Ghost & Doctor ผีวุ่นวายกับนายแพทย์อ่อนหัด

    ตอนที่ 164 ยังไม่สามารถให้คำตอบ

    ตอนที่ 164           หลังจากที่ดนัยไปผ่าตัดที่โอซาก้ากับหมออิจิโนเสะมาเวลาก็ผ่านไปอีกหลายเดือนซึ่งหลายเดือนที่ผ่านมานั้นไม่มีเคสผ่าตัดให้ทีมของดนัยได้ผ่าเลยทุกวันนี้ดนัยจึงได้แต่ผ่าตัดตามตารางและผ่าตัดฉุกเฉินอยู่ที่โรงพยาบาลพร้อมกับใช้เวลาว่างไปฝึกการผ่าตัดกับเครื่อง VR-Life ที่บ้านของฮิคาริก็แค่นั้น           “นี่เราทำงานที่ญี่ปุ่นมานานเท่าไหร่แล้วนะ” ดนัยพูดเปรยขึ้นมา           “หนึ่งปีกับเจ็ดเดือนค่ะ” ยูมิที่นั่งกินข้าวกล้องอยู่ข้างดนัยพูดตอบ           “หือนี่ผมทำงานเกือบสองปีแล้วเหรอครับเนี่ย” ดนัยหันไปคุยกับยูมิ           “ใช่ค่ะดนัยน่ะทำงานมาเกือบสองปีแล้วนะคะแล้วเป็นยังไงบ้างคะรู้สึกอยากกลับประเทศไทยบ้างหรือเปล่า” ยูมิถาม           “ประเทศไทยงั้นเหรอไม่รู้สิครับถึงที่นั่นจะเป็นประเทศบ้านเกิดของผมแต่ตอนนี้ผมไม่มีอะไรผูกพันกันที่นั่นเท่าไหร่พ่อแม่ผมก็ไม่อยู่แล้วญาติก็ไม่มีดังนั้นถ้าให้ตอบคงเป็นเฉยๆล่ะมั้งครับไม่ได้รู้สึกอยากกลับหรืออะไรแต่เดือนหน้าก็อยากกลับไปอยู่นะครับ” ดนัยพูด           “เดือนหน้าเหรอคะ ??” ยูมิทำหน้างงว่าทำไมดนัยถึงอยากกลับประเทศไทยเดือนหน้า           “ใช่ครับพอดีเดือนหน้าเป็นวันครบรอบวันเสียชีวิตของพ่อกับแม่ผมเลยอยากจะกลับไปไหว้ท่านสักหน่อย” ดนัยพูด           ซึ่งพอยูมิได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้าเบาๆ           “ถ้าอย่างนั้นลองลาหยุดดูดีมั้ยคะปีนี้ดนัยยังเหลือวันลาหยุดอยู่อีกเยอะเลยนี่นา” ยูมิพูด           “ครับผมก็กะจะลาหยุดสัก 4 – 5 วันอยู่เหมือนกัน” ดนัยเองก็คิดจะลาหยุดอยู่เหมือนกัน           “งั้นเหรอคะว่าแต่ว่า...” ยูมิเห็นว่าดนัยตั้งใจลาหยุดก็ได้แต่พูดขึ้นและก็ยกมือขึ้นมาเขี่ยกันไปมาเหมือนกับกำลังลังเลอะไรสักอย่างอยู่           “อยากไปด้วยเหรอครับ” ดนัยเห็นท่าทางของยูมิที่ดูเหมือนกับลังเลจึงเอ่ยปากถามออกไปเพราะดูท่าทางเธอเหมือนกับกำลังจะขอไปด้วยยังไงยังงั้น           “ค่ะถ้าเป็นไปได้...” ยูมิตอบเสียงเบาหวิวซึ่งตอนนี้ใบหน้าของเธอถึงกับร้อนไปหมดเพราะโดนดนัยจับได้ว่าเธออยากไปด้วย           “หึหึ...