“ขอบคุณจ้ะเถ้าแก่ซ้ง”
กาละลองรับเงินค่าจ้างจากเถ้าแก่ร้านก๋วยเตี๋ยวที่เธอแอบไปรับจ้างทำความสะอาดร้านให้หลังสอบเสร็จ อีกอาทิตย์เดียวก็จะปิดเทอมใหญ่แล้วและปีนี้กาสะสองก็จะจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่6เสียที
นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมเธอถึงต้องขยันหาเงินตัวเป็เกลียว หญิงสาวอยากหาเงินไว้ใช้ตอนได้เข้ามหาวิทยาลัยนั่นเอง....หากมีโอกาส
“วันหลังลื้อก็มาช่วยเมียอั้วเสิร์ฟก๋วยเตี๋ยวด้วยสิ แล้วอั้วจะให้ค่าจ้างลื้อเพิ่ม” เถ้าแก่ซ้งบอกกับเธอเพราะตอนนี้เมียของเถ้าแก่กำลังท้องแก่เดินเหินไม่สะดวกนั่นเอง”
“หนูก็อยากทำทั้งหมดนั่นแหละจ้ะ แต่เวลามันไม่พอจริงๆ” เธอขอโทษเถ้าแก่ซ้ง โชคดีที่คนในระแวกนี้เอ็นดูเธอเพราะเห็นหญิงสาวมาั้แ่เด็ก
“ตายแล้ว!” แล้วจู่ๆหญิงสาวก็อุทานขึ้น
“หนูต้องรีบกลับแล้วล่ะจ้ะ เดี๋ยวคุณนายกับคุณหนูหยดน้ำจะถามหาเอา” เธอบอกกับเถ้าแก่ซ้งอย่างร้อนใจ.
“ขอบคุณมากนะจ๊ะเถ้าแก่”
กาสะลองยกมือไหว้ลาเถ้าแก่ซ้งแล้วรีบวิ่งไปขึ้นรถโดยสารทันทีเพราะมันเป็เวลาที่เธอจะต้องกลับจากโรงเรียนแล้ว.
“เออๆ วิ่งดูทางดีๆล่ะ” เถ้าแก่ซ้งพยักหน้าให้เธอพลางส่ายหัว .
“ชีวิตของลื้อนี่น่าเวทนาจริงๆนะอากาสะลอง”
.
.
.
@ปางไม้เทิดเกียรติชัย.
“ลูกหยดของแม่”
คุณนายแสงหล้าอ้าแขนรับลูกสาวสุดดวงใจหัวแก้วหัวแหวนของนางด้วยใบหน้าที่เบิกบานเมื่อหยดมณีที่ย้ายไปเรียนต่อชั้นมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ กลับมาลำปางพร้อมกับแฟนหนุ่มของหล่อนที่เป็ถึงเ้าของไร่ชาที่อยู่ติดรั้วข้างๆ
“หยดคิดถึงคุณแม่จังเลยค่ะ” หยดมณีเอ่ยขึ้น
“แล้วคุณพ่อล่ะคะ?” หล่อนถามหาผู้เป็พ่อเพราะไม่เห็นอยู่ต้อนรับคนด้วยกัน.
“โอ้ย รายนั้นน่ะเข้าโรงไม้ไปั้แ่บ่ายล่ะยังไม่กลับมาเลย” นางบอกลูกสาวอย่างปลงๆกับสามี .
“แล้วคุณปัณณธรล่ะ?” นางถามหาแฟนหนุ่มของลูกสาวเพราะไม่เห็นมาด้วยกัน
“อ๋อ พี่ปัณรีบไปทำธุระที่ไร่ก่อนน่ะค่ะ”
“แต่พี่ปัณฝากขอโทษคุณพ่อคุณแม่ด้วยนะคะที่ไม่ได้แวะมาสวัสดีก่อน แต่เดี๋ยวตอนเย็นจะเข้ามามาทานข้าวที่นี่ค่ะ” หยดมณีบอกแม่ตามที่แฟนหนุ่มของหล่อนฝากบอกมา.
“อ้อ งั้นไปเป็ไรหรอก ไร่อยู่ติดกันแค่นี้เอง”
คุณนายแสงหล้าพยักหน้าเข้าใจพลางนึกถึงว่าพี่ลูกเขยสุดเพอร์เฟ็คของนาง หยดมณีโชคดีจริงๆที่ได้เจอกับผู้ชายคนนี้เพราะนางทราบมาว่าปัณณธรน่ะรวยมาก ทางบ้านมีธุรกิจหลายอย่างและไร่ชาอัสดงก็เป็สมบัติเพียงส่วนหนึ่งของพวกเขาเท่านั้น.
“แล้วนังกาสะลองล่ะคะแม่ มันหายหัวไปไหน” หยดมณีถามหาเด็กสาวที่หล่อนจิกหัวใช้มาั้แ่เด็ก.
“ยังไม่กลับจากโรงเรียนล่ะมั้ง เห็นนังจันทร์บอกว่า่นี้มันสอบน่ะ” นางบอกลูกสาว
“งั้นปีนี้มันก็จะจบ ม.6แล้วสิคะ” หยดมณีครุ่นคิด.
“มันก็เป็แค่คนใช้ คุณพ่อไม่เห็นต้องส่งเสียมันให้เรียนถึงขนาดนี้เลย” พูดถึงเื่นี้หยดมณีก็หงุดหงิดทุกครั้งไป.
