แต่ตอนนี้หลูซีกลับรู้สึกว่าฝ่ามือที่บรรลุผลแน่นอนของตนกลับถูกฟ่านเสวี่ยหลีต้านเอาไว้!
ไม่เพียงแต่ต้านเอาไว้ได้อีกทั้งร่างกายของฟ่านเสวี่ยหลียังมีลมปราณบ้าคลั่งที่ราวกับพุ่งทลายชั้นเมฆจากนั้นก็ปัดฝ่ามือสองข้างของเขาออก แล้วกระแทกเข้ากลางอกของเขาราวกับัที่คำรามด้วยความโกรธ!
ตอนนี้ข้ารับใช้ทั้งหมดต่างตกตะลึง! มันเป็ไปได้อย่างไร
“อัก!”หลูซีถูกโจมตีจนกระอักเืออกมาหลายคำ และจ้องมองฟ่านเสวี่ยหลีด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ
เป็ไปได้อย่างไร อีกฝ่ายบ่มเพาะจนบรรลุระดับเนื้อกายขั้นสาม บ่มเพาะกระดูกอีกทั้งลมปราณยังแข็งแกร่งกว่าตนอีก
อีกฝ่ายซ่อนเร้นพลังได้ลึกถึงเพียงนี้เชียว! คาดไม่ถึงเลย!
เพียงการโจมตีเดียวก็ทำให้เขาาเ็ไม่น้อย!
เห็นทีต้องแสดงไพ่ตายแล้ว!
ดวงตาของหลูซีแฝงด้วยความโเี้ แต่เขาจงใจแสร้งเป็หวาดกลัว“คุณชายเจ็ด ข้ายอมแพ้แล้ว!ข้ายอมคืนดวงิญญาท่านแม่ของเ้าแล้ว!”
หากดวงิญญาถูกดึงออกและหลอมเข้ากับค่ายกลก็จะทำให้แตกสลายจนไม่สามารถฟื้นกลับมามีชีวิตแต่เขาเชื่อว่าการที่ตนพูดเช่นนี้ ฟ่านเสวี่ยหลีจะต้องกลืนไม่เข้าคายไม่ออกและเมื่อนั้นจะเป็โอกาสของตน!
หลังจากพูดจบหลูซีก็กัดริมฝีปากและพ่นเืลงบนกระดองเต่าที่อยู่ตรงหน้าเขาจากนั้นดวงิญญาร้ายนับไม่ถ้วนก็รวมตัวกันจนเกิดเป็รูปร่างมันเปล่งแสงแล้วล้อมรอบห้องโถงอย่างแ่าจนน่ากลัว
มันคือวิชาิญญาโลหิต เมื่อิญญาร้ายเหล่านี้ถูกอาบไปด้วยเืก็จะก่อตัวเป็ร่างจริงได้ชั่วคราวแม้จะอยู่ภายใต้แสงแดดที่แผดเผา พวกมันก็ทนอยู่ได้เป็่เวลาสั้นๆหลูซีเคยใช้วิชานี้สังหารจอมยุทธ์เนื้อกายขั้นสี่คนหนึ่ง ดังนั้นเขาจึงเชื่อว่าการโจมตีนี้จะทำให้ฟ่านเสวี่ยหลีถูกิญญาร้ายเหล่านี้ฉีกร่างเป็เศษเสี่ยงแน่นอน!
ตอนนี้ข้ารับใช้เ่าั้ต่างประหลาดใจอย่างยิ่งพวกเขาไม่เคยเห็นิญญาร้ายที่สามารถหลอมรวมกันเป็รูปร่างเช่นนี้และเมื่อเห็นพวกมันพุ่งเข้าหาพวกตนราวกับไม่แยกแยะมิตรศัตรูก็ถึงกับหน้าซีดเผือด
หลังจากนั้น เหล่าข้ารับใช้ก็ถูกิญญาร้ายฉีกร่างออกเป็ชิ้นๆ
เืนองเต็มพื้น
องครักษ์ศาลบูชาที่เคยทำร้ายฟ่านเสวี่ยหลีเมื่อคราวก่อนก็ใจนทรุดตัวลงกับพื้นแต่น่าเสียดายที่เขาก็ถูกฉีกร่างออกเป็เศษเสี่ยงโดยไม่หลงเหลือเืเนื้อในทันที
ตอนนี้หลูซียิ้มมุมปากอย่างชั่วร้ายการโจมตีครั้งนี้ของเขาเกินความคาดหมายอย่างมาก แต่เขาคว้าความได้เปรียบมาแล้วฟ่านเสวี่ยหลีจะต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย!
