ฉลามคลั่งรัก 4: ดิ่งทะเลลึก
#ฉลามคลั่งรัก
“พระเ้า นั่นมัน...ตัวอะไร”จอร์แดนดึงมือผมออกก่อนจะพูดออกมาด้วยความใพวกเราสามคนเบิกตากว้างไม่มีใครคิดฝันว่าจะเจออสูรกายที่ใหญ่พอ ๆกับเ้าสองพี่น้องที่ผมเลี้ยงดูไว้ ผมกวาดตาเลียปากพลางพินิจพิจารณาว่ามันคือปลาอะไร
“มันคือปลาแองเกลอร์”
“อะ...”
“ที่ใหญ่กว่าขนาดทั่วไปเกือบสิบเท่า” สตีฟกลืนน้ำลายลงคอไปเลยเมื่อผมพูดแบบนั้นด้วยความที่เขาศึกษาสัตว์ใต้ท้องทะเลมานานไม่ต่างจากผม ย่อมใไม่แพ้กันก็ดูขนาดตัวและเขี้ยวคม ๆ พวกนั้นสิ จะขยี้ตาอีกสักกี่ทีนี่คงไม่ใช่ภาพหลอน
ผมรู้ว่าในสถานที่นี้เป็บ้านของเมกาโลดอนแต่ผมไม่รู้ว่ามันมีปลาชนิดอื่นอีกที่ตัวเกือบเท่ามัน
“มันกำลังจ้องเราอยู่”จอร์ว่าเสียงสั่น “มะ...มันจะกินเราไหม”
“บางทีมันอาจแค่สำรวจ คุณอย่าเพิ่งใไป”
“อึก”
“อยู่นิ่ง ๆ ไว้ ถ้าเราไม่ขยับเดี๋ยวมันคงไปเอง” ผมว่าพลางจ้องปลาตรงหน้านิ่งทฤษฎีไม่รู้ว่าจะใช้ได้จริงกับปลาที่มีขนาดตัวใหญ่แบบนี้ไหมแต่ผมว่าการไม่เคลื่อนตัวให้กลายเป็จุดสนใจก็ยังทำให้เรารอดได้บ้างอีกอย่างตอนนี้ไฟในเรือก็ดับ ไฟจากหัวของปลานั่นก็มีไว้ล่อเหยื่อเท่านั้นไม่ได้มากมายถึงขนาดที่จะส่องเห็นทุกอย่างในเรือดำน้ำได้
ผมโบกมือให้พวกเขาค่อยๆ ถอยไปด้านหลัง ถ้าเราอยู่ในความมืดมาก ๆ ก็น่าจะวางใจได้
ผมเลียปากสูดลมหายใจตอนถอยเป็คนสุดท้ายเ้าตัวนั้นว่ายไปมาส่องไฟไปตามเรือดำน้ำควานหาเหยื่อที่มันคิดว่าจัดการได้ต้องขอบคุณโครงสร้างที่ผมคิดไว้ มันมีแค่กระจกด้านหน้าเท่านั้นที่ใช้มองเข้ามาในเรือได้ตรงส่วนอื่นเป็เหล็กทึบที่มองทะลุไม่ได้
ทว่าในตอนที่มันกำลังจะว่ายหนีไปจู่ ๆ ไฟในเรือก็ติดขึ้นมาพร้อมกับเครื่องยนต์ !
วูบ !
[ทุกคน เป็อะไรไหม !?]
“เวรแล้ว...!” ผมสบถเมื่อได้ยินเสียงเอริคผ่านไวเลสนั่นแปลว่าพวกที่ศูนย์วิจัยแก้ไขระบบไฟให้กลับมาใช้ได้ส่งผลให้ตอนนี้ทุกส่วนของเรือดำน้ำเปล่งประกายและมันล่อให้แองเกลอร์ฟิชว่ายกลับมาชนเรือเรา“หาที่เกาะเร็ว...เหวอ !”
ยังไม่ทันที่จะได้ทำตามสั่งเรือดำน้ำก็ถูกกระแทกอีกครั้งจนชนกับโขดหิน ไฟในเรือเปลี่ยนเป็สีแดงเตือนว่าตอนนี้มีบางส่วนเสียหายเ้าอสูรกายยังไม่ยอมลดละไปทำท่าจะซ้ำอีกรอบ ผมเลยต้องรีบดึงสติก่อนจะวิ่งไปนั่งประจำที่
มือบางดึงคันเร่งให้หงายเพื่อเคลื่อนเรือดำน้ำออกจากรัศมีเซนเซอร์บอกว่ามันกำลังวนกลับเข้ามาอีก นั่นแปลว่าถ้าเรายังอยู่นิ่ง ๆ หรือโดนปะทะอีกทีสองทีพวกเราจะตายกันหมด !
