จังหวะนรก ที่ทั้งคู่กำลังกอดจูบกันอย่างดูดดื่ม ที่หน้าประตูคอนโด พระพรายก็เปิดประตูเข้ามาพอดี ทันทีที่เปิดประตู ก็เห็นภาพ วายุกำลังจูบกับมณีอย่างดูดดื่ม และกอดกันนัวเนีย
พระพรายใ หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เหมือนมีก้อนหินใหญ่หล่นทับที่ตรงหน้าอกมันจุกเจ็บจนร้องออกเสียงไม่ได้ ของที่ถือเต็มมือ หล่นลงพื้น
เมื่อพระพรายได้ยินเสียงของหล่นลงพื้นเขาก็ตั้งสติได้ รีบหันหลังวิ่งออกไปจากตรงนั้น
วายุ ได้ยินเสียงของที่หล่นลงพื้นเหมือนกันรีบหันไปมองเห็นพระพรายสะบัดหน้าหันหลังวิ่งไปตามทางเดิน
“พระพราย พระพราย” วายุ เรียกเสียงดัง แต่พระพรายก็ไม่หันกลับมา วายุขยับตัวจะวิ่งตามพระพรายไป แต่มณีที่กอดเอวเขาไว้แน่นก็ไม่ยอมปล่อย เพราะเธอคิดว่า เด็กนั้นคงใที่เห็นผู้ใหญ่จูบกันดูดดื่มเลยวิ่งหนีไป
“ณี ปล่อยก่อน” วายุ บอกมณีให้ปล่อยเขา
มณีไม่ยอมฟังยังกอดเอววายุแน่น
“ปล่อย ปล่อยเถอะ กลับไปได้แล้ว” วายุ รู้สึกหงุดหงิดเพราะตอนนี้เขามีปัญหาใหญ่แล้ว จึงได้พูดเสียงดังกับเธอ
“ยุ นะ” มณี กระทืบเท้า เพราะปกติวายุจะเป็คนปากหวานกับผู้หญิง ไม่เคยเสียงดังขนาดนี้มาก่อน
วายุ ถอนหายใจ “กลับก่อนเถอะนะ” วายุยังพยายามใจเย็นพูดกับมณี ดันมณีออกจากห้องแล้วปิดประตูคอนโด
มณีกำลังจะควงแขนวายุ นึกว่าวายุจะลงไปส่งเธอที่รถ แต่ไม่ใช่ วายุรีบวิ่งไปที่ลิฟต์กดลิฟต์เข้าไปในแล้วปิดเลย โดยไม่ให้ลิฟต์รอเธอด้วยซ้ำ
“อะไรของเขา” มณี ขมวดคิ้ว
วายุ วิ่งลงมาหันซ้ายขวามองหาที่หน้าตึกก็ไม่เจอ วิ่งไปที่ป้ายรถเมล์ก็ไม่เจอ ไปถาม รปภ. “เห็นน้องผมไหมครับ” วายุถามด้วยความร้อนรน
“ขึ้นแท็กซี่ไปแล้วครับ” รปภ. ตอบทันที
“ครับ ขอบคุณครับ” วายุ รีบวิ่งกลับไปที่ห้องของตัวเองเพื่อจะไปเอากุญแจรถ เขาพอรู้ว่าพระพรายจะไปไหน
วายุ ขับรถมาจอดที่หน้าบ้านของพระพรายที่เคยอยู่กับมะลิ เขาเรียกพระพรายอยู่หน้าประตูรั้ว แต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับมา วายุ มั่นใจว่าพระพรายต้องอยู่ที่นี้แน่ เขาพยายามกดโทรหาพระพรายหลายครั้ง แต่ก็ไม่รับสาย ส่งข้อความพระพรายก็ไม่ตอบ เรียกหน้าบ้านพระพรายก็ไม่ตอบ