“มันไม่ใช่ลูกคุณพ่อสักหน่อย!”
“เดี๋ยวก็ใจแตกท้องไม่มีพ่อเหมือนนังฟองคำแม่ของมันอีกคนหรอก!”
แต่ในระหว่างที่หยดมณีกำลังบ่นอยู่นั้นสายตาของหล่อนก็เหลือบไปเห็นกาสะลองที่รีบเร่งฝีเท้าเข้ามาในบ้านเพื่อช่วยยายจันทร์เตรียมอาหารเย็นให้พวกคุณๆ ในบ้านพอด.ี
“คุณหนูหยดน้ำ!”
เท้าของกาสะลองต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นหยดมณียืนอยู่หน้าบ้านกับคุณนายแสงหน้า แล้วสาวน้อยก็ค่อยๆ ถอยหลังเพื่อเข้าทางหลังบ้าน แต่ทว่า....
“นังกาสะลอง!” เสียงเรียกของหยดมณีดังขึ้น สุดท้ายเธอก็หนีหล่อนไม่พ้นอีกแล้ว
“มานี่ซิ” หล่อนเรียกเธอ กาสะลองจึงจำใจเดินไปหาหยดมณีตามคำสั่ง.
"ค่ะคุณหนู"
หญิงสาวเดินก้มหน้าเข้ามาผาหล่อนอย่างกล้าๆกลัวๆ เพราะทุกครั้งที่หยดมณีกลับมา หล่อนจะต้องหาเื่เล่นงานเธออยู่ร่ำไป.
"คุณหนูมีอะไรให้ฉันรับใช้หรอคะ" เธอถามหล่อน
"นี่ไง" แล้วมธุรสก็สะบัดรองเท้าใส่ตัวเธอ
"เอารองเท้าฉันไปเช็ดทำความสะอาดให้หน่อยสิ"
หล่อนพูดขึ้นพลางมองเด็กสาวตรงหน้าอย่างนึกสมเพช ในขณะที่คุณนายแสงหล้ายืนมองอยู่อย่างนึกสมเพชไม่ต่างจากลูกสาว.
"เข้าบ้านเถอะลูกหยด"
คุณนายแสงหล้าโอบไหล่หยดมณีพลางยกยอการกระทำของลูกสาวที่ทำต่อกาสะลองเมื่อสักครู่
ในขณะที่กาสะลองค่อยๆ ก้มลงเก็บรองเท้าส้นสูงของหยดมณีที่สะบัดขึ้นมาบนหัวเธอเมื่อสักครู่อย่างยอมรับในชะตากรรมของตัวเอง .
แม้จะไม่พอใจต่อการกระทำของแม่ลูกคู่นี้ที่ทำเหมือนเธอไม่ใช่ลูกอยู่เสมอมา แต่หญิงสาวก็ต้องข่มใจก้มหน้ารับกรรมต่อไปเพียงเพราะคำว่าคนใช้ที่สลักไว้บนหัวและหากทำอะไรที่เป็การต่อต้านพวกเขาไปเธอก็คงไม่มีที่ให้ซุกหัวนอนอีกแล้ว
ยายจันทร์คนใช้เก่าแก่ที่ช่วยเลี้ยงดูเธอต่อจากแม่ที่เสียไปอย่างไม่มีวันกลับได้แต่พร่ำบอกเธอให้อดทนและยอมรับกับชะตากรรมของตัวเอง ที่พวกเขาเมตตาให้เธอได้เรียนหนังสือมันก็คงเป็บุญหัวสำหรับพวกขี้ข้าอย่างเธอแล้วล่ะ....
พอนึกถึงแม่หญิงสาวก็ทำได้เพียงเศร้าใจเพราะความคิดถึง แม่ของเธอก็เป็ลูกคนงานในบ้านที่พ่อของคุณนายแสงหล้าเก็บมาชุบเลี้ยงเพราะพ่อแม่เสียชีวิตหมดแล้ว ไม่ได้มีญาติที่ไหนจึงไม่แปลกที่กาสะลองจะไม่มีที่ไปและอดทนให้สองแม่ลูกจิกหัวใช้อย่างกับไม่ใช่คนแบบนี้....
"เอ๊ะ! นั่นรองเท้าใครน่ะกาสะลอง"
เสียงของมาริสาที่เพิ่งกลับมาจากติวสอบเข้ามหาวิทยาลัยถามขึ้นพลางมองรองเท้าส้นสูงที่กาสะลองกำลังซักทำความสะอาดอยู่ด้วยความสงสัย.
"แต่เดี๋ยวนะ รองเท้าเปรี้ยวจี๊ดขนาดนี้หรือว่าจะเป็....พี่หยดงั้นหรอ?" มาริสาคาดเดาเพราะทั้งปางไม้ก็คงมีแค่ญาติผู้พี่ของตนเท่านั้นแหละที่มีรสนิยมแบบนี้ .
"ค่ะ" กาสะลองพยักหน้าพลางก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป.
"แล้วทำไมเสื้อผ้าของตัวถึงมีแต่รอยรองเท้าเลอะเทอะไปหมดแบบนี้ล่ะ?" มาริสามองชุดนักเรียนสีขาวของกาสะลองที่มีเศษดินเป็รอยรองเท้าติดอยู่
"ฝีมือพี่หยดอีกแล้วใช่มั้ย"
...........................