ย้อนเวลามาพร้อมลูกหมาแต่กลับต้องมาเลี้ยงลูกลิง
บทที่ 29 สตรีปริศนา
"ขอบใจแม่นางที่พาสุนัขของข้ามาส่งขอรับ"
"ข้าไม่ได้ตั้งใจจะพาสุนัขของท่านมาส่ง แต่ข้ามีเรื่องบางอย่างจะถามท่าน"
สตรีที่อาฟู่ยื่นดอกไม้มายากลให้และพาเสี่ยวเหมามาส่งคือหนิงเหอ ผู้ออกตามหาพี่สาวและเด็กๆที่คาดว่าจะเป็นหลานๆของตัวเอง นางเฝ้ามองทั้งสี่คนมาพักหนี่งแล้ว จึงรู้ว่าสุนัขตัวนี้เป็นสัตว์เลี้ยงของพวกเขา จางหย่งมองทางสตรีผู้นั้นอย่างกล้าๆกลัวๆ เขากลัวว่านางจะมาต่อว่าเขาที่เอาอุปกรณ์มายากลมาหลอกว่าเป็นพลังพิเศษ แต่สตรีผู้นั้นไม่ได้สนใจเรื่องนั้น นางเอ่ยขึ้นว่า
"เด็กๆทั้งสามคนคือบุตรชายของท่านหรือ"
จางหย่งเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัยก่อนจะตอบไปว่า
"ใช่ ทั้งสามคนคือลูกของข้าเอง"
"แม่ของเด็กๆอยู่ที่ไหน"
"ข้าไม่รู้"
"ท่านเกี่ยวข้องอะไรกับสำนักเมฆา"
"สำนักเมฆาคืออะไรหรือ?"
สีหน้างุนงงของจางหย่ง ทำให้หนิงเหอจ้องมองอย่างค้นหา ดูเหมือนว่าบุรุษผู้นี้จะไม่รู้จักสำนักเมฆาจริงๆ เท่าที่มองดูเด็กๆทั้งสามมานาน อายุที่ไล่เลี่ยกันของเด็กๆค่อนข้างตรงกับคนที่นางค้นหา แต่ติดตรงที่บิดาของเด็กๆไม่ใช่คนจากสำนักเมฆาตามที่พี่สาวเคยบอกเล่าไว้
จริงๆแล้วตัวนางไม่เคยเจอหลานๆ และไม่แน่ใจด้วยว่าตัวเองมีหลานจริงหรือไม่ เพราะตั้งแต่พี่สาวแต่งงานเข้าสำนักเมฆา ตัวตนของพี่สาวก็ดูลึกลับ แม้จะคุยกันทางจดหมายก็เป็นแค่การถามไถ่ความเป็นอยู่เท่านั้น แต่เมื่อหนึ่งปีก่อนพี่สาวได้พาเด็กๆมาตามหานางที่สำนักแล้วหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย หลังจากนั้นหนิงเหอที่ตามหาเบาะแสพี่สาวไม่พบจึงเบนความสนใจมาหาเบาะแสเด็กๆสามคนที่พี่สาวพามา
หลังจากออกตามหาเบาะแสอยู่นานก็ยังไม่พบเด็กสามคนตามคำบอกเล่าของคนเฝ้าประตูสำนัก จนพบกับเด็กในวันนี้ นางยังคงเคลือบแคลงใจและเอ่ยถามต่อไปว่า
"ตอนนี้ท่านทำอาชีพอะไร"
จางหย่งรู้สึกงุนงงและไม่ตอบคำถามใดๆหญิงสาวอีก นี่มันเรื่องส่วนตัวของเขานะ เหตุใดเขาต้องมาตอบคำถามเหล่านี้ด้วยเล่า จางหย่งเริ่มจะรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"แม่นางนี่มันเรื่องส่วนตัวของผู้อื่นนะ"
"ท่านไม่มีงานทำงั้นหรือ?"
