…สตรีนางนั้นจากไปโดยทิ้งบททดสอบไว้ให้เขาด้วยเส้นตายที่ขีดเส้นไว้ในเจ็ดวัน หากว่าตัวเขานั้นทำได้สำเร็จทันเวลา..นางให้คำสัตย์อย่างหนักแน่นว่าจะเป็ผู้ชี้แนะให้เขาในหนทางแห่งการฝึกยุทธ์จนกว่าตัวนางเองจะหายดี
ในยุคที่ทวีปกระจัดกระจาย หนทางแห่งการฝึกยุทธ์ถดถอยลงจนแทบเสื่อมสลาย เคล็ดวิชาบ่มเพาะที่ดูใกล้เคียงจะสมบูรณ์ที่สุดต่างตกอยู่ในการของเหล่าขุมอำนาจที่ทรงพลัง
ด้วยเหตุข้างต้นนี้เองตัวเหอหลงผู้ที่ไร้ซึ่งภูมิหลังใดคอยสนับสนุน…มิหนำซ้ำยังถูกแปลกแยกออกจากกลุ่มเสียอีก หากได้ตัวตนระดับนางซึ่งทรงพลังจนสามารถทัดทานสัตว์อสูรเฒ่าในวันนั้นได้หลายชั่วอึดใจ อย่างน้อยตัวตนระดับนางคงมีภูมิหลังที่ไม่ต่ำต้อยกว่าขุมอำนาจเ่าั้คอยหนุนหลังอยู่เป็แน่ หากนางยินดีสั่งสอนเขาจริง อย่างน้อยหนทางในภายภาคหน้าของเขาคงไม่มืดมนมากนัก…
…“ เจ็ดวันงั้นรึ ง่ายเสียจนน่าประหลาดใจ”เด็กหนุ่มฉีกยิ้มกว้างทันที ในตอนที่เขาได้ััถึงการตื่นขึ้นของชีพจรปราณในกาย เหอหลงสามารถรับรู้ได้ทันทีถึงการสัมพันธ์กันอย่างน่าประหลาดของแหล่งพลังสองแห่ง ความใกล้ชิดและเกื้อหนุนกันของมานาและลมปราณ หากเป็อย่างที่เขาตระหนักได้จริง.. คิดได้เช่นนั้นเหอหลงจึงรีบร้อนมุ่งหน้าออกจากบ้านทันทีั้แ่ตะวันยังไม่ส่องแสงอยางเต็มที่…….
…….หลังออกจากบ้านและเดินลัดเลาะออกจากเมืองมาได้ชั่วระยะเวลาหนึ่ง ตอนนี้เหอหลงก็มาถึงรอบนอกของป่าอสูรอีกครั้งหนึ่ง เขามาถึงในเวลาที่อาทิตย์ยังอยู่ ณ กึ่งกลางของท้องฟ้าก็เท่านั้น
“ หากมันเป็ไปตามที่ข้าคิดไว้จริงๆ ก่อนเช้าของวันพรุ่งก็เกินพอจะผ่านบททดสอบของนางได้แล้ว”หลังพึมพำเบาๆจบเหอหลงก็เดินมุ่งหน้าเข้าไปยังเขตป่าส่วนนอกของป่าอสูรทันที เขาไม่้าให้ใครก็ตามรับรู้ถึงวิธีที่เขาจะใช้บ่มเพาะต่อจากนี้…
..หลังจากเดินเข้ามาพักหนึ่ง ตรงหน้าของเหอหลงเป็ต้นไม้ใหญ่มหึมาลำต้นหลายคนโอบ กิ่งก้านสาขาของมันแผ่ออกปกคลุมฟ้าบดบังแสงแดดกล้าเสียจนมิด ข้างๆลำต้นของมันมีก้อนหินก้อนโตดูเหมาะแก่การเป็ที่นั่งฌานสมาธิของเขาเพื่อบ่มเพาะพลัง
