ชายชุดดำหาได้กล่าววาจาไร้สาระต่อไปไม่: “ในเมื่อเ้าอยากตายนัก เช่นนั้นข้าก็จะเป็ผู้มอบความเ็ปให้แก่เ้าเอง ! ”
เมื่อสิ้นคำชายชุดดำก็หมุนกายใช้วิชาตัวเบาทะยานขึ้นไปบนอากาศ เฉินิจึงยื่นมือตบไปที่ศีรษะ :“เกือบลืมไปแล้ว ลูกกระจ๊อกแบบนี้จะออกมาแค่เพื่อสู้กับตัวละครเอกทั้งยังเป็พวกโง่เง่าเต่าตุ่น เห็นชัดอยู่ว่าตนสู้ไม่ได้แต่ก็ยังรนหาที่ตายขึ้นชื่อว่าเป็ NPC ข้าเองก็ไม่เคยพบเจอแบบนี้มาก่อนเลยด้วยก็ยังดีที่ข้าได้ถูกตั้งเอาไว้แล้วว่าเป็หนึ่งในผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในวัยหนุ่ม”
เฉินิกางแขนออกกระบี่ราชันย์พิสุทธิ์ก็ได้ถูกกระตุ้นมาอยู่ในมือ : “ไป ! ”
ลวดลายเงากระบี่สั่นะเืจนทำให้อาภรณ์สีขาวของเฉินิพลิ้วไหว กระบี่ราชันย์พิสุทธิ์ถูกตวัดจนเป็ประกายทะยานขึ้นสู่ฟ้า ชายชุดดำหันหน้ากลับมาในมือปรากฏเขี้ยวหมาป่าที่คล้ายกับมีดสั้นก็มิปานตั้งใจที่จะหยุดกระบี่ราชันย์พิสุทธิ์เอาไว้ ทั้งยังตวาดออกมาเสียงดัง :“ยังไม่รีบลงมือ ! ”
เฉินิััได้ว่ามีสิ่งผิดแปลกที่ใต้พื้นดินเต็มไปด้วยดินโคลน เฉินิเผยดวงตาเป็ประกายคมกล้า : “มนตร์โล่ธรณี! ”
แท้จริงพวกเขาไม่ได้มาเพื่อสอดแนมข้อมูลของตัวเอกแต่ตั้งใจมาเพื่อฆ่าเฉินิต่างหากชายชุดดำจงใจล่อให้เฉินิใช้กระบี่ราชันย์พิสุทธิ์เพื่อให้อาวุธประจำกายไม่อยู่ข้างตัว จากนั้นจึงให้อีกคนประชิดร่างเข้าสังหารเขาในขณะที่ยังไม่มีกระบี่ราชันย์พิสุทธิ์อยู่ในมือ
ใจกลางดินโคลนพลิกตลบไปมาบุรุษชุดเทาผู้หนึ่งทยานเข้าหาเฉินิแล้วใช้ดาบฟันไปที่ตัวอีกฝ่าย: “ฮ่าฮ่าฮ่าหัวขององค์ผู้สืบทอด มีราคาค่างวดที่ซื้อเมืองได้ทั้งเมือง วันนี้ จะเป็วันที่ข้าชิวซานเตาจะได้แจ้งเกิด! ”
เฉินิขยับร่างหลบเลี่ยงซินซานเตาที่ฟันดาบเข้ามาคมดาบที่ก่อคลื่นลมพายุพัดจนเส้นผมเฉินิโบกสะบัด กระแสดาบกวาดเข้ามาเป็ระลอกหินผาที่อยู่ด้านข้างถึงกับเกิดรอยจมลึกเส้นหนึ่งกว่าหนึ่งจั้ง !
