“เสี่ยวโหรว! มานี่เดี๋ยวนี้!”
เสียงแปดหลอดของผู้หญิงคนหนึ่งเสียดแทงถึงห้วงฝัน แม้ว่า ‘เย่ิโหรว’ ไม่รู้ว่านั่นเป็ชื่อของใคร แต่ร่างกายของเธอก็กระเด้งลุกขึ้นนั่งโดยอัตโนมัติ
“เอ๊ะ!?”
ดวงตากลมโตดำขลับเบิกกว้างฉายแววประหลาดใจ เมื่อภาพของห้องกว้างเบื้องหน้าที่ควรเป็สีสว่าง ตกแต่งเฟอร์นิเจอร์แนวมินิมอล โดดเด่นด้วยคอมพิวเตอร์กราฟิกรุ่นใหม่ล่าสุดราคาครึ่งแสนที่ยังผ่อนไม่หมด กลับกลายเป็ห้องขนาดสี่เหลี่ยมผืนผ้า ตกแต่งด้วยไม้แดงเหมือนซีรี่ส์ยุคโบราณ ฝั่งตรงข้ามคือแท่นยาวจากมุมห้องซ้ายจรดมุมห้องขวา มีเสื่อกับหมอนพับเก็บเรียบร้อยอยู่หลายชิ้น ดูคล้ายเตียงนอนรวมตอนเข้าค่ายนอกสถานที่ ตัวเธอกำลังนั่งอยู่บนเสื่อมุมติดผนังเช่นกัน
“เวินเยี่ยนโหรว! ถ้าข้าเรียกอีกครั้ง วันนี้เ้าไม่ต้องกินข้าว!”
“!!”
‘เย่ิโหรว’ สะดุ้งโหยงกับเสียงแหลมสูงทรงอำนาจคล้ายเสียงนกกรีดร้องใส่มากกว่าเสียงคน เธอหันซ้ายขวาครู่หนึ่งจึงก้าวลงจากเตียงไม้แข็งลงยืนบนพื้นเต็มความสูง พบว่าตัวเองสวมชุดสีเขียวอ่อนยาวรุงรังหนาหลายชั้นแบบยุคจีนโบราณ เลยอดขมวดคิ้วแปลกใจไม่ได้ เพราะความทรงจำสุดท้ายก่อนเข้านอนเธอสวมเสื้อยืดตัวใหญ่โคร่งกับกางเกงขายาว รวบผมส่งๆ และสวมแว่นหนาเตอะจ้องนิยายบนจอคอมพิวเตอร์เพื่อพิสูจน์อักษรให้เสร็จก่อนพรุ่งนี้เช้า
ใช่แล้ว! เธอกำลังอ่านนิยายเื่ใหม่ล่าสุดของนักเขียนหน้าหยิ่งอย่างอาจารย์ชางอวี่ ชื่อเทพมารแสนปีอะไรสักอย่างที่อยู่ๆ ก็ส่งเข้าเมล์มาและขอให้พิสูจน์อักษรภายใน 1 อาทิตย์ ทั้งหมดกว่าพันหน้ากระดาษ ส่วน ‘เวินเยี่ยนโหรว’ คือสาวใช้จอมยุแหย่ของ ‘ซ่างกวนเฟิ่ง’ นางเอกของเื่ ผู้ซึ่งมีสถานะเป็ธิดาเทพแห่งแคว้นเหลียง มีความสำคัญเทียบเท่าแม่ทัพของแคว้น เท่าที่จำได้ สาวใช้คนนี้มีบทไม่ถึง 10 หน้ากระดาษด้วยซ้ำ และถูกสังหารในวันงานแต่งงานของซื่อจื่อกับซ่างกวนเฟิ่ง
“เวินเยี่ยนโหรว!!!”