ไม่เห็นต้องขอกันเลยนี่ครับถ้าอยากไปก็ไปสิเอาเป็นว่าเดี๋ยวผมจะบอกวันอีกทีคุณยูมิจะได้ลาหยุดพร้อมกับผม” ดนัยบอก           “ค่ะ” ยูมิได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มออกมา           “แล้วก็เรื่องนั้นต้องขอโทษด้วยนะครับคำตอบของมันที่คุณยูมิสารภาพมาผมคงต้องขอเวลาอีกสักพักเพราะผมเองยังไม่แน่ใจความรู้สึกของผมเลย” ดนัยพูดพลางมองยูมิด้วยสายตารู้สึกผิด           “ไม่เป็นไรค่ะดนัยฉันเข้าใจฉันเองก็ไม่ได้เร่งรีบแต่ที่สารภาพ รัก ออกไปก็เพราะอยากให้ดนัยรับรู้เอาไว้ว่าฉันชอบคุณ” ยูมิพูดออกมาใช่แล้วเธอได้สารภาพรักกับดนัยไปแล้วเมื่อสองเดือนก่อนแต่ทว่าดนัยนั้นก็ได้แต่ทำหน้าอึ้งและทำอะไรไม่ถูกก่อนจะขอบคุณและขอเวลาทบทวนความรู้สึกของตัวเอง           ซึ่งนี่มันก็ผ่านมาสองเดือนแล้วที่ดนัยยังไม่ได้ให้คำตอบเกี่ยวกับเรื่องนี้แก่ยูมิและนั่นทำให้เขารู้สึกผิดที่ทำให้ยูมิต้องรอมากว่าสองเดือน           ครืด !! ครืด !! ตอนนั้นเองมือถือในกระเป๋าเสื้อของยูมิก็สั่น           ฟุ่บ !! ยูมิหยิบมือถือออกมาดูก่อนจะเห็นว่าพยาบาลที่แผนกของเธอส่งข้อความมาตาม           “ดูเหมือนฉันจะต้องไปแล้วล่ะค่ะมีผ่าตัดมะเร็งลำไส้จำเป็นต้องใช้หมอจากแผนกรังสีวิทยาเพื่อฉายรังสีตรวจดูเซลล์มะเร็ง” ยูมิพูด           “อ๊ะถ้าอย่างนั้นก็รีบไปเถอะครับผมเองก็มีผ่าตัดตอนบ่ายสองเดี๋ยวก็ต้องรีบกินและไปพบกับญาติผู้ป่วยเหมือนกัน” ดนัยบอก           “ค่ะถ้าอย่างนั้นไว้เจอกันนะคะดนัย” ยูมิพูดก่อนจะเก็บข้าวกล่องที่ยังกินไม่เสร็จและเดินกลับเข้าไปในโรงพยาบาล           ดนัยมองดูยูมิที่เดินเข้าอาคารไปจนพ้นสายตาก่อนจะถอนหายใจออกมา           “เฮ้อ...ความรู้สึกแบบไหนกันนะที่มันเรียกว่าความรัก” ดนัยพูดออกมาเพราะเขานั้นยังไม่เข้าใจว่าความรู้สึกที่เขามีให้ยูมินั้นเรียกกว่าอะไรเพราะเหตุนี้เขาจึงให้คำตอบแก่ยูมิไม่ได้           “เรื่องนี้ค่อยๆคิดแล้วกันว่าแต่ใครจะไปนึกล่ะว่าคุณยูมิชอบเรา...เรามันมีดีตรงไหนวะเนี่ยรวยก็ไม่รวยนามสกุลก็ไม่ใช่นามสกุลดังให้ตายเถอะตั้งแต่เกิดมาฟงแฟนก็ไม่เคยจะมีกับเขาสักคนสมัยก่อนแค่หาเงินมาเรียนก็โคตรเหนื่อยแล้วเลยไม่เคยคิดถึงเรื่องแบบนี้เลย” ดนัยพูดออกมาด้วยความกลัดกลุ้มเพราะเขาไม่เข้าใจว่าทำไมยูมิถึงมาชอบเขานั่นเอง           จากนั้นดนัยก็นั่งกลุ้มอยู่ที่สวนไปอีกสักพักก่อนจะกลับเข้าไปที่ห้องพักศัลยแพทย์เพื่อเตรียมตัวผ่าตัดในตอนบ่าย ห้องผ่าตัด           “แบบนั้นแหละเบามือหน่อยระวังหลอดเลือดเสียหายด้วยแล้วก็ไม่ต้องเร่งความเร็วล่ะ” ฮิคาริแนะนำการผ่าตัดให้ดนัย           “อือเข้าใจแล้ว” ดนัยพยักหน้าก่อนจะใช้สายตาเหลือบมองฮิคาริที่อยู่เยื้องออกไป           ถ้าเราตัดสินใจคบกับคุณยูมิฮิคาริจะรู้สึกยังไงนะ ดนัยคิดในใจซึ่งเขาเองก็ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงรู้สึกแคร์ความรู้สึกของฮิคาริและนี่ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เขายังไม่ตัดสินใจตอบรับความรู้สึกของยูมิ           “ดนัย...นี่นายเหม่ออะไรอยู่ต้องผ่าจุดต่อไปแล้วนะ” ฮิคาริส่งเสียงดังเพราะดนัยมัวแต่เหม่อ           “อ๊ะโทษที !!” ดนัยรีบขอโทษเขารีบตั้งสมาธิกลับมาที่การผ่าตัดและการผ่าตัดก็ดำเนินต่อไปจนกระทั่งเสร็จสิ้นการผ่าตัด           .          .          .          .          .                   “ทำได้ดีมากนายรีบไปคุยกับญาติผู้ป่วยแล้วก็ไปช่วยที่แผนกฉุกเฉินหน่อยเมื่อครู่เห็นมีแจ้งมาว่ามีอุบัติเหตุท่อแก๊สระเบิดมีผู้บาดเจ็บหลายรายที่แผนกฉุกเฉินน่าจะยุ่งเดี๋ยวฉันเองก็จะไปดูทางนั้นหน่อยฉันเองก็แจ้งหมอในแผนกเราไปแล้วว่าถ้าว่างให้ไปช่วยกันหน่อยแต่คงอีกนานเพราะแต่ละคนผ่าตัดใหญ่ทั้งนั้นจะมีก็แต่นายผ่าตัดเสร็จไวกว่าใครเขาเพื่อน” ฮิคาริบอกเพราะว่าตามกำหนดดนัยต้องผ่าตัดนานถึงสามชั่วโมงแต่เขาดันทำเสร็จในสองชั่วโมงซะงั้นทำให้เสร็จไวกว่ากำหนดถึงหนึ่งชั่วโมง           “โอเคเดี๋ยวจะรีบตามไป” ดนัยพยักหน้าก่อนจะทำหน้าที่ของหมอเจ้าของไข้ให้เรียบร้อยและรีบตามฮิคาริไปที่แผนกฉุกเฉิน           ซึ่งพอไปถึงแผนกฉุกเฉินก็เป็นอย่างที่ฮิคาริคาดเอาไว้นั่นก็คือทุกคนกำลังยุ่งเพราะมีผู้ป่วยจำนวนมากส่งมาจนหมอที่แผนกฉุกเฉินงานล้นมือ           ดนัยมองไปเห็นฮิคาริกำลังช่วยสอดท่อช่วยหายใจให้ผู้ป่วยรายหนึ่งอยู่           “โทษทีนะคะมีหมอคนไหนว่างบ้างคะช่วยมาทางนี้หน่อยค่ะมีผู้ป่วยถูกส่งมาอีกคน !!” เสียงพยาบาลตะโกนเรียกหาหมอให้ไปช่วยเธอแต่ทว่าไม่มีหมอคนไหนว่างเลยจะเหลือก็แต่ดนัยที่พึ่งมา           “ผมจัดการเองครับ” ดนัยรีบเดินเข้าไปช่วยเหลือผู้ป่วยที่พึ่งถูกส่งมาทันที           “อาการเบื้องต้นเป็นไงบ้างครับ” ดนัยถามข้อมูลจากพยาบาลซึ่งน่าจะได้ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินที่ออกงานภาคสนามมาบ้างแล้ว           “ผู้ป่วยเพศชายอายุ 30 