*กริ๊งงงงง!*
เสียงกระดิ่งทองคำของระบบเทพแมงดาดังแว่วกังวานก้องขึ้นในห้วงจิตของหลีเฮงตั้งแต่รุ่งสาง พร้อมกับแสงตัวอักษรสีชมพูทองที่ลอยเด่นเป็นประกายวิบวับอยู่เบื้องหน้า
> [แจ้งเตือนระบบ: ยินดีด้วยกับโฮสต์สำหรับการปฏิบัติภารกิจ ‘บำบัดประสานหยินหยาง’ ร่วมกับสามยอดสตรีเสร็จสิ้นสมบูรณ์!]
> [รายละเอียดความสำเร็จ: ทำการบำเพ็ญคู่ร่วมกับ หลินเสวี่ยเหยา (SSS), เยี่ยหลัวอิน (SSS) และเบิกพรหมจรรย์เปิดสัมพันธ์คู่บำเพ็ญร่วมกับ จ้าวฉินซวง (SS) สำเร็จ!]
> [ได้รับแต้มแมงดาเพิ่มเติม: +4,000 แต้ม!]
> [แต้มคงเหลือปัจจุบัน: 7,230 แต้ม]
> [เปิดใช้งานฟังก์ชันติดตามสถานะ ‘จ้าวฉินซวง’ เข้าสู่ระบบพันธะฮาเร็มหยินหยางอย่างเป็นทางการ!]
หลีเฮงลืมตาขึ้นช้า ๆ ในยามเช้าตรู่ พลันสูดลมหายใจเอาไออุ่นของสามสาวงามที่ยังคงนอนสลบไสลซุกซบอยู่ข้างกายเข้าไปเต็มปอด ร่างกายของเขาได้รับการฟื้นฟูชีพจรจนเต็มเปี่ยม 100% ลมปราณไหลเวียนปรี่ล้นทว่าใบหน้าหล่อเหลากลับแสร้งทำเป็นซีดเซียว ขอบตาคล้ำเล็กน้อยปานคนไข้ใกล้สิ้นลม
ชายหนุ่มลอบยิ้มกะล่อนในใจ: *‘เฮ้อ... จะไม่ให้หน้าซีดได้อย่างไรล่ะ? ก็เมื่อคืนโดนสามเสือสาวสลับกันขึ้นขี่ขับเคลื่อนสะโพกบำบัดรักษาพายุรักมาราธอนทั้งคืนปานนั้น พลังวิญญาณฟื้นตัวเต็มร้อยก็จริง แต่ร่างกายเนื้อข้าเกือบจะแห้งเหือดกลายเป็นแมงมุมอบแห้งไปเสียแล้ว!’*
แม้ตัวจะเพลียรักแต่ใจของหลีเฮงกลับแกร่งกล้า ชายหนุ่มพยุงกายลุกขึ้นจัดแจงเสื้อผ้าและผ้าพันแผลให้ดูสะรุ่งสะริ่งน่าสงสาร พลันบอกกับสามสาวที่เพิ่งปรือตาตื่นขึ้นมาด้วยความรักว่าเขาต้องการจะเข้ารับบททดสอบข้อต่อไปทันที ไม่อยากปล่อยเวลาให้ทอดนานจนประมุญาตระกูลหลินคิดแผนการตึงมือขึ้นมาอีก
---
ณ โถงรับรองคฤหาสน์ตระกูลหลินยามสาย
หลีเฮงก้าวเดินเข้ามาด้วยท่าทีโงนเงนเล็กน้อย โดยมีหลินเสวี่ยเหยาในชุดกระโปรงสีขาวบริสุทธิ์คอยกอดแขนแกร่งของเขาไว้แนบแน่นอย่างห่วงใย ปทุมถันคู่งามบดเบียดชิดกับหัวไหล่กว้างของชายหนุ่มโดยไม่สนใจสายตาของข้ารับใช้รอบข้าง ขณะที่เยี่ยหลัวอินและจ้าวฉินซวงเดินตามประกบเคียงข้างคอยเฝ้าระวังภัย
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าอันหนักหน่วงแฝงกระแสลมปราณผันแปรเวลาลึกลับก็ดังก้องขึ้นจากประตูทางเข้าห้องโถง ปรากฏร่างของชายหนุ่มรูปงามผู้หนึ่งในชุดผ้าไหมสีน้ำเงินครามขลิบทอง สง่างามดุจหยกสลัก แววตาของเขาเต็มไปด้วยความโอหังเย่อหยิ่งทอดสายตามองตรงเข้ามา
ชายผู้นี้คือ **ฉู่เฟิง** อัจฉริยะพรสวรรค์ระดับ SSS ธาตุเวลา สายตรงของตระกูลฉู่ ผู้มีระดับลมปราณสูงส่งถึง **ปราณนักสู้ ขั้นสูงสุด** และเป็นว่าที่คู่หมั้นคลุมถุงชนที่ประมุขหลินหมายตาไว้ให้เสวี่ยเหยา!