เย่ิโหรวสะดุ้งสุดตัวรีบวิ่งออกนอกห้อง พบเข้ากับหญิงสาวรูปร่างสูงโปร่งสะโอดสะอง ดูดีอยู่ในชุดผ้าแพรกรุยกรายสีส้มเพลิง ขับผิวขาวนวลดุจแสงจันทร์ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น แม้ผมดำขลับยังสยายยาวตรงถึงกลางหลัง ไม่ได้ตกแต่งสิ่งใด ก็ยังงดงามตามแบบฉบับสตรีสูงศักดิ์ยุคโบราณ ใบหน้าของนางเป็รูปมนรีคล้ายไข่ ประดับเครื่องหน้าสวยคมแฝงรอยอ่อนหวาน โดดเด่นด้วยดวงตากลมโตสุกใสรับกับจมูกโด่ง แม้บางมุมคล้ายนกไปหน่อยแต่ก็ไร้ที่ติ เธอเผลอจ้องตะลึงอยู่อย่างนั้นกระทั่งดวงตากลมโตฉายแววฉุนเฉียวขึ้นมา
“จ้องข้าทำไม”
เสียงแหลมสูงของนางเอ็ดตะโรใส่ เย่ิโหรวจึงมั่นใจแล้วว่าเวินเยี่ยนโหรวที่อีกฝ่ายเรียกหมายถึงตัวเธอเอง
“อ่อ...อ้อ...เธอคือ...ซ่างกวนเฟิ่งเหรอ”
“พูดสำเนียงอะไรของเ้า ตามข้ามา เลิกี้เีได้แล้ว”
สาวสวยยากหาบทกวีเปรียบเทียบผู้นี้ตีหน้าั์ใส่เธอก่อนสะบัดหน้าเดินหนีไปยังทางยาวเหยียด เย่ิโหรวคิดว่านั่นพาไปถึงห้องของอีกฝ่าย เธอรีบเดินตามหลังแม้ในสมองมึนงงเหมือนดื่มเตกิล่าไป 2-3 ช็อตก็ตาม ระหว่างนั้น เธอััถึงไอร้อนบางอย่างคล้ายเปลวไฟแผ่กระจายออกมาจากร่างกายของคุณหนูซ่างกวน
ถ้าจำไม่ผิด ในนิยายอีกฝ่ายคือร่างจุติของอดีตเทพพิทักษ์จักรวาลทิศใต้ เทพหงส์เพลิง ในนิยายบรรยายถึงลักษณะของซ่างกวนเฟิ่งว่ารูปโฉมงดงามเทียบเคียงเทพ์แต่ประหยัดรอยยิ้ม ชอบสวมอาภรณ์สีส้มเพลิง ท่วงท่าสง่างาม แม้ไม่อ่อนหวานเช่นลูกสาวขุนนางแต่กริยานุ่มนวลสมเป็สตรีสูงศักดิ์ เธอเห็นด้วยกับเื่ความสวย ยกเว้นเื่กริยา นางเหมือนลูกคุณหนูจอมเอาแต่ใจมากกว่า เย่ิโหรวหยิกตัวเองแรงๆ ทีหนึ่งก็เจ็บจนน้ำตาแทบร่วง ทว่าไม่แน่ใจเลยยกมือตบหน้าตัวเองอีกที ซ่างกวนเฟิ่งได้ยินจึงหันมาหา
“ทำอะไรของเ้า”
“ฉันคิดว่ากำลังฝันอยู่ คุณช่วยตีฉันแรงๆ ได้มั้ย?”
เธอเห็นสีหน้าบึ้งตึงของคุณหนูคนงามหลังจากฟังจบ ก่อนจะเปลี่ยนเป็เยือกเย็นจนน่าขนลุก
“ได้”
“อึก!!”
ไม่ทันขาดวาจา เย่ิโหรวก็รู้สึกถึงฝ่ามือเรียวบางกระแทกเข้ากลางแผ่นอก ทว่าเรี่ยวแรงมหาศาลเหมือนถูกนักมวยต่อยจนจุกตัวงอ หน้ามืดไปชั่วขณะ ก่อนทุกอย่างจะดับวูบไปทันใด
---------------------------------
12 ชั่วโมงก่อน ณ คอนโดมิเนียมใจกลางมหานครเซี่ยงไฮ้
“ค่ะ ส่งไฟล์ก่อน 9 โมงเช้าวันพรุ่งนี้แน่นอนค่ะ ไม่ต้องห่วง แค่นี้นะ”
‘ปี๊บ’
ั้แ่ใช้ชีวิตมา 29 ปี เย่ิโหรวไม่เคยรู้สึกอยากกรีดร้องใส่โทรศัพท์มากเท่าวันนี้สักหน เธอมองเบอร์ของบรรณาธิการสำนักพิมพ์เขม็ง จินตนาการว่ายืนชี้หน้าสาดคำพูดใส่เขาอย่างเหลืออดกับงานด่วนที่ทำเธออดหลับอดนอนมา 7 วัน 7 คืนแล้ว แต่ทำไงได้ ชีวิตพนักงานตัวเล็กๆ ในสำนักพิมพ์ใหญ่ ถ้าหัดมีปากเสียงคงทำมาหากินในเส้นทางนี้ยาก
หญิงสาวพาร่างสูงตามมาตรฐานสาวเอเชีย โดดเด่นด้วยพุงกลมน้อยๆ ตามแบบฉบับของ Skinny fat อันเป็ปกติของมนุษย์ออฟฟิศ เดินลากรองเท้าสลิปเปอร์ออกจากมุมครัวมายังห้องนอนตกแต่งสไตล์มินิมอล ก้าวเข้าหาโต๊ะทำงานตัวใหญ่ที่มีคอมพิวเตอร์ราคาแพงเกินกว่าเงินเดือนตั้งหรา แต่ก็หาซื้อมาสนองความ้าของตัวเองได้ เธอวางแก้วชานมไว้ข้างตัว หยิบแว่นตาหนาเตอะสวมใส่ และเริ่มอ่านตัวอักษรมากมายบนหน้าจอคอมพิวเตอร์อีกครั้ง โชคดีที่เหลือแค่ไม่กี่บท แต่โชคร้ายที่บทละหลายสิบหน้า เมื่อมองเวลาเห็นว่าเกือบสี่ทุ่ม เธอรู้ชะตากรรมเลยว่าคงไม่ได้นอนทั้งคืนอีกแน่
“ชางอวี่นะ ชางอวี่ หน้าตาก็ดีอยู่หรอก นิสัยอย่างกับปีศาจ คิดว่าตัวเองเป็นักเขียนเทวดาหรือไง สั่งอะไรต้องได้อย่างนั้น มีความเป็คนเหลืออยู่บ้างมั้ย!”
