ตอนที่ 2: เค้กส้มซ่อนรส... กับตรรกะของความล้มเหลว
เวลา 01:10 น.
เสียงสะอื้นเงียบลงไปนานแล้ว เหลือเพียงเสียงเพลงบลูส์เบา ๆ ที่ยังคงทำหน้าที่เป็ฉากหลัง พรีมใช้ผ้าเช็ดหน้าผืนสะอาดที่กวินส่งให้ซับคราบน้ำตาเบา ๆ ใบหน้าสวยที่เคยซีดเซียวเริ่มมีเืฝาดขึ้นมาบ้างจากความอุ่นของช็อกโกแลตร้อนแก้วเมื่อครู่
เธอมองช็อกโกแลตที่เหลืออยู่ก้นแก้ว สลับกับมองบาริสต้าหนุ่มที่กำลังหันหลังไปหยิบจับอุปกรณ์บางอย่าง ขัดกับท่าทางนิ่งสงบก่อนหน้านี้ เพราะตอนนี้เขากำลังสวมถุงมือกันความร้อนแล้วเปิดเตาอบขนาดเล็กที่มุมบาร์ กลิ่นหอมหวานอมเปรี้ยวของผลไม้โชยออกมาทันทีที่ฝาเตาอบเปิดออก
"ใจร่มขึ้นบ้างหรือยังครับคุณผู้หญิง?" กวินหันกลับมาเอ่ยถาม ยิ้มมุมปากแสนกวนยังคงประดับอยู่บนใบหน้าคมคาย
"ดีขึ้นมากแล้วค่ะ... ขอบคุณสำหรับช็อกโกแลตนะคะ แล้วก็... ขอโทษทีค่ะที่มาบีบน้ำตาใส่ร้านคุณั้แ่ครั้งแรกที่เจอ" พรีมเอ่ยเสียงอ้อมแอ้มด้วยความรู้สึกเขินอายปนเกรงใจ
"ไม่เป็ไรหรอกคับ ร้านผมเปิดเวลานี้ก็เพื่อรองรับอารมณ์ดึก ๆ ดื่น ๆ ของคนหลงทางอยู่แล้ว" กวินพูดพลางใช้มีดสไลด์แบ่งขนมเค้กเนื้อนุ่มสีส้มสดใสที่เพิ่งอบเสร็จใหม่ ๆ ออกมาจัดวางลงบนจานเซรามิกอย่างประณีต "เมื่อกี้เห็นนั่งกุมขมับ แถมหนีบแฟ้มแบบร่างเสื้อผ้ามาด้วย... โดนเทงานมาเหรอคับ?"
คำถามตรงประเด็นทว่าไร้ซึ่งน้ำเสียงซ้ำเติม ทำเอาดีไซเนอร์สาวถอนหายใจยาว ความอัดอั้นที่แบกไว้เริ่มพรั่งพรู "ค่ะ... ฉันตั้งใจกับคอลเลกชันนี้มาก ทุ่มเททำมาทั้งเดือน แทบไม่ได้นอน แต่สุดท้ายผู้ใหญ่เขากลับมองข้าม ยัดเยียดว่ามันไม่เพอร์เฟกต์ ไม่ตรงตามมาตรฐานของตลาด... ฉันรู้สึกเหมือนตรรกะในหัวตัวเองมันพังไปหมด สิ่งที่คิดว่าดีที่สุด กลับกลายเป็ความล้มเหลวชิ้นโต"
กวินนิ่งฟัง มือพร้อมเลื่อนจาน ‘เค้กส้มโฮมเมด’ ที่ส่งควันฉุยมาตรงหน้าเธอ บนเนื้อเค้กสีส้มข้นคลักมีเกล็ดส้มสดและเปลือกส้มเชื่อมชิ้นเล็ก ๆ ประดับอยู่ดูน่าทาน
"ลองนี่หน่อยไหมคับ... เพิ่งออกจากเตาเลย" กวินผายมือ "ตรรกะของเค้กส้มจานนี้คือ 'ความสมดุล' คับ"
พรีมเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่เข้าใจ แต่ก็ยอมใช้ส้อมคันเล็กตักเนื้อเค้กเข้าปาก ััแรกคือความนุ่มฟูของเนื้อเค้กที่ละลายในปากทันที ตามมาด้วยรสชาติเปรี้ยวปรี๊ดของซอสส้มแท้ ๆ ที่ความเปรี้ยวนั้นดึงเอาความหวานละมุนของเนื้อเค้กให้เด่นชัดขึ้นมาอย่างมหัศจรรย์ แถมยังมีรสขมนิด ๆ จากเปลือกส้มเชื่อมที่เคี้ยวสนุกเคียงคู่กันไป มันไม่ใช่ขนมที่หวานเลี่ยน แต่เป็รสชาติที่ปลุกประสาทััให้ตื่นตัวและสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก
"อร่อยมากเลยค่ะ... มีทั้งรสเปรี้ยว หวาน แล้วก็ขมจาง ๆ ในคำเดียว" พรีมตาโตขึ้นด้วยความทึ่ง
"นั่นแหละคับ... สูตรลับของมัน" กวินเท้าคางกับเคาน์เตอร์บาร์ สายตาเรียวคมจ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ "ถ้าเค้กส้มก้อนนี้มีแต่ความหวาน มันก็คงเป็แค่เค้กธรรมดาที่น่าเบื่อ ความเปรี้ยวเข็ดฟันและรสขมจาง ๆ ของเปลือกส้มต่างหากที่ทำให้คนทานจำมันได้..."
บาริสต้าหนุ่มเว้นจังหวะพลางคลี่ยิ้มอบอุ่น "งานดีไซน์ของคุณก็เหมือนกันคับ... ความล้มเหลวในวันนี้ หรือคำปฏิเสธที่คุณเจอ มันก็แค่ 'รสเปรี้ยว' ที่เข้ามาขัดเกลาให้ความสำเร็จในอนาคตของคุณมันกลมกล่อมและน่าจดจำยิ่งขึ้น ตรรกะชีวิตคนเราไม่ได้มีแค่เส้นตรงสู่ความสำเร็จหรอกนะคับ การสะดุดล้มลงบ้าง มันแค่ทำให้เราได้หยุดพักมาชิมของอร่อย ๆ เท่านั้นเอง"
คำปลอบใจที่เชื่อมโยงกับรสชาติอาหารอย่างเฉียบคมทำเอาพรีมหัวใจกระตุกวูบ ความรู้สึกห่อเหี่ยวในอกถูกแทนที่ด้วยแรงบันดาลใจจาง ๆ และความอบอุ่นที่แล่นพล่านไปทั่วหัวใจ ดีไซเนอร์สาวจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป... ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่แค่บาริสต้าธรรมดาแน่ ๆ แต่เขาเป็เหมือน 'สูตรลับ' ที่เข้ามาเยียวยาระบบใจของเธอในคืนที่มืดมิดที่สุด
"คุณนี่... พูดจาแปลกดีนะคะ แต่ก็... ขอบคุณนะคะ" พรีมยิ้มกว้างออกมาได้เป็ครั้งแรกในรอบวัน "ฉันชื่อพรีมค่ะ... แล้วคุณ...?"
"ผมชื่อกวินคับ..." ชายหนุ่มยืดตัวขึ้นพลางยิ้มมุมปากแสนกวนตามเดิม "ยินดีที่ได้รู้จักอย่างเป็ทางการครับคุณพรีม... ถ้ารู้สึกว่าตรรกะในหัวยังรวนอยู่ คืนนี้จะนั่งคิดงานใหม่ที่บาร์นี้จนถึงเช้า ผมก็ไม่คิดค่าเช่าที่หรอกนะคับ"