮฮาอยู่ใกล้แล้วก็มีแต่เสียงหัวเราะ แต่หากปฏิบัติหน้าที่เธอก็จะเป็ที่น่าเกรงขามไม่น้อย โดยไม่มีใครกล้าจะเล่นหัวกับเธอในเวลานั้น ซึ่งบรรดาสมาชิกในหน่วยของเธอรู้กันดีในเื่นี้ และที่สำคัญฝีมือการซุ่มยิงโดยใช้ปืนไรเฟิลของเธอนั้นแม่นยำกว่าทุกๆคนในหน่วยรบพิเศษขึ้นชื่อได้ว่าได้ซุ่มยิงแล้วไม่เคยพลาดเป้าเลยสักที
และเมื่อถึงวันที่ออกปฏิบัตภาระกิจ ทุกคนต่างมารวมตัวกันก่อนเพื่อนัดแนะแผนการอีกรอบหนึ่ง
“วันนี้ฉันขอให้ทุกคนปลอดภัยและปฏิบัติหน้าที่กันอย่างกล้าหาญ อย่าได้เกรงกลัวต่อสิ่งใดและขอให้ทุกคนกลับมากันอย่างปลอดภัยสู้โว้ย สู้โว้ย”
หลี่น่าพูดด้วยเสียงอันดังเพื่อ้ากระตุ้นสมาชิกในหน่วยของเธอให้เกิดความฮึกเหิม โดยทั้งหมดต่างก็เอามือขวาออกมาวางทับซ้อนกันเพื่อแสดงพลังออกมาและก็ร้องออกมาพร้อมๆกันด้วยเสียงอันดังก้องไปทั่วฐานปฏิบัติการ
“สู้โว้ย สู้โว้ย!!!!!”
“ผมขอให้หัวหน้าปลอดภัยหัวหน้าดูแลตัวเองด้วยนะครับ”
กู่ไฉน้องคนสนิทของหลี่น่าพูดกับเธอก่อนที่จะขึ้นรถเดินทางไปที่ชายแดนซึ่งตรงนั้นเป็เส้นทางธรรมชาติที่พวกก่อการร้ายจะขนอาวุธกันในวันนี้
“ขอบใจนายมากปฏิบัตการครั้งนี้ถือว่าไม่หมูเหมือนที่ผ่านมา ส่วนนายก็ดูแลตัวเองด้วยนะ”
“ครับหัวหน้าหน่วย”
กู่ไฉก็มองหน้าเธอด้วยความเป็ห่วงเพราะเขามีลางสังหรณ์ไม่ดีว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้นกับเธอ และในที่สุดพวกเขาก็ขึ้นรถออกจากฐานปฏิบัตการทันที
เมื่อถึงชายแดนแล้วพวกเขาได้เดินเท้าเข้าไปตามตะเข็บชายแดนโดยไปใช้เส้นทางธรรมาชาติอีกเส้นทางหนึ่งเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้พวกก่อการร้ายรู้ตัว พอถึงสถานที่ที่พวกมันนัดแนะที่จะส่งมอบอาวุธกันนั้น พวกเขาก็ทำตามแผนการที่วางเอาไว้โดยแบ่งกองกำลังออกเป็สองส่วน โดยส่วนแรกจะเป็หน่วยรบฝีมือดีซึ่งจะจู่โจมแบบรวดเร็วฉับพลันเพื่อที่ไม่ให้พวกมันตั้งตัวและส่วนแรกจะถือว่าเป็ด่านหน้าซึ่งจะต้องปฏิบัตการให้เงียบที่สุด และถ้าหากพวกมันรู้ตัวจะเป็ส่วนที่สองเข้าไปไปจัดการโดยเป็การล้อมพวกมันไว้จากด้านนอกและรีบจัดการพวกมันให้สิ้นซากไม่ว่าจะจับเป็จับตายให้ขึ้นอยู่ว่าพวกมันว่าขัดขวางการจับกุมหรือไม่หากขัดขวางหรือตอบโต้ก็จับตายได้เลย
