ในขณะที่หลันซื่อเดินหลับมาถึงบ้าน นางก็เปิดประตูเดินเข้าไปด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย จนผู้เป็บุตรชายอดที่จะแปลกใจไม่ได้ เพราะท่านแม่ของเขานั้น นางเป็คนที่มักจะยิ้มแย้มอยู่เสมอ แต่ทว่าวันนี้นางกลับสงบนิ่งมากจนผิดปกติ ฉิงหลางจึงเอ่ยปากถามมารดาด้วยความเป็ห่วง
"ท่านแม่...เหตุใดท่านแม่ถึงได้มีสีหน้ากลัดกลุ้มเช่นนั้นเล่าขอรับ หรือว่ามีผู้ใดทำให้ท่านแม่ขุ่นเคืองใจ"
"เปล่าหรอกลูก..ไม่มีใครหาเื่อะไรแม่ทั้งนั้น แม่เพียงมีบางเื่ที่คิดไม่ตกก็เท่านั้นเอง"
"ท่านแม่...ท่านอย่าลืมสิว่ายังมีข้ากับพี่สาวอยู่นะขอรับ หากท่านแม่มีเื่ที่ไม่สบายใจ ท่านก็สามารถบอกกล่าวข้ากับพี่สาวได้ บางทีการที่ท่านแม่ได้บอกกล่าวหรือพูดระบาย เื่ที่ติดค้างในใจออกมาให้ข้าและพี่สาวได้ฟัง อาจจะช่วยให้ท่านแม่สบายใจขึ้นก็เป็ได้นะขอรับ"
"เฮ้อ...เื่นี้เอาไว้ก่อนเถอะ เอาไว้วันหลังแม่จะเล่าทุกอย่าง ให้เ้ากับพี่สาวของเ้าได้รู้ แต่ยังไม่ใช่วันนี้"
"ขอรับ"
เมื่อได้ฟังคำพูดตัดบทของมารดา กู้ฉิงหลางก็ไม่ได้เซ้าซี้ถามความต่อ เพราะเขาดูออกว่าในตอนนี้ ท่านแม่ของเขานางคงยังไม่พร้อม ที่จะพูดเื่ที่ติดค้างอยู่ในใจออกมา และหากเขาคาดเดาไม่ผิดล่ะก็ เื่ที่ทำให้มารดาเป็กังวลมาตลอด คงหนีไม่พ้นเื่ที่เคยเกิดขึ้นในอดีต
"พี่สาวของเ้าเล่า"
"หลับไปแล้วขอรับ"
"เ้าได้ยกถ้วยยามาให้นางดื่มหรือยัง"
"เื่นั้นท่านแม่ไม่ต้องเป็ห่วง ข้าได้จัดการเรียบร้อยแล้วขอรับ"
ในขณะที่สองแม่ลูกกำลังสนทนากันอยู่นั้น ภรรยาของหัวหน้าหมู่บ้านก็ได้มาเยือน นางยืนอยู่หน้าประตูพลางร้องเรียกเ้าของบ้าน ด้วยน้ำเสียงที่ดังลั่นทั้งยังมีใบหน้าขุ่นเคือง ทำให้คนในบ้านที่ได้ยินเสียงเรียก นึกสงสัยว่าสตรีผู้นี้มาทำไมกันอีก
"หลันซื่อ...หลันซื่อ เปิดประตูให้ข้าที"
"รอเดี๋ยว"
"ทำอะไรกันอยู่เหตุใดถึงมาเปิดประตูช้านัก"
หงลี่เอ่ยถามเสียงดังพร้อมทั้งจ้องมองคนตรงหน้า อย่างเคียดแค้นชิงชังประหนึ่งว่า พวกนางสองคนเป็ศัตรูกันมาแต่ชาติปางก่อน
"นี่คือกิริยาที่ท่านควรแสดงออก เมื่อมาเยือนบ้านของผู้อื่นหรือ เอาเถอะข้าเองก็ไม่อยากต่อล้อต่อเถียง หรือทะเลาะกับท่านให้มากความ ท่านมีสิ่งใดจะพูดก็รีบพูดออกมาเถอะ"
หลันซื่อตอบกลับด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์เช่นกัน ถึงแม้ว่านางจะมีนิสัยอ่อนโยนและโอบอ้อมอารี แต่ทว่านางก็ไม่ใช่สตรีอ่อนแอหรือหัวอ่อนไม่ทันคน นางไม่มีทางยอมให้ผู้อื่นมาข่มเหงรังแกได้ง่ายๆ
"เฮอะ!!..เ้าคิดว่าข้าอยากมาเหยียบบ้านเ้านักรึไง ถ้าไม่มีธุระข้าก็คงไม่มาที่อัปมงคลเช่นนี้หรอก เอ้านี่รับไป!"