พริบตาที่ฉู่เฟิงมองเห็นหลินเสวี่ยเหยากอดแขนแนบชิดกับหลีเฮง ชายหนุ่มตระกูลฉู่พลันดวงตาแดงฉาน เส้นเลือดบนขมับปูดโป่งด้วยความโกรธแค้นริษยาปานอกจะระเบิด ภาพบาดตาบาดใจทำให้ความเย่อหยิ่งของเขาพังทลายลงในพริบตา
“เสวี่ยเหยา! เจ้าเป็นถึงคุณหนูใหญ่ตระกูลหลิน เหตุใดจึงยอมให้ขยะระยำเช่นนี้มาแตะต้องเนื้อตัวของเจ้า!” ฉู่เฟิงตวาดก้องพลันหันไปประสานมือคำนับหลินเทียนหรงที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ประธาน “ท่านลุงหลิน! ข้าได้ยินเรื่องบททดสอบสี่ข้อแล้ว ในเมื่อเงื่อนไขข้อที่สามคือการทดสอบวรยุทธ์และชั้นเชิงการต่อสู้... ข้าขอเสนอตัวเองเป็นผู้ทดสอบหลีเฮงในรอบนี้เอง! ข้าจะแสดงให้เสวี่ยเหยาเห็นว่าบุรุษที่แท้จริงเป็นเช่นไร!”
หลินเทียนหรงขมวดคิ้วลอบเหลือบมองหลีเฮงที่ทำท่าทางไอคุกคิกหน้าซีดเผือด ก่อนจะพยักหน้ายินยอมเบา ๆ “ในเมื่อหลานฉู่เสนอตัว ข้าย่อมไม่มีข้อขัดข้อง ทว่าฉู่เฟิง... เรื่องราวระหว่างตระกูลเราและหลีเฮงไม่ควรแพร่พรายออกไปให้บุคคลภายนอกรับรู้เพื่อป้องกันความวุ่นวาย ข้าขอสั่งให้การประลองนี้ดำเนินไปภายใน ‘ห้องลับใต้ดิน’ ของตระกูลหลิน มีเพียงพวกเราไม่กี่คนเท่านั้นที่เฝ้าสังเกตการณ์!”
“ตกลงครับท่านลุง!” ฉู่เฟิงยิ้มเหี้ยมเกรียม แววตาสายตาจ้องเขม็งมองหลีเฮงราวกับสัตว์ร้ายจ้องตะครุบเหยื่อ
---
ภายในห้องลับใต้ดินตระกูลหลิน ผนังหินออบซิเดียนสีดำมะเมี่ยมสลักอักขระป้องกันภัยหนาแน่นหนา อากาศภายในเย็นชื้นและอบอวลไปด้วยรังสีลมปราณอันกดดัน
ฉู่เฟิงก้าวลงสู่ใจกลางลานประลองหินด้วยท่าทีสบายอารมณ์ เขาสะบัดมือเบา ๆ กระแสพลังปราณนักสู้ ขั้นสูงสุดสั่นสะเทือนมิติรอบตัวจนดูบิดเบี้ยวคล้ายเวลาช้าลง “เจ้าขยะหลีเฮง... ข้ามีพรสวรรค์ระดับ SSS สายเวลา ระดับลมปราณห่างจากเจ้าปานฟ้ากับเหว ข้าสามารถเด็ดหัวเจ้าได้ในเสี้ยววินาที ทว่าข้าจะใจดี... ค่อย ๆ ทุบตีหักกระดูกเจ้าทีละชิ้น ให้เสวี่ยเหยาเฝ้ามองดูเจ้าคลานเข่าร้องขอชีวิตดุจสุนัขข้างถนน!”