ชิวซานเตาหัวเราะแล้วกล่าว: “แม้สามารถหลบดาบแรกไปได้ แต่ข้าจะคอยดูว่าผู้ฝึกมนตร์อภินิหารที่ไม่มีกระบี่จะทำอย่างไรต่อไป เ้าจะทำอะไรข้าได้ ! ”
เฉินิมองไปคราหนึ่งชายชุดดำผู้นี้ย่อมต้องอยู่ในขอบเขตสู่วิถีขั้นที่หนึ่งแน่นอนชิวซานเตาได้ถูกขนานนามว่าเป็นักฆ่าราชันย์ที่ไร้ผู้ต้านในขอบเขตสู่วิถีขั้นที่หนึ่งทั่วทั้งแคว้นเหยียนมีผู้ที่อยู่ในขอบเขตสู่วิถีตายไปด้วยเงื้อมมือของชิวซานเตาไปแล้วเก้าคน
เฉินิหัวเราะกล่าว : “ข้าก็นึกว่าเ้าเป็ผู้ใดกันเสียอีก ที่แท้ก็เป็คนของตำหนักคร่าชีวิต !”
ชิวซานเตาหัวเราะกล่าว: “เ้ารู้ไปแล้วจะได้อะไร ? ไม่ต้องมัวแต่ดูแล้วทางหนีทีไล่ที่เ้าวางไว้ได้ถูกจ้าวตำหนักที่สามถ่วงเวลาเอาไว้แล้ว !วันนี้เ้ามีแต่จะต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย ! ”
ชิวซานเตาพุ่งเข้าใส่เฉินิอีกครั้งเวลานี้กระบี่ราชันย์พิสุทธิ์ยังอยู่ในระหว่างลอยกลับมาอยู่ เฉินิขยับเข้าหาเตะเข้าใส่ศีรษะชิวซานเตาไปหนึ่งที ชิวซานเตาหัวเราะแล้วกล่าว : “ผู้ฝึกมนตร์อภินิหารยังคิดที่จะใช้กายเนื้อมาเพื่อต่อกรกับข้า แทบจะไม่ต่างอะไรจากการรนหาที่ตาย ! ”
ชิวซานเตาคร้านที่จะหลบเลี่ยงจากนั้นเขาก็ได้ยินเสียง กร๊อบ ดังขึ้น นั่นเป็เสียงกระดูกที่แหลกละเอียดของตนเองร่างกายที่ถูกเฉินิเตะออกไปอย่างรุนแรงจนลอยกระเด็นออกไปกว่าสองจั้งที่หน้าผากมีโลหิตสายหนึ่งไหลออกมา ดวงตาเบิ่งกว้าง จบสิ้นชีวิตในคราวเดียว
ชายชุดดำหันไปมองที่เฉินิกล่าวด้วยอาการตกตะลึง : “นี่เป็ไปไม่ได้ ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าเ้าเคยฝึกปรือพลังกายเนื้อเหตุใดถึงได้แข็งแกร่งได้ถึงเพียงนี้ ? ”
เฉินิหัวเราะแล้วกล่าว : “พึ่งร่ำเรียนมาเมื่อยามอรุณนี้เอง”
ชายชุดดำเข้าใจในทันทีแล้วกล่าว: “ไม่แปลกใจเลยที่เป็ถึงหลานชายของผู้สำเร็จราชการ ถึงกับสามารถปกปิดมาได้เนิ่นนานกระทั่งยังไม่มีผู้ใดทราบมาก่อน! ”
เฉินิทอใบหน้าดำคล้ำข้าบอกความจริงไปเ้ายังไม่เชื่อ กระนั้นใครจะไปสนกันเล่าคนตายหาได้จำเป็ที่จะต้องรู้ให้มากมาย
