PAEPA LAI 3 : การรุกรานของ BIRD ROCK
ณห้องแถวคู่แห่งหนึ่งที่เต็มไปด้วยแสงไฟสลัวเสียงดนตรีดังสนั่นบรรยากาศคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นเหล้าและควันกัญชา แป๊ะปาไลยก์และพรรคพวกชาวแก๊งนั่งล้อมรอบโต๊ะไม้เก่าๆที่เต็มไปด้วยขวดเหล้าเปล่าและแก้วที่พร่องไปครึ่งหนึ่ง สาวๆเซ็กซี่ในชุดน้อยชิ้นกำลังเต้นยั่วเย้ากันอยู่รอบๆเสียงหัวเราะและการพูดคุยดังขึ้นอย่างไม่มีใครใส่ใจอะไรในโลกนอกที่นี้
แป๊ะปาไลยก์พิงพนักโซฟาผ่อนคลายอย่างเต็มที่ในขณะที่สูดกัญชาเข้าไปลึกๆ ก่อนจะปล่อยควันลอยอ้อยอิ่งออกมาในอากาศดวงตาของเขาแดงกร่ำ หัวเราะเบาๆ กับสิ่งที่มอสพูดขึ้นข้างๆ เขา"ชีวิตแม่งโคตรดีเลยว่ะ" เขากระซิบกับตัวเองเบาๆในขณะที่มองดูผู้หญิงที่กำลังเต้นอยู่ตรงหน้ารู้สึกถึงความสุขชั่วคราวที่แทรกซึมเข้ามาในทุกัั
เสียงเพลงดังขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไปแป๊ะปาไลยก์ดูดกัญชาอีกครั้ง สูดลมหายใจเข้าอย่างเต็มที่รู้สึกถึงความเบาหวิวในร่างกาย และความผ่อนคลายที่ไหลเข้ามาในทุกเส้นเืสายตาเขามองไปที่ผู้หญิงที่เต้นอยู่ตรงหน้า จังหวะของเพลงที่เต้นรัวในหัวใจและความรู้สึกของการอยู่ในโลกที่ไม่มีอะไรสำคัญนอกจากตอนนี้
นายดื่มลีนเข้าไปเต็มแก้วก่อนจะเอนหลังพิงโซฟาด้วยความสบายใจเขายิ้มพลางพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความพอใจ "ไม่มีแก๊งศัตรูไม่มีคู่อริ ไม่มีใครหยุดพวกเราได้"
แป๊ะปาไลยก์ได้ยินดังนั้นก็หัวเราะเบาๆก่อนจะหยิบแก้วเหล้าของตัวเองขึ้น ชูขึ้นเหนือหัวดวงตาที่แดงกร่ำของเขาสะท้อนแสงไฟสลัวๆ ในห้อง "เมืองนี้เป็ของเรา"เขาประกาศอย่างหนักแน่น เสียงหัวเราะและเสียงเชียร์ของสมาชิกแก๊งก็ดังตามมาเสียงดนตรีเร่งขึ้นอีกครั้งเสียงเพลงและความเฮฮากลบทุกความกังวลของพวกเขาไว้ในคืนนี้
มอสวางแก้วเหล้าลงบนโต๊ะก่อนจะเอนตัวเข้ามาใกล้แป๊ะและนายด้วยสีหน้าที่จริงจัง "อย่าประมาทไป่นี้ชาวเมืองเริ่มมีกระแสต่อต้านพวกเรานะ ั้แ่มีกระแสการปฏิวัตินั้น"เขาพูดเสียงต่ำ แฝงไปด้วยความกังวล
นายที่นั่งผ่อนคลายอยู่ไม่ได้แสดงความกังวลเลยแม้แต่น้อยเขายกแก้วลีนขึ้นดื่มอีกครั้งก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่สบายๆ "ผ่อนคลายน่าพวกเราไม่ได้ไปก่อกวนอะไรพวกชาวบ้านสักหน่อยแก๊งพวกนั้นเราก็ช่วยกำจัดให้พวกเขาแล้ว"
แป๊ะที่เริ่มมึนจากกัญชาที่ดูดไปหัวเราะเบาๆ แล้วพยักหน้าเห็นด้วย "ช่ายยย"
มอสยิ่งรู้สึกไม่สบายใจเมื่อได้ยินคำตอบแบบนั้นเขาพูดต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่นขึ้น "พวกชาวบ้านเข้าไม่รู้หรอกพวกเขาคิดแค่ว่าพวกแก๊งอย่างเรามันก็เลวเหมือนๆ กันหมด"
แป๊ะปาไลยก์เอนตัวพิงโซฟาอีกครั้งสูบกัญชาเข้าไปอีกคำหนึ่งก่อนจะพ่นควันออกมา "ให้เวลาพวกเขาหน่อยเดี๋ยวพวกเขาก็เห็นเอง ว่าพวกเราไม่เหมือนพวกฮาคิหรือแก๊งอื่นๆ"
มอสส่ายหัวอย่างไม่เห็นด้วยเขายังมีสีหน้ากังวลอย่างชัดเจน "ฉันยังคงสบายใจไม่ได้หรอกได้ยินมาว่าพวกเขารวมตัวกันต่อต้านพวกเรา โดยใช้ชื่อว่า กลุ่มปฏิวัติ BIRDROCK"
หลังจากที่บรรยากาศตึงเครียดแทรกเข้ามาชั่วครู่แป๊ะปาไลยก์ก็ดูดกัญชาเข้าไปลึกๆ แล้วปล่อยควันออกมา ก่อนจะหัวเราะเสียงดัง“โว้ยยย พวกเราจะมานั่งคิดเื่เครียดๆ แบบนี้ไม่ได้หรอกพวกเราอยู่ที่นี่เพื่อสนุกกันนะโว้ย”
นายได้ยินแบบนั้นก็หัวเราะตามยกแก้วลีนขึ้นอีกครั้ง “ใช่แล้วพี่ จะเครียดทำไม มอสแกก็แค่คิดมากเกินไปพวกเรายังมีชีวิตยาวไปอีกเป็ชาติ ฮ่าๆๆๆ!”
มอสยิ้มอย่างแหยๆแต่ก็ยกแก้วขึ้นมาจิบอีกครั้ง “เออๆ ก็ได้วะ คืนนี้ขอสนุกก่อนแล้วกันพรุ่งนี้ค่อยว่ากัน”
ขณะที่ทุกคนกำลังดื่มและหัวเราะกันอย่างสนุกสนานสาวๆ เซ็กซี่ที่เต้นอยู่ก็เริ่มเข้าไปใกล้ๆ พวกเขา แป๊ะยิ้มกว้างโบกมือเรียกสาวคนหนึ่งมานั่งข้างๆ “เฮ้ย น้องนั่งนี่เลย มาเต้นข้างๆ พี่หน่อย!พี่อยากดูใกล้ๆ ฮ่าๆๆ”
นายแอบแหย่มอส "นี่ๆดูท่าแป๊ะจะอารมณ์ดีมากเลยนะคืนนี้ เดี๋ยวจะหมดแรงก่อนพวกเราแล้วมั้ง ฮ่าๆๆ"
มอสหัวเราะพลางส่ายหัว"แกนี่มันแสบตลอดว่ะนาย ระวังหน่อย เดี๋ยวแป๊ะได้เอาแกไปล้อบ้าง"
เสียงหัวเราะและการพูดคุยยังคงดำเนินไปพร้อมกับเสียงดนตรีเสียงชนแก้วและเสียงหัวเราะดังไปทั่ว ความตึงเครียดหายไปชั่วครู่ทุกคนในแก๊งปล่อยตัวผ่อนคลายกับบรรยากาศปาร์ตี้ที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานแบบชาวแก๊งเต็มที่...