หลีเฮงแสร้งทำสีหน้าหวาดกลัวลนลาน ถอยหลังไปสองสามก้าวพรางตระเตรียมท่วงท่ารับมืออึกอัก
*ฟุ่บ!*
พริบตานั้น ร่างของฉู่เฟิงพลันเลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอยด้วยความเร็วในการควบคุมช่วงเวลา กลิ่นอายความหนาวเหน็บปะทุขึ้นทางด้านขวาของหลีเฮง พร้อมกับฝ่ามือวายุเวลาที่ฟาดเข้าใส่หัวไหล่ของหลีเฮงอย่างรุนแรงจนร่างของเขาถลาเซไปหลายก้าว
“ฮ่าฮ่าฮ่า! ช้าเกินไป! ข้าเตือนเจ้าแล้วว่าการเคลื่อนไหวของเจ้าในสายตาข้ามันช้าปานเต่าคลาน!” ฉู่เฟิงหัวเราะลั่น ปรากฏตัวอีกครั้งที่มุมห้องพลันพุ่งเข้ามาชกเข้าใส่ใบหน้าและลำตัวของหลีเฮงอีกหลายครั้ง ทว่าจงใจเบามือหลีกเลี่ยงจุดตายเพื่อล้อเลียนทรมานหลีเฮงให้สั่นสะท้านอับอายขายหน้าต่อหน้าสาว ๆ
หลีเฮงโดนหมัดกระแทกจนมีรอยฟกช้ำตามตัว (แกล้งทำเป็นรับหมัด) ในสมองลอบสั่งการระบบอย่างใจเย็น: *‘ไอ้เด็กเปรตนี่มั่นหน้าเหลือเกินนะ... เข้ามาใกล้ ๆ อีกนิดสิ...’*
จังหวะที่ฉู่เฟิงชะล่าใจ พุ่งตัวเข้ามาหวังจะใช้ฝ่ามือตบแก้มหลีเฮงเพื่อประจานความอ่อนแอ และโน้มใบหน้าลงมากระซิบเยาะเย้ยข้างหู “เจ้ามันก็แค่เศษขยะเกาะชายกระโปรงผู้หญิงกิน...”
“ตอนนี้ล่ะ!”
หลีเฮงดวงตาเบิกกว้างสาดประกายอำมหิต มือขวาตวัดหยิบไอเทมในคลังระบบออกมาอย่างรวดเร็วปานประกายไฟ แปะ **‘สติกเกอร์นะจังงัง’** ลายก้นหอยสีม่วงครามเข้ากลางหน้าผากของฉู่เฟิงทันทีในระยะประชิด!
*ฟิ้ววว!*
แสงอักขระประหลาดหมุนวนเข้าสู่ดวงตาของฉู่เฟิง พริบตานั้น ร่างอัจฉริยะตระกูลฉู่พลันแข็งทื่อ ดวงตาเหม่อลอยสับสนไร้การตอบสนอง ระบบควบคุมเวลาและลมปราณทั้งหมดหยุดชะงักงันไปในทันที!
เวลา 5 วินาทีแห่งความนะจังงัง... สำหรับหลีเฮงผู้ฝึกปรือ ‘อุ้งมือมาร’ มาอย่างโชกโชน มันยาวนานเกินพอ!