เมื่อกระบี่ราชันย์พิสุทธิ์ได้กลับมาอยู่ในมือผู้เป็นายเฉินิก็ะโลอยตัวขึ้น ทะยานเข้าหาชายชุดดำเงาของกระบี่ราชันย์พิสุทธิ์ในมือพุ่งไปยังทุกสารทิศกระบวนท่าที่ใช้ลงมือจัดเป็หนึ่งในกระบวนท่าที่รุนแรงที่สุดของกระบี่ราชันย์พิสุทธิ์: “จ้าววิถีใต้หล้า ! ”
นี่ถือเป็การใช้สุดยอดกระบวนท่าผสานทั้งยังเป็การผนึกผสานพลังจากทั่วทั้งร่างเพื่อฟันออกไปในกระบี่เดียวชายชุดดำยกมีดสั้นเขี้ยวหมาป่าเข้าต้าน
เสียงเพล้ง ดังขึ้น ประกายไฟเสียดสีปลิวว่อนมือข้างขวาที่กระชับมีดสั้นเขี้ยวหมาป่าของชายชุดดำมีเืไหลนองลงมาถึงแม้ว่าจะสามารถต้านจ้าววิถีใต้หล้าของเฉินิเอาไว้ได้แต่ว่ามือขวาของชายชุดดำยังอดที่จะสั่นเทาไม่ได้เฉินิคล้ายกับสัตว์ร้ายในคราบมนุษย์ะโเข้าใส่ชายชุดดำอีกครั้งในทุกย่างก้าวที่ะโ ล้วนแต่ทำให้พื้นดินเกิดหลุมขนาดใหญ่ทิ้งเอาไว้กระบี่ราชันย์พิสุทธิ์ในมือหมุนคว้างเฉินิกระตุ้นกระบี่จนเกิดเป็เสียงโครมคราม ชายชุดดำยกมีดสั้นเขี้ยวหมาป่าเพื่อต้านพลังไว้แต่เพราะมือขวาที่ได้รับาเ็ จึงแทบจะต้านไม่อยู่ ส่วนแขนเองก็ยังมีเสียง กร๊อบดังขึ้นเนื่องจากได้หักไปแล้ว
เฉินิทะยานไปเหยียบที่หน้าอกของชายชุดดำอีกหนึ่งเท้าเหยียบจนชายชุดดำกระอักเืออกมาไม่หยุด ทั้งยังล้มไปกองอยู่ที่พื้นจนไม่มีเรี่ยวแรงที่จะตอบโต้ได้อีกต่อไป
เฉินิกระชับกระบี่เดินไปที่ข้างกายของชายชุดดำพร้อมกับฟันกระบี่ตัดไปที่ศีรษะของชายชุดดำในทันทีจากนั้นตรงไปหาร่างของชิวซานเตาที่ตายจนไม่อาจตายได้อีกแล้วสะบั้นหัวซิวซานเตาลงมา : “อือ หลังจากนี้หากมีโอกาสคงต้องบอกกับชิงเหยาหน่อยแล้วว่าจะต้องลงดาบเพื่อยืนยันว่าตายจริงอีกครั้ง”
ขึ้นชื่อว่าเป็ผู้ร้ายการแกล้งตายแกล้งแพ้อะไรนั้นแทบจะเรียกได้ว่าเป็วิชาหากินกันเลยทีเดียว
“ติ่งเนื่องจากมีความเกี่ยวกับราชวงศ์แคว้นเหยียนซึ่งบงการนักฆ่าจากตำหนักคร่าชีวิตให้มาลอบสังหารผู้สืบทอดแห่งจวนผู้สำเร็จราชการแคว้นเหยียนล้มเหลวแจ้งเื้ัเนื้อเื่ ยังเหลือระยะเวลาจะจะเริ่มอีกสามปี”
