ในค่ำคืนที่ไร้แม้เสียงนกกา บนยอดเขากระสาพุ่งหลาว พรรคกระบี่แชตั้งอยู่ท่ามกลางป่าเขาอันกว้างใหญ่ ห้องโถงใหญ่ล้วนประดิดประดอยด้วยไม้เนื้อแข็งและเนื้ออ่อน ทุกฝีก้าวแม้วิชาตัวเบาสูงส่งเสียงดังรำคาญหู ภายใต้แสงสลัวจากโคมไฟที่ทำจากไม้และกระดาษขาว บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความขลังและเคร่งขรึม
บรรดาศิษย์พรรคกระบี่แชนั่งเรียงราย สายตาของพวกเขาจับจ้องไปที่กลางห้อง บนเวทีฝึกที่ตั้งอยู่ใจกลางห้อง บรรยากาศเคร่งเครียด
“เวลานี้แล้วรึ...พวกมันย่อมใกล้มาแล้ว” เสียงหนึ่งกระซิบขึ้นอย่างเคร่งขรึม
“ท่านกล่าวถึง...สตรีนางนั้นกับทารกของมัน?”
“เวลานี้...จะมีพวกใดมาอีก นอกจากพวกมัน”
“ทารกน้อยตัวนี้ ข้าพเ้าเอ็นดูมันเหลือเกิน...แต่ทว่า มาร...”
“หยุด! นางมาแล้ว”
ทันใดนั้น ประตูไม้บานใหญ่ของห้องโถงถูกเปิดออก เสียงฝีเท้าที่แ่เบาดังขึ้นทีละน้อย ภายในแสงไฟที่สลัว ปรากฏร่างของแม่ลูกคู่หนึ่งก้าวเข้ามาในห้องโถงใหญ่ แม่ผู้หนึ่งอุ้มลูกชายตัวน้อยไว้ในอ้อมแขน ทั้งสองดูยากไร้และเหน็ดเหนื่อย เสื้อผ้าของพวกเขาเป็ชุดเก่าขาดวิ่น สีซีดจางจากการใช้งานมานาน แม้เนื้อผ้าจะบางเบาและมีรอยปะชุน แต่ก็สะอาดและดูแลเป็อย่างดี ผมของผู้เป็แม่ยุ่งเหยิงเล็กน้อย แต่ก็ยังคงถูกมัดรวบไว้อย่างเรียบร้อย ส่วนลูกชายที่อยู่ในอ้อมแขนของนาง ใบหน้าอ่อนเยาว์และซูบผอม แต่ยังคงมีแววตาที่มุ่งมั่นและฉลาดเฉลียว
พวกมันถึงโถงใหญ่ แม้นางจะสวมใส่อาภรณ์ที่ยากไร้และขาดวิ่น แต่ความงามของนางกลับสะคราญเหนือกว่าสิ่งใด ใบหน้าของนางมีความสง่างามอย่างเรียบง่าย ดวงตาคมและอ่อนโยนสะท้อนถึงความอดทนและความแข็งแกร่งภายใน นางมีผิวพรรณขาวนวล ผมดำยาวที่ถูกมัดไว้อย่างเรียบร้อย แม้จะไม่มีเครื่องประดับใดๆ แต่ความงามตามธรรมชาติของนางยังคงเปล่งประกาย ทำให้ผู้พบเห็นต้องเหลียวมองเป็แน่ ทุกสายตาจับจ้องแสดงอาการเหนื่อยหน่ายแฝงความเมตตาในสายตา แม่ผู้ยากไร้ยืนหยัดอย่างสงบ ลูกชายของนางเองก็ยืนแนบชิดแม่ มองไปรอบ ๆ ด้วยความอยากรู้และไม่หวาดกลัว
ในห้องโถงนั้น หลายสายตาจับจ้องไปที่เด็กน้อยที่ยืนอยู่ข้างนาง บางคนแสดงออกถึงความห่วงใย บางคนกลับมองด้วยความโกรธเกรี้ยว พวกเขาไม่อาจเข้าใจได้ว่าทำไมนางจึงพาลูกชายตัวน้อยที่ยังเป็เพียงทารกมาฝึกกระบี่ยามค่ำคืน เด็กอายุเพียงสามขวบควรจะได้พักผ่อน ไม่ใช่ยืนถือกระบี่ฝึกวรยุทธ์ในยามดึกเช่นนี้
นางก้มลงกระซิบข้างหูลูกชายด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรักและความหวัง “ลูกที่รักยิ่งของแม่ วันนี้เ้าจะไม่ทำให้มารดาของเ้าผิดหวังใช่รึไม่”
เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นมองมารดาของตนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและศรัทธา “ข้าพเ้าจักกล้าทำให้มารดาที่รักยิ่งผิดหวังได้เยี่ยงไร”