ณ บ้านโทรมๆหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่ในมุมมืดของเมืองไชยาบรรยากาศเต็มไปด้วยความอึดอัดและความลึกลับเงาของชายหนุ่มในเสื้อฮูดสีน้ำเงินค่อยๆ เคลื่อนไหวเข้ามาใกล้ ชายคนนั้นคือ PALMER46สวมหน้ากากที่มีไฟ LED แต่ยังไม่ได้เปิดใช้งาน เขาเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าชายอีกคนหนึ่งซึ่งนั่งรออยู่ในเงามืด เขาคือ BIRD ROCK ผู้นำของกลุ่มก่อการร้ายที่กำลังวางแผนการปฏิวัติ
BIRD ROCK มองขึ้นมาพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เ็า"แกล้มเหลวนะ กับงานที่ฉันมอบให้"
PALMER46 ขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนตอบกลับอย่างไม่พอใจ"ก็มีไอบ้าที่อยากเล่นเป็ฮีโร่มาขวางฉันไว้ ฉันเกือบเอาตัวไม่รอดเลยนะ"
BIRD ROCK ยกคิ้วขึ้นเล็กน้อย"แล้วมันจะมาขวางฉันไหม"
PALMER46 ยิ้มเยาะเบาๆ ก่อนตอบ"ไม่หรอก ไอ PEETORDER นั้น ฉันรู้มาว่ามันกลับไปที่กรุงเทพแล้ว"
BIRD ROCK พยักหน้าเบาๆ พลางถอนหายใจ"มันไปแล้วแบบนั้นก็ดี"
PALMER46 มองตรงไปยัง BIRD ROCKด้วยความมุ่งมั่น "ต่อให้มันยังอยู่รอบนี้ฉันไม่ออมมือให้มันแน่"
BIRD ROCK นิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความลึกลับ"ฉันมีเป้าหมายต่อไป"
PALMER46 ยืนพิงกำแพงอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “เป้าหมายต่อไป คืออะไรละ”
BIRD ROCK ตอบกลับอย่างไม่ลังเล"พวกแก๊งขยะสังคม... พวกแก๊งปาลิไลยก์"
PALMER46 ขมวดคิ้วเล็กน้อย"น่าสนใจดีนะ แต่ฉันว่าแก๊งปาลิไลยก์ที่มีหัวหน้าชื่อฟิว ฉายาแป๊ะปาไลยก์ก็ไม่ใช่แก๊งที่เลวร้ายหรอกนะ"
BIRD ROCK จ้องมองเขาด้วยความไม่พอใจน้ำเสียงเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม "พวกแก๊งก็คือพวกแก๊งขยะสังคมเหมือนกันหมดนั้นแหละ ทำตัวเป็อันธพาล ติดสินบนตำรวจไม่มีใครดีหรอก"
PALMER46 ยังคงยืนกอดอกอย่างใจเย็น"ฉันใช้ชีวิตเร่ร่อนในเมืองนี้มานาน เชื่อฉันสิพวกแก๊งปาลิไลยก์ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่นายคิดหรอก"
สายตาของ BIRD ROCK แข็งกร้าวขึ้น เขาพูดด้วยความโกรธแค้นที่ลึกซึ้ง"แม่ของฉันต้องมาตายเพราะการทะเลาะวิวาทของแก๊งปาลิไลยก์กับแก๊งฮาคิเพราะพวกอันธพาลพวกนั้น ฉันไม่สนหรอกว่านายจะคิดยังไงเป้าหมายของฉันคือสร้างโลกที่สงบสุข โลกที่ทุกคนจะได้มีชีวิตที่ดี ไร้การกดขี่ไร้ชนชั้น ไร้พวกขยะอย่างพวกแก๊ง"
PALMER46 ถอนหายใจเบาๆ"จะยังไงก็ตามใจแกก็แล้วกัน แต่ฉันไม่ไปฆ่าพวกมันหรอกเขาไม่ถือว่าเป็พวกที่สมควรตายสำหรับฉัน"
BIRD ROCK ยืนจ้อง PALMER46 อย่างเงียบๆ แต่ด้วยความแน่วแน่ "ไม่ แกต้องทำ"
PALMER46 ยิ้มเยาะพลางตอบกลับ"แกไม่ได้อยู่ในจุดที่สั่งฉันได้หรอกนะที่ฉันช่วยแกเพราะเราอุดมการณ์คล้ายกัน อย่าคิดว่าแกจะคุมฉันได้"
BIRD ROCK ยังคงยืนอยู่กับที่แต่น้ำเสียงเริ่มแข็งกร้าวขึ้น "ภารกิจครั้งที่แล้วแกก็ล้มเหลวครั้งนี้แกต้องช่วยฉันสิ"
PALMER46 ถอนหายใจเบาๆก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "อะไรที่ฉันอยากช่วย ฉันก็จะช่วย แต่ถ้าไม่ฉันก็จะไม่ทำ"
BIRD ROCK หรี่ตาลงครุ่นคิด"งั้นเหรอ ฉันจะลองเชื่อแกก็ได้ว่าพวกแก๊งปาลิไลยก์ไม่ใช่พวกที่เลวร้ายแต่การปฏิวัติของฉันต้องใช้เงินทุนเพื่อสร้างกองทัพนะสิ"
PALMER46 หันมามองเขาอย่างเ็า"จะเอาค่าหัวฉันเหรอ? งั้นการปฏิวัติของแกคงจบลงแล้วล่ะ"
BIRD ROCK ส่ายหัวช้าๆ "ไม่ๆถึงแกจะมีค่าหัวถึง 30 ล้าน แต่แกก็คือพวกเดียวกับฉันฉันอยากให้แกไปเอาเงินมาจากพวกแก๊งปาลิไลยก์ สัก 10 ล้านเพื่อที่ฉันจะนำมาเป็ทุนสร้างกองทัพ"
PALMER46 ขมวดคิ้ว "นั่นพวกแก๊งนะไม่ใช่นักธุรกิจ พวกเขาจะเอาที่ไหนมาจ่ายแก"
BIRD ROCK ยิ้มมุมปาก"ถ้าพวกมันไม่จ่าย ใน 5 วันรอนึกภาพเหล่าชาวเมืองที่เบื่อแก๊งพวกนี้และพร้อมจะรวมตัวกันเพื่อบดขยี้พวกมันสิ"
PALMER46 จ้องมองเขาครู่หนึ่งก่อนจะตอบอย่างไม่เต็มใจ"จะอะไรก็เื่ของแก คืนพรุ่งนี้ฉันจะไปขอเงินจากพวกมันมาก็แล้วกัน"
การสนทนาสิ้นสุดลงแต่บรรยากาศยังคงเต็มไปด้วยความตึงเครียด PALMER46 ตัดสินใจอย่างไม่เต็มใจ ขณะที่ BIRD ROCK ยิ้มพอใจในแผนการที่กำลังดำเนินไป...