คำถามจี้ใจดำของจางหย่ง จนเขารู้สึกเจ็บปวด ข้าเป็นคนมีความรู้ความสามารถ ทำงานจนไต่เต้าได้ดิบได้ดี จางหย่งจึงไม่ยอมแพ้เอ่ยตอบไปว่า
"แม่นางท่านกล่าวเช่นนี้ก็ไม่ถูก ตัวข้านี้เป็นถึงผู้ควบคุมด้านการออกแบบและการตลาดของร้านขายผ้าชื่อดังในเมืองหังโจวแห่งนี้"
เด็กๆทั้งสามที่ได้ยินต่างมองบิดาอย่างไม่อยากจะเชื่อ บิดาของพวกเขาเป็นถึงผู้ควบคุมเลยหรือ เสี่ยวเหมาเองก็เหลือบมองไปที่จางหย่งนิดหนึ่งก่อนจะหาวออกมา แค่เอาชุดชั้นในไปส่งให้ร้านขายผ้าผลิตตาม เจ้านายของมันนี่ขี้โม้จริงๆเลย
"หากท่านมีหน้าที่การที่ดี แล้วเหตุใดท่านถึงต้องมาแสดงปาหี่เช่นนี้ด้วย"
หนิงเหอหยิบดอกไม้ที่ได้จากอาฟู่ขึ้นมากดกลไกเล่นในมือ จางหย่งคิ้วกระตุกเล็กน้อย เขากระแอมออกมาทีหนึ่ง ก่อนจะตอบว่า
"นั่นเป็นแค่งานอดิเรกยามว่างเท่านั้นเอง"
หนิงเหอไม่เชื่อในคำพูดของจางหย่งนัก นางมองไปที่เขาอีกครั้งแต่ไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกมา จนจางหย่งทนความอยากรู้อยากเห็นไม่ไหวจึงเอ่ยถามขึ้นว่า
"แม่นาง เจ้าจะอยากรู้เรื่องของพวกเราไปทำไมกัน"
"ข้าแค่สงสัยว่าเด็กๆจะเป็นหลานแท้ๆของข้า"
เด็กๆที่ได้ยินคำพูดของหนิงเหอดวงตาของพวกเขาก็ทอประกายขึ้นมาทันที จางหย่งขมวดคิ้วแล้วถามขึ้นว่า
"เด็กๆพวกนี้เป็นลูกของข้า จะไปเป็นหลานของแม่นางได้อย่างไร"
"ข้าสงสัยว่าพวกเขาจะเป็นลูกของพี่สาวข้า"
จางหย่งที่กำลังจะเถียงได้แต่อ้าปากค้างขึ้นทันที น้องสาวของแม่เด็กชายทั้งสามคน ก็ต้องเป็นน้องภรรยาของเขาน่ะสิ แม้แต่ภรรยาของตัวเองเขายังไม่รู้เลย แล้วเขาจะรู้จักน้องภรรยาได้อย่างไร จางหย่งส่งสายตาไปทางอาเฟยลูกชายคนโตเป็นเชิงถาม อาเฟยได้แต่ส่ายหน้าและเอ่ยขึ้นว่า
"ท่านแม่ไม่ค่อยให้พวกเราไปไหน นอกจากท่านพ่อกับท่านลุงหรง ข้าก็ไม่ค่อยได้พบผู้อื่นเท่าไหร่นัก ข้าจึงไม่รู้ว่าท่านน้าท่านนี้จะใช่น้องของท่านแม่หรือไม่ขอรับ"
"..."
จางหย่งที่ได้ยินถึงกับพูดอะไรไม่ออก หากเทียบอายุตอนนั้นอาเฟยน่าจะอายุหกขวบเข้าไปแล้ว เหตุใดถึงไม่ค่อยได้ออกไปไหน เหตุใดถึงไม่ค่อยเจอผู้คน เขาได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้ในใจ ก่อนจะหันไปถามหนิงเหอขึ้นว่า
"หากท่านคิดว่าเด็กทั้งสามเป็นลูกของพี่สาวท่าน เช่นนั้นพี่สาวท่านมีนามว่าอะไร"
"พี่สาวข้าแซ่กู้นามว่าหนิงเซียน"
จางหย่งหันไปมองทางอาเฟยลูกชายคนโตอีกครั้ง อาเฟยได้แต่ส่ายหน้าก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"ท่านแม่เคยบอกไว้ว่าบ้านของเราต้องรอให้เด็กมีอายุครบแปดปีก่อนจึงจะสามารถทราบเรื่องราวต่างๆภายในครอบครัวได้ และชื่อท่านแม่ก็คือหนึ่งในนั้นขอรับ"
จางหย่งที่เพิ่งเคยได้เรื่องนี้เป็นครั้งแรกก็รู้สึกแปลกใจ แต่หนิงเหอไม่ได้รู้สึกแปลกใจแต่อย่างใด แต่ละตระกูลก็มีกฎเกณฑ์ที่ใช้ในครอบครัวของตัวเองที่แตกต่างกันไป บางทีมารดาของเด็กทั้งสามอาจจะต้องการรอให้เด็กๆมีพลังวิญญาณแสดงออกมาให้เห็นก่อน จึงได้มีกฎเกณฑ์เช่นนี้ เมื่อถามจากเด็กไม่ได้นางก็หันไปถามทางจางหย่งขึ้นว่า
"อย่าบอกนะว่าท่านก็ไม่ทราบชื่อเสียงเรียงนามของภรรยาตัวเอง?"