เพียงแต่แม้ข้ารับใช้ทั้งหมดจะตายลงทว่าฟ่านเสวี่ยหลีกลับไม่ได้รับผลกระทบใดๆ จากิญญาร้ายเ่าั้เขายืนนิ่งราวกับกำลังรวบรวมพลัง
“ความตายอยู่ตรงหน้าแล้ว ยังจะมั่ววางท่าอยู่อีกหรือ”หลูซีกำหมัดแน่นกระตุ้นเืเนื้อทั้งหมดเพื่อทำให้ิญญาร้ายเหล่านี้ห้อมล้อมฟ่านเสวี่ยหลีอย่างสมบูรณ์
ภายใต้การโจมตีครั้งนี้ ฟ่านเสวี่ยหลีหนีไม่รอดแน่นอน
“ด้วยวิชาิญญาโลหิตแค่นี้ของเ้าหรือ” ดวงตาของฟ่านเสวี่ยหลีฉายจิตสังหารอันแรงกล้าแต่ไม่นานก็สงบลง หลังจากนั้นก็กระแทกฝ่ามือออก ฝ่ามือพุ่งผ่านนภาจนเกิดเป็รอยวงกลมขึ้นกลางอากาศ!
ราวกับว่ามีตะวันจันทราอยู่ในฝ่ามือ หมื่นอัคคีปรากฏ!
ตราหมื่นอัคคี!
การบ่มเพาะหัตถ์นี้เป็เื่ที่ยากมาก เพราะมันสามารถสร้างหมื่นอัคคีเพื่อขจัดสิ่งชั่วร้ายและยังเป็หัตถ์อันดับหนึ่งในบรรดาหัตถ์มากมายของปรมาจารย์ปรุงยา ไม่เพียงแต่ใช้เพื่อปรุงยาอีกทั้งยังมีพลังอันแข็งแกร่งในยามต่อสู้
ซึ่งจุดที่ทรงพลังที่สุดคือความสามารถในการควบคุมเจตจำนงแห่งอสนีบาตขจัดภูตผีปีศาจ!
เมื่อตราปรากฏ ปวงิญญาสลาย!
หัตถ์นี้เป็กุญแจในความมั่นใจของฟ่านเสวี่ยหลีเพราะเมื่อเขาบรรลุเนื้อกายขั้นสามก็จะสามารถแสดงอำนาจครึ่งหนึ่งของหัตถ์นี้ได้
แน่นอนว่าพลังย้อนกลับของหัตถ์ชนิดนี้รุนแรงอย่างยิ่ง ในตอนนี้หากเขาใช้หนึ่งครั้งต้องใช้เวลานานมากจึงจะฟื้นฟูจิติญญาได้
หัตถ์ของฟ่านเสวี่ยหลีไม่เพียงแต่สามารถกำจัดฝูงิญญาร้ายให้สิ้นซากมันยังสามารถพุ่งกระแทกเข้ากลางอกของหลูซีโดยตรง!
หลูซีแทบไร้ซึ่งกำลังต่อต้านทำได้เพียงปล่อยให้ถูกกระแทกเข้ากลางอกจนแตกออกเป็ช่องเื หัวใจถูกบดขยี้
“นะ...นี่มันหัตถ์อะไรกัน ช่างน่ากลัวยิ่งนัก!”หลูซีพูดประโยคสุดท้ายออกมาด้วยความยากเย็นและตื่นใ“ิญญาของแม่เ้ายังอยู่ในกำมือข้า เ้ากล้าดีอย่างไรถึงฆ่าข้า”
จากนั้นเขาก็ล้มลงกับพื้นอย่างแรง ตายตาไม่หลับ
ฟ่านเสวี่ยหลีมองดูศพของหลูซีด้วยสายตาเ็าเขามองออกั้แ่แรกแล้วว่าหลูซีผู้นี้ใช้วิชาดึงดูดิญญาที่แสนเลวทรามส่วนดวงิญญาของท่านแม่ก็ถูกอีกฝ่ายแผดเผาอย่างไร้ความปรานีไปแล้วไม่มีทางช่วยดวงิญญากลับคืนมาได้แต่ถ้าเขาไว้ชีวิตอีกฝ่ายก็จะเกิดปัญหามากมายตามมาภายหลัง
แต่ในฐานะปรมาจารย์ปรุงยาย่อมมีวิธีการฟื้นคืนิญญา
มันเป็วิธีที่ทำได้ยากมากและต้องใช้สมุนไพรหายากหลายชนิด
เขาหันมองไปยังูเาไท่หยินที่อยู่ทางทิศเหนือ
ที่แห่งนั้นหนาวเหน็บตลอดทั้งปี ท้องฟ้าปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งและหิมะ ไม่เคยมีผู้ใดเอาชีวิตรอดกลับมาได้หลังจากที่เข้าไปมันเป็พื้นที่ต้องห้ามแห่งหนึ่งในบริเวณร้อยลี้นี้