เมื่อเจอที่ที่ตนคิดว่าเหมาะสมแล้ว เหอหลงจึงขึ้นไปนั่งจัดกายที่บนก้อนหินใหญ่ทันทีในท่าทางสมาธิแบบเดิม..จากนั้นจึงเริ่มไหลเวียนกระแสมานาสีเงินรอบกาย
“ สกิล { การไหลเวียนแห่งมานา } ”
เหอหลงเริ่มเรียกใช้สกิลเข้าสนับสนุนตน หลังเรียกใช้สกิลความเข้มข้นและหนาแน่นของกระแสมานารอบกายเพิ่มขึ้นหลายทบทวีทันที ดาราสีเงินก็เริ่มปรากฎเป็รูปร่างที่ด้านหลังของชายหนุ่ม..หนึ่งดาราและหนึ่งมายาลอยโคจรทอกระแสสีเงินสกาวแห่งเหล่าเส้นสายมานา
แม้ในตอนนี้กระแสมานาจะอัดแน่นไปทั้งอาณาบริเวณ แต่เหอหลงไม่ได้ดึงกระแสมานาเหล่านี้ไปก่อตัวดาราดวงที่สองให้สมบูรณ์ต่อแต่อย่างใด นั่นไม่ใช่เป้าหมายของเขาในตอนนี้…
การไหลเวียนมานานั้นแท้จริงก็คือการหยิบยืมและไหลเวียนกระแสพลังแห่งธรรมชาติของเหล่าสรรพสิ่งนั่นเอง เมื่อสภาพแวดล้อมนั้นอัดแน่นไปด้วยพลังแห่งธรรมชาติ ท้ายที่สุดแล้วสถานที่แห่งนั้นย่อมกลายเป็์แห่งการบ่มเพาะของเหล่าผู้ฝึกยุทธ์ไม่ใช่หรือ??….
“ ปริมาณกระแสมานารอบกายที่ข้าควบคุมได้ในตอนนี้คงเป็ขีดจำกัดของตัวข้าแล้ว ณ ปัจจุบันที่มีดาราแห่งมานาที่สมบูรณ์เพียงหนึ่งดวงเท่านั้น หากข้าสามารถก่อวงโคจรดาราได้สำเร็จผลลัพธ์การควบคุมกระแสบรรพโกลาหลคงน่าประทับใจเสียยิ่งกว่านี้กว่านี้มากนัก แต่เท่านี้ก็ถือว่าเพียงพอแล้วต่อตัวข้าในตอนนี้”…….
…..ณ ที่ที่ห่างไกลออกไปในจุดซึ่งอยู่สูงขึ้นจากป่าทึบและอยู่เื้ัของเมฆก้อนใหญ่สีขาวนวล สตรีผู้หนึ่งกำลังทอดสายตาลงมาจดจ้องชายหนุ่มอย่างนิ่งเงียบด้วยสายตาเป็ประกายประหลาดใจ
“ อืมม เ้าเด็กนี่ไม่ธรรมดาเหมือนตอนข้าแรกพบเจอเข้าจริงๆ ”
“ ดาราลึกลับที่โคจรเื้ัเด็กนั่นเป็สิ่งที่ข้าไม่เคยประจักษ์มาก่อน รวมทั้งพลังในการควบคุมกระแห่งบรรพโกลาหลซึ่งเป็ไปไม่ได้ที่จะควบคุม… เ้าเด็กนี่ช่างเกินสามัญสำนึกของข้าเสียเหลือเกิน”…..
…“ อืมมม คงได้เวลาเริ่มกันเสียที”เหอหลงเริ่มควบคุมกระแสบรรพโกลาหลพร้อมเปิดรูขุมขนทั่วกายเพื่อซึมซับพลังธรรมชาติเ่าั้..อีกทั้งยังสูดกระแสพลังเข้าผ่านทางลมหายใจพร้อมในเวลาเดียวกันทั้ง2ทาง….