คืนวันถัดมา ณ ห้องแถวคู่บรรยากาศคึกคักสนุกสนานราวกับงานเทศกาลแก๊งปาลิไลยก์หลายร้อยคนกำลังปาร์ตี้กันอย่างเต็มที่เสียงหัวเราะและเสียงเพลงดังลั่นไปทั่วบริเวณ เหล้าไหลพรั่งพรู สาวๆเต้นอย่างมีเสน่ห์และเย้ายวน ทุกคนในงานต่างเพลิดเพลินกับความสำเร็จและอำนาจที่พวกเขาได้
แป๊ะปาไลยก์ยืนอยู่ตรงกลางชูแก้วเหล้าขึ้นพร้อมกับหัวเราะ "สนุกให้เต็มที่ทุกคน" เขาประกาศก้อง
นายยกแก้วขึ้นด้วยสีหน้าสบายๆพลางะโถาม "มีใครพกของดีมาบ้างวะ"
มอสไม่รอช้า เรียกสาวๆให้เข้ามาหาเขาด้วยเสียงหัวเราะ "สาวๆ มาทางนี้หน่อย"
แต่ทันใดนั้นเสียงะเิดังสนั่นจากหม้อไฟที่เสาไฟฟ้าในบริเวณใกล้เคียงแสงไฟที่เคยสว่างไสวดับลงทันที ความมืดเข้าครอบคลุมพื้นที่ปาร์ตี้ที่เคยร่าเริงเงียบลงในชั่วพริบตามีเพียงแสงไฟสลัวสีน้ำเงินจากหน้ากากที่ปรากฏขึ้นจากที่ไกลๆเงาของชายในเสื้อฮูดสีน้ำเงินเดินเข้ามาอย่างช้าๆแสงจากหน้ากากของเขาสะท้อนแสงวิบวับในความมืด
มอสตาเบิกกว้าง "นั่น... PALMER46นี่"
แป๊ะปาไลยก์จ้องมองไปข้างหน้าร่างกายของเขานิ่งงันก่อนจะพูดออกมาอย่างเคร่งขรึม "ฆาตกรค่าหัว 30ล้าน กำลังมาหาพวกเรา"
นายหัวเราะเยาะเบาๆ "จะไปกลัวอะไรเรามีกันตั้งหลายร้อยนะ"ขณะที่ PALMER46 เดินเข้ามา เสียงหัวเราะและความมั่นใจของชาวแก๊งค่อยๆเปลี่ยนเป็ความระแวดระวัง ชาวแก๊งหลายคนชักมีดและปืนออกมาเสียงใส่ะุดังขึ้นเป็จังหวะ ขณะที่พวกเขาล้อมมาทาง PALMER46 ราวกับเตรียมตัวรับมือกับพายุที่กำลังมาถึง
PALMER46 เดินอย่างสงบนิ่งผ่านกลุ่มคนที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและความกลัวแต่ไม่มีใครกล้าลงมือ ขณะที่เขาเข้าใกล้เรื่อยๆทุกย่างก้าวของเขาเหมือนทำให้บรรยากาศยิ่งหนาวเย็นมากขึ้นจนถึงขีดสุด
จนกระทั่ง PALMER46มาหยุดอยู่ตรงหน้าแป๊ะปาไลยก์สายตาของทุกคนในที่นั้นจับจ้องมาที่เขา บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความเงียบงันเสียงลมหายใจของผู้คนดังขึ้นอย่างชัดเจนราวกับว่าแม้กระทั่งสายลมก็กลัวที่จะเคลื่อนไหวท่ามกลางความกดดันที่ปกคลุม
นี่ไม่ใช่แค่การเผชิญหน้ากับPALMER46แต่เป็การเผชิญหน้ากับเงาแห่งความตายที่เดินทางมาพร้อมกับเขา...
PALMER46 ยืนอยู่ตรงหน้าแป๊ะปาไลยก์ด้วยท่าทีสบายๆ แต่เต็มไปด้วยอำนาจ"บอกลูกน้องแกเก็บอาวุธก่อนไหม ฉันไม่ได้มาฆ่าแกหรอก แค่อยากจะมาคุยนะ"
แป๊ะมองไปที่ลูกน้องของเขาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม"ทุกคน เก็บอาวุธก่อน"
ถึงแม้ว่าลูกน้องจะลดอาวุธลงแต่ความระแวงยังคงค้างอยู่ในบรรยากาศ ทุกคนยังคงจับตาดู PALMER46อย่างใกล้ชิด
แป๊ะถามด้วยน้ำเสียงหนักแน่น"แก้าอะไร"
PALMER46 ยักไหล่เบาๆ "พอดีฉันเป็ตัวแทนของ BIRD ROCK นะ"
มอสเบิกตากว้าง"BIRDROCK"
แป๊ะขมวดคิ้วและถามต่อ"เขา้าอะไร"
PALMER46 หยุดชั่วครู่ก่อนจะพูดออกมา "เงิน 10 ล้านภายใน 5 วัน"
แป๊ะหัวเราะเบาๆแต่ด้วยท่าทีที่ไม่พอใจ "แล้วทำไมพวกกูต้องให้วะ"
นายที่ยืนอยู่ข้างๆ แป๊ะชักปืนออกมาทันที "ถ้าไม่ให้แล้วจะทำไม"
PALMER46 มองนายอย่างไม่สะทกสะท้าน "ใจเย็นๆ น่าฉันเป็แค่คนที่มาส่งสารนะ"
นายจ้องเขาอย่างโกรธแค้น"ออกไปจากที่นี้ซะ ไอฆาตกร"
มอสรีบจับแขนของนายไว้พยายามดึงเขาให้สงบลง "มึงใจเย็นก่อนไอนาย อย่าเพิ่งลงมือ"
PALMER46 มองไปรอบๆ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเ็า "ถ้าไม่จ่ายก็ไม่มีอะไรมากหรอก... BIRD ROCK ก็แค่อาจจะปลุกระดมชาวเมืองมากำจัดพวกแก"
แป๊ะขมวดคิ้วและถามด้วยความไม่เข้าใจ"แล้วพวกฉันไปทำอะไรให้พวกเขาไม่พอใจ"
PALMER46 ยักไหล่เบาๆ "เื่นั้นมันเื่ของพวกแก ฉันแนะนำให้จ่ายๆ ไปเถอะถ้าเกิดยังอยากให้แก๊งปาลิไลยก์ของแกยังมีอยู่"
แป๊ะยิ้มเยาะแต่แฝงไปด้วยความไม่พอใจ "10 ล้าน กูจะเอาที่ไหนไปจ่ายมันวะ"
PALMER46 มองตรงไปที่แป๊ะด้วยสายตาเหยียดหยาม "จะเอาจากไหนมาก็เื่ของพวกนายการหาเงินด้วยวิธีสกปรกพวกแกถนัดอยู่แล้วนิ"
นายที่ยืนอยู่ข้างๆแป๊ะ มอง PALMER46 ด้วยความโกรธพลางชักปืนออกมาจ่อ"หรือเอาค่าหัวมึงให้มันดีวะ ยังเหลืออีก 20 ล้านด้วยใช่ไหม"
PALMER46 หัวเราะเบาๆ แต่ดวงตาแฝงไปด้วยความเ็า"อันนั้นฉันไม่แนะนำหรอกนะ"
บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความตึงเครียดแป๊ะและลูกน้องยังคงมอง PALMER46 อย่างไม่ไว้ใจขณะที่ PALMER46 ยืนอย่างสงบ รู้ดีว่าเขาถือไพ่เหนือกว่า...
