ในแต่ละวันการหาเสบียงของฉันบางครั้งมันก็เป็ไปอย่างทุลักทุเลเพราะข้างในสถานที่นั้นบางทีก็ขังพวกตาดำเอาไว้ผู้คนคงมาซื้อของแต่ก็ออกจากประตูไม่ได้ บางครั้งฉันก็จำเป็ต้องเปลี่ยนรถหากน้ำมันดันหมดกลางทาง เพราะปั๊มน้ำมันบางปั๊มก็ไม่มีไฟฟ้าแล้วเนื่องจากบางเมืองไฟดับทั้งเมือง ถนนหนทางก็ไม่ได้ราบรื่นเพราะบางสายที่ต้องไปยังจุดหมายดาษดื่นไปด้วยรถยนต์ที่ชนกันจอดขวางทางระเกะระกะจำเป็ต้องอ้อมทำให้เสียเวลาไปมาก
ฉันตัดสินใจนอนอยู่ในรถอย่างเงียบเชียบแทนการหาบ้านสักหลังเพราะคิดว่ามันคงปลอดภัยที่สุดดีกว่าการต้องเข้าหาที่พักในบ้านกลัวจะต้องเจอเ้าของเก่าที่เปลี่ยนจากคนปกติเป็อย่างอื่นไปแล้ว
เมื่อฟ้ามืดพวกมันฟังเสียงและดมกลิ่น ฉันเปิดกระจกเล็กน้อยพอให้มีอากาศรอดผ่านเท่านั้นยามค่ำคืนมันดุร้ายและบ้าคลั่งกว่าตอนกลางวัน บางทีแค่ร่มไม้ใบหนาๆฉันก็ยังเห็นพวกมันบางตนยืนโงนเงน เคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้าอยู่ในเงาไม้ที่ที่มีพวกมันน้อยที่สุดคือด้านนอกแหล่งชุมชน
ฉันเปิดวิทยุหมุนหาคลื่นในตอนเช้าเผื่อมีประกาศอะไรเพิ่มแล้วพวกเขาก็บอกอะไรบางอย่าง พวกเขาบอกว่าสิ่งที่ประเทศของเรากำลังเผชิญไม่ใช่ไวรัสไม่ใช่โรคระบาดสายพันธุ์ใดเลยแต่มันคือบางอย่างที่สิงร่างมนุษย์ใช้ร่างมนุษย์ที่จิตใจอ่อนแอเป็ภาชนะ
เมื่อมันสิงร่างได้สมบูรณ์มันจะทำร้ายและกินมนุษย์ถ้าตนไหนแข็งแกร่งมาก หากร่างที่ถูกเข้าสิงตาย มันจะย้ายร่างหาภาชนะที่จิตใจอ่อนแอเข้าสิงทันทีมันคือเจตภูตภูตชั้นต่ำไม่ต่างจากผี
หากผู้รอดชีวิต้าลี้ภัย พิกัดฐานทัพอยู่ที่…พวกเขาบอกตำแหน่งเมืองหนึ่งในออริกอนอีกครั้ง บอกว่าที่นั่นปลอดภัยมีกำแพงสูงมีการคุ้มกันอย่างแ่าจากทหารมืออาชีพ
ฉันขับรถไปตามเส้นทางนั้นจนเจอฐานทัพสิ่งที่เห็นอยู่ไกลๆ คือตึกสูงระฟ้า เมื่อขับรถเข้าไปใกล้มีรถจอดอยู่ยาวเหยียดด่านชั้นแรกมีทหารถืออาวุธครบครันเตรียมพร้อมตลอดเวลา พวกเขาเคาะกระจกรถฉันเพื่อขอตรวจม่านตาและดูว่ามีอาการอะไรแทรกมาด้วยหรือไม่และมีอาวุธหรือเปล่า
“เอาล่ะคุณผ่าน เอารถไปจอดทางนั้นแล้วเดินกลับมา”
นายทหารคนนั้นสั่ง ชี้ไปยังจุดจอดรถที่ฉันควรเอารถไปจอดห่างออกไปราวเจ็ดร้อยเมตร ฉันทำตามอย่างว่าง่าย
“โจนส์นายนำทางเธอไป ฉันจะรออยู่ที่นี่”
แล้วนายทหารที่ชื่อโจนส์ก็เดินมาพาฉันไปจนถึงที่หมายและแจ้งด่านที่สองว่าผู้มาใหม่เป็ผู้หญิงรูปร่างหน้าตาดีดูแข็งแรงและฉลาดเสียงอีกด้านถามย้ำอยู่สองครั้งและเขาก็หันมองฉันทุกครั้งที่ตอบ
เมื่อฉันได้ยินเช่นนั้นก็สงสัยและรู้สึกแปลกใจจึงถามไปว่ามันเกี่ยวอะไรกับการลี้ภัยครั้งนี้นายทหารคนนั้นบอกว่า