ปีโดนแก๊สระเบิดใส่ขณะกำลังทำอาหารในบ้านค่ะเจ้าหน้าที่พบหมดสติอยู่ที่กำแพงบ้านห่างจากจุดที่แก๊สระเบิดไปสามเมตรที่แขนมีแผลไฟไหม้ระดับสอง” พยาบาลบอกข้อมูล           “คงเอาแขนมากันทันสินะแต่แก๊สคงระเบิดแรงมากทำให้กระเด็นไปกระแทกกำแพงจนหมดสติก่อนอื่นช่วยจัดการทำความสะอาดแผลลดความร้อนที่แขนให้ได้มากที่สุดก่อนครับผมจะตรวจดูตรงที่โดนกระแทกหน่อย” ดนัยบอก           “ค่ะ” พยาบาลพยักหน้าก่อนจะจัดการตามที่ดนัยสั่ง           ส่วนดนัยก็เลิกเสื้อผู้ป่วยขึ้นก่อนจะตรวจดูตามหลังและซี่โครง           อือไม่มีกระดูกหักตรงไหนโชคดีไป ดนัยคิดในใจ           “ว่าแต่เวลาแบบนี้อวัยวะเพศยังจะแข็งตัวอีกนะคะเนี่ย” พยาบาลพูดขณะที่กำลังใช้กรรไกรตัดแขนเสื้อของผู้ป่วยเพื่อเอาเศษต่างๆออกจากแผลที่ถูกไฟไหม้เธอมองไปที่เป้ากางเกงของผู้ป่วยมองดูเป้าที่นูนออกมา           “มันเป็นการตอบสนองอัตโนมัติน่ะครับอวัยวะเพศชายน่ะไวต่อสิ่งเร้ามากทำให้บังคับเรื่องการแข็งตัวกันไม่ได้หรอ...หือเดี๋ยวก่อนแข็งตัวงั้นเหรอหรือว่า !!” ดนัยที่กำลังอธิบายจู่ๆก็ชะงักไป           “เกิดอะไรขึ้นเหรอคะหมอดนัย” พยาบาลสงสัยว่าดนัยเป็นอะไร           “ไม่แน่ใจเหมือนกันครับแต่ขอยืมกรรไกรหน่อยครับ” ดนัยขอกรรไกรจากพยาบาลซึ่งเธอกำลังใช้ตัดแขนเสื้อผู้ป่วยอยู่           “อ๊ะนี่ค่ะ” พยาบาลทำหน้างงแต่ก็ส่งกรรไกรนั่นให้ดนัย           ทันทีที่ดนัยรับกรรไกรมาเขาก็รีบเดินไปที่เท้าของผู้ป่วยถอดรองเท้าผ้าใบออกเผยให้เห็นเท้าที่ขาวซีดพาเขาเอามือไปแตะก็รู้สึกได้ถึงความเย็นที่เย็นผิดปกติ           ซีดและเย็นแบบนี้ไม่มีเลือดมาเลี้ยงที่เขานานเท่าไหร่แล้วเนี่ย ดนัยคิดในใจไม่รอช้าเขาใช้กรรไกรในมือตัดขากางเกงของผู้ป่วยทันที           ดนัยใช้กรรไกรนั่นตัดขากางเกงด้านล่างขึ้นมาจนถึงบริเวณน่องและเมื่อตัดมาจนถึงบริเวณน่องเขาก็ต้องทำหน้าเครียด           “ตายแล้วนี่มัน !!” พยาบาลเองก็มีสีหน้าตกใจเมื่อเห็นน่องของผู้ป่วยเพราะว่าตอนนี้น่องของผู้ป่วยนั้นกลายเป็นสีม่วงไปทั้งน่อง           “เส้นเลือดอุดตันเพราะถูกกระแทกอย่างแรงบ้าจริงต้องรีบผ่าตัดด่วนเพื่อให้เลือดลงไปเลี้ยงขาได้ไม่งั้นต้องตัดขาเขาทิ้งแน่” ดนัยพูด           “เพราะเลือดลงไปเลี้ยงไม่ถึงขาด้านล่างเลยไปสะสมอยู่ที่อวัยวะเพศเพราะเหตุนี้จึงทำให้อวัยวะเพศแข็งตัวงั้นเหรอคะ” พยาบาลถามเป็นความรู้เพราะตอนแรกเธอเข้าใจว่าที่อวัยวะเพศของผู้ป่วยแข็งตัวนั้นเป็นเรื่องที่บังเอิญเกิดขึ้นเสียอีก           “ใช่ครับเอาล่ะคุณรีบโทรตามวิสัญญีแพทย์ผมจะรีบไปเปิดห้องผ่าตัดเราต้องรีบผ่าตัดเขาให้เร็วที่สุดไม่งั้นผู้ป่วยรายนี้ถูกตัดขาออกแน่” ดนัยบอก           “ได้ค่ะ” พยาบาลพยักหน้า           จากนั้นดนัยก็ต้องเข้าผ่าตัดฉุกเฉินไปอีกรอบกว่าจะผ่าตัดเสร็จก็เลยเวลาเลิกงานมาตั้งชั่วโมง           “ฟู่ว...