ในเกมมักจะมี‘พระเอก’ และ ‘นางเอก’ ที่เป็เหมือนสัญลักษณ์ของเกมนั้นอยู่เสมอซึ่งเรียกว่าตัวเอกชายกับตัวเอกหญิง
ในเกมฟอร์มั์อย่างเพลย์มาโก ที่แม้จะมีตัวละครที่เล่นได้มากถึงหลักร้อยก็มีพระเอกนางเอกเช่นกัน
พระเอกคือจูซูฮยอก ส่วนนางเอกคือ อันดาอิน
โปสเตอร์ที่โด่งดังที่สุดของเกมเพลย์มาโก คือภาพของสองตัวละครนี้ที่กำลังหันหลังชนกัน คนหนึ่งถือดาบคู่อีกคนถือปืนยาว พลางแหงนหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำคืนพวกเขาเป็ตัวละครที่ค่อนข้างโกงเลยทีเดียว
สองอัจฉริยะระดับสัตว์ประหลาดเป็ผู้สอบเข้าโรงเรียนม.ปลายอึนกวังที่ทำคะแนนได้เต็มในการสอบคัดกรองอันเข้มงวดของโรงเรียนอันดับหนึ่งในเกาหลีใต้ทั้งการสอบข้อเขียนและสอบภาคปฏิบัติ
พวกเขาพบกันครั้งแรกในฐานะตัวแทนนักเรียนใหม่ในพิธีเปิดภาคเรียนจากนั้นก็กลายเป็คู่แข่งที่ผลักดันซึ่งกันและกัน
แม้จะมองว่าอีกฝ่ายคือคู่แข่งที่ต้องเอาชนะให้ได้แต่ในความเป็จริงพวกเขาต่างตกหลุมรักกันั้แ่แรกเห็น ยิ่งเวลาผ่านไปพวกเขาก็ยิ่งเข้าอกเข้าใจกันมากขึ้น ความรู้สึกที่มีให้กันก็ยิ่งเพิ่มพูน
น่าเสียดายที่สถานการณ์อันแสนสิ้นหวังในเกมไม่มีพื้นที่ให้พวกเขาได้พัฒนาความสัมพันธ์
ใน่ครึ่งหลังของเนื้อเื่บทสุดท้ายจูซูฮยอก อันดาอิน และแบคโฮกุน คือตัวละครเล่นได้สามตัวสุดท้ายที่เหลืออยู่หลังจากคนอื่นตายไปหมดแล้ว
หนึ่งวันก่อนทำศึกตัดสินจูซูฮยอกตัดสินใจสารภาพรักกับอันดาอิน
[นายกำลังจะไปตายหรือไง อย่าปักธงตัวเองแบบนั้นสิ!]
อันดาอินสร้างกำแพงเหล็กขึ้นมาแล้วเสริมว่า
[ห้ามสารภาพก่อนฉันเด็ดขาด]
ทั้งสองไม่ได้สนทนาอะไรต่อจากนั้นเพียงตัดสินใจอย่างหนักแน่นว่าจะต้องรอดชีวิตกลับมาให้ได้
ทว่าสุดท้ายจูซูฮยอกก็ต้องจบชีวิตลงขณะปกป้องอันดาอินแม้ฝ่ายนางเอกจะเอาชนะเอเนมีจนรอดชีวิตมาได้ แต่าแของเธอก็สาหัสเกินไป
ในตอนที่แสงประทับของอันดาอินสลายไปเธอก็กล่าวกับจูซูฮยอกที่กำลังนอนอยู่ท่ามกลางซากศพเอเนมีซึ่งอยู่ห่างออกไป
[ซูฮยอก…ฉันชอบนาย…ชอบมาั้แ่ได้ยืนข้างกันในพิธีเปิดภาคเรียนปีหนึ่ง…]
อันดาอินใช้เรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายสารภาพรักซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่ก็ไม่มีการตอบสนองจากจูซูฮยอก หลังจากนั้นไม่นานเธอก็สิ้นใจตามไปแบคโฮกุนที่มาถึงในภายหลังจึงทำได้เพียงมองส่งร่างไร้ิญญาของทั้งคู่และนั่นคือฉากสุดท้ายในเกมของตัวเอกทั้งคู่
แต่ในตอนนี้...