เด็กชายวัยเพียงสามขวบถือกระบี่ที่ใหญ่เกินตัว แต่มือเล็กๆ ของเขากลับจับกระบี่นั้นอย่างแน่วแน่ แววตาของเขาส่อถึงความกตัญญูและความรักต่อมารดา มันเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะไม่ทำให้แม่ของตนผิดหวัง ทุกท่วงท่าที่เขาฝึกฝนแม้จะยังไม่สมบูรณ์แบบ แต่ความตั้งใจและความรักที่เขามีต่อแม่กลับเปล่งประกายยิ่งกว่า
ส่วนมารดาเอง จับจ้องลูกชายอย่างไม่วางตา ทุกการเคลื่อนไหวของเขาถูกสังเกตอย่างใกล้ชิด สายตาของนางแสดงถึงความอาฆาตแค้น ราวกับนางมีความแค้นลึกซึ้งในใจ ที่ไม่อาจเปิดเผยออกมาได้ นางยืนอยู่ที่นั่น เหมือนจะระบายความโกรธและความอึดอัดทั้งหมดผ่านการฝึกของลูกชายตัวน้อย ในคืนที่เย็นะเืนี้ สายตาของนางเปรียบเสมือนเปลวไฟที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่งที่ขวางหน้า หากลูกชายของนางสามารถพิสูจน์ตัวเองได้ในคืนนี้
ทารกตัวนี้ ผ่านสายตาแม้นเพียงครั้งหนึ่ง มันจักต้องเป็ยอดกระบี่แห่งสำนักได้แน่ ด้วยเพียงอายุสองปี มันสามารถพูดสื่อสารกับผู้ใหญ่ได้อย่างชัดเจนและมีไหวพริบที่เกินวัย ความเฉลียวฉลาดของมันเป็ที่ประจักษ์แก่ทุกสายตา แต่ทว่าร่างกายของมันกลับอ่อนแอจนเป็ที่น่ากังวล เส้นสายกล้ามเนื้อที่ดูบอบบาง และสีหน้าซูบซีดของเขาทำให้หลายคนอดไม่ได้ที่จะสงสารและเป็ห่วง
เื้ัความอ่อนแอของร่างกายทารกน้อยนี้ มีเื่ราวที่น่าเศร้า บิดามันถูกสังหารอย่างโเี้โดยสำนักกระบี่คุณธรรม "ปวยกอย(ระกาทะยานฟ้า)" สำนักที่มีชื่อเสียงในเื่ของความยุติธรรมในนาม แต่แท้จริงแล้วกลับเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและการแสวงหาผลประโยชน์ การฆาตกรรมบิดาของทารกหาใช่เพราะบิดาเป็คนชั่วร้ายไม่ แต่เกิดจากการขัดแย้งในเื่ผลประโยชน์ระหว่างสองสำนัก ซึ่งบิดาของเขายืนกรานที่จะรักษาความถูกต้องและศักดิ์ศรีจนต้องจบชีวิตลงด้วยความอัปยศ
มารดาของเด็กชาย แม้จะแต่งงานกับบิดาของเขาด้วยความหวังที่จะได้รับลาภยศและความมั่งคั่ง แต่เคราะห์กรรมกลับเล่นตลก เมื่อเธอถูกชิงปล้นทุกสิ่งทุกอย่างไปจากชีวิต ไม่เหลือแม้แต่สิ่งเดียวที่เธอหวังไว้ เธอจึงเหลือเพียงความเศร้าและลูกชายที่ยังเล็ก ในวันที่ชีวิตตกต่ำถึงขีดสุด เธอได้รับความช่วยเหลือจากเ้าสำนักกระบี่แช "แชอู้" ผู้ที่มองเห็นความสามารถและศักยภาพในตัวเด็กชายนี้ แชอู้รับพวกเขาไว้ในสำนักและให้การปกป้อง แต่กลับมิได้ช่วยเหลือสิ่งใดมากนักนอกเสียจากปัจจัย4 ที่ควรได้รับในฐานะมนุษย์ คงมิเป็ดังนั้น มันย่อมน้อยกว่าปัจจัย4เป็แน่แท้ เพราะ เ้าสำนักเกลียดมารดาที่หวังแต่ลาภยศจากสามีของมัน