“ฮึบ!” ผมกัดฟันเบี่ยงเรือหลบเ้าแองเกลอร์ฟิช มันเลยว่ายวืดไปชนกับโขดหินขณะที่ผมรีบเร่งสปีดพาเราออกจากที่นี่ยูโฟที่ว่าจะเอากลายเป็เพียงความคิดที่หายวับผมพยายามบังคับเรือให้อยู่ในที่ทางพร้อมกับหันไปสั่งให้ทั้งสองกลับมาทำงานได้แล้ว “อย่ามัวแต่ยืนนิ่ง ! สตีฟเช็กเซนเซอร์หาพิกัดปลานั่นจอร์แดนตรวจสิว่าตรงไหนเสียหาย”
“อะ...เอ่อ”
“เร็วเข้า !”
“คระ...ครับผม !” ทั้งสองรีบตั้งสติขานรับแล้ววิ่งไปประจำตำแหน่งคีย์ข้อมูลรวมถึงจัดการในส่วนที่ผมบอกไป ส่วนผมก็กวาดตามองรอบกายเพื่อดูว่าด้านหน้ามีอะไรไหมตอนนี้เราจำเป็ต้องเปิดไฟ ถ้าเราไม่รู้ว่าไอ้ปลานั่นอยู่ตรงไหน เราจะหลบไม่ทัน
ติ๊ด ๆ !
เสียงเซนเซอร์ดังขึ้นอีกครั้ง ผมหันไปมองจอมอนิเตอร์ที่ปรากฏรูปเป้าหมายแสงไฟดวงเล็ก ๆ กำลังลอยเข้ามาหาเรา รวดเร็วมากเมื่อดูจากจอผมกัดฟันกรอดมุดลงใต้โขดหินหวังเพียงมันจะตามมาไม่ได้ แต่มันก็ยังไล่เราไม่เลิกรา
ด้วยความที่เรือดำน้ำมันค่อนข้างใหญ่นั่นแปลว่าการเคลื่อนที่ของมันจะไม่ได้เป็ดั่งใจเรานักและในตอนที่ผมกำลังเร่งเครื่องให้เรือมันไวกว่าเดิมนั้น จู่ ๆเราก็ถูกกระแทกจากด้านหลังรุนแรงจนทุกคนแทบไหลมากองรวมกัน !
ผัวะ !
ไฟในเรือเปลี่ยนเป็สีแดงเตือนถึงส่วนที่เสียหาย รวมถึงเสียงวี้หว่อบอกว่าเรากำลังตกอยู่ในอันตรายจอร์แดนรีบตรวจเช็กว่าเกิดอะไรก่อนจะะโให้ทุกคนได้ยิน
“แย่แล้วครับคุณโซลมันกัดเรือเรา !”
“ส่วนด้านหลังกำลังถูกบีบอัด”
“ว่าไงนะ...!”
“มีน้ำเข้าในห้องปล่อยไอโฟยูแล้วครับ!” ผมกัดปากแน่นพยายามเร่งเครื่องเพื่อออกจากปากความแหลมคมของเขี้ยวมันแทงทะลุเหล็กตรงห้องส่วนหลังซึ่งเป็กระสวยสำหรับปล่อยลงทะเลลึกเพื่อตรวจสอบพื้นที่คนละทางที่เราไปผมเห็นมันจากกล้องที่ติดไว้เนื่องจากเราปิดประตูไม่ให้น้ำเข้ามา ใบพัดตัวหนึ่งของเราไม่ทำงานมันอาจโดนกัดจนพังไปแล้ว
“บ้าจริง !” ผมสบถพยายามคิดหาวิธีเอาตัวรอดไวเลสที่หูหล่นหายไปตอนที่เรือตีลังกาก่อนหน้านี้ และผมคงไม่มีเวลาไปหามันสองมือจับคันเร่งต่อสู้กับแรงยื้อเ้าปลาปีศาจไม่ยักรู้ว่าปลาตัวเล็กที่เคยเห็นนั้น พอมันตัวใหญ่แล้วจะดื้อด้านได้ขนาดนี้
ยื้อเก่งกว่าคู่นอนบางคนของผมอีก!