ส่วนสมุนไพรหายากเ่าั้ก็เติบโตอยู่ในสถานที่เย็นจัดแบบนั้น
ฟ่านเสวี่ยหลีไร้ซึ่งความลังเลเขาฝืนทนร่างกายอันอ่อนล้าจุดไฟเผาหัวหน้าพ่อบ้านและเหล่าข้ารับใช้ จากนั้นก็เผาบริเวณแห่งนี้จนมอดไหม้เป็จุณ
เขาเผาทำลายหลักฐานและอำพรางตัวเองการที่ตัวเขาในตอนนี้้าต่อต้านฮูหยินใหญ่และชิงกระบี่์กลับคืนมายังจำเป็ต้องกระทำการอย่างระมัดระวัง
ศพของหัวหน้าพ่อบ้านถูกแผดเผาจนกลายเป็เถ้าถ่านอย่างรวดเร็วทั้งห้องถูกไฟเผาไหม้จนค่อยๆ ลุกลามเป็ทะเลเพลิง
จากนั้นฟ่านเสวี่ยหลีก็ไม่มัวลังเลอีกต่อไป เขาเดินออกจากประตูหลังปีนขึ้นกำแพงสูงและไถลตัวลงมา
เมื่อนึกถึงท่านแม่ที่สูญเสียดวงิญญา เขาจึงรีบมุ่งหน้าไปยังูเาไท่หยินอย่างรวดเร็วราวกับมีไฟลนเท้า
หลังจากเดินไปได้หลายลี้ เขาก็ได้ยินเสียงลมกระโชกจากด้านหลัง
“ผู้ใดกัน” ฟ่านเสวี่ยหลีหันหน้ากลับไปในทันที แลพูดอย่างเคร่งขรึม
เขาได้ยินเสียงสะกดรอยตามของอีกฝ่าย
“หงิง!”
มันคือจิ้งจอกน้อยสีขาวบริสุทธิ์ดวงตาของมันเบิกกว้างอย่างไร้เดียงสาและมองมาที่เขาอย่างน่าเอ็นดู
มันเป็จิ้งจอกน้อยที่ฟ่านเสวี่ยหลีเจอในจวนหัวหน้าพ่อบ้าน
หลังจากที่ฟ่านเสวี่ยหลีสังหารหลูซี จิ้งจอกน้อยตัวนี้ก็ไปซ่อนตัวฟ่านเสวี่ยหลียังคิดว่ามันหนีไปตั้งนานแล้ว คาดไม่ถึงว่ามันจะวิ่งตามมา
เมื่อเห็นฟ่านเสวี่ยหลีหันกลับมามองจิ้งจอกน้อยก็ยืนขึ้นราวกับมนุษย์ จากนั้นก็คำนับฟ่านเสวี่ยหลีด้วยความเคารพอย่างสูงเห็นได้ชัดว่าเป็การแสดงความซาบซึ้งในพระคุณ
เห็นได้ชัดว่าจิ้งจอกน้อยตัวนี้เกิดจิติญญาแล้ว ซ้ำยังเรียนรู้การทำความเคารพแบบมนุษย์ซึ่งทำออกมาได้เหมือนมาก
ฟ่านเสวี่ยหลีประหลาดใจเล็กน้อย แต่เขาก็โบกมือทันทีแล้วพูดว่า“ไม่ต้องพิธีรีตอง ข้าแค่บังเอิญช่วยชีวิตเ้าเอาไว้เท่านั้นในเมื่อเ้าปลอดภัยแล้วก็รีบหนีไปเถิด ก่อนที่เ้าจะถูกผู้อื่นจับตัวไปอีก”
เขารู้ว่าจิ้งจอกน้อยที่อยู่ตรงหน้ามีสายเืที่สูงส่งหากถูกผู้ใดจับไปได้ เกรงว่าจะสูบเืของจิ้งจอกน้อยเพื่อบ่มเพาะแต่เขายึดมั่นในบรรทัดฐานของตัวเอง จึงไม่มีทางทำเื่เช่นนั้นเด็ดขาด
จากนั้นเขาก็หันหลังกลับแล้วเดินจากไป
แต่เมื่อเขาเดินไปได้ไม่กี่ก้าว จิ้งจอกน้อยก็เดินตามอย่างใกล้ชิด
ฟ่านเสวี่ยหลีตกตะลึงเขาสังเกตเห็นใบหน้าของจิ้งจอกน้อยเหมือนมีความกังวลเล็กน้อย ราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่างเขาจึงลองถามดู “เ้ากำลังเป็ห่วงแม่ของข้าหรือ”
หรือว่ามันได้ยินเื่ที่หลูซีดึงดวงิญญาแม่ของเขาออกไป?
