เขตป่าหมอกรอบนอก
เสียงฝีเท้าทหารดังสลับกับเสียงวิทยุสื่อสารที่รายงานไม่ขาดสายบริเวณแนวรับด้านนอกเต็มไปด้วยความตึงเครียด กองกำลังทหารและผู้ปลุกพลังประจำฐาน ต่างยืนประจำจุดเตรียมพร้อมรอฟังคำสั่งอย่างเข้มงวด ผู้กองเกา หลิน หัวหน้าผู้คุ้มกัน ซึ่งตอนนี้รับหน้าที่เป็ผู้บัญชาการหน่วยปฏิบัติการพิเศษกำลังยืนมองเข้าไปในความมืด ที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกหนาทึบ
ผู้กองเกา หลิน หันไปถามเ้าหน้าที่ประจำหน่วยสื่อสารที่กำลังจ้องมองจอแสดงผลอย่างไม่ละสายตา“สถานการณ์ตอนนี้เป็อย่างไรบ้างมีข่าวจากทีมลาดตระเวนข้างในไหม?”
เ้าหน้าที่รีบก้มหน้าตรวจสอบข้อมูลก่อนเงยหน้าขึ้นมารายงานด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมและรวดเร็ว “รายงานครับผู้กอง! จนถึงขณะนี้ยังไม่มีทีมล่าหรือหน่วยค้นหาชุดใดกลับออกมาจากเขตหมอกมายาเลยสัญญาณติดตามส่วนใหญ่ก็ขาดหายไปจนไม่สามารถระบุตำแหน่งได้”
เขาหยุดชั่วครู่ ก่อนจะรายงานต่อ “แต่ข่าวดีคือ กำลังเสริมจากฐานเดินทางใกล้จะมาถึงแล้วผู้ปลุกพลังระดับาาิญญา จำนวน 15 นาย ระดับขุนพลิญญา อีก100 นาย พร้อมด้วยหน่วยค้นหา กู้ภัย และหน่วยแพทย์สนามครบชุดกำลังมุ่งหน้ามาสมทบที่จุดนี้ครับ”
ผู้กองเกา หลิน ขมวดคิ้วแน่น ถามขึ้นทันที “อีกนานแค่ไหนกว่าพวกเขาจะมาถึง?”
“ไม่เกินสิบนาที!ตอนนี้ทุกหน่วยกำลังเร่งเดินเท้าเข้ามาเต็มฝีเท้า” เ้าหน้าที่ตอบกลับก่อนจะเพิ่มรายละเอียดอีกส่วนหนึ่ง “ส่วนหน่วยลาดตระเวนทางอากาศได้ปล่อยโดรนสำรวจขึ้นไปแล้วแต่เนื่องจากหมอกในบริเวณนี้มีความหนาแน่นผิดปกติ โดยเฉพาะใจกลางเขตหมอกมายาพลังงานในอากาศรบกวนสัญญาณทุกประเภททำให้ไม่สามารถถ่ายทอดภาพหรือตรวจสอบสภาพภายในได้เลยครับ”
ผู้กองเกาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ
“ยานรบก็ไม่สามารถบินเข้ามาสนับสนุนได้โดยตรง บริเวณนี้เป็เขตอาศัยของสัตว์อสูรประเภทบินได้หากนำอากาศยานเข้าไป มีโอกาสสูงมากที่จะถูกฝูงสัตว์อสูรโจมตีระหว่างทางและอาจก่อให้เกิดอันตรายมากกว่าช่วยเหลือครับ”
จากคำรายงานทำให้สีหน้าของผู้กองเกาเคร่งเครียดยิ่งขึ้นสถานการณ์เลวร้ายกว่าที่เขาคาดคิดไว้เสียอีก หมอกที่ปิดบังทัศนวิสัยและสัญญาณรวมถึงความอันตรายที่ซ่อนอยู่ภายใน ทำให้การปฏิบัติภารกิจค้นหาเป็ไปได้ยากอย่างยิ่ง
ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าก็ดังกึกก้องขึ้นมาจากด้านหลังกำลังเสริมจากฐานเดินทางมาถึงจุดนัดพบเรียบร้อย ผู้กองเกา หลิน กวาดสายตามองผู้ปลุกพลังทุกคนอย่างรวดเร็วก่อนจะยกมือส่งสัญญาณให้สงบ แล้วเปล่งเสียงดังก้องชัดเจนไปทั่วบริเวณ
“ทุกหน่วยฟังคำสั่งให้ดี! ตอนนี้ไม่มีเวลาให้พักผ่อนแล้วจัดตั้งกองบัญชาการชั่วคราวตรงจุดนี้ทันที! ให้หน่วยสื่อสารเป็ศูนย์กลางประสานงานหลักแบ่งกำลังส่วนหนึ่งให้ยืนคุ้มกันโดยรอบ เพื่อป้องกันการรบกวนจากสัตว์อสูร กำลังพลที่เหลือ...แบ่งออกเป็ทีมไม่น้อยกว่าห้าคน ให้มีผู้นำทีมระดับาาิญญา ขึ้นไปทุกทีม!”