“ยิงสปอร์ตไลท์ออกไปด้านข้าง ให้มันล่อแองเกลอร์ฟิชไว้ !”
“ตัวยิงไม่ทำงานครับ เสียหายจากที่ถูกกัด !” ผมทุบมือกับคอนโทรลเรือ จะปล่อยทุ่นลอยให้เอาเรือขึ้นไปก็ไม่ได้ระบบส่วนใหญ่เสียหายเพราะแรงกระแทกและแรงกัดที่ยังไม่คลายตัวออกซ้ำร้ายไอ้ปลาบ้านี่ยังเหวี่ยงเรือเราไปชนกับโขดหินอีกอันไม่ไกลจากตรงนั้น
หินหนักมากมายถูกปะทะจนหักบางส่วนหล่นใส่เรือดำน้ำจนกระจกด้านหน้าร้าวใกล้แตกออก
วินาทีนั้นผมสั่งพวกเขาให้สวมเครื่องหายใจใต้น้ำ
“สวมอุปกรณ์ซะ ถ้าเรือแตกเราต้องว่ายขึ้น”
“กับความลึกเป็หมื่นฟุตเนี่ยนะครับ !”
“ถ้าคุณมีความคิดที่ดีกว่านั้นก็พูดมาเลย !” ผมตวาด ลุกจากที่นั่งไปหาอุปกรณ์หายใจใต้น้ำส่งให้พวกเขาทีละอันก่อนจะพบว่าฟ้าไม่ได้เข้าข้างเรามากนัก
เครื่องช่วยหายใจใต้น้ำมีเพียงแค่สองอันเท่านั้น
นั่นแปลว่าต้องมีคนใดคนหนึ่งไม่ได้กลับขึ้นไป
“พวกคุณรีบสวมเลย เรือเราใกล้จะแตกแล้ว !”
“แล้วเครื่องช่วยหายใจคุณอยู่ไหน ทำไมไม่ใส่…!” ยังไม่ทันที่สตีฟจะถามจบประโยคเรือเราก็ถูกกระแทกอีกรอบ คราวนี้มีน้ำทะลักเข้ามาด้านใน จากรอยแตกเล็ก ๆ ที่กระจกจะเอามือดันน้ำมันก็ไม่เบาลงผมเลยวิ่งไปดูที่กระจกตรงประตูด้านหลังว่าน้ำมันมีเยอะแค่ไหน
พอเห็นว่ายังลุยเข้าไปได้ผมก็รีบกระชากประตูออกตรวจเช็กเรือดำน้ำสำรองว่าใช้ได้ไหม
“คุณโซล รีบกลับเข้ามาเร็วครับ ตรงนั้นไม่ปลอดภัย !”
“แต่เรือดำน้ำใช้ได้ พวกคุณควรรีบมา...!”
ผัวะ !
เขี้ยวคมทะลุเฉียดขาผมไปเล็กน้อยชนิดที่ว่าเส้นยาแดงผ่าแปดเล่นเอาผมถึงกับเบิกตากว้าง ไม่กล้าขยับ้าเพดานมีน้ำเริ่มทะลักตามรอยฟันที่แทรกผ่าน มันพยายามจะสะบัดเรือเราให้โคลงเคลงไปมาหนักหน่วงจนผมเกือบจะถูกเสียบด้วยฟันแหลม
วินาทีนั้นผมรู้แล้วว่าเราไม่รอดแน่กระทั่งจู่ ๆ ฟันแหลมก็ถอนตัวออกไปปล่อยให้บรรดาน้ำทะเลทั้งหลายพุ่งเข้ามาตอนนั้นผมใมากระคนแปลกใจที่มันไม่กัดเรือเราให้แตกออก
พลันก็ต้องตื่นตระหนกซ้ำสองเมื่อพบว่าน้ำที่ทะลักเข้ามานั้น…
กลับมีกลิ่นคาวและกลายเป็สีแดงของเื
“เืมาจากไหนกัน...!”
ปึง !
เรือของเราหมุนไปมาจนพังยับโดยไม่รู้ว่าอะไรปะทะเรือเราเมื่อกี้แต่มันทำให้ผมกลับเข้าไปในห้องควบคุม มองฝ่าความมืดเพื่อดูว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้นน้ำสีแดงมากมายกำลังโอบอุ้มพวกเราไว้ ผมช่วยพวกเขาแต่งตัวสวมเครื่องหายใจจะได้เอาอากาศเข้าปอดก่อนที่จะไม่มีอะไรเหลือ
“เราไม่มีเวลาแล้ว พวกคุณต้องไปขึ้นเรือดำน้ำเดี๋ยวนี้!”