ตัวเอกทั้งสองจูซูฮยอกกับอันดาอินกำลังยืนเด่นอยู่บนเวทีในพิธีเปิดภาคเรียน
“พวกเราขอกล่าวคำปฏิญาณในฐานะนักเรียนชั้นปีที่หนึ่งที่ผ่านการคัดเลือกจนได้เข้าเรียนในโรงเรียนม.ปลายอึนกวังเพลเยอร์ มาอิสเตอร์ เราขอปฏิญาณตนอย่างจริงจังว่าจะตั้งใจศึกษาเล่าเรียนพัฒนาความรู้ความสามารถ และเคารพต่อขนบธรรมเนียมและกฎระเบียบต่างๆ ของโรงเรียน”
“จูซูฮยอก ตัวแทนนักเรียนใหม่”
“อันดาอิน ตัวแทนนักเรียนใหม่”
อัจฉริยะทั้งสองแผ่ออราอันน่าครั่นคร้ามราวกับจะกดข่มผู้คนพร้อมกับกล่าวคำปฏิญาณของนักเรียนใหม่ดังผ่านลำโพงเกิดเป็เสียงสะท้อนที่ไพเราะและหนักแน่นแม้มันจะเป็เพียงการกล่าวคำปฏิญาณของนักเรียนใหม่แต่ฉันรู้สึกราวกับกำลังฟังการแสดงโอเปร่าสั้นๆ
ทั้งสองบอกว่าตกหลุมรักกันั้แ่แรกพบแต่ดูจากภายนอกแล้วไม่เห็นรู้สึกเลย
สายตาของทั้งคู่หลังกล่าวคำปฏิญาณนั้นเปี่ยมด้วยความระมัดระวังและมองอีกฝ่ายเป็คู่แข่ง
ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกราวกับจะกินเืกินเนื้อกลับกันแล้ว ดูเหมือนบรรยากาศการแข่งขันที่ดูดีมีมนต์ขลังประหนึ่งอัศวินที่กำลังเตรียมพร้อมออกศึก
คงไม่ใช่แค่ฉันที่รู้สึกแบบนี้แน่
หอซังอินคือหอประชุมกลางของโรงเรียนม.ปลายอึนกวังซึ่งมีพื้นที่กว้างขวางจนดูราวกับเป็โถงจัดเลี้ยงมากกว่าหอประชุมเสียอีกด้านในมีนักเรียนและครูกว่าสองพันชีวิตของโรงเรียนกำลังเบียดเสียดกันส่วนบนชั้นสองคือแขกผู้เข้าชมหลายร้อยคน
พวกเขาต่างฮือฮากับมนต์เสน่ห์และจิติญญาที่ทั้งสองแผ่ออกมา
“จูซูฮยอกและอันดาอินดูเหมือนจะอยู่คนละโลกกับพวกเราเลย”
“การแข่งขันระหว่างสองอัจฉริยะที่หยิ่งทะนงในฝีมือ!”