หลังสั่งการและแบ่งหน้าที่เรียบร้อย ผู้กองเกา หลินก็ไม่ลืมแจ้งเตือน “ข้อห้ามสำคัญที่สุดคือผู้ที่มีระดับพลังต่ำกว่าาาิญญา ห้ามเข้าไปในเขตหมอกมายาเด็ดขาด! ความอันตรายที่นั่นเกินความสามารถของพวกเ้าหากตรวจพบสัญญาณของผู้สูญหาย หรือเครื่องมือติดตามเริ่มกลับมาใช้งานได้ให้รีบรายงานมายังศูนย์บัญชาการทันที อย่าทำอะไรเสี่ยงภัยด้วยตัวเอง”
“รับทราบ!” เสียงตอบรับดังกึกก้องเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น แต่ก็แฝงความตึงเครียดไว้อย่างเต็มที่ ทุกคนรู้ดีว่าการก้าวเข้าไปในป่าหมอกครั้งนี้ อาจไม่ใช่เื่ง่ายเลย
ทันใดนั้นเอง...
อิ้ววว! เสียงร้องแหลมสูงทรงพลัง ดังก้องสะท้อนออกมาจากส่วนลึกสุดของป่าหมอกแม้ระยะทางจะห่างไกลหลายกิโลเมตร แต่เสียงนั้นกลับชัดราวกับดังอยู่ข้างหูทำให้ใบไม้และกิ่งไม้โดยรอบสั่นไหวตามแรงสั่นะเื ในวินาทีต่อมาแรงกดดันมหาศาลก็แผ่กระจายออกมาจากใจกลางเขตหมอกมายาััได้ถึงพลังงานที่ทรงพลังจนอากาศรอบตัวรู้สึกหนักอึ้ง ผู้ปลุกพลังระดับขุนพลิญญาหลายคนถึงกับหน้าซีดเผือด ขนลุกซู่ไปทั้งตัว บางคนเผลอกำอาวุธแน่นโดยไม่รู้ตัว
“นั่น... เสียงอะไร?” มีเสียงกระซิบถามขึ้นมาด้วยความตื่นตระหนก
ผู้กองเกา หลิน หรี่ตาลงก่อนจะหันมองไปยังทิศทางของหมอกสีขาวที่ปกคลุมอยู่เบื้องหน้าสีหน้าของเขาเคร่งเครียดจนไม่มีรอยยิ้ม “เสียงนั่น... ดังมาจากใจกลางเขตหมอกมายาโดยตรง”เขาพึมพำด้วยน้ำเสียงต่ำแต่ชัดเจน
ลางสังหรณ์อันตรายแล่นวาบขึ้นในใจอย่างรุนแรง “หรือว่าข้างในนั่น...กำลังเกิดเหตุการณ์อะไรร้ายแรงขึ้นกันแน่? อย่าเป็อะไรไปนะครับคุณหนู”
ด้านใน เขตหมอกมายา
บริเวณที่แม็กซ์และลีน่ายืนอยู่แรงกดดันจากพลังงานที่แผ่ออกมานั้นรู้สึกได้ชัดเจนยิ่งกว่าด้านนอกทำให้ลีน่าต้องก้าวถอยหลังเล็กน้อยด้วยความตื่นตระหนก
“นั่นเสียงอะไรกัน?” นางถามขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
แม็กซ์ขมวดคิ้วแน่น ทำหน้าเข้มมองไปยังทิศทางที่เสียงดังขึ้นก่อนจะหันกลับมามองลีน่าด้วยสีหน้าจริงจัง “มันคงรู้แล้วว่าแผนการถูกทำลายลงเรารีบออกไปให้ไกลจากจุดนี้ก่อนดีกว่า” เขาพลิกตัวะโขึ้นหลังของาาหมาป่าทมิฬแผงคอเงิน“รีบขึ้นมา!” แม็กซ์เอื้อมมือลงมาช่วยลีน่า
เมื่อลีน่าขึ้นไปนั่งบนหลังของาาหมาป่าทมิฬเรียบร้อยเขาก็ตบที่แผงคอของมันพร้อมสั่งเสียงหนักแน่น “เกาะให้แน่นนะ อย่าปล่อยมือเด็ดขาด... เ้าหมาโง่ไป!”