มอสมองไปรอบๆก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังและเต็มไปด้วยอารมณ์"ผ่านมาแล้วหลายปีที่พวกเราอุตส่าห์ช่วยกันสร้างแก๊งนี้ขึ้นมาด้วยความยากลำบากเริ่มกันั้แ่แก๊งเล็กๆ เพียงสามคน แป๊ะปาไลยก์ นายน้อย ม้าขาวตอนนี้ไม่เหมือนตอนนั้นแล้ว พวกเราคือแก๊งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเมืองไชยาแห่งนี้และตอนนี้มีพวกที่ไม่รู้จักพวกเราดี ้าทำลายพวกเราพวกเราต่างเติบโตมาด้วยความยากลำบากเหมือนกัน แต่พวกเราทำมันได้สำเร็จพวกที่อ้างว่าเป็การปฏิวัติ ทั้งที่ไม่พยายามอะไร แล้วมาโทษพวกเรานี่มันยุติธรรมเหรอ"
PALMER46 ยืนฟังอย่างเ็า "ก็คนแบบพวกแกไม่ใช่เหรอที่ทำให้พวกเขาต้องเป็แบบนี้ ถ้ายังรักชีวิตอยู่ นำเงินให้ BIRD ROCK แล้วยุบแก๊งของแกทิ้งไปซะ"
นายที่ยืนอยู่ข้างๆดึงสไลด์ปืนเตรียมพร้อมจะยิง แต่แป๊ะปาไลยก์ตบไหล่นายห้ามไว้"หน๊อยแหน๊ะแก"
แป๊ะหันไปเผชิญหน้ากับPALMER46"ยุบแก๊งเหรอ มึงคิดว่าพวกกูคืออะไรกัน อย่ามาหยามกันนะ"
PALMER46 ยิ้มเยาะเล็กน้อย "แป๊ะปาไลยก์ คำพูดที่จะพูดต่อจากนี้ คิดให้ดีเพราะมันคือชะตากรรมของพวกแกหลังจากนี้"
แป๊ะมองไปที่นายที่อยู่ข้างๆนายพยักหน้าตอบรับ แป๊ะหันไปมองมอส มอสส่ายหน้าด้วยความไม่มั่นใจแล้วมองไปที่ลูกน้องรอบๆพวกเขาทุกคนพยักหน้าอย่างหนักแน่นกับสิ่งที่พวกเขาอุตส่าห์สร้างมากับมือ
แป๊ะหันกลับมาจ้องหน้าPALMER46"พวกมึงมองพวกกูผิด พวกมึงหยามพวกกูและพวกมึงจะทำลายทุกสิ่งที่พวกกูอุตส่าห์สร้างกันมา พวกกูคือปาลิไลยก์"
ทันใดนั้นแป๊ะชักมีดออกมาแล้วฟันไปที่หัวของ PALMER46 แต่ PALMER46 หลบหลีกอย่างคล่องแคล่วราวกับเงาที่ล่องลอย เขาพุ่งแหวกผ่านลูกน้องของแป๊ะแล้ววิ่งปืนกำแพงหนีหายไปในความมืด ทิ้งบรรยากาศแห่งความตึงเครียดไว้เื้ั
มอสส่ายหัวเบาๆพร้อมกับถอนหายใจ "ทำไปจนได้นะ"เขาพูดออกมาอย่างเหนื่อยใจในขณะมองแป๊ะที่ยังคงยืนอยู่ตรงนั้น ลูกน้องรอบๆ
แป๊ะปาไลยก์หายใจหนักใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธที่เกือบะเิออกมา "มันไม่จบง่ายๆ หรอก ไอ้ PALMER46มันจะได้รู้จักพวกเราดีขึ้นแน่"
มอสเหลือบมองไปรอบๆ ด้วยความกังวลเขารู้ว่าการเผชิญหน้าครั้งนี้อาจนำพามาซึ่งปัญหาที่ใหญ่กว่าที่พวกเขาคิด
มอสส่ายหัวอีกครั้งก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น"เท่าที่ฟังมา ศัตรูเราไม่ใช่ PALMER46 หรอก แต่คือ BIRD ROCK"
แป๊ะปาไลยก์หันมามองมอสด้วยสายตาที่แฝงไปด้วยความสงสัยและครุ่นคิด"BIRDROCK... คนพวกนั้นเหรอ"
มอสพยักหน้า "ใช่ BIRDROCK นั่นแหละ พวกมันคือคนที่อยู่เื้ัทั้งหมดนี้คนที่วางแผนให้ชาวเมืองต่อต้านพวกเราและพวกมันมีอุดมการณ์ที่ชัดเจนว่า้าจะลบแก๊งอย่างเราออกไปจากเมืองนี้"
แป๊ะปาไลยก์ฟังแล้วเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว"งั้นเราจะทำให้พวกมันรู้ว่า พวกมันเลือกศัตรูผิดคนแล้ว"
แป๊ะปาไลยก์ก้าวออกจากความเงียบงันมองไปยังลูกน้องรอบตัวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น"พวกเราเจอมาหนักกว่านี้ พวกเราเอาชนะทุกอย่างมาได้และครั้งนี้มันก็ไม่ต่างกัน พวก BIRD ROCK จะได้รู้ว่าพวกปาลิไลยก์ไม่ใช่ใครที่พวกมันจะมาเหยียบย่ำได้ง่ายๆ"
นายพยักหน้าเห็นด้วยพร้อมกับยกปืนขึ้น"ก็มาเลย ฉันพร้อมสู้กับพวกมันทุกเมื่อ"เสียงของนายก้องกังวานไปทั่วห้อง
มอสที่ยังคงครุ่นคิดพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น"อย่าประมาทพวกมัน เราไม่รู้ว่าพวก BIRD ROCK วางแผนอะไรไว้บ้าง แต่สิ่งที่แน่นอนคือพวกมันจะไม่ปล่อยเราไปง่ายๆเราต้องเตรียมตัว"
แป๊ะพยักหน้าเบาๆ "ใช่พวกเราต้องพร้อมรับมือ ไม่ว่าพวกมันจะมาไม้ไหน"
บรรยากาศที่เคยสนุกสนานตอนเริ่มงานเลี้ยงกลับแปรเปลี่ยนไปเป็ความตึงเครียดและจริงจังทุกคนในแก๊งต่างเตรียมพร้อมรับมือกับศึกที่กำลังจะมา ศึกที่ไม่ใช่แค่กับ PALMER46แต่กับ BIRD ROCK ที่อยู่เื้ัทั้งหมด
แป๊ะปาไลยก์หันมาพูดกับลูกน้องอีกครั้ง"ไปเตรียมคน เตรียมอาวุธ เราจะไม่รอให้พวกมันมาหาเราก่อนเราจะลุกขึ้นสู้ก่อนที่พวกมันจะทำอะไรเรา"
ลูกน้องทุกคนตอบรับด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยพลังพวกเขารู้ว่าสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นจะเป็การเผชิญหน้าที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้และเมืองไชยาจะต้องสั่นะเืจากการต่อสู้ครั้งนี้...
ณ บ้านโทรมๆ แสงไฟสลัวๆส่องผ่านเข้ามาจากหน้าต่างที่แตกเป็เสี่ยงๆ PALMER46 เดินเข้ามาด้วยท่าทีสงบนิ่งเหมือนเคยแต่ภายในตัวเขาเต็มไปด้วยเื่ราวที่ยังไม่ถูกเปิดเผย
BIRD ROCK ที่นั่งรออยู่ในเงามืดหันมามอง PALMER46 ด้วยความคาดหวัง "เป็ไงบ้าง"
PALMER46 ไม่รีบร้อนตอบเขาก้าวไปข้างหน้าเล็กน้อยก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่แฝงไปด้วยความลึกลับ"5 วันนี้ แกก็เตรียมกองทัพของแกให้พร้อมละ"
BIRD ROCK ขมวดคิ้วเล็กน้อยน้ำเสียงเริ่มแฝงไปด้วยความสงสัย "แกหมายความว่าไง พวกมันไม่ยอมจ่ายเหรอ"
PALMER46 หันไปมอง BIRD ROCK สายตาเ็า "ไม่รู้สิ แกรอดูเอาเองก็แล้วกัน"
BIRD ROCK ยิ้มมุมปากเบาๆแต่สายตาเต็มไปด้วยการคาดคั้น "งั้นเหรอ"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะแต่บรรยากาศเต็มไปด้วยความกดดันและความไม่แน่นอนการปะทะกันระหว่างแก๊งปาลิไลยก์กับ BIRD ROCK ดูเหมือนจะใกล้เข้ามาเรื่อยๆขณะที่ทั้งสองฝ่ายต่างก็เตรียมพร้อมสำหรับการเผชิญหน้าครั้งใหญ่ที่จะเปลี่ยนเมืองไชยาไปตลอดกาล...
