“อ๊าก.....!”
เสียงะโลั่นปลุกให้คนในห้องลุกขึ้นตื่น มองไปยังร่างหมาขนฟูสีน้ำตาล ที่ยังไม่พ้นบทลงโทธของเ้าหญิงเดมอส ร่างขนฟูกลิ้งไปมาอย่างทรมาน
“เกิดอะไร...”
ผ่าง... สองสาวหัวหน้าชั้นปีวิ่งกระหืดกระหอบผ่านประตูเชื่อมเข้ามา
“คาโล กางเขตอาคมที” เฟลิโอน่าสั่งอย่างรีบร้อน คาโลรีบร่ายมนต์กั้นเสียงก่อนที่จะปลุกทุกคนให้ลุกขึ้นมากกว่านี้ เฟลิโอน่าร่ายมนต์แก้ให้ร่างบนเตียงกลับกลายเป็ชายหนุ่มในชุดนอนสีดำที่เธอร่ายสำทับอย่างรวดเร็ว
ชายหนุ่มดิ้นทุรนทุรายอย่างเ็ป มือหนากุมหน้าอกอย่างเ็ป เหงื่อไหลโทรมกายราวสายน้ำ ริมฝีปากซีดเซียวส่งเสียงร้องอย่างเ็ปไม่หยุด ใบหน้าคมคายซีดราวกับกระดาษ
“อึ้ก...” เืข้น ๆ ทะลักทางมุมปาก
“เฟริน เฟร” เสียงหวานเพียรปลุกคนบนเตียง คาโลมองน้องสาวฝาแฝดที่สาละวนกับการเขย่าเรียกร่างที่นอนดิ้นทุรนทุราย พอหันไปมองหญิงสาวอีกคนที่ยืนมองชายหนุ่มอย่างสงบ ใบหน้าหวานเคร่งเครียดไปขนัด
รัตติกาลต้องเ็ปเมื่อพบเจอพระจันทร์ที่สาดแสงเต็มดวง เ้าชาย
เสียงหวานก้องในหัว ทันเท่าความคิดร่างสูงโปร่งแบบนักรบเปิดม่านที่ระเบียงออกกว้าง
พระจันทร์เต็มดวง...
แสงจันทร์สาดผ่านกระจกทอดยังร่างหนาที่ยังคงนอนไร้สติแต่ทรมานราวคนใกล้ตาย เฟลิโอน่าก้าวเท้าเข้าไปใกล้ร่างพี่ชายที่ดิ้นทุรนทุรายอย่างเป็ห่วง
มือบางเทน้ำสีฟ้าใสลงบนผ้าผืนเล็ก ๆ ก่อนตั้งลงบนหน้าผากกว้างของพี่ชาย ร่างหนาค่อย ๆ สงบลงแต่ยังคงดูเ็ปอยู่
คาลิน่าเงยหน้ามองเพื่อนสาวราวกับ้าถามอะไรบางอย่าง แต่ก็ต้องชะงักหยุดเมื่อเห็นสีหน้าเ็ปของเพื่อนสาว ร่างบางค่อย ๆ เช็ดหน้าให้พี่ชายอย่างอ่อนโยน
เธอรู้ดี รู้ดีกว่าใคร ว่าพี่ชายเธอต้องทรมานขนาดไหน ไม่ใช่ว่า เธอไม่เ็ป แต่เธอต้องยอมรับในเมื่อพี่ชายของเธอเลือกที่จะเ็ปแทนเธอที่เป็น้องสาว
เฟลิโอน่าค่อย ๆ เช็ดตัวให้ร่างหนาที่เริ่มสงบลงมากแล้ว จากที่ดิ้นทุรนทุรายกลายเป็เพียงนอนนิ่งอย่างสงบ
“เกิดอะไรขึ้น” เสียงเย็น ๆ เอ่ยถาม คำถามมากมายพุดขึ้นมาในหัว แต่ยากจะหาคำตอบ
“โรคประจำตัวเฟรินน่ะ เขาจะเป็ทุกครั้งที่พระจันทร์เต็มดวง อาการจะทรมานแทบขาดใจ แต่ดูจะอาการหนักกว่าทุกที” เฟลิโอน่าเอ่ยอย่างเ็ป เธอไม่อาจช่วยพี่ชายเธอได้ นอกจากช่วยปรุงยาลดอาการเท่านั้น