“หน้าต่างสถานะผู้อุปถัมภ์จะมีดวงชะตาสถานภาพ ชื่อเสียง (ส่งผลต่อสถานภาพ) ปราณรู้แจ้ง (เพิ่มพูนพลังขอบเขต)ประกายวงแหวนเพิ่มขึ้นมา”
ในหัวของเฉินิบังเกิดความสงสัยขึ้นเฉินิจึงเปิดดูหน้าต่างสถานะของตัวเองขึ้น :
เฉินิ:
ค่าชื่อเสียง: 5
สถานะ: เดนตาย (มีค่าชื่อเสียง 5)
ขอบเขต: ขอบเขตสู่วิถีขั้นที่สอง
คุณสมบัติ: วิถีกายาไร้จำกัด
เคล็ดวิชา: เคล็ดัคชสาร(ทั้งหมดเก้าขั้น)ถึงขั้นที่หก(เมื่อฝึกจนถึงขั้นที่เก้าจะผนึกผสานสู่วิถีได้)เคล็ดสามภพเร้นลับขั้นที่ยี่สิบสี่(ฝึกปรือจนถึงขั้นที่เจ็ดสิบสองผนึกผสานสู่วิถีได้)
เวทมนตร์อภินิหาร: กระบี่ราชันย์พิสุทธิ์ผนึกผสานจิตกระบี่วิถีราชันย์
ชนิดวิถี: ไม่มี
ศิษย์: จ้าวชิงเหยา
จริยธรรม: หกสิบแต้ม
ปราณรู้แจ้ง: 0
ประกายวงแหวน: ไม่มี
ดวงชะตา: จากนี้อีกหนึ่งปีจะมีการประชุมพิฆาตมารจะต้องตายด้วยเงื้อมมือศิษย์คนโตวิถีมารของหย่าม่อ[1]
ไม่ดูก็ไม่ต้องร้อนใจเมื่อดูก็ต้องใจหายเมื่อทราบว่าอายุตนนั้นสั้นไปกว่าครึ่งประเภทของเขาถึงกับเป็เดนตาย แม้แต่ NPC ก็ยังไม่ใช่อีกทั้งดวงชะตานี้แท้จริงแล้วเป็ผีสางอะไรเหตุใดบัดนี้เขาถึงยังคิดที่จะอยู่อย่างสุขสบายรอความตายในสำนักหมื่นกระบี่กันเล่ารอคอยหลังจากที่การชุมนุมครั้งใหญ่เปิดขึ้นจากนั้นก็ค่อยไปตายด้วยเงื้อมมือของหย่าม่องั้นสินะ!
วิธีคิดเช่นนี้แม้ว่าจะไม่ถือว่าอันตราย ! เพียงแต่สู้ไม่มียังดีเสียกว่า !
ดวงชะตาเช่นนี้มันอะไรกัน แทบจะเป็ด่านทดสอบที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อตัวเองในโลกแห่งนี้เลยก็ว่าได้ ! อีกทั้งหากเป็ไปตามค่าชื่อเสียงที่ตนเองมีอยู่ในขณะนี้หากเป็ไปตามการคาดการณ์ตามแบบฉบับนิยายที่มักจะเขียนเอาไว้ว่าศิษย์คนโตขอสำนักมารออกเพียงกระบวนท่าเดียวก็สามารถทำให้มารปกครองไปทั้งใต้หล้าแทบจะเป็สิ่งที่เรียกได้ว่าน่าหวาดกลัวจนหาที่เปรียบมิได้อีกทั้งยังได้ฆ่าฝ่ายธรรมะไปกว่าสิบคน ! กระทั่งชื่อแซ่ก็ยังหาได้ถูกเปิดเผยอกมาไม่แม้แต่รูปโฉมเองก็ยังไม่ถูกเปิดเผย สุดท้ายแม้แต่คนที่เดินผ่านไปผ่านมาก็ยังไม่นับว่าเป็ได้แม้แต่ตัวเบี้ยที่ใช้แล้วทิ้งเลยด้วยซ้ำ!