“ฟังดูไม่ค่อยดีนะ? แต่บอกว่าอัจฉริยะดวลกันก็ไม่ผิด”
“ตอนม.ต้นฉันก็ว่าตัวเองเก่งแล้วนะ แต่สองคนนั้นน่ะของจริง”
“เด็กที่สอบเข้าโรงเรียนม.ปลายอึนกวังได้ ไม่มีใครเรียนไม่เก่งตอนม.ต้นหรอกเลิกพูดถึงสมัยนั้นเถอะ ฉันอาย”
“ซูเปอร์โนว่าไร้นามก็เป็เด็กใหม่ใช่ไหม เด็กใหม่ปีนี้เจ๋งชะมัด”
โรงเรียนม.ปลายอึนกวังจุดสูงสุดของนักเรียนม.ปลายกว่าสองล้านคนทั่วเกาหลีใต้แหล่งรวมเพลเยอร์อัจฉริยะมากพร์จากทั่วประเทศดังนั้นความสนใจที่มีต่อทั้งสองที่อยู่บนจุดสูงสุดของโรงเรียนจึงรุนแรงมาก
มีคนพูดถึงเราด้วยแฮะ
ในโรงเรียนมีการพูดถึงชื่อของนักเรียนสี่คนจากทีมที่สิบสามเป็วงกว้างดูเหมือนว่าคนทั้งโรงเรียนจะรู้จักชื่อและฉายาของฉันกันหมดแล้วแต่ก็ยังถูกความโดดเด่นของตัวเอกที่เป็ศูนย์กลางของโลกใบนี้กลบไปอยู่ดี
แต่ฉันก็ไม่ได้ไม่พอใจ
กลับกันในฐานะสวะติดเกมอย่างฉันการได้เห็นพระนางในเกมที่ตัวเองเล่นกำลังมีชีวิตชีวาอยู่ตรงหน้าสร้างความตื่นเต้นได้มากกว่าเป็ไหนๆ
หลังกล่าวคำปฏิญาณจบจูซูฮยอกกับอันดาอินต่างแยกย้ายกันเดินลงจากเวทีด้วยบันไดคนละฝั่งเพื่อกลับไปยังที่นั่งของตนโดยไม่เหลียวมองกันเลยแม้แต่น้อย
ถัดมาเป็การแนะนำตัวของคณาจารย์แต่มีแค่ไม่กี่คนที่สนใจเพราะส่วนใหญ่ยังคงดื่มด่ำกับบรรยากาศที่สองอัจฉริยะสร้างขึ้น
ลองมองหาเพื่อนร่วมห้องดูดีกว่า
ฉันฟังแนะนำจากครูแบบขอไปทีพลางสอดส่องมองหานักเรียนห้องศูนย์แต่กลับไม่เห็นใครที่คุ้นหน้าตอนเล่นเกมเลยสักคน
เนื่องจากพิธีเปิดการศึกษาเป็อีเวนต์อิสระอีกทั้งแถวที่นั่งของนักเรียนปีหนึ่งยังเป็แบบมาก่อนได้ก่อนไม่ได้จัดเรียงตามห้อง จึงไม่มีทางเดาได้ว่าใครอยู่ห้องไหนเด็กปีหนึ่งที่อยู่รอบตัวฉันตอนนี้ล้วนเป็คนแปลกหน้าทั้งสิ้น
ถึงจะมีเพื่อนห้องเดียวกันฉันก็จำหน้าไม่ได้อยู่ดี
แม้เนื้อเื่ของเกมเพลย์มาโกจะหมุนรอบจูซูฮยอกกับอันดาอินเป็หลักแต่ก็มีบางครั้งที่เปลี่ยนไปเป็มุมมองของครูหรือเื่ราวนอกรั้วโรงเรียนแต่ตัวเอกทั้งสองจะเป็คนที่คอยขับเคลื่อนเนื้อเื่ในเส้นหลัก
แม้แต่ตัวละครจากห้องศูนย์ก็แทบไม่มีปรากฏตัวในเกมจนกว่าจะมีการปฏิสัมพันธ์กับตัวเอก