วันถัดมา ฟิว หรือที่คนในแก๊งรู้จักในนาม"แป๊ะปาไลยก์" เดินสำรวจพื้นที่รอบๆ ฐานที่มั่นของพวกเขาใบหน้าเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความรับผิดชอบที่หนักอึ้งเขารู้ดีว่าการต่อสู้ที่กำลังจะมาถึงไม่ใช่เื่ง่ายแต่เขาก็พร้อมที่จะปกป้องทุกอย่างที่พวกเขาร่วมกันสร้างขึ้นมาตลอดหลายปีที่ผ่านมาด้วยหยาดเหงื่อและน้ำตา
ฟิวยืนมองลูกน้องที่กำลังซ้อมการต่อสู้กันอย่างขะมักเขม้นในสายตาของเขา พวกเขาไม่ใช่แค่สมาชิกแก๊ง แต่เป็ครอบครัวเป็คนที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาในทุกสถานการณ์เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมแต่แฝงไปด้วยความอบอุ่น "พวกเราผ่านอะไรกันมามากทุกคนรู้ดีว่าครั้งนี้สำคัญมากแค่ไหนพวกเราจะสู้เพื่อรักษาทุกอย่างที่พวกเราสร้างมา"
นาย หรือ "นายน้อย"เพื่อนสนิทที่รู้จักฟิวมานาน ยืนอยู่ข้างๆ พร้อมกับแผนที่ในมือเขาเป็คนวางแผนกลยุทธ์อย่างละเอียดรอบคอบเพื่อให้มั่นใจว่าการต่อสู้ครั้งนี้จะไม่พลาด"ฉันวางแผนตั้งรับไว้เรียบร้อยแล้ว เราจะตั้งป้อมที่จุดหลักๆ ของพื้นที่ รอบๆนี้ต้องมีกำลังสนับสนุนเสมอ" นายพูดขณะชี้ไปที่แผนที่อธิบายรายละเอียดกับลูกน้องคนสำคัญของเขา ทุกคนฟังอย่างตั้งใจและพยักหน้าเข้าใจดี
ขณะเดียวกัน มอส หรือ "ม้าขาว"ผู้เป็เสาหลักในการจัดหาอาวุธให้ทุกคน ก็กำลังเดินไปมาพร้อมกับตรวจสอบอาวุธในมือ"ปืนพร้อม ะุพร้อม ทุกคนต้องแน่ใจว่ามีอาวุธครบมือ อย่าให้ขาด"มอสพูดอย่างมั่นใจ เขาคือคนที่เพื่อนๆ ไว้วางใจเื่การจัดการด้านอาวุธและไม่เคยทำให้ใครผิดหวัง
มิตรภาพระหว่างทั้งสามคนนี้มีมาอย่างยาวนานฟิว นาย และมอสเคยเป็เพียงเด็กหนุ่มธรรมดาที่เริ่มต้นแก๊งเล็กๆ จากศูนย์พวกเขาร่วมฝ่าฟันความยากลำบากมาด้วยกันจนกลายเป็แก๊งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเมืองไชยา ทุกการต่อสู้ทุกความเสี่ยงที่พวกเขาเจอ ล้วนแต่เพิ่มความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นขึ้นไปเรื่อยๆ
ฟิวหันมามองมอสและนายยิ้มให้เพื่อนรักของเขาทั้งสอง "พวกเราจะผ่านมันไปได้เหมือนทุกครั้ง"
นายหัวเราะเล็กน้อยพร้อมกับตบไหล่ฟิว"ใช่ ฉันรู้ว่าพวกเราทำได้ พวกเราเป็ครอบครัวกัน"
มอสพยักหน้าเห็นด้วย"ครอบครัวของเราไม่เคยพ่ายแพ้ และครั้งนี้ก็จะไม่ต่างกัน"
บรรยากาศในแก๊งปาลิไลยก์เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นและมิตรภาพไม่มีใครหวาดกลัว แม้ว่าศึกใหญ่กำลังใกล้เข้ามาพวกเขาต่างรู้ดีว่าการต่อสู้ครั้งนี้จะตัดสินอนาคตของพวกเขาแต่ทุกคนก็พร้อมใจที่จะต่อสู้เพื่อปกป้องทุกอย่างที่พวกเขาร่วมสร้างขึ้นมา
ในมุมลับๆ ของฐานที่มั่นมอสเรียกแป๊ะมาคุยด้วยน้ำเสียงที่เบากว่าปกติ ทั้งสองนั่งลงที่มุมหนึ่งซึ่งห่างจากความวุ่นวายและเสียงของการเตรียมพร้อมรบมอสหันไปหาฟิวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวล"ฉันว่าศึกนี้มันอาจไม่เหมือนทุกทีก็ได้นะ"
แป๊ะปาไลยก์ถอนหายใจเบาๆพร้อมมองไปยังลูกน้องที่ซ้อมเตรียมรบ "ถ้าเป็ไปได้ฉันก็ไม่อยากให้มีใครต้องตายเลย"
มอสพยักหน้าเห็นด้วย “นั้นสิ...กูมีเงินจากการขายยามาเกือบ 10 ล้านแล้วถ้าขายสมบัติที่มีอยู่อีกสักนิดหน่อย เราอาจจะมีเงินพอจ่ายให้ BIRD ROCK ก็ได้”
แป๊ะหันมามองมอสด้วยความใและคำถาม "นี่มึงจะจ่ายให้พวกมันจริงๆเหรอ"
มอสหันกลับมาพร้อมกับน้ำเสียงที่หนักแน่น"ทั้งมึงและกู...ก็ไม่อยากให้มีใครต้องตายใช่ไหมล่ะ"
แป๊ะเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ"อืม...ถ้ามันจะช่วยให้ทุกคนปลอดภัย กูก็จะช่วยมึงออกด้วยขายสมบัติของกูเพิ่มเข้าไปก็แล้วกัน"
ทั้งคู่มองหน้ากันและพยักหน้าอย่างเข้าใจในสิ่งที่ต้องทำมิตรภาพและความห่วงใยในครอบครัวแก๊งที่พวกเขาร่วมสร้างมานั้นทำให้พวกเขายอมละทิ้งความหยิ่งยโสและหันมาพูดคุยถึงวิธีที่พวกเขาจะสามารถหลีกเลี่ยงความตายได้
แป๊ะหิ้วกระเป๋าหนักที่เต็มไปด้วยเงิน 10ล้านเดินเข้ามาพร้อมกับมอส ทั้งคู่ก้าวเข้ามาในบ้านโทรมๆที่ดูเหมือนจะถูกลืมไปนาน PALMER46 นั่งอยู่ในเงามืดมองมาที่พวกเขาด้วยสายตาเ็า เขายิ้มบางๆ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเหน็บแนม"สุดท้ายพวกแกก็ยอมจ่ายสินะ ฉันผิดหวังจริงๆ"
แป๊ะวางกระเป๋าเงินลงบนโต๊ะก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบๆแต่แฝงไปด้วยความหนักใจ "กูไม่อยากให้มีใครต้องตายหรอก"
มอสที่ยืนข้างๆ หันไปมอง PALMER46แล้วพูดขึ้น "นายเองก็ไม่อยากให้มีใครต้องตายใช่ไหมล่ะ PALMER46"
PALMER46 หัวเราะเล็กน้อยก่อนตอบด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความเย้ยหยัน"แกไม่รู้ความคิดฉันหรอก ฆาตกรเลวอย่างฉันนี่นะ"
มอสยิ้มบางๆ แต่ยังคงสายตาที่จริงจัง"แกเองก็มีเหตุผลของแก...สิ่งที่แกทำต้องมีเหตุผลแน่ ที่แกถล่มตึก FIBและฆ่าจอมพลวีรยุทธ์ จันทราและคนที่แกฆ่าส่วนใหญ่ที่ฉันรู้...ก็มีแต่คนเลวที่สมควรตายใช่ไหมล่ะฉันไม่รู้หรอกนะว่าแกพยายามทำอะไร แต่ต้องมีเหตุผลที่แกทำแบบนั้นถึงแม้ค่าหัวแกจะสูงมากจนต้องหลบซ่อนก็ตาม"
PALMER46 มองมอสด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสนใจเขายิ้มเล็กน้อย "ฉันถูกใจแกวะ แกชื่อว่าอะไร"
มอสยิ้มกลับ "มอส ฉายาของฉันคือม้าขาว"
PALMER46 หัวเราะเบาๆแต่ดวงตายังแฝงไปด้วยความมืดมน"อย่ามองฉันผิดไป...บางทีฉันอาจเป็พวกที่ไร้เหตุผลก็ได้"
แป๊ะที่ยืนอยู่ใกล้ๆ หันมาพูดเบาๆ"มอส เรากลับกันเถอะ"
ทั้งสองเตรียมตัวเดินออกจากบ้านโทรมๆแต่บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความกดดันและความสงสัยยังคงค้างคาในใจของทุกคนความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาและ PALMER46 ยังคงไม่แน่ชัดและสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ยังเป็ปริศนา...