ไม่ได้การถ้าหากยังมัวแต่เดินตามเนื้อเื่ที่วางเอาไว้ ตัวเองก็มีชีวิตอยู่ได้อีกแค่สี่ปีแล้วเท่านั้นยังไงก็ต้องคิดหาวิธีในการเปลี่ยนเนื้อเื่นี้ไปให้ได้
“ติ่งแจ้งภารกิจเนื้อเื่การท้าทายความโกรธเกรี้ยวของผู้สืบทอดจวนผู้สำเร็จราชการที่ต้องถูกลอบสังหารมีแต่เพียงต้องโต้กลับให้หนักจึงจะสามารถที่จะชำระล้างความอัปยศของเขาได้
“ทำลายล้างตำหนักคร่าชีวิตรางวัลที่จะได้รับจะขึ้นอยู่กับระดับผลงานที่ทำ”
อือภารกิจเนื้อเื่เช่นนี้ หากทำลายล้างตามที่ตั้งไว้จะได้รับรางวัลตามระดับไม่แน่ว่าเมื่อสำเร็จภารกิจนี้ก็จะสามารถได้รับคะแนนชื่อเสียง ?
ในเวลานี้เองก็ได้มีชายวัยกลางคนสวมเอาไว้ด้วยชุดลายพยัคฆ์ทะยานออกมาจากภายในป่าพงไพรนั่นก็คือหวังเิ เขาก็คือผู้ที่คุ้มกันจ้าวชิงเหยาหวังเิเมื่อพบเฉินิพลันเร่งยกมือขึ้นคารวะแล้วกล่าว :“ข้าผู้ใต้บังคับบัญชามาช่วยเหลือล่าช้า ขอผู้สืบทอดโปรดลงโทษ ! ”
เฉินิยื่นมือเข้าไปหยิบผ้ากันเปื้อนของชายชุดดำพร้อมกับเช็ดโลหิตที่ติดอยู่บนมือ : “ขุดหลุมฝังเถอะ ที่เหลือก็เรียกรวมพลองครักษ์ฮู่ฉางเหว่ย[2]มา ในเมื่อตำหนักคร่าชีวิตไม่้าที่จะมีชีวิตเช่นนั้นก็อย่าได้อยู่ร่วมกัน ! ”
หวังเิงุนงงเฉินิจึงกล่าว : “เป็ไรไป มีปัญหาอะไรหรือไม่ ? ”
หวังเิส่ายหน้ากล่าว : “หามีปัญหาอะไรไม่ องค์ผู้สืบทอดย่อมถือเป็ผู้มีอำนาจในการปรับเปลี่ยนเคลื่อนย้ายองครักษ์ฮู่ฉางเหว่ยอยู่แล้วเพียงแต่องค์ผู้สืบทอดกลับดูแตกต่างไปจากก่อนหน้านี้กันอยู่บ้าง ผู้สืบทอดคนก่อนกลับหาได้.......โเี้ได้ถึงเพียงนี้ไม่ ! ”
เฉินิยิ้มแล้วกล่าว: “เ้าคิดหรือว่าตาแก่สองคนนั้นดีดลูกคิดรางแก้วอย่างไรแล้วข้าจะไม่ทราบหรือ ? บิดาข้ายังมีชีวิตอยู่ แต่ว่าตำแหน่งของผู้สืบทอดกลับมาอยู่ที่ข้าเห็นชัดอยู่แล้วว่าท่านปู่คิดที่จะให้บิดาข้าขึ้นเป็จักรพรรดิแห่งแคว้นเหยียนหากว่าแม้แต่ความข้อนี้ก็ยังดูไม่ออก ก็คงเป็ผู้มีดวงตามืดบอดในเมื่อคิดที่จะตั้งตนขึ้นเป็จักรพรรดิแห่งแคว้นเหยียนเช่นนั้นภายในแคว้นเหยียนย่อมต้องมีขุมกำลังที่คิดจะต่อต้าน! ”
คุณคงคิดว่าสิ่งที่เขาพูดเป็ความจริงงั้นหรือ ? ไม่ ไม่ ไม่ เขาก็แค่ไม่อยากที่จะเป็ตัวตายตัวแทนก็เท่านั้น !
.
.
.
.
[1] มารใบ้
[2] พยัคฆ์แห่งความสิ้นหวัง