“ละ...แล้วคุณจะทำยังไงคุณไม่มีชุด !” จอร์แดนร้อนรนขณะที่ผมไม่สนใจผมดันให้พวกเขาสองคนไปที่ด้านท้าย ยัดเข้าไปในเรือดำน้ำขนาดเล็กที่จุได้อยู่แค่สองคนเท่านั้นมันเหมือนกระสวยที่เขาใช้ปล่อยนักบินอวกาศผมกดตั้งพิกัดที่คิดว่ามันจะพาไปถึงศูนย์วิจยพอดีไม่ฟังเสียงเรียกของพวกเขาในตอนนี้ เพราะเราไม่ได้มีเวลาขนาดนั้น “คุณโซล !”
“ไม่ต้องเป็ห่วงเอาชีวิตตัวเองให้รอดก่อน !”
“แต่ว่า...!”
“ผมไม่เป็ไรหรอกผมจะหาทางขึ้นไป” ผมยกยิ้มให้พวกเขาจับแก้มที่เย็นชืดเพราะอากาศใกล้หมดไป ผมรู้ว่าตัวเองไม่มีทางรอดแต่ผมจะทำให้พวกเขาเป็ห่วงผมไม่ได้ สองมือดันร่างให้พวกเขาเข้าไปด้านในก่อนจะกดปุ่มปล่อยตัวไม่ฟังเสียงของพวกเขา
“คุณโซล!!!!”
“อ๊ะ!” เพราะแรงปล่อยตัวทำให้บางส่วนที่พังถูกฉีกขาดน้ำทะเลทะลักเข้ามากระแทกร่างผมกลับกระจกหน้าผมกัดปากพยายามโกยอากาศเฮือกสุดท้ายก่อนที่จะไม่มีอะไรให้ช่วยหายใจ เรือดำน้ำฉุกเฉินที่ปล่อยไปกำลังลอยขึ้นด้วยความเร็วสูงผมเลยหาไฟที่จะช่วยล่อนักล่าด้านนอกไว้
ผมบอกแล้วไงว่าผมไม่กลัวตายแต่ผมกลัวคนมาตายในพื้นที่ของผมมากกว่า
“เฮือก!” ผมหอบหายใจ ตอนนี้น้ำทะเลใกล้จะมิดหัวผมแล้วผมกดไฟฉายที่ใช้สำหรับใต้น้ำ กะพริบไปมาเรียกแองเกลอร์ที่ไม่รู้ว่าหายไปไหนแต่ในนาทีที่น้ำกำลังจะฆ่าผมตาย ผมก็เห็นดวงไฟเล็ก ๆ เคลื่อนเข้ามาหาฟันคมของแองเกลอร์ลอยไปมาอยู่ด้านหน้า ผมคิดว่ามันต้องย้อนกลับมาเพื่อกัดเรือให้แตกผมเม้มปากแน่น ไม่เหลือทางหนี
จับจ้องไอ้ปลานิสัยไม่ดีก่อนจะพบว่ามีบางอย่างเปลี่ยนไป
ไอ้ปลานั่นมันเหลือแต่หัว !