มารดาผู้ยากไร้ยังคงจับจ้องทารกของมันอย่างแน่วแน่ ทุกการเคลื่อนไหว ทุกการฟาดฟันกระบี่ มันรู้ดีว่าในร่างกายที่อ่อนแอนั้นซ่อนพลังอันยิ่งใหญ่ และหวังว่าวันหนึ่ง บุตรของมันจะสามารถใช้พลังนั้นทวงคืนทุกสิ่งที่ถูกชิงไปจากครอบครัวของมัน
แม้นทารกน้อยนี้จะมีความเฉลียวฉลาดเกินวัย และมีแววตาที่แสดงถึงความมุ่งมั่น แต่ในความเป็จริงลึก ๆ แล้วมันหาได้อยากฝึกกระบี่ไม่ ทุกครั้งที่มันจับกระบี่เล่มเล็กในมือ ร่างกายของมันก็เหน็ดเหนื่อยทั้งร่างกายและจิตใจ สายตาชอบจับจ้องไปยังเด็กคนอื่นที่วิ่งเล่นสนุกสนานอยู่ในลานกว้างของสำนักด้วยความอิจฉา มันปรารถนาที่จะได้มีชีวิตแบบเด็กทั่วไป ได้เล่น ได้หัวเราะ และได้พักผ่อน แต่ชีวิตของมันกลับเป็เยี่ยงนี้
ทารกคล้ายดั่งร้องไห้ทุกนาทีขณะฝึกกระบี่ การฝึกฝนที่หนักหน่วงทำให้มันมีเวลานอนเพียง 15 นาทีในทุก 3 ชั่วโมง ่เวลาที่ควรจะได้พักผ่อนกลับถูกแทนที่ด้วยการฝึกกระบี่ที่ไม่สิ้นสุด แต่ความไร้เดียงสาของมัน พลันจึงคิดว่า หากมันสามารถฝึกกระบี่จนเก่งกาจและสามารถล้างแค้นให้กับบิดาของตนได้แล้ว มันจะสามารถเป็อิสระและได้ใช้ชีวิตแบบเด็กคนอื่น ๆ ได้ในที่สุด
ในจิตใจของทารกยากไร้เชื่ออย่างไร้ข้อกังขาว่า หลังจากที่ทำหน้าที่นี้สำเร็จ มันจะได้วิ่งเล่น ได้หัวเราะ และได้มีความสุขเหมือนกับเด็กคนอื่น ๆ ที่มันมองด้วยความอิจฉาในทุกวัน ความหวังเล็ก ๆ นี้เป็สิ่งเดียวที่ทำให้เขามีแรงฝึกต่อไป แม้จะเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและน้ำตาที่เขาพยายามกลั้นไม่ให้ไหลออกมา
แม้ทารกน้อยจะมีความหวังอันไร้เดียงสาว่า วันหนึ่งเมื่อฝึกกระบี่จนเชี่ยวชาญและสามารถล้างแค้นให้บิดาของตนได้ มันจะได้กลับไปมีชีวิตแบบเด็กทั่วไป ได้วิ่งเล่นและหัวเราะเหมือนทารกคนอื่น ๆ แต่ความจริงที่โหดร้ายคือ กว่าที่มันจะสามารถฝึกกระบี่จนสำเร็จ และมีพลังพอที่จะล้างแค้นให้บิดาของเขาได้ เวลานั้นความไร้เดียงสาของวัยเยาว์คงถูกกลืนหายไปจนหมดสิ้น
วันเวลาที่ควรจะเป็่เวลาแห่งความสนุกสนานและไร้กังวลของวัยเด็ก จะถูกแทนที่ด้วยการฝึกฝนที่ไม่สิ้นสุด ความอ่อนโยนของวัยทารกจะถูกกัดกร่อนด้วยความแข็งแกร่งและความเ็ปจากการฝึกวรยุทธ์ เมื่อถึงวันที่เขาเติบโตและสามารถใช้กระบี่เพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้บิดาได้สำเร็จ เขาคงไม่ได้มีโอกาสกลับไปเล่นเยี่ยงทารกคนอื่นอีกต่อไปแล้ว
ความเป็เด็กของเขาจะถูกทิ้งไว้เื้ั ในเส้นทางที่เต็มไปด้วยเืและน้ำตา เวลาที่เขาใช้ฝึกฝนจะทำให้เขาแกร่งขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน ความสดใสและความสนุกสนานของวัยเยาว์ก็จะเลือนหายไป ไม่มีใครจะหยุดยั้งเวลาที่ผ่านไป และไม่มีสิ่งใดที่จะนำคืนวัยเด็กที่สูญเสียไปแล้วกลับมาได้