14 2-2
ตอนที่27 กู่หวานหวานถูกปล่อยตัว
เสียงปลายสายโทรศัพท์ดังขึ้น ใช่แล้ว เขาเองก็ได้ยินแต่ก็ต้องยืนฟังเสียงนั้นอยู่นาน เพราะปลายสายไม่ยอมรับเสียที เฉินหยุนถิงยังคงยืนนิ่งไร้ซึ่งปฏิกิริยาตอบรับใดๆ เหตุเพราะทราบเป็นอย่างดีว่า คนที่โทรมานั้นหาใช่ใครอื่น นอกเสียอีกนอกจากกู่กัวเฉิงที่กำลังวิ่งเต้นราวกับไก่ไร้หัว
นับตั้งแต่ที่เขาได้เห็นกับตาตัวเองในวันนั้นว่า ธาตุแท้ของกู่หวานหวานนั้นเป็นเช่นไร เบื้องลึกในใจของเขาก็รู้สึกรังเกียจผู้หญิงคนนี้ตลอดมา หวังเพียงชาตินี้ไม่ขอมีอะไรข้องเกี่ยวกับเธออีก
อย่างไรเสีย ยิ่งเขาทำเมินเฉยไม่รับสาย เสียงโทรศัพท์ก็ยิ่งดังขึ้นและดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเริ่มทำให้ทหารหลายนายในบริเวณนั้นที่ต้องใช้สมาธิในการทำเอกสารไม่พอใจ
เฉินหยุนถิงถอนหายใจเฮือกใหญ่ จากนั้นจึงค่อยยกหูรับสายโทรศัพท์
ทันทีที่รับสายเท่านั้น กู่กัวเฉิงก็แหกปากตะโกนกรอกหูเฉินหยุนถิงเป็นเชิงตำหนิแกมจับผิดเสียงดังลั่น
“กว่าจะรับสายได้ ทำไมนานเหลือเกินห๊ะ?! ทั้งที่ตอนนี้หวานหวานกำลังนอนอยู่ในคุกใกล้จะถูกตัดสินโทษแล้วแท้ๆ นี่แกไม่รู้สึกรู้สาอะไรบ้างเลยรึไง?!!”
เมื่อได้ฟังคำตำหนิติเตียนเช่นนั้นของกู่กัวเฉิง เฉินหยุนถิงก็เริ่มอารมณ์ขุ่นมัวเล็กน้อย แต่ภายนอกยังคงรักษาความสงบนิ่งไว้ได้หลายส่วน และตอบกลับไปอย่างเย็นชาว่า
“ผมไม่รู้หรอกนะครับว่าทำไมลุงกู่ถึงได้พูดจาหยาบคายกับผมแบบนี้ ถ้าทำลงไปเพราะกำลังร้อนใจเรื่องของลูกสาว ผมก็พอเข้าใจได้ แต่ยังไงก็ช่วยเก็บอารมณ์ด้วยด้วย ผมไม่ใช่ลูกไล่ใต้ศอกของคุณลุงนะครับ”
เฉินหยุนถิงเว้นจังหวะพักหายใจเล็กน้อย พร้อมกล่าวต่อว่า
“อีกอย่าง ไม่ใช่ว่าผมใจร้ายอยากจะเห็นกู่หวานหวานต้องทนทุกข์ทรมานแบบนี้หรอกนะครับ แต่ผมทำอะไรไม่ได้จริงๆ เสียใจด้วยนะครับที่ต้องพูดว่า เรื่องครั้งนี้ผมช่วยอะไรไม่ได้”
กู่กัวเฉิงโกรธจนปรอทแตกเมื่อได้ยินคำพูดที่เห็นแก่ตัวเช่นนี้จากปากเฉินหยุนถิง เขาไม่เชื่อหรอกว่า นายทหารตำแหน่งสูงอย่างเฉินหยุนถิงจะไม่มีปัญญาเอาตัวกู่หวานหวานออกมาจากคุกได้