ส่วนหลี่น่าได้พรางตัวเพื่อซุ่มยิงโดยที่เธอได้ขึ้นไปซุ่มอยู่บนต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ไกลจากบริเวณนั้นตรงนั้นประมาณสามร้อยเมตรและเมื่อกองกำลังส่วนแรกเข้าจู่โจมนั้นพวกมันก็รู้ตัวกันทันทีเพราะพวกมันก็ได้วางกำลังคนไว้โดยรอบเหมือนกัน และกองกำลังส่วนที่สองก็รีบเขายิงกราดพวกมันอย่างไม่รอช้าเช่นกัน และหลี่น่าเธอนั้นก็รีบเล็งปืนไปที่เป้าหมายที่ได้หมายหัวไว้เธอได้เหนี่ยวไกไปยังเป้าหมายของเธอและะุได้ลอยทะลุไปเจาะที่หน้าผากของมันอย่างแม่นยำ ซึ่งมันนั้นก็คือหัวหน้าใหญ่ของพวกก่อการร้าย โดยเธอได้เล็งเป้าหมายด้วยความแม่นยำดั่งจับวาง และในเวลานั้นลูกน้องของพวกมันได้เหลือบมาเห็นว่ามีคนซุ่มยิงอยู่บนต้นไม้ใหญ่ โดยที่พวกมันไม่รอช้ารีบปาะเิมาที่ต้นไม้ใหญ่ที่เธอได้พรางตัวอยู่ข้างบนนั้น กู่ไฉน้องคนสนิทของเธอตกตะลึงเพราะไม่คิดว่าพวกมันจะมองเห็นว่ามีคนนั้นซุ่มอยู่บนต้นไม้นั่น และสมาชิกทุกคนต่างก็ใที่เธอโดนะเิเข้าอย่างจัง หลี่น่านั้นตกจากต้นไม้กระเด็นไปไกลหลายเมตร ด้วยแรงะเินั่นทำให้เธอาเ็สาหัส ส่วนกู่ไฉไม่รอช้ารีบยิงคนร้ายนั่นทันที และมันก็ได้สิ้นใจไปในทันทีเพราะะุได้ยิงเข้าที่จุดสำคัญของมัน ทุกคนต่างก็ปฏิบัติหน้าที่กันอย่างไม่ลดละและสุดท้ายก็จัดการพวกมันได้ราบคาบ และอีกอย่างหนึ่งนั้นเป็เพราะตัวการใหญ่ของพวกมันได้ตายลงซึ่งทำให้พวกมันเสียขวัญไม่น้อย ตอนนี้ร่างของหลี่น่าได้นอนแน่นิ่งอยู่ในป่าหญ้ารกทึบและเธอก็รู้สึกว่าเธอนั้นอยู่ในความมืดมิดเพียงลำพังไม่ได้ยินเสียงใครที่อยู่บริเวณนั้นเลยแม้แต่คนเดียว แต่ในมุมกลับกันสมาชิกภายในหน่วยของเธอต่างก็ร้องเรียกด้วยความใกลัวว่าเธอจะเสียชีวิตแต่ก็ไร้วี่แววเธอไม่มีอาการตอบสนองอะไรกับใคร และในไม่ช้าทุกคนก็รีบหามเธอออกมาจากตรงนั้น เพื่อที่จะรีบพาเธอไปรักษาให้เร็วที่สุดเพราะสภาพร่างกายของเธอตอนนี้เต็มไปด้วยาแเหวอะหวะกระดูกแขน ขา หักหลายท่อนและลมหายใจของเธอก็กำลังแ่เบา ในระหว่างที่ทุกคนหามหลี่น่าออกมาด้วยความทุลักทุเลนั้นก็เกิดจันทรุปราคาขึ้น