“โฮ่กกก!” าาหมาป่าส่งเสียงร้องรับคำสั่ง ก่อนจะพุ่งทะยานออกไปด้วยความเร็วสูงจนเกิดลมแรงพัดผ่านหน้าระหว่างที่วิ่งผ่านม่านหมอก ลีน่าก็สลัดอาการหวาดกลัวทิ้งไป และเริ่มสังเกตเห็นสิ่งแปลกใหม่
“เอ๋... หมาป่าตัวนี้ มันฟังภาษามนุษย์เข้าใจด้วยเหรอ?”นางถามด้วยความประหลาดใจ “พอได้ขึ้นมานั่งบนหลังมันก็รู้สึกว่าตัวมันใหญ่มากเลย ขนของมันก็นุ่มจนเกินคาดนึกว่าจะหยาบกร้านและแข็งกระด้างเหมือนเส้นเหล็กซะอีก”
แม็กซ์หัวเราะก่อนจะอธิบายให้ฟัง “มันก็แค่อาศัยความรู้สึก ส่วนเื่ขนถ้าเป็ตอนที่มันกำลังป้องกันตัวขนของมันจะถูกเคลือบด้วยพลังิญญา ทำให้แข็งแกร่งเหมือนเหล็กแต่ตอนนี้มันไม่ได้อยู่ในสภาพการต่อสู้ ขนจึงกลับมานุ่มเป็ธรรมชาติแบบนี้”
“ที่แท้ก็เป็แบบนี้นี่เอง” ลีน่าพยักหน้าเข้าใจก่อนจะถามต่อทันที “แล้วที่เ้าบอกว่าแผนถูกทำลายหมายถึงราชินีจิ้งจอกเพลิงวารีนั่นใช่ไหม?”
“ใช่แล้ว” แม็กซ์ตอบกลับ ในขณะที่ม่านตาสีทองของเขาเรืองแสงขึ้นเพื่อใช้ เนตรเทวทัศน์สแกนเส้นทางข้างหน้าให้หมาป่าวิ่งผ่านไปได้อย่างปลอดภัย“มันคงจับััความผิดปกติที่เกิดขึ้นผ่านหมอกมายาที่มันสร้างขึ้นหรือไม่ก็ฝูงจิ้งจอกเพลิงที่หนีไปเมื่อครู่นี้ ได้วิ่งกลับไปรายงานสถานการณ์ให้มันรู้”
ขณะที่เขาอธิบาย ลีน่าก็ยิ่งรู้สึกสงสัยมากขึ้นเด็กหนุ่มตรงหน้าดูอายุไม่มาก แต่ความรู้และประสบการณ์กลับลึกซึ้งเกินวัยนางจึงเอ่ยถามขึ้นมา “ทำไมเ้ารู้เื่ละเอียดขนาดนี้อายุเท่าไหร่เนี่ย?”
“สิบสอง” แม็กซ์ตอบสั้น ๆ เพียงแค่ประโยคเดียว
“ห๊า... สิบสองปีเหรอ! อายุก็เท่ากับข้าเลยนี่นา!”ลีน่าอุทานด้วยความตื่นตะลึง “เ้าต้องเป็ผู้ปลุกพลังแน่เลยไม่งั้นคงเข้ามาถึงที่นี่ไม่ได้ แถมยังควบคุมสัตว์อสูรระดับาาได้อีกด้วย มันน่าเหลือเชื่อมาก”
“ข้าก็แค่พวกบ้าฝึกฝนร่างกายเท่านั้นแหละ”แม็กซ์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ั้แ่จำความได้ข้าก็ฝึกฝนแค่พลังสายร่างกายและกำลังภายในั้แ่หัดคลาน พ่อข้าจับข้าโยนเข้าไปในฝูงสัตว์อสูรั้แ่ข้าเริ่มวิ่งได้เสียอีก”
“ว้าวว... พ่อของเ้าช่างโหดร้ายและเข้มงวดกับเ้าเหลือเกิน!”ลีน่าอุทานออกมาด้วยความรู้สึกประทับใจผสมกับความสงสาร แม็กซ์เพียงแค่ยิ้มไม่ได้ตอบอะไรเพิ่มส่วนลีน่าเองก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีใครคุยด้วยมานานจึงเริ่มยิงคำถามออกมาอย่างไม่หยุดยั้ง “ราชันหมาป่าตัวนี้วิ่งเร็วมากเลยแล้วตอนนี้เราจะมุ่งหน้าไปที่ไหนกัน?”
