-ต้นกล้ายอดที่ 3-
ระหว่างที่สองแม่ลูกกำลังเล่นน้ำเสาหลักของบ้านอย่าง ’พันสร’ จัดการอาบน้ำให้ลูกคนเล็กป้อนนมแล้วกล่อมลูกเข้านอน
ใบข้าวเป็เด็กดี หลับง่าย ไม่ขี้แยเหมือนต้นกล้าสมัยเด็ก
“กลับมาแล้วจ่ะ พ่อมึง”
“กลับมาแล้วฮะ”
ว่าแล้วเด็กขี้แยที่ถูกนินทาอยู่ในใจก็วิ่งร่าขึ้นมาบนบ้านอย่างอารมณ์ดีพันสรหันไปหาลูกกับภรรยาที่ทั้งคู่หัวเปียกกราวกับลูกวัวเพิ่งเกิดทำให้ผู้เป็พ่อไม่สนุกด้วย“อย่าปล่อยให้หัวเปียกนานสิลูก” ร่างสูงลุกขึ้นพรางคว้าผ้าขนหนูเช็ดหัวในลูกชายคนโตด้วยความห่วงกลัวจะไม่สบายถ้าต้องพบหมอขึ้นมา เขากลัวว่าจะหาเงินรักษาลูกได้ไม่เพียงพอ
“ขอโทษนะพ่อมึง แม่รีบกลับบ้าน กลัวจะมืดค่ำมองไม่เห็นทาง” เพรีหยิบผ้าขนหนูมาเช็ดผมตัวเอง กลัวว่าสามีจะหันมาดุเธออีกคน
“น้องหลับแล้วหรอฮะ”
“หลับแล้วครับ”
ต้นกล้าชิงเปลี่ยนเื่ พอหัวแห้งคนพี่ก็รีบจ้ำเท้าไปดูน้องที่นอนอยู่บนฟูกฝั่งริมสุด ร่างเล็กจิ๊ดริดในชุดนอนเก่าสีฟ้าช่างดูน่ารักจนอดหมั้นเขี้ยวไม่ได้คนพี่ทิ้งตัวลงนอนข้างคนน้องด้วยความเอ็นดู ทั้งที่ไม่เคยชอบเด็กคนไหนแต่ความรู้สึกผูกพันธ์ทางสายเืทำให้ต้นกล้าอดไม่ได้ที่จะนอนกอดน้องชายไว้อย่างหลวมๆ ให้น้องนอนสบาย และไม่ทันจะรู้ตัว คนนอนดึกแบบต้นกล้ากลับเคลิ้มหลับโดยง่ายหลังจากมองหน้าน้องได้ไม่นาน
เสียงจิ้งหรีดร้องรับน้ำค้างดังก้องไปรอบตัวบ้านนี่คือเื่ธรรมดาสำหรับบ้านนอก แต่ไม่ใช่สำหรับต้นกล้าเสียงเ่าั้รบกวนเวลาหลับของเขาได้ดีเลยทีเดียว
ดวงตาเล็กเรียวลืมขึ้นช้า ๆหลังจากรู้สึกตัวตื่นด้วยความรำคาญก่อนจะเห็นว่ารอบตัวนั่นมืดมีเพียงแสงสว่างจากตะเกียงข้างตู้เสื้อผ้าต้นกล้ายันร่างน้อยขึ้นนั่งก่อนสายตาเขาจะหันไปเห็นเงาใหญ่ของพ่อเดินตะคุ่มออกจากประตูบ้านไป
พ่อจะไปไหน
ต้นกล้าถามในใจเมื่อเวลาบนหน้าปัดนาฬิกาตรงฝาผนังบอกเวลาเที่ยงคืนกว่า ในเวลานี้ถ้าเป็เขาเมื่อชาติก่อน คงกำลังเมาเหล้าแอ๋อยู่ที่ร้านไหนสักแห่ง
พ่อหนีเที่ยวหรอ
ร่างเล็กลุกขึ้นหยิบตะเกียงอันเดิมเดินอ้อมฟูกตามพ่อออกไปเงียบ ๆไม่รู้เป็เพราะนิสัยอยากรู้อยากเห็นของร่างใหม่หรือเปล่าที่ทำให้ต้นกล้าตัดสินใจทำอย่างนั้นแต่รู้ตัวอีกทีเขาก็เดินตามพ่อมาจนถึงป่ารกหลังบ้านก่อนเงาใหญ่จะหายเข้าไปในนั้น
ต้นกล้ารวบรวมความกล้าแล้วย่างเท้าเล็กเดินตามเข้าไปแต่ยิ่งเดินลึกเข้าไปเท่าไหร่ พวกต้นไม้ใบหญ้าก็ยิ่งสูงใหญ่จนขาสั้นเดินยากลำบากเด็กน้อยยกแสงไฟจากตะเกียงขึ้นนำทางอย่างมีหวัง
ฉันมาทำอะไรที่นี่เนี่ย
เสียงเล็กสั่นบ่นออกมาเบาเบาแต่ขาเขากลับก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดหย่น ถ้าเป็ต้นกล้าคนเดิมอย่าหวังเลยว่าเขาจะพาตัวเองเข้ามาในป่าที่มีต้นหญ้าสูงเกินตาตุ่มแบบนี้