โดยมองเห็นดวงจันทร์มีสีแดงเืและเต็มดวงกลมโตซึ่งจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมาก แต่ทุกคนก็ไม่ได้สนใจอะไรมากมายต่างรีบพาหลี่น่าไปรักษาให้เร็วที่สุดเพราะอาการของเธอไม่สู้ดีแล้วส่วนกู่ไฉเขานั้นก็ได้แต่น้ำตาคลอในระหว่างที่หามเธอออกมาจากตรงนั้นเพราะเขาเป็ห่วงกลัวว่าเธอจะไม่มีชีวิตรอด
และในเวลาเดียวกันกับอีกโลกหนึ่งซึ่งย้อนกลับมาห้าร้อยปีหลัง ซึ่งเมืองแห่งนี้เป็เมืองหลวงของแคว้นโฮ่วโจว ถิงถิงบุตรสาวคนโตของท่านแม่ทัพใหญ่ของแคว้นบัดนี้นางอายุครบ25ปีพอดี และในวันนี้นางได้ออกมาชมเทศกาลโคมไฟกับคู่หมั่นของนางอย่างสนุนสนานโดยนางนั้นได้เดินชมโคมไฟอย่างเพลิดเพลินและหลงไหลกับแสงสีของโคมไฟประดับประดาทั่วเมืองนับหลายร้อยดวง และคู่หมั่นของนางคือเฟยฉีอายุของเขามากกว่านาง2ปี เขาเป็บุตรชายเพียงคนเดียวของอัครมหาเสนาบดี โดยที่เขาหมั้นกับถิงถิงนั้นก็เพราะมีแผนชั่วร้าย ซึ่งเขาและบิดาของเขาคิดวางแผนจะหุบกำลังทหารที่มีมากมายจากผู้เป็บิดาของถิงถิง ดังนั้นจึงวางแผนมาขอหมั่นหมายนาง และนางก็ยินยอมเพราะคิดว่าเขานั้นรักตนเองด้วยความจริงใจ แต่เฟยฉีนั้นกลับเห็นนางเป็นเพียงแค่หมากตัวหนึ่งในเกมซึ่งมิได้มีความหมายอะไรกับเขามากเท่าไหร่ และเมื่อเขายิ่งเห็นใบหน้าของนางก็ยิ่งรู้สึกรังเกียจขยะแขยงเพราะถิงถิงนั้นนางเป็นผู้หญิงที่แต่งตัวจืดชืดหน้าตาไร้การแต่งแต้มด้วยสีสันจึงทำให้นางดูแล้วเป็ดั่งหญิงสาวขี้เหร่อัปลักษณ์ และหลายคนต่างก็ให้ฉายาเธอว่าคุณหนูใหญ่ผู้จืดชืดและมิหนำซ้ำยังได้โจษจันกันว่านางนั้นโง่เขลาเบาปัญญามิได้ทันคน และมักโดนหลอกได้ง่ายจากคนใกล้ชิด ซึ่งก็ต่างจากลี่อินน้องสาวต่างมารดาของนางบัดนี้นางก็อายุได้20ปีพอดี และนางมีหน้าตาสดใสงดงามราวสมกับที่เป็สาววัยรุ่นแรกแย้ม และนางก็มีนิสัยฉลาดแกมโกงและมีมารยาร้อยเล่มเกวียนไว้ล่อบุรุษให้หลงใหล ก่อนหน้านี้ลี่อินกับเฟยฉีได้พากันวางแผนจะลอบฆ่าถิงถิง เพราะลี่อินอยากจะเป็คุณหนูเพียงคนเดียวของจวนแม่ทัพใหญ่และเฟยฉีก็สมรู้ร่วมคิดกับนางด้วยเพราะไม่อยากแต่งงานกับนางนั่นเอง ซึ่งเฟยฉีนั้นก็ได้มีใจให้กับลี่อินด้วยทั้งคู่ได้แอบลักลอบคบกันอยู่ลับหลังถิง ถิง