พระพรายตอนนี้ นั่งร้องไห้อยู่ในห้องนอนของตัวเองในบ้าน ที่เคยอยู่กับพ่อแม่ เขาคิดถึงแท็ดดี้ของตัวเอง เพราะตอนนี้พระพรายรู้สึกว่าไม่เหลือใครแล้ว คงมีแต่แท็ดดี้ที่พอจะกอดได้ แต่ตอนนี้แท็ดดี้ก็ไม่อยู่
พระพรายได้แต่นอนกอดหมอน ร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่คนเดียว เสียงโทรศัพท์ดัง ข้อความดังพระพรายก็ไม่สนใจจะรับสาย ไม่นานนักก็ได้ยินเสียงวายุะโเรียกอยู่หน้าบ้านพระพรายก็ไม่สนใจ
สำหรับพระพรายแล้วนั้น ก่อนหน้านี้ที่วายุพาผู้หญิงมาที่คอนโด พระพรายก็ไม่เคยว่าอะไร เพราะตอนนั้นพระพรายยังไม่รู้ว่า มีเซ็กเป็ยังไง พระพรายคิดแบบเด็กๆว่ามานอนค้างเป็เพื่อนกัน และอีกอย่างวายุก็ไม่เคยกอดจูบกับผู้หญิงให้พระพรายเห็นเลยสักครั้ง
แต่ครั้งนี้ พระพรายที่เป็เมียวายุ มีเซ็กกันเกือบทุกวัน เห็นวายุกอดจูบกับคนอื่นเต็มสองตา ทำให้พระพรายรู้สึกเสียใจ เหมือนกำลังโดนหักหลัง จึงไม่อยากคุยกับวายุอีก
วายุ หมดปัญญาที่จะเรียก เขาจึงปีนรั้วบ้านเข้าไป เรียกพระพรายที่หน้าประตูบ้าน แต่พระพรายก็ยังเงียบไม่ยอมตอบ วายุเรียกอยู่พักใหญ่ก็หมดปัญญาจะทำอะไรได้อีก
วายุ ไม่รู้จะทำยังไงต่อดี เพราะรู้ว่าถ้าพระพรายได้ตัดสินใจทำอะไรแล้ว ก็จะมุ่งมั่น ไม่เปลี่ยนใจง่ายๆ ก่อนที่อะไรจะเลยเถิดจนเกินจะแก้ วายุ นึกถึงครอบครัว พ่อแม่ ที่จะพอคุยกับพระพรายให้เขาได้
เมื่อคิดได้แบบนั้น วายุ ขับรถไปที่บ้านของพ่อแม่ทันที ไม่อยากคุยทางโทรศัพท์เพราะต้องอธิบายกันยาวเลย พ่อแม่ต้องถามเื่ที่ว่า พระพรายเป็เมียจริงๆั้แ่เมื่อไร เพราะเขายังไม่เคยเล่าเื่นี้ให้คนในครอบครัวฟัง เื่ที่นอนเตียงเดียวกัน
ระหว่างที่ วายุ ขับรถไปที่บ้านพ่อแม่ ใช้เวลาชั่วโมงกว่าๆ เมื่อวายุ ลงจากรถ เดินเข้าไปในบ้าน สายน้ำกับลูกน้อยของเธอก็นั่งอยู่ด้วย
“มีอะไร หน้าตาตื่นมาเชียว” สายน้ำ ที่กำลังอุ้มลูกน้อยนั่งอยู่บนโซฟาข้างสายฟ้า แซวน้องชาย
“พ่อครับ โทรหาพระพรายให้ผมที” วายุ ไม่สนใจสายน้ำ รีบไปนั่งข้างๆสายฟ้า
“เื่อะไร” สายฟ้า ถามเสียงเรียบกำลังหยอกหลานชายตัวน้อยที่สายน้ำอุ้มอยู่ จับต้นชนปลายไม่ถูก
“ให้พระพรายกลับมาอยู่กับผม” วายุ รีบพูดธุระ
“แกไปทำอะไรน้อง” สายฟ้า หันหน้าจ้องลูกชาย เสียงดังใส่ลูกชายทันที เพราะพระพรายคงไม่ทำอะไรให้วายุโกรธได้
“ผมไม่ได้ทำอะไรเลย” วายุ รีบแก้ตัว