แต่แล้ว์ก็เป็ใจ สิ้นความคิดต้นกล้าสามารถเดินฝ่าดงหญ้าสูงออกมาได้ ด้านหน้าเขาตอนนี้เป็พื้นที่โล่งเตียนที่ผ่านการถูกไถมาได้ไม่นาน
พ่อ พ่ออยู่ไหน
คนตัวเล็กชะเง้อมองไปรอบจนเห็นเป็เงาหนึ่งยืนนิ่งอยู่กลางสวนใครจอมปลวกอันใหญ่ต้นกล้ารีบจ้ำเท้าเดินเข้าไปเกาะขาพ่อไว้แน่น ตอนแรกคิดว่าจะตามมาเงียบ ๆแต่ความกลัวทำให้เขาเปลี่ยนใจ
“พ่อฮะ มาทำอะไรที่นี่ ดึกเชียว” คนตัวเล็กถามเสียงสั่นพร้อมกระตุกขากางเกงพ่อเพื่อบอกให้อุ้มแต่สิ่งที่เขาคิดว่าเป็พ่อกลับไม่ตอบสนองต้นกล้าที่เริ่มงอแงเงยขึ้นไปมองหน้าพ่อช้าช้าก่อนจะเห็นว่าสิ่งที่เขาเกาะขาอยู่นั้น ไม่มีใบหน้า
เสียงเล็กร้องกรี๊ดลั่นด้วยความใก้าวถอยออกมาอย่างรีบเร่งจนสะดุดหินล้มโครมแต่เขาก็สามารถพยุงตัวขึ้นวิ่งกลับเข้าไปในป่ารกแห่งเดิมได้สำเร็จสิ่งเดียวที่ต้นกล้าคิดตอนนั้นคือ กลับบ้าน แต่ร่างกายของเด็ก 5ขวบนั้นเหนื่อยง่ายและมีแรงน้อยเกินกว่าที่เขาจะวิ่งกลับไปถึงบ้านด้วยไม่ต้องหยุดพักต้นกล้าทิ้งตัวนั่งบนตอไม้หักอันหนึ่งอย่างเหนื่อยหอบ ก่อนจะสังเกตบรรยากาศรอบตัว
ทางกลับบ้านอยู่ไหนวะ ความกลัวเล่นเข้ามาในโสตประสาทต้นกล้าอีกรอบแย่แล้ว เขาจำทางกลับบ้านไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว ถึงป่าจะเล็กแต่สำหรับเด็กไม่คุ้นทางคนหนึ่งก็เปรียบเสมือนเขาวงกตที่หาทางออกไม่เจอ
ต้นกล้าตัดสินใจเดินตามสัญชาตญาณของตัวเองจนแล้วจนรอดก็ไม่เห็นวี่แววว่าจะหลุดออกไปจากที่นี่ได้ทั้งความเหนื่อยและความกลัวทำให้เด็กน้อยเริ่มปั้นปากงอแง และต้นกล้าก็ต้องร้องไห้หนักขึ้นเมื่อเห็นว่าน้ำมันตะเกียงกำลังจะหมด
“พ่อฮะ แม่ฮะ ช่วยหนูด้วย” คนตัวเล็กยกมือป้องปากะโออกมาสุดเสียงเขาเริ่มทำตัวเด็กเหมาะสมกับร่างขึ้นมาทุกทีแต่สิ่งที่ได้กลับมาจากเสียงดังที่ส่งออกไปกลับเป็เสียงเล็กของตัวอะไรสักอย่างที่กำลังะโดึ่งๆ อยู่ตรงเท้าเขา
อ๊บ อ๊บ อ๊บ
ต้นกล้าก้มลงต่ำมองไปตามเสียง
กบเ้าตัวเขียวสีขากำลังแลบลิ้นยาวไล่กินตั๊กแตนที่ะโไปมาตามยอดหญ้าโดยไม่สนใจคนตัวเล็กที่กำลังยืนมองอยู่
ต้นกล้าย่อตัวเองนั่งลงอีกครั้งเพื่อมองเ้ากบให้ชัดความรู้สึกกลัวผันเปลี่ยนเป็ความตื่นเต้นโดยไม่รู้ตัวนี่เป็ครั้งแรกที่ต้นกล้าได้เห็นกบตัวเป็เป็ใกล้ขนาดนี้เขาถึงกับใช้เสียงสองคุยกับมันเหมือนที่คุยกับสัตว์ชนิดอื่น ๆ
“น้อนกบน่ายั้กจังเยย” มือเล็กพยายามลูบหัวมันเ้ากบที่ตามปกติแล้วควรจะะโหนีก็บ้ายอสงบนิ่งอยู่กับที่ยอมให้ต้นกล้าจับตัวมันโดยง่ายหนำซ้ำดวงตากลมโตยังจ้องมองต้นกล้าโดยไม่กลัวเลยสักนิดเด็กน้อยก็ได้ใจพยายามชวนสัตว์เล็กคุยต่อ “กินแมลงอร่อยมั้ยกั้บ”