จากที่ค้นคว้ามาล่วงหน้าไม่ใช่เด็กห้องศูนย์ทุกคนที่จะมีข้อมูลบันทึกอยู่ใน ‘หอสมุดเกม’ แถมยังไม่บอกด้วยว่าในห้องมีนักเรียนกี่คน
ย้อนกลับไปเมื่อธันวาคมปีที่แล้วหลังจากติดต่อกับจักรวาลเหนือรูป สกิล ‘เมนูพิเศษของร่างที่เหมาะสมสำหรับเปลี่ยนอนาคตมิติที่สอง’ก็ได้พัฒนาเป็เลเวลสอง และมีเมนู ‘หอสมุดเกม’เพิ่มเข้ามา และสิ่งที่แลกมากับการหมดสติไปสามวัน ไม่ใช่สิ่งอื่นใดนอกจากหนังสือเซตติ้งของเกมที่ทำให้ฉันต้องก่นด่าวันละหลายรอบเพราะไอ้เกมหน้าเืนี่คิดเงินค่าหนังสือเซตติ้งทั้งในชีวิตจริงและในเกมเลยน่ะสิ
ฟังก์ชันหอสมุดเกมจะต้องจ่ายเงินเพื่อปลดล็อกแน่นอนว่าสวะติดเกมที่ได้ชื่อว่าเป็แฟนเดนตายของเกมกากแห่งชาติอย่างฉันยินดีจ่ายให้มันโดยไม่เสียดายอยู่แล้วแม้จะรู้สึกผิดกับตัวเองที่เป็แบบนั้นก็เถอะ
คงเพราะติดเกมขนาดนั้นจักรวาลเหนือรูปถึงได้เรียกฉันมาที่นี่
สุดท้ายพิธีเปิดภาคเรียนก็จบลงโดยที่ฉันไม่เจอเด็กปีหนึ่งห้องศูนย์คนอื่นเลยแม้แต่คนเดียว
ช่างเถอะยังไงก็ได้เจอในห้องเรียนอยู่แล้ว
ฉันจึงมุ่งหน้าไปที่ทางออกของหอประชุมทันที
โรงเรียนม.ปลายอึนกวังมีพื้นที่ราวห้าแสนพย็อง
นักเรียนที่นี่จะมีตารางเรียนตายตัวใน่เช้าส่วนใน่บ่ายจะเป็คาบเรียนเสรีดังนั้นระบบขนส่งภายในโรงเรียนจึงเป็สิ่งที่ขาดไม่ได้ทางโรงเรียนจึงมีบริการจักรยานกับแอร์บอร์ดให้นักเรียนใช้โดยไม่คิดเงินพร้อมด้วยบริการแอร์ชัตเทิลกับรถประจำทางตามปกติ
แอร์บอร์ดคือยานพาหนะที่สามารถส่งผู้โดยสารไปยังอาคารปลายทางตามที่กำหนดได้โดยอัตโนมัติจึงเป็ที่นิยมในหมู่นักเรียนแม้จะไม่ได้รับอนุญาตให้ควบคุมแอร์บอร์ดด้วยตัวเองก็ตามเพื่อไม่ให้เป็การฝ่าฝืนกฎหมายขนส่งสาธารณะที่บัญญัติขึ้นเพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางอากาศ
ยานพาหนะส่วนตัวที่สามารถควบคุมเองได้จำเป็ต้องมีใบอนุญาตซึ่งต้องผ่านการคัดกรองที่เข้มงวด แต่ถึงจะมีใบอนุญาตขับขี่ก็ยังต้องถูกจำกัดให้ใช้งานได้เฉพาะพื้นที่ส่วนบุคคลในระดับความสูงที่กำหนด
อยากลองขี่ของจริงดูสักครั้งจัง
ฉันจับแฮนด์ของแอร์บอร์ดและทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
หลังจากเปิดโฮโลแกรมแล้วเลือกปลายทางเป็อาคารหลังหนึ่งซึ่งเป็ตึกเรียนของปีหนึ่งห้องศูนย์ระบบไร้คนขับก็ส่งเสียงพลางปรับเพดานการบินให้สอดคล้องกับแอร์บอร์ดและแอร์ชัตเทิลลำอื่น