“ต้องทำอย่างไงหรอ เฟลิโอน่า” คาลิน่าเอ่ยอย่างเป็ห่วง เธอร้อนรนพอ ๆ กับทุกคน และพอเข้าใจแล้วว่าทำไมชายหนุ่มถึงไม่ดูดาวในวันที่พระจันทร์เต็มดวง
“ส่วนใหญ่ จะเพียงแค่ปรุงยาบรรเทาให้แก่เฟริน เพราะเราขาดส่วนผสมหลักไป”
“ส่วนผสมหลัก กษัตริย์ยา” คิลเอ่ยถาม เฟลิโอน่าพยักหน้า
“พูดว่ากษัตริย์ยาไม่ได้คิล เพราะมันคือ...” เธอเว้น่มองเพื่อนสาวที่นั่งมองพี่ชายเธอห่าง ๆ อย่างเป็ห่วง “จุมพิตจากเ้าหญิงคาโนวาล”
ั์ตาสีฟ้าสองคู่เบิกกว้างอย่างใ ส่วนคิลคิ้วขมวด
จุมพิตเ้าหญิงคาโนวาล... สามารถรักษาอาการาเ็และเรียกพลังกลับคืน
“แล้วตัวยาอย่างอื่น” คาโลเปลี่ยนเื่เพราะไม่อยากพูดเื่จุมพิตของน้องสาวเขามากนัก แม้รู้ว่า เฟรินเป็เพื่อน แต่มันก็ยอมรับยากอยู่ดี
“เืฉัน และเวทย์แก้คำสาป” เฟลิโอน่าเอ่ยอย่างหนักใจก่อนจะหันไปทางเพื่อนสาว “คาลิน่า เธอจะช่วยรึป่าวล่ะ”
คาลิน่าคิดหนักหันไปทางพี่ชายที่ยืนอย่างสงบและพยักหน้าอย่างเข้าใจให้เธอ
“อือ ฉันจะช่วย” สิ้นคำเฟลิโอน่าพยักหน้านิด ๆ ก่อนจะเรียกดาบมากรีดเืจากนิ้วมือบางให้ไหลลงร่างหัวขโมยที่นอนบนเตียง เวทย์บางอย่างที่ทุกคนไม่รู้จักถูกร่ายออกมาไม่ขาดสาย คาโลลากเก้าอี้ไปนั่งข้าง ๆ หญิงสาวผู้รักษาก่อนจะถ่ายพลังเวทย์ส่วนหนึ่งส่งไปให้ เฟลิโอน่าไม่ได้ว่าอะไรเพราะมั่วแต่ร่ายเวทย์รักษาร่างหนาที่เริ่มดิ้นทุรนทุรายอีกครั้ง
“ไม่ได้การแล้ว เฟรินตัวร้อนอย่างกะไฟ” คิลเอ่ยสำทับ คาลิน่าแสดงสีหน้าเป็ห่วง คว้ามือหนามากุมก่อนมองไปทางเพื่อนสาวที่พยักหน้าเบา ๆ
“คิลไปเอาผ้าขนหนู กับน้ำเปล่ามากะละมังน่ะ” สิ้นคำสั่งคิลก็รีบวิ่งไปหาของที่หญิงสาว้าทันที
ดวงตาสีน้ำตาลเริ่มพร่าเลือนจากการเสียเืมาก ปากรูปกระจับยังคงท่องมนต์ไปอย่างไม่ขาดสาย ร่างบางยังคงสง่าไม่มีทีท่าว่าจะเหนื่อยหรือหมดแรงแม้แต่น้อย เธอพยักหน้าให้เพื่อนสาวที่เช็ดตัวให้ชายหนุ่มเป็บางครั้ง
ใบหน้าหวานของเ้าหญิงคาโนวาลดูหนักใจ ก่อนจะโน้มเข้าไปหาร่างสูง แล้วริมฝีปากนวลก็ค่อย ๆ โน้มลงกับริมฝีปากหนา จากจุมพิตธรรมดากลายเป็เร่งเร่าอย่างอ่อนหวาน
คาโลเบื้อนหน้าออกจากภาพน้องสาวตรงหน้าอย่างทำใจยอมรับไม่ได้ ก่อนจะต้องรีบคว้าหญิงสาวอีกคนก่อนจะล้มหัวฟาดพื้น
..............................................................