“แน่ใจว่าช่วยไม่ได้จริงๆเหรอ? ไอ้ลูกเขยเนรคุณ! อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะ หวานหวานกับแกคบหากันมานานแล้ว เธอมอบความรักให้แกไปหมดทั้งใจ! แล้วนี่น่ะเหรอคือการตอบแทนที่ลูกสาวของฉันควรได้รับ?! เฉิงหยุนถิง แกอย่าไปฟังข่าวลือไร้สาระพวกนั้นเด็ดขาดเชียวนะ! แกอยู่กับหวานหวานมานานก็น่าจะรู้จักนิสัยใจคอของเธอดี คนอย่างหวานหวานจะแอบไปมีสัมพันธ์ชู้สาวกับไอ้พวกสวะในตลาดมืดนั่นได้ยังไง? ไม่มีทาง…”
ยังไม่ทันที่กู่กัวเฉิงจะได้พูดจบ แต่ความจริงทุกอย่างล้วนชัดแจ้งเป็นประจักษ์ดีอยู่แล้ว เฉินหยุนถิงขมวดคิ้วอย่างเหลืออดเต็มที
ใครจะรู้ดีไปกว่าเขาซึ่งอยู่ในเหตุการณ์จริงอีกล่ะ? ได้ยินกู่กัวเฉิงขุดเรื่องนี้ขึ้นมาพูดซ้ำๆ ก็เริ่มทำให้เขารู้สึกไม่พอใจมากขึ้นเรื่อยๆ
“คุณลุงกู่ ผมจะพูดเป็นครั้งสุดท้ายนะครับ เรื่องนี้ผมช่วยอะไรไม่ได้จริงๆ อย่าโทษกันเลยนะครับ แค่นี้ล่ะ”
พูดจบ เขาก็ตบหูโทรศัพท์กระแทกตึงตังวางสายไปด้วยความหงุดหงิดรำคาญใจ ปล่อยให้กู่กัวเฉิงเปล่งเสียงคำรามเป็นบ้าเป็นหลังอยู่ปลายสายคนเดียว
“โถ่โว้ย! ไม่มีใครพึ่งพาได้เลยสักคน! โถ่… หวานหวานผู้น่าสงสารของพ่อ…”
สิ้นคำพูด กู่กัวเฉิงก็ถอนหายใจยาวอย่างช่วยไม่ได้ พยายามกดหมายเลขโทรศัพท์เบอร์แล้วเบอร์เล่า หวังพึ่งพาเส้นสายความสัมพันธ์เพื่อขอความช่วยเหลือ และสุดท้ายก็ยังพอหลงเหลือแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์อยู่บ้าง ในที่สุดก็มีผู้หลักผู้ใหญ่บางท่านยินยอมให้การช่วยเหลือ
เขาสามารถพากู่หวานหวานออกมาจากคุกได้ในท้ายที่สุด
เวลานี้ กู่กัวเฉิงและหลัวจุนฮวาได้เดินทางไปที่ศูนย์กักกันตัวนักโทษ ทั้งคู่ยืนรอกู่หวานหวานที่จะถูกปล่อยตัวออกมาอยู่ด้านหน้าประตูใหญ่
ทันทีที่กู่หวานหวานออกมาและเห็นคนทั้งสองเฝ้ารอคอยอยู่ด้านนอกด้วยความห่วงใย เธอก็วิ่งกระโดดทิ้งตัวเข้าไปในอ้อมกอดของผู้เป็นแม่ด้วยความเศร้าโศกอย่างที่สุด จากนั้นก็เริ่มร้องไห้เสียงสั่นด้วยความระทมขมขื่นใจ โดยไม่สนใจเลยว่าที่ผ่านมานั้น พ่อแม่ของตนต้องลำบากมากมายเพียงใดกว่าจะทำให้เธอมีวันนี้ได้
“แม่คะ! ตอนนี้ชื่อเสียงของหนูป่นปี้ไม่เหลือชิ้นดีแล้ว! หนูจะใช้ชีวิตต่อจากนี้ยังไง?!”