เมื่อแป๊ะปาไลยก์และม้าขาวเดินออกจากบ้านโทรมๆไป PALMER46ยืนมองพวกเขาจนลับตาไป ทันใดนั้นเขาถอดหน้ากากที่สวมอยู่ลงอย่างช้าๆก่อนจะถอนหายใจยาวออกมาดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและความเ็ปที่ถูกซ่อนไว้ลึกๆ
เขาทรุดตัวลงนั่งกับพื้นมือทั้งสองข้างจับหน้ากากไว้แน่น น้ำตาเริ่มไหลออกมาเงียบๆ"ดันมาพูดถึงอดีตของฉันจนได้..." เสียงของเขาแ่เบาเต็มไปด้วยความทุกข์ทรมานที่ถูกกักเก็บไว้มานาน
ทุกครั้งที่ใครพูดถึงอดีตมันเหมือนกรีดใจเขาอีกครั้งความทรงจำของความสูญเสียและความเ็ปที่เขาพยายามซ่อนไว้ด้วยความโกรธแค้นและการเป็นักฆ่ากลับพังทลายลงในวินาทีนั้น น้ำตาไหลออกมาไม่หยุดขณะที่เขานั่งอยู่ในความมืดของบ้านโทรมๆ นั้น...
เมื่อแป๊ะและมอสกลับมาถึงฐานที่มั่นของแก๊งทั้งสองคนยังคงไม่สบายใจเต็มร้อยพวกเขายังคงเตรียมพร้อมไว้สำหรับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดลูกน้องทุกคนยังคงอยู่ในภาวะตื่นตัว ไม่ประมาทกับสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น
ฟิว หรือแป๊ะปาไลยก์ ยืนมองไปรอบๆพลางถอนหายใจและพูดขึ้น "ถ้าเกิดไอ PALMER46 มันเอาเงินไปแล้วหนีไปละ ไม่ก็เก็บไว้โดยไม่บอก BIRD ROCK"
มอสที่กำลังเตรียมอาวุธหยุดชั่วครู่ก่อนจะพูดขึ้น"เขาไม่ทำอะไรแบบนั้นหรอก ฉันรู้สึกเหมือนหมอนั่นพยายามทำตัวโหดไร้ปราณีเพื่อปกปิดอะไรบางอย่างเหมือนเขาพยายามซ่อนความอ่อนแอของตัวเอง ปกปิดความเ็ปไว้"
ฟิวหัวเราะเบาๆ ด้วยน้ำเสียงไม่เชื่อถือ"บ้าน่า แกอย่าไปเห็นใจฆาตกรเลวแบบนั้นสิมันไม่มีทางที่จะมีความรู้สึกอะไรพวกนั้นหรอกมันเป็ฆาตกรที่เ็าและไร้ปราณี"
มอสส่ายหัวเล็กน้อย"บางครั้งสิ่งที่เห็นจากภายนอกก็อาจไม่ใช่ความจริงเขาอาจจะเป็คนที่เ็ปและหาทางปลดปล่อยตัวเองในแบบที่เราไม่เข้าใจ"
ฟิวยักไหล่ "ก็อาจจะนะ แต่สำหรับฉันไอ PALMER46ก็ยังคงเป็ฆาตกรที่ไม่ควรไว้ใจอยู่ดี"
ทั้งสองคนต่างยังคงเตรียมพร้อมแต่มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนเกี่ยวกับ PALMER46ขณะที่บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความตึงเครียดพวกเขารู้ดีว่าการตัดสินใจที่เกิดขึ้นตอนนี้อาจนำพามาซึ่งสิ่งที่ไม่อาจคาดเดาได้ในอนาคต...
PALMER46 ยืนอยู่ตรงหน้า BIRDROCK ใบหน้าของเขาแฝงไปด้วยความกังวลและความลังเล"นายแน่ใจนะว่าจะทำแบบนี้"
BIRD ROCK ยิ้มอย่างเ็า"นายแค่รอดูเฉยๆ ก็พอ"
PALMER46 ถอนหายใจลึกก่อนจะพูด"ถึงแม้นายอยากให้ฉันสู้ ฉันก็ไม่สู้หรอก แต่ช่วยไว้ชีวิตสักคนได้ไหม"
BIRD ROCK ขมวดคิ้วเล็กน้อย"ไว้ชีวิตเหรอ เป้าหมายของเราคือกำจัดพวกมันให้หมดนะ"
PALMER46 จ้องมอง BIRD ROCK ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป "ถ้าไม่...ฉันจะฆ่าแกทิ้งซะตรงนี้"
BIRD ROCK หัวเราะเบาๆด้วยน้ำเสียงท้าทาย "แกจะฆ่าฉันจริงๆ เหรอ"
PALMER46 กัดฟันกรอด"ชิ...เสียดายที่แกยังไม่สมควรตาย"
BIRD ROCK มอง PALMER46 ด้วยความสนใจ "งั้นใครล่ะ ที่นายจะให้ไว้ชีวิต"
PALMER46 ยืนเงียบไปครู่หนึ่งไม่มีคำตอบที่ชัดเจน ขณะที่บรรยากาศเริ่มตึงเครียดมากขึ้น...