หลีเฮงแสยะยิ้มชั่วร้าย โคจรรวบรวมลมปราณทั้งหมดพุ่งเข้าสู่ฝ่ามือขวาที่สวมถุงมือเซียนนวดสีทอง สลักพลังปราณดำทมิฬเป็น **‘อุ้งมือมาร ขั้น 2’** พุ่งทะยานชาร์จโจมตีกระแทกเข้าใส่กึ่งกลางเป้ากางเกงของฉู่เฟิงอย่างดุดัน ไร้ยางอาย และเต็มเหนี่ยวไร้ความปรานี!
*หมับ! บดขยี้!*
> [ระบบประกาศเตือน: เปิดใช้งานอุ้งมือมาร ขั้น 2 โจมตีจุดอ่อนโยนสูงสุดของเป้าหมายฉู่เฟิงสำเร็จ!]
> [เป้าหมายติดสถานะความวิบัติ: ‘จู๋เหี่ยว’ (เสื่อมสมรรถภาพทางเพศอย่างถาวรและสูญสิ้นสัญชาตญาณชายหนุ่ม) มีผลทันที!]
*เปรี้ยงงงง!*
“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกส์!!!”
เสียงกรีดร้องแหลมสูงหลุดออกมาจากลำคอของฉู่เฟิงสะท้อนก้องห้องใต้ดิน เสียงรบกวนประสาทฟังดูแหลมเล็กราวกระเทยในวังหลวง ใบหน้าของอัจฉริยะตระกูลฉู่เปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีเขียว สีม่วง และซีดเผือดในเสี้ยววินาที สองมือกุมเป้ากางเกงแน่น ร่างกายงอเป็นกุ้งต้มทรุดลงไปนอนดิ้นพราด ๆ อยู่บนพื้นหินอ่อน น้ำตาและน้ำลายไหลทะลักออกมาด้วยความเจ็บปวดอันไม่อาจบรรยายได้
ก่อนที่สติของคนในห้องประลองจะกลับคืนมา และก่อนที่ผลสะกดของสติกเกอร์จะสลายตัว หลีเฮงรีบโยนไอเทม **‘ตั๋วโกหกหน้าตาย’** ออกไปในอากาศทันที ละอองแสงสีทองจาง ๆ แผ่ซ่านปกคลุมทั่วห้องในรัศมีสิบเมตร
ชายหนุ่มกะล่อนรีบทรุดตัวลงนั่งกุมหน้าอก ทำสีหน้าตื่นตระหนกและชอบธรรมอย่างถึงที่สุด พลันชี้มือสั่นระริกไปยังร่างของฉู่เฟิงที่นอนดิ้นอยู่ พลางตวาดลั่นเสียงดังฟังชัด:
“พี่ชายฉู่! ท่านช่างหน้าไม่อายยิ่งนัก! การประลองฝีมือก็ส่วนประลองฝีมือ เหตุใดระหว่างที่ท่านใช้วิชาเวลาพุ่งผ่านร่างข้า ท่านกลับอาศัยจังหวะชุลมุนปัดป่ายมือหมายจะแตะต้องลวนลามแม่นางเสวี่ยเหยาเช่นนี้ด้วย!”
คำพูดของหลีเฮงดังก้องสะท้านห้องลับ หลีเฮงสูดหายใจลึกเล่าเรื่องปั้นน้ำเป็นตัวต่ออย่างหน้าตาเฉย:
“โชคดีนักที่แม่นางเสวี่ยเหยามี ‘ปราณเหมันต์สูงสุด’ คุ้มกายหยินบริสุทธิ์! พลังปราณเหมันต์คุ้มกันกายของนางมีกติกาข้อห้ามเด็ดขาด หากบุรุษใดคิดล่วงละเมิดลวนลามนางด้วยจิตใจอกุศลหื่นกระหายและคิดร้าย พลังหยินพิฆาตจะแล่นสวนกลับทำลายจุดชีพจรหยางเบื้องล่าง ทำให้น้องชายเหี่ยวเฉาสิ้นฤทธิ์กลายเป็นขันทีถาวรทันที! นี่คือโทษทัณฑ์สวรรค์สำหรับคนลามก!”
ด้วยอิทธิฤทธิ์อันน่าเกรงขามของ **‘ตั๋วโกหกหน้าตาย’**...