นึกถึงนักเขียนเ้าของผลงานนิยายแนวย้อนยุคชื่อดัง ‘ชางอวี่’ เย่ิโหรวก็ยิ่งหงุดหงิดกว่าเดิม เธอพบเขาไม่บ่อยนัก จำได้ว่าทุกครั้งเขาไม่เคยฉีกยิ้มทักทายใครยกเว้นตอนแจกลายเซ็นในงานหนังสือของตัวเอง ช่างเป็พวกเสแสร้งอย่างเหลือเชื่อ เขามักสวมชุดสูทสีดำทับเสื้อยืดคอวีสีเดียวกัน เดินเชิดหน้าหล่อระดับไอดอล ไม่มองใคร อวดรูปร่างสูงผอมกว่าคนปกติทั่วไป ทั้งตัวมีกลิ่นหอมนุ่มลึกบางอย่างยากอธิบาย
ถึงแม้ว่าการมาเยือนสำนักพิมพ์ของเขามักทำพวกผู้หญิงตื่นเต้นยิ่งกว่าเจอดารา แต่สำหรับผู้ช่วยบรรณาธิการอย่างเธอแล้ว เขามาพร้อมหายนะทุกครั้ง ไม่ว่าจะเร่งงาน เพิ่มงาน สั่งตอนเช้าเอาตอนบ่าย หรือให้ออกนอกออฟฟิศไปหาข้อมูลที่เขา้า บรรณาธิการล้วนมอบหมายให้เธอรับเคราะห์กรรมทั้งสิ้น ถ้าไม่เพราะเ้าของสำนักพิมพ์โอ๋เขาอย่างกับเทพเ้าโชคลาภ เธอคงชี้หน้าด่าเขาทุกครั้งที่เจอกันแล้ว แต่เอาเข้าจริงเธอไม่เคยคุยกับเขาเลยสักคำตลอด 2 ปีที่ดูแลงานของเขา
“เขียนเื่อะไรนักหนายาวเป็พันหน้า น้ำเน่าชะมัด”
จะว่าไป งานของชางอวี่ไม่เคยมีเื่ไหนจบดีเลยสักเื่ เขาเขียนอ่านสนุก ดึงอารมณ์คนอ่านได้ดี เพียงแต่เนื้อเื่เหมือนตัวเอกเป็ลูกชังของ์ทั้งสิ้น เื่ตรงหน้าของเธอยิ่งแล้วใหญ่ พระเอกเป็จอมมารจำเป็ ชื่อว่า ว่านชิงเหยียน มีกระดูกเซียนและกระดูกมารในร่างกาย เดิมทีเป็เทพา ชื่อเดิมว่า อวี่เซียว เทพแห่งสายน้ำ พลังิญญาแข็งแกร่งที่สุดในบรรดาเทพทั้ง 8 องค์ แต่รักสันโดษ ไม่สุงสิงกับใคร
วันหนึ่งเกิดมีสายใยรักกับ เฟิ่งโหรว เทพหงส์เพลิงประจำทิศใต้ แต่ดันเกิดศึกจอมมารขโมยศิลา์เพื่อกดปุ่ม Shutdown จักรวาล ล้างทุกเผ่าพันธุ์ยกเว้นเผ่ามาร ทว่าอวี่เซียวเข้าฌานเห็นความหายนะครั้งนี้ก่อนจึงวางแผนกำจัดจอมมารไว้ล่วงหน้าโดยจำเป็ต้องหลอกใช้เฟิ่งโหรวในภารกิจ หลังจากอวี่เซียวผนึกกระดูกมารไว้กับตัวเอง เฟิ่งโหรวก็เป็ผู้สังหารเขาจนดับขันธ์ไปพร้อมกัน แต่ภารกิจครั้งนี้กลับไม่สมบูรณ์ จิตของจอมมารยังไม่หายไป เฟิ่งโหรวจึงทิ้งปราณจิตสุดท้ายไว้ในกระบี่เพื่อรักษาอาคมวิเศษของอวี่เซียวไว้ให้เทพรุ่นหลัง