แม็กซ์ได้แต่นึกในใจว่า ‘ยัยนี่ถูกผีเจาะปากมาหรือไง พูดไม่หยุดเลย’ ก่อนจะตอบคำถามของนาง “แผนเดิมของข้าคิดจะไปล่าผู้ปกครองอาณาเขตหุบเขาลม าาหมาป่าวายุเพื่อเก็บวัตถุดิบและฝึกฝนฝีมือ แต่ตอนนี้คงต้องเปลี่ยนแผนชั่วคราวพาเ้าออกไปจากเขตหมอกนี้ก่อนดีที่สุดคงมีทีมค้นหาของฐานกำลังตามหาเ้าอยู่ข้างนอกแน่”
“ไม่เอา!” ลีน่าปฏิเสธเสียงแข็งทันที“ข้าไม่อยากกลับไปตอนนี้ ข้าอยากไปกับเ้า อยากเห็นการต่อสู้ อยากเรียนรู้วิธีการเอาตัวรอดในป่าอันตรายแบบนี้ข้าสัญญาว่าจะไม่วุ่นวายและไม่สร้างปัญหาให้เ้าแน่นอน!”
แม็กซ์เม้มปากแล้วถอนหายใจยาวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้าตกลงในที่สุด“งั้นก็ได้ข้าจะได้ไม่ต้องเสียเวลาเปลี่ยนเส้นทางใหม่ แต่ขอบอกไว้ก่อนนะว่าเ้าต้องดูแลตัวเอง ข้าจะไม่คอยช่วยเหลือหรือปกป้องเ้า”
“เย้! รับทราบเ้าค่ะ!” ลีน่าตอบรับทันทีด้วยความดีใจ
“แต่ก่อนอื่น...”แม็กซ์เงยหน้ามองท้องฟ้าที่มองเห็นเพียงแสงสลัวผ่านม่านหมอก “วันนี้ล่ามาทั้งวันแถมตอนนี้ก็ใกล้เวลาค่ำแล้ว หาที่พักก่อนดีกว่า”
เขาส่งสัญญาณไปยังหมาป่า “เ้าหมาโง่ ไปทางซ้ายมือตรงต้นไม้ั์ข้างหน้าอีกหนึ่งกิโล!”
“เ้ามองเห็นไกลขนาดนี้เลยเหรอ?” ลีน่าถามด้วยความประหลาดใจ
“ข้าฝึกการใช้สายตาและพลังประสาทััมาตลอดเพื่อเอาตัวรอดในป่า สายตาของข้าเลยมองเห็นได้ไกลและชัดเจนกว่าคนทั่วไปนิดหน่อย”แม็กซ์ตอบเลี่ยงประเด็น ไม่อยากเปิดเผยความสามารถที่แท้จริงให้นางสงสัย
“ว้าว... มันเยี่ยมมากเลย” ลีน่าอุทาน “ข้าก็มีเนตรมายาที่ช่วยมองผ่านภาพลวงตาได้แต่มองไม่ได้ไกลขนาดนั้น”
เพียงไม่กี่วินาทีทั้งคู่ก็เดินทางมาถึงจุดหมายใต้ร่มเงาของต้นไม้ั์ที่สูงใหญ่จนบดบังหมอกและลมได้เป็อย่างดีแม็กซ์ะโลงจากหลังหมาป่าอย่างนุ่มนวล “คืนนี้เราคงต้องพักที่นี่ก่อน”
หลังจากนั้นเขาจะเริ่มจัดเตรียมที่พักและก่อกองไฟลีน่าก็ยืนมองการกระทำของเขาอย่างใกล้ชิดด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่าเด็กหนุ่มคนนี้ใช้ชีวิตและเอาตัวรอดในป่าอย่างไรบ้าง
“เราพักที่นี่ได้ปลอดภัยเหรอ? แล้วการก่อกองไฟตอนกลางคืนจะไม่ดึงดูดสัตว์อสูรให้เข้ามาทำร้ายเราเหรอ?” นางถามด้วยความกังวล
“สำหรับคนที่แข็งแกร่ง พักที่ไหนก็ได้ทั้งนั้นแหละ”แม็กซ์ตอบขณะจัดการกับฟืนไม้ “ส่วนกองไฟ ถ้ามีสัตว์อสูรตัวไหนกล้าบังอาจเข้ามาใกล้ก็ถือว่ามันโชคร้าย เ้าหมาโง่นี่คงยินดีต้อนรับมันเป็อาหารมื้อรอบดึก”