เ้ากบแลบลิ้นยาวแทนคำตอบ
ต้นกล้ารู้สึกมีเพื่อนถึงแม้จะสื่อสารกันไม่ได้ “น้อนกบกลับบ้านได้แล้วนะกั้บดึกแย้ว” เขาพูดอยู่ฝั่งเดียว ในใจไม่อยากให้เ้ากบต้องมาหลงทางเหมือนตัวเอง “ส่วนหนูหลงทางน้อนกบรู้มั้ยว่าบ้านหนูอยู่ไหน” ต้นกล้าปั้นปากกลั้นน้ำตาเหมือนเด็กที่ยิ่งระบายยิ่งร้องไห้อย่างไงอย่างงั้น
เ้ากบไม่รู้ความะโลงจากมือต้นกล้าดื้อๆ สี่ขาสั้นะโไปในทิศทางที่ไม่มีแมลงเลยสักตัวต้นกล้าจ้องมองการกระทำของมันด้วยความงุนงงก่อนจะรู้สึกเหมือนเ้ากบกำลังร้องเรียกให้เดินตามมันไป ขาสั้นก้าวตามไปอย่างช้า ๆอย่างน้อยก็อยากลองเสี่ยงตามความรู้สึกของตัวเองสักครั้ง
ไม่นานต้นกล้าก็เดินมาถึงป่ารกบริเวณที่เขามาเก็บผักเมื่อตอนกลางวันแสดงว่ากำลังจะใกล้ถึงบ้านแล้วเด็กน้อยยิ้มออกมาอย่างดีใจก่อนจะเดินต่อไปจนออกมาถึงหลังบ้าน
“ขอบคุณที่มาส่งนะกั้บน้อนกบ” ต้นกล้าหันไปบอกกับกบตัวน้อยที่หันหลังะโกลับเข้าไปที่เดิมอาจจะด้วยความบังเอิญหรืออะไรก็แล้วแต่รู้เพียงว่าตอนนี้ต้นว่ารู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก
กลับมาถึงบ้านจนได้
ต้นกล้ารีบล้างเท้าล้างตัวก่อนจะเดินย่องขึ้นไปบนบ้านแม่และน้องกำลังหลับสบายอยู่เช่นเดิม เขาเลยเปลี่ยนใจค่อยถามเื่พ่อในวันพรุ่งนี้เช้าเสียดีกว่าเพราะตอนนี้เขาก็เหนื่อยเหมือนกัน
.
.
รุ่งเช้าต้นกล้าลุกขึ้นตื่นตามเสียงร้องของใบข้าว เพรีรีบลุกขึ้นมาจับลูกน้อยเข้าเต้าส่วนฟูกอีกฝั่งก็เป็พ่อที่กลับมานอนอยู่ที่เดิมั้แ่เมื่อไหร่ไม่รู้
“แม่ฮะ เมื่อคืนผมเห็นพ่อออกจากบ้านตอนเที่ยงคืน” ต้นกล้าตัดสินใจถามแม่หลังจากที่พ่อกินข้าวเช้าและเข้าไปในสวนเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน
“พ่อก็ไปกรีดยางไงลูก” เพรีตอบอย่างเรียบง่ายพรางเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ใบข้าวต้นกล้าต้องกลับมาทำความเข้าใจกับสิ่งที่แม่พูดอีกครั้ง กรีดยางคืออะไร?เขาพยายามรื้อฟื้นลึกความทรงจำในอดีต ก่อนจะนึกออกว่ากรีดยางเป็การเอาน้ำยางออกจากต้นยางพาราในเวลากลางคืน และเก็บไปขายในตอนเช้า
นั่นหมายความว่าพ่อรีบออกไปในสวนั้แ่เช้าก็เพราะรีบไปเก็บน้ำยางสินะ แต่สวนของบ้านเราเพิ่งไถไปไม่ใช่หรอ
“แม่เคยบอกหนูว่าสวนของเราเพิ่งไถไปยังไม่ปลูกอะไรเลยหนิฮะ”
“พ่อเขาไปรับจ้างกรีดยางที่สวนลุงพรก่อนหนะลูก โรงเรียนลูกก็กำลังจะเปิดเทอมแล้วต้องรีบหาเงิน” คำตอบของแม่ทำให้ต้นกล้าสะอึกที่พ่อต้องทำงานหนัก อดหลับอดนอนก็เพื่อแลกกับเงินเล็กน้อยจากการเป็ลูกน้องเขางั้นหรอ
สงสารพ่อจังเงินที่ได้มาก็ต้องส่งฉันเรียนหนังสืออีก
***