“แล้วพระพรายอยู่ไหน” สายฟ้าไม่ได้สนใจแล้วว่าวายุทำอะไร ตอนนี้เขาเป็ห่วงพระพรายมากกว่า
“คงจะอยู่บ้านป้ามะลินั่นแหละครับ แต่ผมไปเรียกแล้วก็ไม่ตอบ อยากให้พ่อโทรไปถามให้แน่ใจว่าพระพรายอยู่ไหน ผมเป็ห่วง” วายุ รีบอธิบายด้วยความรวดเร็ว
อรวรรณเดินมาพร้อมนที เธอไปชงกาแฟมาให้สามี วางกาแฟลง ได้ยินบทสนทนาของพ่อลูกพอดี นทีวางจานขนมกับผลไม้ลง มองหน้าวายุ เมื่อได้ยินแบบนั้น
วันนี้ เมียของนทีไม่ได้มาด้วย สายฟ้าผู้เป็พ่อให้นทีขับรถไปรับสายน้ำกับหลานชายตัวน้อย นทีจึงพาลูกชายกับลูกสาวสองคนของเขามาด้วย เพราะสายฟ้าคิดถึงหลานๆ
“วายุ ก็มีวันที่เมียหนีด้วยแหะ” นที แซวน้องชาย
“ไปทำอะไรน้อง” อรวรรณถามขึ้นมาอีกคน วายุถอนหายใจ
“ทำไมคิดว่าผมทำอะไร ผมไม่ได้ทำอะไร” วายุ แก้ตัวทันที
“ไม่ทำอะไร พระพรายจะหนีทำไม พระพรายไม่เคยโกรธใครด้วยซ้ำ” สายน้ำ พี่สาวพูดเสริมขึ้นมาอีก วายุถอนหายใจอีกรอบ
“พ่อโทรไปก่อนเถอะนะ” วายุไม่สนใจอธิบาย หันไปหาผู้เป็พ่อ ไม่อยากอธิบายเขาเป็ห่วงพระพราย
อรวรรณ รีบไปหยิบ โทรศัพท์ยื่นให้สามี เพราะเห็นวายุร้อนลน ซึ่งเธอก็เป็ห่วงพระพรายเหมือนกัน
ยังไม่ทันที่สายฟ้าจะได้กดโทรหาพระพราย เสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นในมือ เป็ชาตรี
“สวัสดีครับพี่” สายฟ้ารับสายทันที
“พรุ่งนี้ วายุ ว่างไหมพระพรายจะหย่าให้” ชาตรี พูดในสาย
“ห๊ะ” สายฟ้าใ
“ไม่ต้องใ ถึงหย่ากันพระพรายก็ไม่เอาเงิน 100 ล้าน พี่คุยกับพระพรายแล้ว ตอนนี้พระพรายไม่ได้เหมือนเด็กแล้ว คุยกับพี่รู้เื่เหมือนผู้ใหญ่คนหนึ่งเลยละ พระพรายอยากหย่าแล้วกลับมาอยู่บ้านตัวเอง แล้วจะขายข้าวแกงเหมือนเดิม บอกว่าคิดถึงแม่นะเลยอยากกลับมาอยู่บ้านตัวเอง คงคิดถึงแม่จริงๆเสียงเหมือนเพิ่งร้องไห้” ชาตรี อธิบายให้สายฟ้าเข้าใจในสาย
“พี่ครับ เดี๋ยวผมโทรกลับได้ไหมครับ ผมต้องถามวายุก่อนครับ” สายฟ้า ยังไม่รับปากอะไร เพราะเขายังไม่รู้สาเหตุของเื่นี้
“ได้ ว่างตอนไหนก็นัดมาแล้วกัน พระพรายโตแล้วดูแลตัวเองได้แล้ว พี่ว่าเป็แบบนี้ก็ดี ตอนนี้พี่ก็ไม่ห่วงพระพรายแล้ว ” ชาตรี บอกในสาย
“ครับพี่” สายฟ้ารีบรับปากคนในสาย
****ขอบคุณที่แวะมาอ่านเื่นี้จ้า****ฝากคอมเม้นให้ป้าด้วยจ้าที่รัก***