กู่หวานหวานอาศัยความรักใคร่ห่วงใยอย่างไม่ลืมหูลืมตาของผู้เป็นแม่ พยายามเกลี้ยกล่อมโน้มน้าวให้เธอหาทางช่วย
แต่ใครจะคาดคิด คราวนี้หลัวจุนฮวาได้แต่ก้มหน้าหลบสายตาผู้เป็นลูกสาวด้วยความละอายใจ และเหลือบมองไปทางกู่กัวเฉิงอยู่เป็นระยะๆ ก่อนจะบอกกับกู่หวานหวานด้วยสีหน้าท่าทางลำบากใจอย่างที่สุด
“เอ่อ…พ่อกับแม่เองก็ช่วยอะไรไม่ได้มากกว่านี้แล้วเหมือนกัน หวานหวาน…อย่าต่อว่าพวกเราเลยนะ”
สิ้นเสียงพูดของหลัวจุนฮวาไม่ทันไร กู่หวานหวานก็แทบจะคาดเดาชีวิตในภายภาคหน้าของตนได้ในทันที เธอกวาดสายตามองพ่อแม่ที่ไร้ประโยชน์ของตัวเอง ก่อนจะปั้นสีหน้าเศร้าโศกและหลั่งน้ำตาอีกครั้ง
เธอทำใจเชื่อไม่ลงจริงๆว่า คนเป็นพ่อเป็นแม่จะไม่ห่วงอนาคตของลูกสาวตัวเองแบบนี้ กู่หวานหวานที่ใจสลายตัดสินใจวิ่งหนีเตลิดออกไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะไกลได้
ใช่แล้ว! เธอยังมีเฉินหยุนถิงอยู่อีกทั้งคน! ขอแค่โน้มน้าวเกลี้ยกล่อมให้อีกฝ่ายยอมแต่งงานกับเธอได้ ทุกอย่างก็จบ!
คิดได้เช่นนั้น กู่หวานหวานก็รีบวิ่งไปที่กองพันซึ่งเป็นสถานที่ทำงานของเฉินหยุนถิงทันที เมื่อเปิดประตูออกเผชิญหน้ากัน เธอก็โยนตัวเองเข้าไปในอ้อมแขนของฝ่ายชายอย่างไม่ลังเล
เฉินหยุนถิงขมวดคิ้วแน่น ภายในใจแทบอยากจะผลักไสเธอให้ไปพ้นๆ แต่ท้ายสุดกลับต้องระงับความรังเกียจเอาไว้ภายในใจ แสร้งทำเป็นกระชับกอดกู่หวานหวานไว้หลวมๆอย่างไม่เต็มใจเท่าไหร่
“มีอะไรรึเปล่าครับ? หวานหวาน ใครกันที่กล้ารังแกคุณ? ดีใจด้วยนะครับที่ได้ออกมาซะที ระหว่างที่อยู่ในนั้น มีใครกล้าตอแยข่มเหงคุณรึเปล่า? รู้มั้ยครับว่าตลอดเวลาที่คุณอยู่ข้างในนั้น ผมรู้สึกร้อนอกร้อนใจจนกินไม่ได้นอนไม่หลับขนาดไหน? ตัวผมเองก็พยายามอย่างสุดความสามารถแล้วเหมือนกัน ทั้งไหว้วานขอร้องทุกคนที่ช่วยได้ให้ช่วย สุดท้าย…เห็นคุณปลอดภัยดีแบบนี้ ผมเองก็มีความสุข”
ได้ฟังคำพูดคำอธิบายของเฉินหยุนถิง ดวงตาเปื้อนคาบน้ำตาของกู่หวานหวานก็พลันเบิกกว้างเป็นประกาย ภายในจิตใจเปี่ยมไปด้วยความซาบซึ้งอย่างที่สุด
“ไม่เลยค่ะ ตอนที่อยู่ข้างในนั้นไม่มีใครกล้ารังแกฉันเลยค่ะ หยุนถิง ขอบคุณมากที่ช่วยฉันออกมา!”