อย่างกับซีจีในเกม
ท้องฟ้าสีครามที่เต็มไปด้วยแอร์บอร์ดกับแอร์ชัตเทิลประกอบกับทิวทัศน์อาคารที่ตั้งเรียงรายอยู่ด้านล่างทุกสิ่งล้วนดูงดงามและน่าอัศจรรย์ราวกับภาพซีจีในเกม
ดูเหมือนว่า‘ราวกับซีจีในเกม’ จะเป็คำชมที่ดีที่สุดเท่าที่สวะติดเกมอย่างฉันจะคิดได้
พอมองลงไปจาก้าอาคารต่างๆ ยิ่งดูสุดยอดขึ้นไปอีก
พื้นที่ส่วนกลางของโรงเรียนเต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทั้งครูและนักเรียนใช้ร่วมกันไม่ว่าจะเป็หอซังอินซึ่งเป็สถานที่จัดพิธีเปิดภาคเรียนซึ่งตั้งอยู่ใจกลางของพื้นที่อาคารสโมสรนักเรียน ตึกกรรมการรักษาวินัย ตึกสหภาพชมรม อาคารสโมสรศิษย์เก่าและอีกมากมาย
สิ่งก่อสร้างเ่าั้ค่อยๆหายลับไปจากสายตาเมื่อแอร์บอร์ดพาฉันไปถึงหน้าทางเข้าหลักของโรงเรียนที่มีหอนาฬิกาสีขาวตั้งตระหง่านและมีบาเรียป้องกันของโรงเรียนปกคลุมอาณาเขตทั้งหมดไล่มาั้แ่ประตูรั้วรูปปั้นแกะสลักสุดวิจิตรที่ดูกลมกลืนไปกับอาคารน้อยใหญ่ไม่ต่างไปจากอัญมณีที่ประดับประดาอยู่ในกล่องเพชรนิลจินดาขนาดมหึมา
หอประกายเงิน…
ขณะกำลังเคลื่อนตัวออกจากเขตส่วนกลางไปยังเขตอาคารเรียนปีหนึ่งฉันก็เห็นอาคารหลักของโรงเรียน หอประกายเงินที่กำลังส่องแสงระยิบระยับจากไกลๆ เนื่องจากเคยแวะไปแล้วครั้งหนึ่งเพื่อเข้าพบประธานใหญ่ฮวังมยองโฮฉันจึงคิดว่าตัวเองคงไม่รู้สึกอะไรที่ได้เห็นเป็ครั้งที่สอง
แต่ก็ต้องคิดผิด
หอประกายเงินคือตึกที่งดงามที่สุดในบรรดาอาคารทุกหลังในโรงเรียนม.ปลายอึนกวังแต่ทำไมเสือเหลืองถึงยอมปล่อยให้หอประกายเงินต้องเปรอะเปื้อนไปด้วยเืกันนะฉันตั้งคำถามในใจ
ได้ยินว่าเขาเป็คนออกแบบตึกด้วยตัวเองด้วยนี่
หรือกำลังจะบอกอ้อมๆว่า ถึงจะเป็อาคารที่สร้างมาจากความตั้งใจ แต่ถ้าเกิดเบื่อขึ้นมามันจะพังถล่มหรือเปรอะเปื้อนก็ไม่สนอย่างนั้นเหรอ
ขณะกำลังคิดแบบนั้นแอร์บอร์ดก็ค่อยๆ ลอยออกห่างออกจากหอประกายเงิน
นอกจากแอร์บอร์ดแล้วทางโรงเรียนยังแจกดีไวซ์ประเภทต่างหูให้ฟรีอีกด้วยเพราะถ้านักเรียนคนใดไม่มีดีไวซ์รับส่งข้อมูลที่ทันสมัยก็จะไม่ได้รับข่าวสารที่จำเป็จากทางโรงเรียน