สี่วันต่อมา ที่ฐานของแก๊งปาลิไลยก์ทุกคนอยู่ในภาวะเตรียมพร้อมสำหรับการเผชิญหน้าครั้งใหญ่เสียงของการเตรียมอาวุธและการซักซ้อมการต่อสู้ดังก้องไปทั่ว ฟิว นาย และมอสเดินตรวจดูความพร้อมของลูกน้องทุกคนทุกสายตาต่างเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและเตรียมพร้อมรับศึกใหญ่ที่กำลังจะมาถึง
ในขณะที่แก๊งปาลิไลยก์กำลังเตรียมพร้อมอย่างเคร่งเครียดลูกน้องคนหนึ่งวิ่งมาด้วยท่าทางลนลาน ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นใ "นาย ฟิวมีกองทัพชาวเมืองที่รวมตัวกันปฏิวัติกำลังมาทางนี้"
เสียงของลูกน้องทำให้บรรยากาศในฐานที่มั่นเงียบลงทุกคนหันมามองด้วยความใและหวาดกลัว ในขณะเดียวกันเสียงรถไฟวิ่งมาบนรางก็ดังขึ้นเรื่อยๆ รถไฟขบวนยาวเคลื่อนที่ไปช้าๆสายตาของชาวแก๊งหลายร้อยคนจับจ้องไปทางนั้นด้วยความระแวดระวัง
ทุกสายตาต่างจดจ่อกับรถไฟที่กำลังแล่นผ่านอย่างช้าๆเมื่อขบวนรถไฟผ่านไปจนเกือบถึงท้ายขบวน สายตาของทุกคนก็เบิกกว้าง ภาพที่เห็นหลังรถไฟนั้นคือรถกระบะและฝูงชนที่มีจำนวนมหาศาลทั้งหลายพันหรืออาจจะหลายหมื่นคน กำลังเดินเข้ามาทางนี้พร้อมอาวุธครบมือเสียงฝีเท้าและเสียงเตรียมอาวุธของพวกเขาดังก้องไปทั่วพวกเขากำลังมุ่งหน้ามาที่ฐานของแก๊งปาลิไลยก์อย่างไม่หยุดยั้ง
บรรยากาศที่ตึงเครียดของแก๊งปาลิไลยก์ถูกกระตุ้นให้ตื่นตัวขึ้นอีกครั้งการเผชิญหน้าครั้งนี้ดูเหมือนจะใหญ่กว่าที่คาดคิด...
แป๊ะปาไลยก์ยืนมองไปที่กองทัพของBIRDROCK ที่กำลังข้ามรางรถไฟมาหยุดตรงหน้าพวกเขาใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความโกรธและความผิดหวัง "ไอ PALMER46 มันไม่เอาเงินไปให้จริงๆ ด้วย"
เขาหันมามองลูกน้องหลายร้อยคนที่ยืนเรียงรายอยู่ข้างหลังทุกคนดูพร้อมสู้ แต่สายตาหลายคนเต็มไปด้วยความกังวลแป๊ะรู้ดีว่านี่อาจเป็ศึกที่พวกเขาไม่เคยเจอมาก่อนเขาต้องพูดอะไรบางอย่างเพื่อปลุกใจพวกเขาให้พร้อมลุย
แป๊ะสูดลมหายใจลึกก่อนจะะโออกมาอย่างทรงพลัง "พวกเราเคยผ่านอะไรด้วยกันมาเยอะ ทุกความลำบากทุกการต่อสู้ ไม่มีใครคิดว่าเราจะมายืนอยู่ที่นี่ได้ แต่พวกเราทำได้!เราสร้างทุกอย่างมาด้วยสองมือเราเอง ไม่มีใครจะมาพรากมันไปได้ง่ายๆ!ชีวิตของพวกเราไม่ได้มาจากการยอมแพ้ แต่มาจากการยืนหยัดต่อสู้จนถึงที่สุด"
เขาหยุดชั่วครู่มองไปที่ลูกน้องทุกคน ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและซึ้งกินใจ"บางครั้งมันไม่เกี่ยวกับจำนวนคนที่เราต้องเจอแต่มันเกี่ยวกับหัวใจของพวกเรา! พวกเขาอาจจะมีเป็พันเป็หมื่นแต่พวกเราเป็ครอบครัว เป็หนึ่งเดียว! ไม่มีใครจะมาพรากสิ่งที่เราร่วมสร้างกันมาได้!ใครที่คิดจะหยามพวกเรา ต้องรู้ว่าพวกเราคือใคร"
แป๊ะยกกำปั้นขึ้นสูง"เอ่ออออ เอ่ออ"
ลูกน้องทุกคนเริ่มส่งเสียงขานรับ"เอ่ออออ เอ่ออ"
แป๊ะยกกำปั้นขึ้นสูงะโด้วยเสียงที่ก้องกังวาน "เว่ออออ เอ่ออ"
ลูกน้องหลายร้อยคนขานรับพร้อมเพรียงกัน"เว่ออออ เอ่ออ!"
แป๊ะะโออกมาด้วยความฮึกเหิม"เว่ออออ ลุย! ลุย! ลุย!"
ลูกน้องทุกคนต่างยกอาวุธขึ้นพร้อมกันและศึกที่ไม่มีใครคาดคิดว่าผลจะเป็อย่างไร กำลังจะเริ่มต้นขึ้น
การปะทะเริ่มต้นขึ้นทันทีหลังจากเสียงะโปลุกใจของแป๊ะปาไลยก์ด้านหน้าแก๊งปาลิไลยก์ เหล่าฝูงชนของ BIRD ROCK พุ่งเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้งแต่แก๊งปาลิไลยก์ที่มีอาวุธครบมือและเตรียมพร้อมจากการวางแผนของม้าขาวและนายน้อยตอบโต้ได้อย่างรวดเร็ว
เสียงปืนดังสนั่นไปทั่วบริเวณลูกน้องของแก๊งปาลิไลยก์ใช้ปืนที่ม้าขาวจัดหามาอย่างชำนาญทุกะุที่ยิงออกไปถูกเป้าหมายอย่างแม่นยำชาวเมืองที่เข้ามาปฏิวัติหลายคนเริ่มถอยหลังหลังจากเจอการตอบโต้ที่หนักหน่วงเกินคาด
นายน้อยยืนอยู่บนจุดสูงพร้อมกับดูแผนที่การรบในมือเขาสั่งการลูกน้องให้ตั้งป้อมกันในจุดสำคัญพร้อมกับสั่งให้ใช้ะเิมือและกับดักที่วางไว้ล่วงหน้า "ทุกคนประจำที่!อย่าให้พวกมันเข้ามาใกล้เรามากกว่านี้!" เสียงของนายน้อยดังชัดเจนไปทั่ว
แก๊งปาลิไลยก์ได้เปรียบในการปะทะครั้งนี้พวกเขามีการวางกลยุทธ์ล่วงหน้า ด้วยอาวุธและป้อมที่จัดไว้อย่างรอบคอบทุกการเคลื่อนไหวเป็ไปอย่างมีแบบแผนนายส่งสัญญาณให้ะเิมือถูกโยนไปยังจุดที่ฝูงชนหนาแน่นเสียงะเิดังขึ้นพร้อมกับเสียงร้องของคนที่โดนะเิทำลายชาวเมืองเริ่มเสียขวัญและถอยร่นไปบางส่วน
ม้าขาวที่อยู่ในแนวหน้าสั่งการให้ลูกน้องใช้ปืนสไนเปอร์ที่ซ่อนอยู่ยิงสกัดหัวหน้าฝูงชนของ BIRDROCK ทำให้การบุกของพวกเขาหยุดชะงักชั่วคราว"เราต้องทำให้พวกมันหวาดกลัว! ใช้ทุกอย่างที่เรามี ทำให้พวกมันถอยไป"
การต่อสู้ครั้งนี้กลายเป็ศึกที่หนักหน่วงและอลังการแก๊งปาลิไลยก์ใช้ความได้เปรียบจากการเตรียมพร้อมทั้งอาวุธและกลยุทธ์ทำให้พวกเขาต่อสู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ว่าฝ่าย BIRDROCK จะมีจำนวนมากกว่าแต่ด้วยอาวุธที่เหนือกว่าและการวางแผนที่ชาญฉลาดของนายน้อยทำให้พวกเขายังครองความได้เปรียบอยู่ในศึกครั้งนี้...