วันนี้ผ่าตัดตั้งสามรอบดีนะผู้ป่วยฉุกเฉินรายนั้นไม่ต้องตัดขาทิ้ง” ดนัยพ่นลมหายใจออกมาขณะที่กำลังจะเดินกลับหอพักแต่ในตอนนั้นเองจู่ๆก็มีคนกระโดดพุ่งออกมาจากพุ่มไม้หน้าโรงพยาบาล           ฟุ่บ !! เฮ้ย !! ดนัยถึงกับร้องตกใจเขาง้างหมัดเกือบจะต่อยออกไปแต่ก็ต้องรีบหยุดหมัดเพราะคนที่พุ่งออกมาคือคนที่เขารู้จัก           “นี่จะต่อยฉันจริงๆเหรอคะเนี่ย” ยูมิแสดงสีหน้าตกใจเพราะหมัดนั่นห่างจากใบหน้าเธอไม่ถึงยี่สิบเซนติเมตร           “โธ่...ก็ผมตกใจนี่ครับนึกว่าโจรคุณยูมิเล่นอะไรกันครับเนี่ยถ้าผมหยุดไม่ทันนี่เสียโฉมเลยนา” ดนัยพูด           “กะ...ก็แค่อยากทำให้ดนัยตกใจเองนี่นา” ยูมิพูด           “เหอะๆก็ถือว่าสำเร็จอยู่นะครับผมตกใจจนเกือบต่อยคุณแน่ะว่าแต่มาแอบซุ่มรอผมมีอะไรหรือเปล่าครับ” ดนัยถาม           “คือว่าพอดีได้บัตรนี่มาเลยจะชวนไปทานข้าวเย็นน่ะค่ะวันนี้หมดเขตใช้บัตรนี่แล้วด้วยก็เลยเสียดาย” ยูมิหยิบบัตรบางอย่างออกมา           “หือบัตรลดราคา 50% ร้านเนื้อย่างงั้นเหรอครับ” ดนัยมองดูบัตรในมือยูมิซึ่งมันเป็นบัตรลดราคาร้านเนื้อย่างนั่นเอง           “ใช่ค่ะฉันได้มาจากพยาบาลในแผนกไปด้วยกันนะคะร้านอยู่ไม่ไกลเท่าไหร่ขับรถไปแค่สิบนาทีเอง” ยูมิพูด           จ๊อก !! เสียงท้องของดนัยร้องขึ้นมาทันทีซึ่งนั่นเหมือนกับเป็นคำตอบยังไงยังงั้น           “ท้องผมร้องขนาดนี้คงปฏิเสธไม่ได้แล้วล่ะครับก็ดีเหมือนกันผมจะได้ไม่ต้องทำมื้อเย็นเพราะถ้าทำตอนนี้กว่าจะได้กินคงเกือบสามทุ่ม” ดนัยยิ้มแห้งๆเพราะตอนนี้เวลาก็ทุ่มนึงแล้วกว่าจะทำกับข้าวกว่าจะหุงข้าวสุกก็ใช้เวลาเป็นชั่วโมงดังนั้นกว่าจะได้กินข้าวมื้อเย็นคงเกือบสามทุ่มนั่นแหละนะแถมวันนี้เขายังผ่าตัดไปถึงสามรอบนั่นจึงทำให้ค่อนข้างเหนื่อยพอสมควรเลยทีเดียว           “ถ้าอย่างนั้นก็ไปกันเถอะค่ะ” ยูมิยิ้มออกมาจากนั้นทั้งสองคนก็ไปที่ลานจอดรถและก็มุ่งหน้าไปกินมื้อเย็นที่ร้านเนื้อย่างกันทันที จบ...

    คล้ายกับเรื่อง Ghost & Doctor ผีวุ่นวายกับนายแพทย์อ่อนหัด ที่คุณอ่าน