ถึงฉันจะได้รับแจกต่างหูจากทางโรงเรียนแล้วแต่ก็ยังไม่วายหาซื้อมาใช้เองต่างหากอีกเครื่อง
ต้องระวังไว้ก่อนไม่แน่ว่าโรงเรียนอาจดักอ่านข้อความ หรือแอบตรวจสอบประวัติ GPSก็ได้
แม้ว่าตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลจะไม่อนุญาตให้เรียกดูประวัติข้อมูลของดีไวซ์แต่ขณะเซ็นรับต่างหูฟรี ในนั้นระบุเงื่อนไขและข้อตกลงเอาไว้ชัดเจนว่าโรงเรียนสามารถเข้าถึงข้อมูลบางอย่างได้ ‘ในกรณีฉุกเฉิน’
กรณีฉุกเฉินสามารถตีความว่า‘ตามใจฉัน’ ได้เหมือนกันเช่นเดียวกันกับครูที่ขายซาวอลเซอึมให้กับงานประมูลห้วงฝันมายา
ถ้าเราตกอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินสิ่งแรกที่ต้องทำคือ โยนต่างหูของโรงเรียนทิ้งไปเสีย
ฉันสวมต่างหูส่วนตัวไว้ที่หูข้างหนึ่งส่วนอีกข้างเป็ของโรงเรียนเมื่อยัดต่างหูสีส้มเข้าไปในรูหูแล้วก็แทบมองไม่เห็นจากภายนอก พอสวมต่างหูเสร็จฉันก็เปลี่ยนแอร์บอร์ดเป็การ์ดเก็บไว้ในหน้าต่างไอเท็มก่อนจะมุ่งหน้าไปยังชั้นเรียนของปีหนึ่ง ห้องศูนย์
พระเอกอย่างจูซูฮยอกเรียนอยู่ปีหนึ่งห้องสอง และนางเอกอย่างอันดาอินเรียนอยู่ปีหนึ่ง ห้องหนึ่ง
การจัดห้องเรียนให้กับเด็กปีหนึ่งต่างจากปีสองและปีสามที่แบ่งห้องตามผลการเรียนแต่ห้องเรียนของเด็กปีหนึ่ง ไล่ั้แ่ห้องหนึ่งถึงห้องสิบ จะเฉลี่ยตามผลการสอบเพื่อแบ่งนักเรียนให้ลงตัวหรือก็คือ ผู้ที่สอบเข้าเป็อันดับสองจะต้องอยู่ห้องสอง
เนื่องจากทั้งอันดาอินกับจูซูฮยอกสอบได้คะแนนเต็มเหมือนกันจึงใช้วิธีจัดเรียงตามตัวอักษร
อันดาอินจึงได้เข้าเรียนห้องหนึ่งส่วนจูซูฮยอกอยู่ห้องสอง
ดูจากการรวมตัวของกลุ่มคนตรงหน้ากลุ่มหนึ่งคงเป็ห้องหนึ่ง และอีกกลุ่มเป็ห้องสอง
เด็กปีหนึ่งส่วนใหญ่ย่อมอยากตีสนิทกับตัวเอกทั้งสองั้แ่วันแรกและห้องศูนย์ก็อยู่ติดกับห้องหนึ่ง ดังนั้นขอแค่ผ่านกลุ่มนักเรียนที่ยืนออกันข้างหน้าไปได้ก็จะพบกับห้องศูนย์เมื่อฉันฝ่าฝูงชนเข้าไป ก็ได้พบกับห้องศูนย์ตามคาด
ปีหนึ่งห้องศูนย์
ไม่รู้ว่าเพราะฉันเกือบมาสายหรือเปล่าทันทีที่นั่งลง ครูประจำชั้นห้องศูนย์ก็เดินเข้ามา เขามองไปรอบห้องแล้วเขียนชื่อตัวเองด้วยชอล์กอิเล็กทรอนิกส์ลงบนกระดานดำ
‘ฮัมกึนฮยอง’