500 ปี ต่อมา ว่านชิงเหยียนถือกำเนิดในฐานะโอรสองค์ที่สองแห่งแคว้นเซี่ย เดิมใช้แซ่เซี่ย ทว่าโหรทำนายว่าเป็ดาวหายนะ จะนำภัยพิบัติมาสู่แคว้นและล้างผลาญตระกูลเซี่ยหมดสิ้น ต้องกำจัดทิ้ง เ้าแคว้นเซี่ยจึงสั่งให้คนสนิทลักลอบนำโอรสไปสังหารโดยโกหกชายาตัวเองว่าโอรสสิ้นลมหายใจั้แ่อยู่ในครรภ์
ขณะเดียวกัน เซียนแห่งเขาเผิงไหล นามว่า ‘ว่านเสียน’ เห็นความแปรปรวนของมหานทีปั๋วไห่ จึงเสี่ยงดวงทำนายพบิญญา์เยือนแดนมนุษย์ที่แคว้นเซี่ย และติดตามไปช่วยเหลือได้ทันก่อนทารกถูกสังหาร เซียนว่านเสียนนำโอรสเซี่ยมาชุบเลี้ยงที่เขาเผิงไหล ให้นามว่า ว่านชิงเหยียน เมื่ออายุครบ 15 ปี ว่านชิงเหยียนลงเขาติดตามว่านเสียนมาพบเ้าแคว้นเหลียง เ้าแคว้นเห็นว่ารุ่นเดียวกับองค์ชายเจ็ดจึงขอไว้เป็เพื่อนเล่นกันเพราะองค์ชายเจ็ดสุขภาพอ่อนแอมาั้แ่เด็ก ไม่มีผู้ใดคบหา
ทว่านิสัยของว่านชิงเหยียนไม่เหมือนใคร ไร้สีหน้าอารมณ์ ไม่แยแสผู้ใดนอกจากองค์ชายเจ็ด แถมยังล่วงรู้ความคิดคนอื่นเหมือนมีมนต์ดำ วันหนึ่งเผลอล่วงเกินองค์ชายรัชทายาทโดยไม่ตั้งใจ จึงถูกคนในวังรวมหัวกลั่นแกล้งไม่เว้นวันถึงขั้นเืตกยางออกอยู่บ่อยครั้ง
ว่านชิงเหยียนอยู่ในสถานะคนใกล้ชิดองค์ชายเจ็ด จึงได้ติดตามองค์ชายไปยังสำนักศึกษา ที่ซึ่งสอนทั้งวิชาตำราและวิชาเวทย์เซียนของแคว้น เขาได้พบกับ ซ่างกวนเฟิ่ง บุตรีคนที่สองของเสนาบดีตระกูลซ่างกวน นางมีพลังเวทอัคคีติดตัวมาั้แ่กำเนิด และถูกทำนายว่าเป็หงส์เพลิงมาจุติเป็มนุษย์ จึงโดดเด่นเป็จุดสนใจ ทว่าซ่างกวนเฟิ่งมีนิสัยเย่อหยิ่งทะนงตน ไม่คบหาผู้ที่ต่ำศักดิ์กว่า ว่านชิงเหยียนจึงได้เพียงแอบรักนางเงียบๆ
กระทั่งอายุครบ 25 ปี เขาติดตามองค์ชายเจ็ดไปงานชมบุปผา ซ่างกวนเฟิ่งถูกนักพรตมนต์ดำเข้าโจมตี ว่านชิงเหยียนมีวิชาเซียนติดตัวจึงรุดเข้าช่วยเหลือ เป็ครั้งแรกที่ทั้งคู่ได้สบสายตากันในระยะใกล้ชิด ว่านชิงเหยียนเกิดสายใยรักต่อนางอย่างลึกซึ้ง แต่ซ่างกวนเฟิ่งกลับเพิกเฉย ซ้ำยังจดจ่อกับองค์ชายรัชทายาทผู้เดียว