โดยที่นางไม่ได้ระแวงแคลงใจอันใด และตอนนี้ ถิง ถิงก็ยังเดินชมโคมไฟอย่างเพลิดเพลินไปเรื่อยๆตามถนนที่มีคนเดินกันขวักไขว่มากมาย และนางก็ได้เดินมาหยุดอยู่ตรงกลางสะพานข้ามคลอง และทันใดนั้นก็มีคนร้ายซุ่มยิงธนูมายังนางที่ยืนอยู่กลางสะพานนั่นโดยที่นางยังไม่ทันได้ตั้งตัว ลูกธนูนั้นก็ได้ปักไปที่หน้าอกด้านซ้ายของนางนั่นหมายความว่าธนูดอกนั้นได้ปักเข้าตรงหัวใจของนาง และไม่ช้านางก็ได้ตกลงไปในคลองน้ำนั่นอย่างที่ไม่มีใครช่วยไว้ได้ทัน ผู้คนที่อยู่บริเวณในงานต่างก็วิ่งหนีกันชุลมุนวุ่นวายไร้คนที่จะสนใจช่วยนางขึ้นจากน้ำนั่น ส่วนลี่อินและเฟยฉีก็รีบออกจากบริเวณงานนั้นอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นถิงถิง โดนเล่นงาน โดยที่ทั้งสองไม่คิดจะลงไปช่วยถิง ถิง ที่ตกลงไปในน้ำนั่นแม้แต่น้อย พวกเขาช่างใจร้ายใจดำกับนางเสียเหลือเกิน พอถิง ถิง ตกลงไปในน้ำนั่นแล้วร่างของนางก็กำลังดิ่งลงไปสู่ก้นคลองอย่างช้าๆ และนางก็ได้สิ้นใจั้แ่ธนูนั้นปักไปที่หน้าอกของนางแล้ว อาจจะด้วยความใและทำให้นางเกิดหัวใจวายเพราะความเป็จริงแล้วนางก็เป็โรคหัวใจและร่างกายอ่อนแอเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว ในระหว่างที่ร่างของ ถิง ถิงอยู่ในน้ำนั่นหลี่น่าเธอก็ได้มองเห็นถิง ถิงที่อยู่ในน้ำ ซึ่งเธอก็แปลกใจคิดว่าตัวเองมาโผล่อยู่ที่นี่ได้ยังไง และในระหว่างนั้นบนท้องฟ้าก็เกิดจันทรุปราคาเต็มดวงขึ้นซึ่งดวงจันทร์มองดูแล้วมีสีแดงเต็มดวง และแสงของดวงจันทร์นั้นได้สาดส่องมาที่ร่างของถิงถิงและหลี่น่า และไม่ทันไรแสงจันทร์นั้นก็ดึงให้หลี่น่าเข้ามาอยู่ในร่างของถิงถิง โดยไม่ทันได้ตั้งตัว และในระหว่างที่ร่างของเธอกำลังจะจมลงไปถึงพื้นใต้น้ำนั่นทันทีก็มีมือใครที่ไหนไม่รู้มาดึงเธอขึ้นไปจากน้ำนั่นก่อนที่ร่างจะดิ่งจมลงไปที่ก้นคลอง ตอนนี้หลี่น่าได้เข้ามาอยู่ในร่างของถิงถิงเรียบร้อยแล้วและเธอก็ได้หมดสติไปในที่สุด และตอนนี้ร่างของเธอก็ได้มานอนสลบสไลอยู่บนสะพาน โดยชายที่ช่วยเธอไว้นั่นก็คืออ๋องแปดซึ่งเขาเป็น้องชายที่ฮองเต้โปรดปรานมากที่สุดในบรรดาพี่น้องและตอนนี้เขาได้ช่วยให้เธอสำลักน้ำออกมาเพื่อจะได้ช่วยชีวิตเธอเอาไว้