หงลี่ตะคอกกลับเสียงดังพลางยัดถุงเงิน ใส่ในมือของหลันซื่ออย่างรวดเร็ว ยังไม่ทันที่ฝ่ายหลันซื่อจะได้ตอบกลับ หรือเอ่ยปากถามสิ่งใดออกมา อีกฝ่ายก็เดินสาวเท้ายาวๆออกไปจากรั้วหน้าบ้านแล้ว
"ท่านแม่...เกิดอะไรขึ้นหรือขอรับ"
กู้ฉิงหลางรีบเดินออกมาหามารดา เพราะเกรงว่าท่านแม่ของตนจะถูกสตรีเ้าเล่ห์รังแก
"ไม่มีอะไรหรอกลูก...พอดีว่าภรรยาของหัวหน้าหมู่บ้านนางผ่านทางมา นางก็เลยแวะเอาค่าทำขวัญกับค่ารักษาของพี่สาวเ้า มาให้กับแม่ก็เท่านั้นเอง"
หลันซื่อตอบกลับบุตรชายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน สายตาของนางพลางจับจ้องอยู่ที่ถุงเงินในมือ นางถอนหายใจยาวออกมาอย่างเหนื่อยใจ
"ท่านแม่..เย็นนี้ตุ๋นไก่กินกันเถอะขอรับ จะได้บำรุงท่านกับพี่สาวสักหน่อย"
"เ้านี่นะ...พูดวกไปวนมาก็หนีไม่พ้นนึกถึงแต่ของอร่อยสิน่า"
"ฮิๆ...ก็ข้าไม่ได้กินเนื้อนานแล้วนี่ขอรับ อีกอย่างท่านแม่และพี่สาวเอง ก็จำเป็ต้องกินอาหารบำรุงร่างกาย ถ้างั้นข้าออกไปซื้อไก่ที่ท้ายหมู่บ้านเลยนะขอรับ"
พูดจบกู้ฉิงหลางก็รีบเดินออกจากบ้านไป เขาเดินมุ่งหน้าตรงไปยังท้ายหมู่บ้านเฟิงหวง ซึ่งเป็สถานที่ที่ยายเฒ่าผู้หนึ่งเลี้ยงไก่เอาไว้เป็จำนวนมาก
"เ้าลูกคนนี้นี่ ว่องไวเสียจริง"
ยังไม่ทันที่หลันซื่อจะได้กล่าวอนุญาต หันหน้ามาอีกทีบุตรชายก็เดินลับตาไปเสียแล้ว นางถึงกับส่ายหน้าและยิ้มออกมาด้วยความขบขัน
ภายในห้องนอนเสี่ยวจูที่นอนลืมตาอยู่ ในใจของนางก็พลางครุ่นคิด เมื่อสักครู่ที่ตัวของนางได้เคลิ้มหลับไป นางรู้สึกว่าร่างกายนี้ของตน ตกอยู่ในสภาวะครึ่งหลับครึ่งตื่น ในขณะที่ดวงจิตของนางกำลังสับสน กลับมีภาพของบางสิ่งปรากฏขึ้นมา โดยที่นางเองนั้นก็ยังไม่ทันได้ตั้งตัว ภาพที่ล่องลอยอย่างอ้อยอิ่งอยู่ตรงหน้า
นั่นคือภาพของดอกบัวเก้าสีดอกน้อย ที่ส่องประกายระยิบระยับดุจดั่งประกายของเพชร นี่ไม่คล้ายความฝันแต่กลับเหมือนเื่ที่เกิดขึ้นจริง เพราะนางไม่เคยมีประสบการณ์ในเื่ลี้ลับมาก่อน เสี่ยวจูจึงงงงวยและสับสนไปหมด นางนอนมองจ้องไปที่เพดานของห้อง พลางนึกใคร่ครวญกับสิ่งที่ตนฝันเห็น