“อื้อ !” ผมเบิกตากว้างครางในลำคออย่างใหัวของแองเกลอร์ฟิชมีเืมากมายนั่นเป็สาเหตุว่าทำไมทะเลในตอนนี้ถึงกลายเป็สีแดงผมย่นคิ้วไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เสียดายที่เวลาผมมีไม่มากผมหันขวับมาที่ประตูหลังกะจะตะเกียกตะกายแข่งกับความลึกหมื่นฟุตให้ได้
ผมพยายามจะว่ายฝ่าน้ำทะเลออกไปส่วนหลังเผื่อว่ามันจะมีทางที่ช่วยผมได้ แต่ยังไม่ทันที่จะได้ไป บานประตูที่เปิดไว้ก็ปิดล็อกด้านท้ายถูกบีบอัดอีกรอบจนไม่เหลือทางรอดให้ได้เห็นวินาทีนั้นผมรู้แล้วว่ามันไม่ได้มีอสูรกายแค่ตัวเดียว
มีบางอย่างกำลังว่ายวนรอบตัวผมอยู่
‘ตัวอะไรน่ะ’
ผมคิด หันกลับมาใช้ไฟฉายสาดไปทั่วพยายามมองว่ามีตัวอะไรน่ากลัวว่ายอยู่แถวนี้ หัวใจของผมเต้นถี่เืของแองเกลอร์ฟิชมันบดบังทุกการมองเห็น ซ้ำร้ายลมหายใจของผมก็ใกล้หมด มันไม่เหมือนทะเล้าที่พุ่งขึ้นมาหายใจได้
มือที่ถือไฟฉายปล่อยมันหล่นไปสติของผมเริ่มพร่าเลือนเนื่องจากออกซิเจนไปเลี้ยงสมองไม่พอ
ตอนนั้นผมคิดแล้วว่าตัวเองคงไม่รอดทางเลือกผมมีน้อยและส่วนใหญ่คือเป็ไปไม่ได้พยายามจะบูทระบบแค่ไหนมันก็เสียหายเกินกว่าจะคืนกลับมา ผมเม้มปากร่างกายอ่อนล้าจนทรุดฮวบนอนราบไป ผมปล่อยลมหายใจสุดท้ายออกเพราะคิดว่ามันคงไม่จำเป็เท่าไหร่
ผมใกล้จะได้ไปอยู่กับพ่อแม่ตัวเองแล้ว
‘จะได้เจอกันสักที’
ผมยกยิ้ม เห็นภาพพ่อแม่ที่กำลังกวักมือเรียกให้ไปหาทำให้ผมยื่นมือไปตรงหน้าัักับความเย็นชืดของฝ่ามือขาว ในตอนนั้นผมมีความสุขมากผมคิดถึงพวกท่านสุดหัวใจและการจะได้ไปอยู่กับพวกท่านคือความปรารถนาสูงสุดในชีวิตผม
ผมอยากตายมาตลอดแต่ทุกครั้งมันจะโดนขัดขวาง
ทว่าตอนนี้มันคงเป็แบบนั้นไม่ได้ไม่มีอะไรที่จะมาหยุดยั้งมัจจุราชที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาหาผมกำลังจะหยิบยื่นลมหายใจตัวเองให้กับเขาด้วยความเต็มใจ
กระทั่งปลายนิ้วผมโดนบาด
คมเขี้ยวของสัตว์ร้ายที่ไม่รู้ว่าพังส่วนหน้าของเรือตอนไหนปรากฏอยู่ตรงหน้าซ้อนทับภาพพ่อแม่ผมที่ยื่นมือมารับไว้ นาทีนั้นผมอยากแสดงความใแต่ผมไม่มีเรี่ยวแรงขนาดนั้น ทุกอย่างในร่างกายเริ่มหยุดทำงานทำให้ภาพข้างหน้าพร่าเลือนเห็นเพียงเงาของสิ่งมีชีวิตที่อ้าปากกว้าง
ในตอนนั้นลมหายใจสุดท้ายผมก็ดับสิ่งที่ผมรับรู้ได้หลังจากนั้นมีเพียงแค่อย่างเดียวเท่านั้น
ผมอยู่ในปากมัน
และมันคงเป็ทางผ่านให้ผมไปเจอกับครอบครัวตัวเอง
ที่ศูนย์วิจัยกำลังเคร่งเครียดกับการกู้ระบบเอริคเสยผมมองจอมอนิเตอร์และเรือดำน้ำที่ถูกทำลายจนสัญญาณขาดหายเขาพยายามติดต่อโซลแล้วแต่ก็ไม่ได้รับการตอบกลับ เช็กสัญญาณชีพจรหรือการเต้นของหัวใจก็ทำไม่ได้
รู้งี้เขาไม่น่าให้อีกฝ่ายไปเลยเขาน่าจะขัดขวางไว้ทุกวิถีทาง
ก็บอกแล้วว่าอย่าลงไปข้างล่างมันอันตรายเคยเชื่อกันที่ไหนล่ะผู้ชายคนนี้ !
“บ้าจริง เราทำอะไรไม่ได้เลยหรือไง !”
“ระบบมันเสียหายมากน่ะค่ะ กู้ข้อมูลหรือระบบก็ไม่ได้” แนชลีย์ทำหน้าเหยเกใส่ เธอเองก็หวั่นใจไม่น้อยเหมือนกัน “แต่คุณโซลเป็คนเก่งนะคะ ต้องพาทุกคนกลับมาได้แน่”
“แต่คุณก็รู้ว่าเขาชอบคิดอะไรแปลก ๆ”
“อะ...”