ลีน่าขมวดคิ้วคิดในใจ ‘นี่มันตรรกะบ้าอะไรกันเนี่ยข้าจะเรียนรู้วิธีเอาตัวรอดจากเด็กหนุ่มคนนี้ได้จริงเหรอ?’ ก่อนจะสลัดความคิดนั้นทิ้งไปช่างมันเถอะ เติมพลังก่อนดีกว่า นางนำอาหารแห้งและผลไม้จากคลังมิติของระบบผู้ปลุกพลังออกมายื่นให้แม็กซ์ “กินนี่สิ เป็อาหารที่มีพลังงานสูงเหมาะกับการเติมพลังมากนะ”
“ไม่เป็ไร ข้ามีอาหารของข้าเอง เ้าเก็บไว้เถอะ”แม็กซ์ปฏิเสธอย่างสุภาพ พูดจบ เขาก็แกล้งทำเป็หยิบถุงหนัง ที่ซ่อนอยู่ในเสื้อออกมาก่อนจะดึงร่างของแรดภูผาสัตว์อสูรระดับาาขั้นกลาง ที่เพิ่งล่าได้ออกมาวางบนพื้นแล้วเริ่มทำการชำแหละ ตัดหั่นแยกเนื้อ กระดูก และเครื่องในอย่างชำนาญรวดเร็วสะอาดหมดจด จนลีน่าต้องอ้าปากค้างมองด้วยความทึ่ง
“ว้าววว... นี่เ้าทำแบบนี้เป็ประจำเลยเหรอมันน่าทึ่งมาก!” นางอุทาน “ดูเ้าคล่องแคล่วขนาดนี้ คงจะเป็ผู้เชี่ยวชาญด้านการล่าและใช้ชีวิตในป่าอย่างแท้จริงสินะ”นางเพ่งมองพลังงานที่แผ่ออกมาจากเนื้อสัตว์ ก่อนจะถามต่อ“ตัวนี้เป็สัตว์อสูรระดับาาใช่ไหม ดูจากพลังงานที่แผ่ออกมาเป็สีส้ม”
ทันใดนั้นเอง นางชะงักนิ่ง ดวงตาเบิกกว้างขึ้น ก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงที่ตื่นตระหนก“เอ๊ะ เอ๊ะเอ๊... อย่าบอกนะว่า เสียงะเิดังสนั่นเมื่อ่บ่าย ที่ทำให้ฝูงสัตว์อสูรแตกตื่นและทำให้ทีมของข้าพลัดหลงกันไป นั่นเป็ฝีมือของเ้าเองเหรอ?”
แม็กซ์ทำท่าเกาแก้ม เขินอายพร้อมหัวเราะแห้ง ๆ ก่อนจะคิดว่าในเมื่อถูกจับได้แล้วลูกผู้ชายกล้าทำก็ต้องกล้ารับ “แฮะ ๆๆ... ถูกจับได้ซะแล้วสิ ขอโทษตอนนี้ทันมั้ย”
“ที่แท้... เ้านี่เองตัวต้นเหตุที่ทำให้เกิดเื่วุ่นวายทั้งหมด!ให้ตายสิ!” ลีน่าทำหน้ามุ่ยทันที แกล้งแสดงท่าทางโกรธออกมา
“ข้าต้องขอโทษด้วยจริง ๆ”แม็กซ์กล่าวคำขอโทษพร้อมอธิบายเหตุผล “ตอนนั้นข้าก็ไม่คิดว่าจะมีทีมล่าสัตว์อสูรหรือใครอยู่แถวนั้นข้าตั้งใจะเิูเาเพียงเล็กน้อย เพื่อสร้างสถานการณ์ให้เ้าหมาโง่ ว่ากำลังต่อสู้กับาาแรดภูผาและที่สำคัญที่สุดคือ ใช้เสียงนั้นเป็เหยื่อล่อ เพื่อให้กึ่งาาอีกาเงาสังหารสนใจหากไม่ทำขนาดนั้น คงดึงความสนใจจากเ้านั่นไม่ได้แน่”
เขาถอนหายใจอย่างแ่เบา “หวังว่าจะไม่มีใครได้รับาเ็หรือตายจากเหตุการณ์นี้นะ”
“อะไรนะ กึ่งาาอีกาเงาสังหารก็ถูกเ้าล่าแล้วด้วยเหรอ?”ลีน่าถามด้วยความทึ่งยิ่งขึ้น ความอยากรู้อยากเห็นกลบความรู้สึกโกรธไปจนหมด“เ้านี่มันน่าทึ่งจริง ล่าไปกี่ตัวแล้วั้แ่เช้า?”