ภาพที่ปรากฏขึ้นมาในความฝันนี้คือสิ่งใดกันแน่ หรือนี่คือตัวช่วยโกงที่มักจะมีปรากฏอยู่ในนิยาย ไม่แน่นี่อาจจะเป็นิ้วทองคำของนางก็เป็ได้ แต่ทว่านางกลับไม่รู้ว่าจะใช้มันอย่างไรนี่สิ นางนอนพลิกตัวไปมาอย่างเบื่อหน่าย แต่ถึงแม้จะรู้สึกเบื่อหน่ายมากแค่ไหน ตัวของนางก็ไม่อาจลุกเดินเหินเกินสิบก้าว
ไม่อย่างนั้นจะรู้สึกปวดาแที่อยู่บนศีรษะ ฉะนั้นการนอนนับได้ว่าเป็กิจกรรมเพียงอย่างเดียว ที่คนป่วยอย่างนางจะสามารถทำได้ หลังจากนอนพลิกไปพลิกมาอยู่หลายตลบ เสี่ยวจูก็ได้นอนหลับไปอีกครั้ง เมื่อนางตื่นขึ้นมาอีกทีก็เป็่ตอนเย็นของวันแล้ว
"ท่านแม่ข้ากลับมาแล้วขอรับ"
"กลับมาได้เสียทีนะ เ้าเตร็ดเตร่หายไปไหนมาตั้งครึ่งค่อนวัน ไปซื้อไก่แค่ตัวเดียวใช้เวลานานถึงเพียงนี้เชียว"
หลันซื่อทำทีเป็ดุบุตรชายเสียงดัง แต่ใบหน้าของนางนั้นกลับปรากฏรอยยิ้มอ่อนโยนออกมา ไม่ได้มีท่าทีโกรธเคืองดั่งเช่นที่พูดมาสักนิด
"คือข้าแวะไปหาสหายมาน่ะขอรับ เลยกลับเย็นไปสักหน่อย นี่ขอรับไก่ตัวอวบอ้วน"
ฉิงหลางตอบกลับมารดาพลางยื่นไก่ที่ถืออยู่ในมือไปให้กับนาง หลันซื่อไม่รอช้ารีบนำไก่ไปจัดการในทันที สักพักใหญ่ๆก็มีกลิ่นหอมของไก่ตุ๋นเครื่องยาจีน หอมตลบอบอวลไปทั่วบริเวณบ้านของครอบครัวกู้
เพียงไม่นานในหนึ่งวันก็ได้ผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว หลังจากกินอาหารเย็นร่วมกันเสร็จ ครอบครัวกู้ก็แยกย้ายกันอาบน้ำชำระร่างกายและเข้านอน ในกลางดึกของคืนนั้นเอง ในขณะที่ผู้คนของหมู่บ้านเฟิงหวงกำลังนอนหลับใหล แต่สตรีทั้งสองนางของครอบครัวกู้ พวกนางกลับผู้กำลังดำดิ่งเข้าสู่ห้วงฝัน
"ท่านพี่ข้ากลัว ข้ากลัวเ้าค่ะ"
"ไม่ต้องกลัวนะ..ทุกอย่างจะต้องเรียบร้อยข้าให้สัญญา เ้ารีบไปเก็บของเถอะเร็วเข้า กลางดึกคืนนี้เ้าจงพาลูกๆเดินทางไปกับท่านพ่อ"
"แล้วท่านเล่าเ้าคะ เหตุใดพวกเราต้องเดินทางแยกขบวนกันด้วย เหตุใดท่านถึงไม่ไปกับพวกเรา"
"หลันเออร์ตอนนี้เ้าจงฟังคำข้าให้ดี ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ตัวเ้าจะต้องยืนหยัดและเข้มแข็ง ข้าไม่อาจร่วมเดินทางไปกับพวกเ้าได้ ข้ามีสิ่งสำคัญที่จะต้องไปทำ เ้าจะต้องดูแลตนเองและลูกๆให้ดี เข้าใจไหม ห๊ะ!"