…..เปิดรูขุมขนนั้นเพื่อชักนำปราณเข้าหล่อเลี้ยงกล้ามเนื้อและปรับปรุงกายให้ชินกับพลังธรรมชาติ สูดหายใจเข้าก็เพื่อลำเลียงพลังแห่งธรรมชาติเข้ากรุยทางชีพจรปราณทำลายบานประตูที่ค่อยขวางกั้นเส้นทางไหลเวียน..ยิ่งทลายบานประตูขวางทางได้เยอะเท่าใด จำนวนด่านที่ทำลายได้เ่าั้ก็คือจำนวนจุดชีพจรปราณที่เปิดได้นั่นเอง
[ กำลังเพิ่มขึ้น 0.1 ]
[ พลังชีวิตเพิ่มขึ้น 0.1 ]
[ ปราณเพิ่มขึ้น 0.1 ]
“ สำเร็จ! เป็ดั่งที่ข้าคิดไว้จริงๆ”เมื่อรับรู้ว่าวิธีที่ตนคิดเอาไว้นั้นเป็จริง..เหอหลงเริ่มบ่มเพาะต่ออย่างบ้าคลั่งทันทีจนหลงลืมเวลา…
[ กำลังเพิ่มขึ้น 0.1 ]
[ ปราณเพิ่มขึ้น 0.1 ]
…..
ปัง.. ปัง เสียงพลังทลายของบางสิ่งดังก้องขึ้นในกายของเหอหลง จุดชีพจรปราณตามทางแห่งการโคจรที่เคยปิดกั้นอยู่นั้นถูกทำลายลงอย่างต่อเนื่องตามเวลาที่ไหลผ่านไป
จากเที่ยงวันผันสู่สนธยาและคล้อยคลาเข้าสู่ประตูราตรีเด็กหนุ่มยังคงบ่มเพาะอย่างขะมักเขม้น “ 24จุด.. 25จุด.. 26…..”กายเหอหลงดูดซับพลังโกลาหลรอบข้างอย่างบ้าคลั่ง
[ กำลังเพิ่มขึ้น 0.1 ]
[ ปราณเพิ่มขึ้น 0.1 ]
…
..ปัง.. ปัง “ 33.. 34..”เสียงทลายดังก้องขึ้นทุกครั้งที่เหอหลงฟันฝ่าผ่านสำเร็จอีกหนึ่งด่านประตู
..ปัง “ 35…”
ลมกรรโชกอย่างรุนแรงพาเหล่าพฤกษาไม้ขนาดเล็กรอบข้างต้นไม้ใหญ่ให้ไหวเอน ปัง!! เสียงปะทะดังสนั่นหวันไหวเสียกว่าทุกทีดั่งด่านประตูบานใหญ่กว่าครั้งไหนๆได้ถูกทำลายลง
“ สามสิบ..หก” ซู่มมม เหอหลงลืมตาตื่นขึ้นจากภวังค์สมาธิ..ประกายพลังสีเหลืองอำพันหม่นซีดเปล่งออกมาอ่อนจางปกคลุมผิวกายของชายหนุ่ม
[ ค่าความชำนาญของ { สกิล } ถึงเกณฑ์ที่กำหนด]
[ การไหลเวียนแห่งมานา Level1>2 ]
……..
…
[ สถานะ ]
ชื่อ:หวังหลง อายุ:14
เผ่าพันธุ์:มนุษย์{???} Level:11 Exp(4/110)
ความแข็งแกร่ง:13>15.4 โชคชะตา:???
ค่าชีวิต:8>9.9 แรงกาย:100/100
มานา:13.3 ปราณ:5.8>10
แต้มสถานะพิเศษ:11
ความสามารถ(เคล็ดวิชา) : -ตรัสรู้ลึกลับ(ติดตัว)??? -กลืนดารา(า) Level:1 Exp(8.7/10)
-การไหลเวียนแห่งมานา Level:1>2 Exp(0/50) -มานาบำบัด Level:1 Exp(1.2/10)
-หมัดพันชั่ง Level:1 Exp(0/10) -มานาเสริมทำลาย Level:1 Exp(0/10)
…….
หมายเหตุ## ค่ากำลัง = ค่าความแข็งแกร่ง