จิ้งจอกน้อยพยักหน้าพร้อมกับแสดงสีหน้าเป็ห่วง จากนั้นก็ชี้ไปที่หัวใจของตัวเองพร้อมกับทำท่าแยกเล็บออก
เมื่อฟ่านเสวี่ยหลีเห็นเช่นนี้ก็รู้สึกประทับเล็กน้อยแล้วถามว่า“ความหมายของเ้าคือให้ข้าเอาโลหิตหัวใจของเ้าไปรักษาแม่ของข้าอย่างนั้นหรือ”
เขาเคยได้ยินเื่ราวมากมายเกี่ยวกับสุนัขจิ้งจอกตอบแทนบุญคุณหลังจากได้รับการช่วยเหลือเขาจึงคาดเดาเช่นนี้อย่างอดไม่ได้
จิ้งจอกน้อยพยักหน้าต่อเนื่อง และแสดงสีหน้าเหมือนยอมมอบชีวิตให้
ฟ่านเสวี่ยหลีรู้สึกอบอุ่นใจอย่างยิ่งเขาเดินไปข้างหน้าแล้วตบไหล่จิ้งจอกน้อยเบาๆ จากนั้นก็อุ้มมันเอาไว้ในอ้อมกอดแล้วพูดว่า“ขอบคุณนะ แต่จิ้งจอกน้อย เ้าเชื่อใจข้าเถิด ข้าช่วยชีวิตท่านแม่ได้แน่นอน”
น้ำเสียงของเขามีความมั่นใจอันเด็ดเดี่ยว
จิ้งจอกน้อยกลอกตาและแสดงสีหน้าไม่เชื่อ จากนั้นมันก็เอนตัวพิงลงบนหน้าอกของฟ่านเสวี่ยหลีและถูด้วยขนสีขาวของมันพร้อมกับเผยสีหน้า “ในไม่ช้าก็เร็วเ้าก็ต้องพึ่งพาข้า” จากนั้นก็ผล็อยหลับไป
“จิ้งจอกน้อยตัวนี้มีแววตาที่น่าประทับใจยิ่งนักมันเกิดจิติญญาแล้วจริงๆ ...”ฟ่านเสวี่ยหลียิ้มและรู้สึกเอ็นดูจิ้งจอกน้อยตัวนี้
จิ้งจอกน้อยที่น่ารักเช่นนี้ ใครจะทำร้ายได้ลงคอ
จากนั้นเขาก็เร่งฝีเท้าเร็วขึ้นราวกับสายฟ้า มุ่งหน้าไปยังูเาไท่หยิน
ขณะที่ฟ่านเสวี่ยหลีเร่งฝีเท้าตรงประตูทางเข้าจวนของหลูซีก็ปรากฏนักปราชญ์ชราผู้สง่าสุขุมท่าทีเย็นเยือกคนหนึ่ง
เขามองจวนที่กำลังลุกไหม้เป็ทะเลเพลิงข้ารับใช้ทุกคนต่างวิ่งหนีเอาตัวรอด โดยที่ไม่มีใครอยู่ช่วยดับไฟ
กระดองเต่าบนมือของเขาเปล่งแสงขึ้นราวกับกำลังคำนวณอะไรบางอย่าง“กล้าดีอย่างไรถึงได้เอาตัวเจียวเอ๋อร์ไป อีกทั้งยังจะเอาเืหัวใจของเจียวเอ๋อร์ด้วยสมควรตาย!”
กระดองเต่าเปล่งแสงและชี้ไปยังทิศทางของฟ่านเสวี่ยหลี
จากนั้นเขาก็ถกแขนเสื้อขึ้น เกิดลมกระโชกแรงในทันที เขาปรากฏตัวขึ้นนอกระยะสิบจั้งในชั่วพริบตารวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด ไล่ตามไปยังทิศทางของฟ่านเสวี่ยหลีทั่วกายเปี่ยมด้วยจิตสังหาร