*วิ้งงงง!*
สมองของหลินเทียนหรง (ประมุขตระกูลหลิน) บรรดายอดฝีมือ และผู้คุมกฎในห้องลับ ต่างสั่นสะท้านและเชื่อถือเรื่องราวปั้นน้ำเป็นตัวนี้อย่างไม่มีข้อกังขาใด ๆ 100% ในทันที!
หลินเทียนหรงดวงตาเบิกกว้าง ลุกขึ้นยืนตบโต๊ะเสียงดังสนั่นสะท้านห้องใต้ดิน ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเดือดดาลจ้องมองฉู่เฟิงด้วยความโกรธจัด “ฉู่เฟิง! เจ้าช่างบังอาจนัก! ประลองฝีมืออยู่ดี ๆ กลับกล้าใช้เล่ห์กลกามหมายจะลวนลามบุตรสาวของข้าต่อหน้าสาธารณชนรึ! สมน้ำหน้าแล้วที่โดนพลังเหมันต์ตีกลับจนกลายเป็นคนพิการไร้น้ำยาเยี่ยงนี้!”
“มะ... ไม่ใช่... ท่านลุง... มันบีบ...” ฉู่เฟิงพยายามเปล่งเสียงปฏิเสธ ทว่าเสียงของเขาที่ออกมากลับแหลมเล็กฟังดูเหมือนคำแก้ตัวของคนร้ายกะล่อนภายใต้อิทธิฤทธิ์ตั๋วระบบ
“หุบปาก! ข้าไม่คิดเลยว่าทายาทตระกูลฉู่จะหน้าไม่อายเยี่ยงนี้! รีบไสหัวออกไปจากตระกูลหลินเดี๋ยวนี้!” ประมุขหลินตวาดสั่งยอดฝีมือให้หิ้วปีกฉู่เฟิงที่นอนกุมเป้าหน้าเขียวออกไปโยนทิ้งนอกคฤหาสน์ทันที
หลีเฮงลอบปาดเหงื่อในใจพรางก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างหลินเสวี่ยเหยา ทรุดกายประสานมือเอ่ยน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใย “ท่านประมุขหลิน... พลังเหมันต์คุ้มกันในร่างของเสวี่ยเหยายามนี้เริ่มแปรปรวนหนักและควบคุมได้ยากยิ่ง หากไม่มีข้าคอยนวดกดจุดชีพจรและทำพิธีบำบัดรักษาอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องทุกวัน พลังเย็นนี้อาจพุ่งพล่านทำร้ายตัวนางเองหรือแช่แข็งคนรอบข้างจนไร้น้ำยาไปหมด ข้าเห็นว่า... ควรยินยอมให้นางกลับไปเรียนและรับการบำบัดร่วมกับข้าที่สถาบันต่อไปชั่วคราวก่อนเพื่อความปลอดภัยนะเจ้าคะ”
หลินเทียนหรงได้ยินคำว่าพลังแปรปรวนทำให้คนเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ก็ขนลุกซู่ทันที! หากปล่อยบุตรสาวไว้ในตระกูลแล้วพลังพุ่งพล่านทำลายคนในตระกูลจนจู๋เหี่ยวกันหมด ตระกูลหลินคงสูญสิ้นทายาทเป็นแน่แท้!
ประมุขตระกูลหลินถอนหายใจยาวอย่างอ่อนใจพรางกวาดสายตามองหลีเฮง “ช่างเถอะ... ในเมื่อมีเพียงเจ้าที่รู้วิธีควบคุมบำบัด ข้าก็ตกลงให้เสวี่ยเหยากลับไปสถาบันกับเจ้าได้ชั่วคราว ทว่า... บททดสอบของข้ายังเหลือเงื่อนไขข้อสุดท้าย ข้อที่สี่!”
หลีเฮงแอบขยิบตาส่งสัญญาณแห่งชัยชนะให้สามสาวที่ยืนกลั้นหัวเราะอยู่ด้านหลังพรางประสานมือเตรียมรับเงื่อนไขข้อต่อไปอย่างมุ่งมั่น...
- จบบทที่ 37 -