“ถ้าเขาจะทำอะไรบ้า ๆ มันมีเปอร์เซ็นต์มากกว่าทำอะไรแบบปกติซะอีก” เอริคถอนหายใจกัดปากแน่นแล้วมองออกไปนอกหน้าต่าง ทะเลตอนนี้เงียบสงบมากไม่มีครีบยาว ๆ ของเ้าฉลามสองตัวนั้นที่ควรจะว่ายวนเวียนดักอยู่แถวนี้พิกัดล่าสุดบอกว่ามันนอนอยู่นิ่ง ๆ ไม่แน่ใจว่าหลับหรือแทร็กเกอร์มีปัญหา
แต่เวลานี้เราควรสนใจคนของเรามากกว่าทุกคนได้แต่ภาวนาขอให้ทั้งสามปลอดภัย
“คุณเอริค ! คุณเอริคครับ !”เสียงเรียกของเบอร์นาร์ดดังมาแต่ไกลเรียกให้ทั้งเ้าของชื่อและทุกคนในห้องควบคุมหันไปหาหนุ่มร่างท้วมที่เพิ่งเฉียดตายกำลังวิ่งมา เขาหอบเล็กน้อยด้วยใบหน้าตื่นตระหนกเล่นเอาเอริคถึงกับร้อนรนรีบเอ่ยถาม
“มีอะไรเบอร์นาร์ด เกิดอะไรขึ้น”
“ขะ...ข้างนอก แฮ่ก มีเรือดำน้ำครับ”
“อะไรนะ !”
“ผมเห็นคุณจอร์แดนกับคุณสตีฟอยู่ในนั้น พวกเขากลับมาแล้วครับคุณเอริค !” คำพูดนั้นทำร่างสูงเบิกตากว้าง รีบวิ่งไปตามทางที่อีกฝ่ายวิ่งมา คนอื่น ๆเองก็มาช่วยกันหาก่อนจะพบว่าที่ทางเข้าศูนย์วิจัยมีเรือดำน้ำลอยตัวอยู่สตีฟโบกมือตอนเปิดกระจก ทุกคนเลยช่วยพวกเขาขึ้นมา
“ขอบคุณพระเ้าพวกคุณปลอดภัย”
“ไม่เป็ไรกันใช่ไหม ยังไหวนะ” แนชลีย์กับโอเว่นประคองร่างทั้งสองคนขึ้นฝั่งวินาทีนั้นพวกเขาแสดงสีหน้าที่ฉายชัดถึงความหวาดหวั่นดวงตาแดงก่ำคล้ายกับเพิ่งร้องไห้มายังไงยังงั้น จอร์แดนเสยผมท่าทีบอกชัดถึงความย่ำแย่ของอารมณ์ ขณะที่เอริคกวาดตามองหาแฟนเก่าของเขา
โซลไม่อยู่ที่นี่ด้วย
“โซลอยู่ไหน ! ทำไมเขาไม่อยู่กับพวกนาย!”
“คุณโซล...สละชีวิตช่วยพวกเราไว้”
“!!!!”
“เขาอยู่ข้างใต้ เขาติดอยู่ในเรือ”
“อะไรนะ !?” ทุกคนอุทานลั่นเบิกตากว้างใกันเป็แถบ “โซลติดอยู่ในเรือดำน้ำงั้นเหรอ !?”
“ใช่เพราะเขาไม่มีชุดแล้วเรือนี้มันบรรทุกได้แค่สอง”
“…”
“เขาบอกให้พวกเรารักษาชีวิตตัวเองไว้ก่อนเขาจะหาทางขึ้นมา”
“แล้วพวกนายก็ปล่อยเขาไว้ข้างใต้คนเดียวงั้นเหรอ!?” หัวหน้าทีมะโถามมองสีหน้าของลูกทีมที่เครียดจนอยากจะร้องไห้ เขาขยุ้มผมตัวเองท่าทีบ่งบอกชัดเจนถึงความเครียดจัดเขามองผิวน้ำเกือบจะะโลงน้ำไปแล้วด้วยซ้ำถ้าไม่ติดว่าโอเว่นคว้าตัวไว้ก่อน “ปล่อยฉัน ! ฉันจะลงไปหาโซล !”