เหมือนเป็เคราะห์กรรม ชาติก่อนอวี่เซียวหลอกใช้ความรักของเฟิ่งโหรว ชาตินี้ซ่างกวนเฟิ่งจึงไม่แยแสเขา หลังจากรับตำแหน่งธิดาเทพแห่งแคว้น นางได้รับพระราชทานงานสมรสกับองค์รัชทายาท ขณะเดียวกัน องค์รัชทายาทไม่้าเห็นเขาในวังหลวงอีกจึงสั่งคนลอบวางยาพิษ แต่องค์ชายเจ็ดกลับเป็ผู้รับเคราะห์แทน ว่านชิงเหยียนโกรธแค้นจนไม่อาจควบคุมจิตมาร เขาสาบานว่าจะทำให้ซ่างกวนเฟิ่งและองค์รัชทายาทต้องพรากจากกันตลอดกาล
เขาใช้มนต์ดำควบคุมจิตใจเ้าแคว้นเหลียงให้ยกเลิกสมรสพระราชทานและมอบซ่างกวนเฟิ่งให้เขาแทน เมื่อได้นางเป็ภรรยาสมใจ ชีวิตคู่กลับเลวร้ายกว่าที่คิด ซ่างกวนเฟิ่งกดขี่เขาทุกหนทางเพื่อบีบให้หย่าร้าง ซ้ำร้ายเขายังไม่อาจใช้มนต์ดำกับนางได้ รวมถึงสถานะองค์ชายตกยากของเขาถูกเปิดเผยโดยคนเก่าแก่ของแคว้นเซี่ย องค์รัชทายาทจึงใช้ประโยชน์เปิดทางส่งเขาเข้าอุ้งมือมัจจุราช ซึ่งก็คือน้องชายแท้ๆ ของเขาเองที่ขึ้นเป็เ้าแคว้นเซี่ยคนใหม่ โดยมีซ่างกวนเฟิ่งสมรู้ร่วมคิดด้วย ว่านชิงเหยียนถูกทำร้ายสาหัสปางตาย เมื่อเขายอมจำนนต่อความแค้น จิตมารจึงกำเนิดโดยสมบูรณ์ กระดูกมารหลอมรวมกับกระดูกเซียนเป็หนึ่งเดียว
ว่านชิงเหยียนกลายเป็จอมมารในคราบนักบุญ เขาใช้ารวบรวม 5 แคว้นเป็หนึ่งได้ก็จริง แต่กลับสร้างหายนะมากมายลุกลามไปถึงภพเซียนและภพ์ สุดท้ายจบลงด้วยการที่ซ่างกวนเฟิ่งใช้กระบี่หงหวงต่อสู้กับเขาอีกครั้ง เขาไม่อาจหักใจสังหารนางได้ จึงถูกนางใช้กระบี่แทงสังหารแทน ภาพในอดีตหวนคืนสู่ความทรงจำ เขาจึงล่วงรู้ภารกิจ์และยอมจำนนต่อโชคชะตา กระดูกมารถูกกระบี่วิเศษทำลายหมดสิ้น ก่อนร่างกายแหลกสลาย ว่านชิงเหยียนโผกอดซ่างกวนเฟิ่งเป็ครั้งสุดท้าย
‘ได้ตายด้วยน้ำมือของเ้า นับว่าคุ้มค่าแล้ว’
เย่ิโหรวอ่านมาถึงตรงนี้ก็ปวดหัวพอๆ กับปวดตา เขาไม่ได้อธิบายถึงมุมของซ่างกวนเฟิ่ง แถมยังจบแบบซ่างกวนเฟิ่งตัดสายใยรักต่อเขาสำเร็จและครองรักกับอดีตรัชทายาทแคว้นเหลียงสมใจอย่างมีความสุข
“อะไรวะ จบอย่างนี้อีกแล้ว”
ทุกครั้งที่อ่านนิยายของเขา เธอยอมรับว่าอยากจะแก้ตอนจบทุกเื่ทีเดียว แต่ทำยังไงได้ นักเขียนก็มีมุมมองของเขาเอง เื่ พันธนาการเทพมารแสนปีนี้ช่างหดหู่เสียจนติดอยู่ในใจ เย่ิโหรวกดเซฟพร้อมเตรียมส่งไฟล์ให้ชางอวี่และบรรณาธิการ แต่เมื่อเงยมองเวลาเห็นว่าเพิ่งตี 3 เธอจึงฟุบงีบบนโต๊ะโดยยังไม่กดส่งไฟล์ออกไป