ฮัมกึนฮยองหนึ่งในตัวละครเล่นได้ และยังเป็หัวหน้าฝ่ายกิจการนักเรียนอีกด้วย
โรงเรียนม.ปลายอึนกวังมีแิส่งเสริมอิสระของนักเรียนดังนั้นครูที่มีหน้าที่ดูแลฝ่ายกิจการนักเรียนหรือฝ่ายปกครองจะต้องไม่เข้มงวดจนเกินไปซึ่งก็เหมาะสมกับฮัมกึนฮยองที่เป็คนยืดหยุ่นและมีความเข้าใจในพฤติกรรมของเด็กมัธยมอย่างดีอีกทั้งยังเชี่ยวชาญในการรับมือกับเหตุไม่คาดฝัน ถ้าจำไม่ผิด ในเกม ชายคนนี้เปรียบดังสุนัขจิ้งจอกที่สวมหน้ากากหมี
“ครูชื่อฮัมกึนฮยอง จะรับหน้าที่ดูแลห้องเรียนนี้ตลอดหนึ่งปี…ต้องขอโทษไว้ล่วงหน้า ครูอาจขาดสอนบ่อยเพราะติดงานที่ฝ่ายกิจการนักเรียน”
ในอดีตตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายกิจการนักเรียนเทียบได้กับตำแหน่งครูใหญ่ของโรงเรียนจึงเป็ตำแหน่งที่มีภาระงานรัดตัว
โรงเรียนทั่วไปจะไม่นิยมให้หัวหน้าฝ่ายที่งานยุ่งมาทำหน้าที่เป็ครูประจำชั้นแต่ที่โรงเรียนม.ปลายอึนกวังมีธรรมเนียมในการใช้ ‘คนมีอำนาจ’ มาดูแลห้องศูนย์เพราะรู้ฤทธิ์เด็กห้องนี้เป็อย่างดี ยกตัวอย่างเช่นครูประจำชั้นปีสอง ห้องศูนย์ คือเจกัลแจกอล หัวหน้าฝ่ายวิชาการ ส่วนปีสาม คือหัวหน้าฝ่ายวิจัย
“ตอนนี้ยังไม่มีผู้ช่วยครูประจำชั้น เพราะไม่มีใครสมัครเข้ามาแต่ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงจะแจ้งให้ทราบในภายหลัง ว่าแต่…”
ที่หว่างคิ้วของฮัมกึนฮยองเกิดรอยย่นเล็กๆ
“เพิ่งเคยเห็นแบบนี้ครั้งแรกเลยนะเนี่ย…”
คำพูดของฮัมกึนฮยองคือสิ่งที่พอจะเข้าใจได้เพราะแต่ละปีจะมีนักเรียนเข้าใหม่มากกว่าห้าร้อยคนเป็ธรรมดาที่ครูจะไม่เคยเห็นหน้านักเรียนในสังกัดมาก่อน
“ถึงจะบอกว่าชินแล้วก็เถอะ…แต่นี่ไม่เกินไปหน่อยเหรอ”
ฉันก็คิดแบบนั้นจากประสบการณ์สมัยเรียนชั้นประถม ม.ต้น ม.ปลาย รวมถึงประสบการณ์ชีวิตทั้งหมด
“อัตราการเข้าเรียนไม่ถึงครึ่ง…แค่ครึ่งของครึ่งถึงการเข้าเรียนจะไม่ส่งผลต่อเกรดก็เถอะ”
สี่คนนั่นคือจำนวนนักเรียนที่เข้าเรียนในห้องศูนย์ที่นับรวมตัวฉันเข้าไปแล้ว
ปีหนึ่งห้องศูนย์มีนักเรียนทั้งหมดสิบหกคนและวันแรกของการเรียนมีอัตราเข้าร่วมแค่ยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์
“วันนี้พวกเราจะเลือกหัวหน้ากับรองหัวหน้า จากนั้นก็แยกย้ายส่วนคติพจน์ประจำห้อง ครูจะเป็คนกำหนดเอง”