นางส่ายหน้าก่อนจะยิ้มออกมา “แต่ข้าไม่โกรธเ้าแล้วล่ะ เห็นว่าเ้ามาช่วยข้าไว้ตอนที่กำลังถูกราชินีจิ้งจอกล่อลวงอยู่ถือว่าเจ๊ากันไปล่ะกัน!”
ระหว่างที่สนทนากัน แม็กซ์ก็ทำการเสียบเนื้อสัตว์อสูรบนไม้ย่างวางเหนือกองไฟที่จุดติดแล้วอย่างชำนาญ จนลีน่าต้องมองตามด้วยความสงสัย “เดี๋ยวนะ!...นี่เ้าคิดจะกินมันทั้งอย่างนั้นเลยเหรอ?” นางถามด้วยน้ำเสียงใ“มันไม่อันตรายเหรอ? เนื้อสัตว์อสูรก่อนที่จะผ่านการแปรรูปมันมีพลังปนเปื้อนอยู่สูงมากถ้ากินเข้าไปแล้วร่างกายรับไม่ไหวอาจเกิดอันตรายถึงชีวิตได้นะ!”
แม็กซ์ยิ้มมุมปาก ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนคลาย “ไม่เป็ไรหรอกน่าข้ากินแบบนี้เป็ประจำ” เขาพึมพำแกมหยอก “บางทีข้าก็สงสัยเหมือนกันนะว่าข้าเป็มนุษย์หรือเปล่า ทำไมกินของแบบนี้ได้เหมือนพวกสัตว์อสูรเลย”
“นี่ ๆๆ เ้าอย่าทำให้ข้ากลัวนะ!”ลีน่าทำตาโตด้วยความใ “สรุปแล้วเ้าเป็สัตว์อสูรแฝงมาในร่างมนุษย์ใช่ไหม?”
“ฮ่า ๆๆ มันจะเป็ไปได้ยังไงเล่า!” แม็กซ์หัวเราะดังลั่น “ข้าเป็มนุษย์แน่นอน แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรร่างกายของข้ามันมีความพิเศษ กินเนื้อสัตว์อสูรแล้วไม่เคยเป็อะไรเลยไม่กลายพันธุ์ แถมพลังงานที่ได้รับกลับช่วยเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแกร่งขึ้นอีก” สิ่งที่เขาพูดนั้นถือเป็เื่แปลกประหลาดที่สุดในโลก จนทำให้ลีน่าต้องอ้าปากค้าง
“เ้านี่... มีเื่ให้แปลกใจได้ตลอดเลยนะ” นางพูดด้วยความทึ่งในขณะที่กองไฟลุกโชนให้แสงสว่างและความอบอุ่น ทั้งสองก็เริ่มรู้สึกได้ว่าคืนนี้คงจะไม่ใช่คืนธรรมดาอีกต่อไป ใครจะรู้ว่า การเดินทางร่วมกันครั้งนี้จะนำพาพวกเขาไปพบกับอันตรายและความลับอีกมากมายเพียงใด
จะมีอะไรที่ทำให้ลีน่าต้องทึ่งอีกหรือไม่? ทั้งสามคนที่ตอนนี้กลายเป็คู่หูชั่วคราวจะต้องเผชิญกับเหตุการณ์อะไรอีกบ้าง...
***
คุยกันท้ายตอน
เป็อย่างไรกันบ้างครับกับการผจญภัยไปกับแม็กซ์ หากชื่นชอบผลงานช่วยกดติดตามและคอมเมนต์ส่งกำลังใจให้แม็กซ์เพื่อจะได้พาทุกคนไปผจญภัยและพบกับเื่ราวสนุกๆ ต่อไปด้วยนะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