"ท่านพี่...ไม่นะเ้าคะ ข้าไม่อยากแยกจากท่าน ท่านพี่ขอร้องล่ะ ข้าขอร้อง"
"หลันเออร์เ้าอย่าเป็อย่างนี้ได้ไหม"
ภาพความฝันที่ยาวนานปรากฏขึ้นหลายฉาก ภาพเ่าั้หมุนเวียนสับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เหงื่อที่แตกเต็มใบหน้าของหลันซื่อ บ่งบอกว่าความฝันทั้งหมดที่นางได้เห็น เป็เื่ร้ายมากกว่าเื่ดีเต็มสิบส่วน
“ท่านพ่อ”
หลันซื่อะโเสียงดังเรียกพ่อสามีของตน เมื่อเห็นว่าชายชราาเ็จากคมดาม ผู้เฒ่ากู้ที่กำลังต่อสู้อย่างเอาเป็เอาตายกับศัตรู หลังจากปลิดชีพศัตรูที่อยู่ตรงหน้าแล้ว เขาก็รีบหันไปพูดกับสะใภ้ด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง
“หลันซื่อ…เ้าจงพาหลานๆของข้าหนีไป ข้าจะล่อพวกมันไปอีกทาง”
“ฮือๆๆๆท่านพ่อ”
หลันซื่อร้องไห้น้ำตาอาบใบหน้า นางมองดูพ่อสามีที่บัดนี้ร่างกายเต็มไปด้วยเื ทั้งที่เขามีาแฉกรรจ์ปรากฏทั่วทั้งร่าง แต่ชายชราผู้นี้กลับไม่ห่วงถึงความปลอดภัยของตัวเอง เขาพยายามสู้อย่างสุดกำลัง เพื่อปกป้องลูกสะใภ้และหลานตัวน้อยทั้งสองคน
“ดูแลหลานทั้งสองคนของข้าให้ดี ไป! รีบไป!”
“ฮือๆๆๆท่านพ่อ”
ในขณะที่หลันซื่อกำลังเ็ปกับสิ่งที่เห็นในความฝัน ทางด้านของเสี่ยวจูเองนางก็ปรากฏภาพฝันขึ้นเช่นกัน ภาพที่นางในเห็นนั้นคล้ายกับเมื่อตอนกลางวัน ต่างกันที่ตอนนี้นางกลับสามารถยื่นมือ เข้าไปััดอกบัวเก้าสีในฝันได้ ความรู้สึกนี้ช่างเหมือนจริงจนน่าเหลือเชื่อ
“เ้าบัวน้อย ว่าแต่เ้ามีไว้ใช้ทำอะไรกันเนี่ย”
หลังจากสิ้นเสียงคำถามของเสี่ยวจู เหมือนว่าดอกบัวเก้าสีจะรับรู้คำถามของผู้เป็นาย ดอกบัวน้อยก็เกิดอาการสั่นไหวในทันที เวลาผ่านไปไม่ถึงอึดใจเดียว บัวเก้าสีในดวงจิตก็กลั่นน้ำหวานทิพย์ออกมา น้ำหวานทิพย์หนึ่งหยดที่ปรากฏขึ้น ได้ลอยเข้าไปในปากเสี่ยวจูอย่างรวดเร็ว
ในฉับพลันนั้นความอัศจรรย์ก็บังเกิด ความเ็ปจากาแบนร่างของนาง แทนที่ด้วยความเบาสบายอย่างที่ชีวิตนี้ นางไม่เคยรู้สึกหรือเป็มาก่อน เสี่ยวจูกำลังพิจารณาถึงสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยหัวใจพองโต ไม่ผิดจากที่นางได้คาดการณ์เอาไว้ก่อนหน้านี้ นางมีดอกบัวเก้าสีสถิตอยู่ในดวงจิต ดอกบัวน้อยดอกนี้คือนิ้วทองคำของนางนั่นเอง
เสี่ยวจูและมารดาสะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมกัน หากแต่ปฏิกิริยาของคนทั้งสองนั้น กลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เสี่ยวจูตื่นขึ้นมาพร้อมกับอารมณ์ที่เบิกบาน แต่หลันซื่อผู้เป็มารดานั้นกลับกัน นางตื่นขึ้นมาพร้อมกับหัวใจที่หนักอึ้ง ความเศร้าโศกและความเ็ปปรากฏชัดในแววตา แก้มตั้งสองข้างเปียกชื้นเพราะการร่ำไห้