“นายจะบ้าเหรอเอริค ! ในน้ำมีเมกาโลดอนนะ ! แค่นายหย่อนตัวลงไป นายก็ตายก่อนจะช่วยโซลแล้ว !”
“แล้วจะไม่ช่วยโซลหรือไง นายก็ได้ยินว่าโซลติดอยู่ในนั้น !”
“…”
“นายจะปล่อยให้เขาตายหรือไงเขาเป็เ้านายพวกนายนะ !” หันไปตวาดเสียงดังใบหน้าแสดงชัดถึงความเครียดจัด เอริคพยายามดันตัวเองออกจากการจับกุมของคนที่โตกว่าเขาอยากจะลงไปช่วยโซลมากต่อให้ในน้ำจะอันตรายแค่ไหนก็ตาม
แต่เขาปล่อยโซลตายไม่ได้ถึงจะมีเปอร์เซ็นต์การรอดแค่หนึ่งเปอร์เซ็นต์เขาก็จะไป
เด็กคนนั้นไม่สมควรตายเขาควรมีชีวิต
“เราต้องไปช่วยเขา เอาเรือดำน้ำลงค้นหาใต้มหาสมุทร !”เขาผลักโอเว่นออก ชี้ไปที่เรือดำน้ำตัวใหม่ที่ห้อยอยู่ สั่งให้คนทำนู่นทำนี่ขณะที่ทุกคนเอาแต่นิ่งเฉยตอนนี้เอริคกำลังสติแตก ความเป็ห่วงทำให้เขาควบคุมตัวเองไม่ได้จอร์แดนบอกแล้วว่าพวกเขาออกมาตั้งนาน นั่นแปลว่าโซลที่ติดอยู่ในเรือนั้น...
คงไม่รอดแล้ว
“ยืนนิ่งกันทำไม ไปจัดการสิ !”
“เอริค”
“ถ้าไม่ไป ฉันไป...!”
ซู่ !
คำพูดของเอริคหายวับเมื่อมหาสมุทรแหวกเป็วงกว้างเพราะอสูรกายพุ่งขึ้นมาหาหยาดใสกระจายไปถ้วนหน้าพาให้ทุกคนในศูนย์วิจัยต้องรีบวิ่งหลบบ้างก็ตกไปในบ่อฉลามที่ปิดไว้ บ้างก็ใล้มลงไปกับทางเดินผิดกับบางคนที่ทำแค่ถอยออกมาห่าง ๆ มองดูเ้าของครีบยาวที่อ้าปากกอบโกยอากาศเข้าร่างกาย
วินาทีนั้นพวกเขาต่างใดายจะไม่พุ่งขึ้นมาเลยถ้าไม่มีใครไปห้อยเหยื่อล่อไว้แต่นี่มันกลับพุ่งมาทั้งที่ไม่มีอะไร ด้านข้างเป็ดีแลนที่ว่ายวนเป็การป้องกัน
“พวกมันเป็บ้าอะไร” จอร์แดนถามย่นคิ้วไม่เข้าใจกับพฤติกรรมที่พุ่งขึ้นจากน้ำแล้วโถมกายลงไปใหม่ความใหญ่โตของมันทำเอาเขาหวาดกลัวจับใจ มันใหญ่กว่าแองเกลอร์ฟิชที่เขาเจอซะอีก “ไม่มีใครเอาอะไรมาล่อมันสักหน่อย”
“หรือมันแค่เล่นกัน ?” สตีฟเสนอเขาเองก็ไม่เคยการกระทำแบบนั้น “หรือเมื่อกี้มีนกบินผ่านมันเลย...!”
“พระเ้านั่นคุณโซล !”
“หา !?”
“คุณโซลอยู่ตรงนั้น อยู่ในปากมัน !” แนชลีย์ร้อนรนชี้ไปที่ปากของเ้าปลาตัวใหญ่เวลานี้มันคาบใครบางคนไว้คมเขี้ยวเกี่ยวกับเสื้อที่ใส่จนเห็นาแที่มีเืไหลเต็มไปหมดพาให้พื้นที่แถวนั้นถูกย้อมให้กลายเป็สีแดงฉาน
นาทีนั้นเอริคเบิกตากว้างมองภาพของคนรักเก่าที่หมดสภาพยิ่งกว่าอะไรเขาไม่รู้ว่าในปากมัน่ล่างของโซลยังมีอยู่ไหมหรือว่ามีแค่่บนที่โผล่พ้นมาให้ทำใจว่ายังไงก็คงไม่รอดแน่ๆ ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ยอมให้มันกินอีกฝ่ายจนหมด
หันขวับไปมองปืนส่งสัญญาณที่อยู่ในกล่องฉุกเฉินไม่ไกลจากตรงนั้นขาทั้งสองรีบวิ่งไปคว้ามันก่อนจะมองผ่านตัวเล็งเป้าแล้วยิ่งไปที่ครีบยาวทันที
ผัวะ !