"เอ่อ ข้า...ก่อนหน้านี้ข้าตกเขาทำให้ความทรงจำของข้าหายไป"
การยืนยันตัวตนของเด็กๆทั้งสามคนนี้ยากกว่าที่นางคิดเอาไว้เสียแล้ว หรือพวกเขาจงใจปิดบังนางกันนะ จางหย่งที่รู้สึกว่าไม่สามารถยืนยันตัวตนของสตรีตรงหน้าได้ก็เอ่ยขอตัวลากลับบ้าน แต่ไหนเลยหนิงเหอจะยอม สุดท้ายนางก็ตามทั้งสี่คนหนึ่งตัวกลับบ้านมาอย่างหน้าตาเฉย
"แม่นาง เจ้าจะตามพวกเราไปถึงเมื่อไหร่กัน"
"จนกว่าจะยืนยันได้ว่าเด็กๆไม่ใช่หลานของข้า ข้าถึงจะไป"
"..."
จางหย่งได้แต่ถอนหายใจออกมา และไม่สนใจสตรีผู้นี้อีก จนเมื่อพวกเขากลับมาถึงบ้าน หนิงเหอก็หยุดอยู่ที่หน้าบ้านของพวกเขาเช่นกัน ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นว่า
"นี่บ้านของท่านงั้นหรือ?"
จางหย่งไม่สนใจจะตอบคำถาม ก่อนจะพาลูกๆไปล้างมือล้างไม้ อาฟู่ลูกชายคนรองที่เห็นบิดาไม่ตอบคำถามท่านน้าคนสวยก็หันไปกระซิบกับพี่ชายขึ้นว่า
"ท่านพ่อไม่รู้จักถนอมบุปผาเลยเนอะ"
อาเฟยพยักหน้า เห็นด้วยกับน้องชาย ก่อนจะหันไปมองทางบิดา ที่มีสีหน้าบึ้งตึง คำกระซิบของพวกเจ้านี่แทบไม่เบากว่าคำพูดธรรมดาเลยนะเจ้าลูกชาย ทั้งสองที่เห็นสีหน้าของบิดาก็ก้มหน้าลงไม่กล้าสบสายตา พวกเขารู้สึกได้ว่าบิดาดูอารมณ์ไม่ดีมาตลอดทาง อาฟงลูกชายคนเล็กที่ไม่รู้ความหมายที่พี่ชายพูดก็เอ่ยออกมาว่า
"ท่านพ่อ ไม่รู้จัก เลย"
จางหย่งได้ยินก็ส่งสายตาคาดโทษไปทางลูกชายทั้งสองที่ก้มหน้าไม่ยอมสบสายตา ที่เขาหงุดหงิดเพราะสตรีผู้นั้นน่ารำคาญเกินไป เขาไม่รู้หรอกว่านางจะใช่น้องภรรยาของเขาหรือไม่ แต่การตามบุรุษมาจนถึงบ้านไม่น่าจะใช่เรื่องที่ดี ขณะที่จางหย่งกำลังจะเอ่ยไล่หนิงเหอ นางก็เดินจากไปเสียก่อน ทำให้เขางุนงงกับการกระทำนี้เป็นอย่างมาก ตอนแรกเขากลัวว่านางจะสร้างเรื่องเพื่อมาขออยู่ด้วย เอาเถอะนางจากไปก็ดีแล้ว จางหย่งได้แต่คิดในใจ
หลังจัดการกิจวัตรประจำวันเสร็จ จางหย่งก็นั่งเล่นอยู่หน้าบ้านกับลูกๆ เขาคิดทบทวนถึงเรื่องราวต่างๆ ทั้งเรื่องมารดาของเด็กๆทั้งสามที่พาพวกเขามาอยู่กับจางหย่งเมื่อหนึ่งปีก่อน แล้วก่อนหน้านั้นล่ะ? ไหนจะกฎเกณฑ์แปลกๆที่อาเฟยบอกเมื่อตอนกลางวันอีก หรือมันมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่กันนะ
อาเฟยมองไปที่บิดาของเขา ยิ่งมองยิ่งรู้สึกว่าบิดาของเขาเปลี่ยนไป แต่ถึงจะเปลี่ยนไปก็เป็นการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดี ทำให้ตัวเขาและน้องๆ อยู่กันอย่างมีความสุขมากขึ้น แม้จะมีหลายๆสิ่งหลายๆอย่างที่เขาสงสัยแต่เขาก็เลือกที่จะปล่อยมันทิ้งไป
ลู่ต้าวิ่งเข้ามาเห็นจางหย่งนั่งอยู่หน้าบ้านก็ตรงไปหาทันที ก่อนจะเอ่ยอย่างเหนื่อยหอบว่า
"พี่จางหย่งท่านไปตลาดมาทำไมไม่เห็นชวนข้าบ้างเลย"
"เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าไปตลาดมา?"
"ก็ชาวบ้านที่เจอพี่ที่ตลาดบอกว่าพี่มีพลังพิเศษ ตอนนี้กำลังรวมตัวกันมาที่นี่ บ้างก็บอกว่าจะขอให้พี่ช่วยเสกของที่หายไปให้กลับคืนมา บ้างก็จะขอให้พี่ช่วยเสกสีผ้าให้เปลี่ยนไปให้น่ะสิ"
"ห๊ะ!! เจ้าว่าอะไรนะ"