คติพจน์ของปีหนึ่งห้องศูนย์
‘เข้าเรียนตรงเวลา’
ตัวอักษรโฮโลแกรมตัวหนาสี่พยางค์ปรากฏขึ้นบนกระดานดำอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถเห็นได้ชัดเจนทั่วทั้งห้องแม้คติพจน์นั้นจะดูเหมือนแต่งโดยคนแปลกๆ แต่ฮัมกึนฮยองดูจริงจังกับมันมาก
“ใครอยากเป็หัวหน้าห้องให้ยกมือขึ้น”
นอกจากฉันแล้วยังมีอีกสามคน หญิงสองชายหนึ่ง
ไหนขอดูหน้าหน่อย…
นักเรียนหญิงคนแรกชื่อคิมยูรีเป็ตัวละครเล่นได้ ส่วนอีกคนชื่อฮันอี เป็ตัวละคร NPCฉันเคยเห็นทั้งสองคนจากในเกม
ในส่วนของนักเรียนชายทันทีที่เห็นใบหน้าอีกฝ่าย ฉันก็เผลอพึมพำด้วยสีหน้าตกตะลึง
“…ท่านประธาน?”
แม้เสียงที่เล็ดลอดออกไปจะเบามากแต่ก็ดังพอที่จะทำให้นักเรียนชายคนนั้นหันมา
ฉิบ…เวรแล้วไง
ฉันคงเคลิ้มไปกับบรรยากาศของพิธีเปิดภาคเรียนจึงเผลอทำตัวหย่อนยานไปหน่อยสิ่งที่ฉันเพิ่งพ่นออกไปคงเป็ความผิดพลาดที่ร้ายแรงที่สุดนับั้แ่ถูกส่งมายังโลกฝั่งนี้ฉันพยายามเรียบเรียงความคิดเพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดที่ตัวเองก่อ
แต่สมองกลับว่างเปล่าในหัวของฉันเต็มไปด้วยความสับสน งุนงง ยุ่งเหยิง และตรรกะผสมปนเปกันเละเทะไปหมด
ทันใดนั้นเสียงประกาศก็ดังขึ้นจากลำโพงในห้องเรียน
ติ๊งติงติงติ่ง—
[นักเรียนโจอึยชินกับนักเรียนฮวังจีโฮชั้นปีหนึ่งห้องศูนย์กรุณามาที่ห้องทำงานของประธานใหญ่ที่หอประกายเงินทันทีขอทวนอีกครั้ง นักเรียนโจอึยชินกับนักเรียนฮวังจีโฮชั้นปีหนึ่งห้องศูนย์กรุณามาที่ห้องทำงานของประธานใหญ่ที่หอประกายเงินทันทีจบการประกาศ]
“ขอตัวไปหาท่านประธานก่อนนะครับ ครูฮัมกึนฮยอง”
ประธานใหญ่ฮวังมยองโฮ…ไม่สินักเรียนฮวังจีโฮ คว้าแขนของฉันแล้วลากออกไปนอกห้องเรียนเขาหิ้วฉันราวกับหิ้วลูกโป่ง แม้ตอนนี้ฉันจะหนักไม่เท่าร่างเดิมแต่ก็ไม่ได้เบาขนาดนั้นแน่นอน
ก่อนที่ประตูห้องเรียนจะปิดสนิทฉันก็ได้ยินเสียงของฮัมกึนฮยองที่เล็ดลอดออกมา
“อัตราการเข้าเรียนในวันแรก…ลดลงไปอีกครึ่งหนึ่ง”
เมื่อประตูปิดสนิทอัตราการเข้าเรียนของปีหนึ่งห้องศูนย์ก็ลดลงจากยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์เหลือสิบสองจุดห้าเปอร์เซ็นต์