“เอริค !”
“กัด !”เสียงฟันขบกัดของดีแลนดังขึ้นเมื่อพี่มันโดนยิงจนต้องว่ายหนีร่างของโซลถูกปล่อยออกจากปากทันทีและเอริคไม่ลังเลเลยที่จะะโไปรับเขามากอดไว้สองขาตีกันอย่างรุนแรงเพื่อให้ว่ายไปถึงก่อนที่เ้าพวกนั้นจะเปลี่ยนใจ
โดยเฉพาะดีแลนที่พุ่งมาหาอย่างรวดเร็ว!
“เอริคระวัง !”
“ไอ้ปลาบ้าเอ๊ย !” เอริคสบถ กระชากร่างของโซลเข้ามาใกล้เบี่ยงตัวหลบการปะทะของปลาใจร้าย โอเว่นรีบไปเอาเชือกแล้วโยนไปให้เ้าตัวคว้าไว้ขณะที่ทุกคนพยายามช่วยกันดึงพวกเขาขึ้นมาทว่าเืสีแดงฉานก็ล่อให้ดายและดีแลนว่ายเวียนมาไม่ยอมหยุดจอร์แดนกับสตีฟเลยรีบช่วยกันหาทางขวาง เขาดันเรือดำน้ำพร้อมกับเปิดเสียงลูกวาฬ
ยอมให้เรือราคาแพงกลายเป็เหยื่อเมกาโลดอนแทนเ้านาย
“หวีดดด หวี๊ด !”
“กึด !” สองพี่น้องเบี่ยงตัวไปหาขบกัดเรือดำน้ำให้แตกออกวินาทีนั้นโอเว่นกับแนชลีย์เลยช่วยกันดึงเอริครวมถึงคนในอ้อมกอดมือหนาวางร่างเล็กลงด้วยความสั่นไหว ใบหน้าของอีกฝ่ายขาวซีดที่หัวมีเืไหลร่างกายอยู่ครบไม่มีส่วนไหนขาดหายเว้นแต่ตรงเอวที่มีรอยเขี้ยวของดายติดตรึงไว้
นั่นเป็สาเหตุว่าทำไมเืถึงท่วมตัวเขาขนาดนี้
“เขาไม่หายใจ”โอเว่นพูดหลังจากตรวจชีพจร สองมือกดลงตรงท้องเช็กาแ “มีแผลที่หัวแล้วก็ท้อง”
“รีบช่วยเขาก่อนเขาจะตายแล้ว !” เอริคขึ้นเสียงใส่ลูบหัวร่างบางที่ไม่ขยับร่างกายเลยสักนิด โอเว่นเลียปากอย่างเครียดหนักเขาเริ่มการทำ CPR อย่างที่คนพูดไว้ สองมือกดลงตรงอกทำการนวดที่หัวใจเพื่อให้มันมีปฏิกิริยากลับมาเต้นแรงได้พักไปชั่วขณะปล่อยให้เอริคก้มลงไปผายปอด ส่งผ่านลมหายใจใส่ ััเรียวปากเย็น ๆที่ประจำจะร้อนฉ่าทำเขาหวั่นใจไปหมด
ทุกคนพยายามสวดมนต์อ้อนวอนต่อพระผู้เป็เ้าให้ท่านพาคนตัวเล็กกลับมาหาสลับกับส่งเสียงเรียกหวังเพียงให้เ้านายได้ยินเสียงบ้าง แต่ในระหว่างที่พวกเขาทำเ้าตัวที่ถูกเรียกอยู่นั้นกำลังจมอยู่ในความฝัน...
เขาจับมือแม่ตัวเองยกยิ้มให้ไม่สนใจเสียงเรียกอันแ่เบา
รวมถึงเสียงกระซิบที่ของจริงนั้นคือการะโแล้วเขย่าร่างเขาทั้งน้ำตา
“กลับมาที่รักได้โปรด กลับมาหาผม กลับมา โซล กลับมา !!!!”