“ผมไม่รู้ แต่เอลิน่าบอกเอาไว้ว่าให้รายงานเื่พวกนี้ให้เธอรู้เมื่อมีคนใหม่เข้ามาและเป็ผู้หญิงอายุไม่เกินสามสิบห้าคุณผ่านเกณฑ์”
ฉันพยักหน้ารับทราบถึงแม้ว่าจะยังงุนงงและเกิดความสงสัยมากมายขึ้นในใจอยู่ก็ตามแล้วไม่นานนักก็มีรถมารับฉันและพาเข้าไปตรวจสุขภาพร่างกายและสุขภาพจิต ฉันผ่านการตรวจสอบ
ฉันยิ่งงงหนักกว่าเดิมอีก เกิดคำถามขึ้นในหัวล้านแปดที่ลี้ภัยต้องตรวจเื่พวกนี้ด้วยหรือ ฉันพยายามคิดว่าพวกเขาคงกลัวฉันมีอย่างอื่นแอบแฝงหากฉันมีสภาพจิตใจที่อ่อนแออย่างที่พวกเขาบอกตอนประกาศและเมื่อฉันถามให้แน่ชัด ทำไมต้องตรวจสุขภาพฉันจะผ่านหรือเปล่าพวกเขาบอกว่ามันเป็ขั้นตอนที่จำเป็ถ้าฉันผ่านกระบวนการเหล่านี้ฉันจะไม่ต้องไปคลุกคลีอยู่สลัมด้านล่างเมื่อได้ยินฉันยิ่งงงหนักไปกันใหญ่แต่ก็ช่างมันเถอะตอนนี้ฉันรอดแล้วเื่อื่นช่างมัน
พวกเขาเอาชุดที่ทำจากผ้าด้ายดิบสีน้ำตาลยาวมีฮู้ดมาให้ฉันใส่ก่อนเดินขึ้น้า พวกทหารด้านในต้องพาฉันเดินฝ่าวงล้อมของผู้คนที่แออัดยัดเยียดอย่างกับปลาซาดีนอัดกระป๋องเข้าไปพวกเขาบอกให้ฉันดึงฮู้ดคลุมหัวเอาไว้เพื่อจะได้ไม่ตกเป็เป้าสายตาหรือมีใครจำฉันได้ฉันทำตามอย่างว่าง่ายเพราะสภาพด้านล่างฉันคงรับไม่ไหว อาจฟังดูเห็นแก่ตัวแต่ฉันจำเป็
ผู้คนด้านล่างช่างดูอดอยากหิวโหยและป่วยและหากใครมีอาการเหมือนจะเปลี่ยน เขาจะถูกคุมตัวเหมือนชายคนนั้นที่ถูกดันเข้าไปในห้องด้วยอาการตาเหลือกสะบัดหน้าสั่นไปมา
ฝั่งทางปีกขวาของตึกฉันได้ยินเสียงปืนแล้วทหารที่เข้าไปก็ออกมาฉันไม่มีเวลามากพอที่จะรอดูว่าผู้ชายคนนั้นได้ออกมาหรือไม่เพราะผู้คนเบียดเสียด พอมีโอกาสพวกทหารก็ดึงตัวฉันเข้าไปด้านในตึก
ชั่วขณะที่กำลังชุลมุนอยู่ๆ สายตาของฉันก็หันไปเจอพ่อกับแม่และน้องชายตัวน้อยกำลังยืนร้องขออะไรสักอย่างกับทหารที่ยืนประจำการอยู่อีกฝั่งของพื้นที่
“ห๊ะ พ่อ แม่ ไทเลอร์”
ฉันยิ้มได้เพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะเริ่มะโเรียกพวกเขาเสียงดังทว่าพ่อกับแม่กลับไม่ได้ยินเพราะฉันต้องแหกปากแข่งกับเสียงของฝูงชนที่เดินขวักไขว่พูดคุยจอแจดูสับสนวุ่นวายกับการร้องขอบางอย่างกับทหารหลายจุดทหารคนหนึ่งสั่งให้ฉันเงียบแต่ฉันก็ไม่ได้สนใจฉันยังคงเรียกพ่อแม่และน้องชายเพื่อให้พวกเขาได้ยินแล้วหันมา จนทหารอีกรายก็ตะคอกสั่งให้ฉันเงียบปากอีกครั้ง
ตอนนั้นฉันไม่สนใจเลยว่าทหารพูดอะไรบ้างฉันดีใจมากที่ได้เจอพวกเขาที่นี่และได้รู้ว่าพ่อแม่และน้องชายยังมีชีวิตรอดฉันตัดสินใจวิ่งออกมาแต่ก็ถูกทหารคว้าตัวเอาไว้ ฉันดิ้นรนจนสุดกำลังที่มีเพื่อให้หลุดจากการฉุดรั้งของพวกทหารแต่พวกเขาก็แข็งแกร่งเกินไปสำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างฉัน