ท่ามกลางเสียงปืนและการปะทะที่ดุเดือดลูกน้องคนหนึ่งของแก๊งปาลิไลยก์ใช้สไนเปอร์เล็งไปที่หัวของ BIRDROCK เขาหยุดหายใจชั่วครู่นิ้วเตรียมเหนี่ยวไกเพื่อทำลายหัวหน้าฝ่ายศัตรู แต่ทันใดนั้นใบมีดปริศนาพุ่งมาจากที่ไกลอย่างรวดเร็ว ปักลงที่หัวมือสไนเปอร์ของแก๊งปาลิไลยก์ทำให้เขาล้มลงไปทันที
นายหันไปมองอย่างใพยายามหาต้นตอของใบมีดนั้นและพบว่าคนที่โยนใบมีดมาด้วยความแม่นยำก็คือ PALMER46 เขายืนอยู่ข้างๆ BIRD ROCK ราวกับเป็เงาที่ปกป้องผู้นำกองทัพBIRD ROCK จากระยะไกล
"มันมาแล้ว..."นายกระซิบเบาๆ ขณะที่จ้องไปยัง BIRD ROCK และ PALMER46ด้วยความระแวดระวัง
กลุ่มคนของ BIRDROCK เริ่มถอยร่นหลังจากที่โดนโจมตีอย่างหนักจากฝ่ายแก๊งปาลิไลยก์แต่แทนที่จะเป็การล่าถอยทั้งหมด เสียงเครื่องยนต์ดังสนั่นขึ้นฝูงรถกระบะติดอาวุธเริ่มเข้ามาแทนที่ พวกเขาขับเข้ามาอย่างรวดเร็วพร้อมด้วยปืนกลหนักและอาวุธาที่ติดตั้งไว้บนรถ เสียงยิงปืนดังะเิอีกครั้งความรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
อย่างไรก็ตามแป๊ะปาไลยก์ยังคงสั่งการอย่างใจเย็น ลูกน้องของเขายังคงต่อสู้อย่างเด็ดเดี่ยว“อย่าหวั่นไหว! พวกมันก็แค่รถกระบะติดอาวุธ! เรามีการวางแผนไว้แล้ว! จัดการมัน!”
ลูกน้องหลายคนรีบยิงตอบโต้ใช้ะเิมือและกับดักที่เตรียมไว้อย่างชาญฉลาด รถกระบะบางคันะเิและพลิกคว่ำม้าขาวที่อยู่แนวหน้าสั่งการลูกน้องให้ยิงปืนต่อเนื่องทำให้กลุ่มรถที่บุกเข้ามาต้องชะงักลง
ศึกครั้งนี้ยังไม่จบง่ายๆแต่ด้วยการนำของแป๊ะปาไลยก์และกลยุทธ์ที่นายน้อยเตรียมไว้ทำให้แก๊งปาลิไลยก์ยังคงยืนหยัดและรับมือได้อย่างเหนียวแน่นขณะที่ฝูงรถกระบะติดอาวุธของ BIRD ROCK เริ่มถอยกลับไปบางส่วน...
เสียงเครื่องยนต์ของรถบรรทุกดังก้องไปทั่วบริเวณเสียงดังนั้นทำให้ทุกคนหันไปมองมันเป็รถบรรทุกที่เต็มไปด้วยะเิกำลังพุ่งตรงเข้ามายังฐานกลางของแก๊งปาลิไลยก์ชาวแก๊งพยายามยิงเพื่อหยุดรถบรรทุกไว้ แต่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรหยุดยั้งมันได้
ม้าขาวรีบวิ่งไปที่แนวหน้ายิงะุออกไปอย่างแม่นยำ ะุพุ่งเข้าใส่คนขับรถบรรทุกทันที คนขับทรุดลงเสียชีวิตหลังพวงมาลัย แต่รถบรรทุกยังคงเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างไร้การควบคุมมันเร่งความเร็วเข้าใกล้ฐานกลางเรื่อยๆ จนกระทั่งพลิกคว่ำอยู่กลางฐาน พร้อมะเิเสียงดังสนั่นแรงะเิทำลายทุกอย่างรอบตัว ทหารแก๊งปาลิไลยก์หลายคนถูกะเิสังหารทันทีแสงเปลวไฟและควันพวยพุ่งไปทั่ว ทำให้สถานการณ์กลับพลิกผันอย่างรวดเร็ว
นายที่ยืนคุมแผนกลยุทธ์อยู่ถูกแรงะเิทำให้แผนการทั้งหมดล่มสลาย ระบบที่เตรียมไว้พังไปในทันทีไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ชาวแก๊งเริ่มตื่นตระหนก ขณะที่ฝูงชนของ BIRDROCK เริ่มกลับมาโจมตีอีกครั้งเสียงฝีเท้าและเสียงะโของพวกเขาดังก้องไปทั่ว
แป๊ะปาไลยก์มองไปรอบๆด้วยความโกรธและความสิ้นหวัง เขาเห็นนายโดนยิงเข้าที่ท้องจนล้มลงไปเืไหลออกมาเรื่อยๆ มองไปอีกฝั่ง มอส หรือม้าขาว กำลังนอนอยู่บนพื้นหายใจหอบแรงจากแรงะเิที่ทำให้เขาาเ็สาหัส
ท่ามกลางเปลวไฟและฝูงชนที่กำลังแห่กันเข้ามาแป๊ะปาไลยก์เห็นภาพที่เ็ปตรงหน้า คือ PALMER46 ยืนอยู่ข้างๆ BIRD ROCK อย่างสงบนิ่ง สายตาของ PALMER46ยังคงเ็า ไม่สะทกสะท้านกับความวุ่นวายที่เกิดขึ้น
“เพราะแกไม่ยอมนำเงินให้มันแล้วเก็บเงินไว้เอง” แป๊ะกัดฟันกรอด เล็งปืนไปที่ PALMER46 เขาตั้งใจจะหยุดทุกอย่างที่มาถึงจุดนี้ปืนในมือของเขาสั่นเล็กน้อย ก่อนจะลั่นไก ะุพุ่งไปอย่างรวดเร็วเฉียดใกล้หัวของPALMER46 ก่อนจะกระทบเข้ากับรถที่อยู่ด้านหลัง PALMER46ยังคงยืนอยู่ที่เดิม ไม่ขยับแม้แต่น้อย สายตาของเขายังคงนิ่งเฉยขณะที่ฝูงชนของ BIRD ROCK ยังคงถล่มเข้ามา
แป๊ะปาไลยก์สูดลมหายใจลึกมองไปยังลูกน้องของเขาที่กำลังล้มตายทีละคน รอบตัวเต็มไปด้วยเปลวไฟและเสียงะเิความหวังที่เหลืออยู่เริ่มจางหายไป แต่เขารู้ว่าเขาจะต้องสู้จนกว่าจะสิ้นลมหายใจ
"ทุกคน...สู้ให้สุดกำลัง!เพื่อแก๊งปาลิไลยก์!" แป๊ะะโออกมาอย่างเต็มเสียงลูกน้องที่ยังเหลืออยู่เงยหน้าขึ้นและขานรับด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความเ็ปและฮึกเหิมแม้จะรู้ว่าความตายกำลังจะมาถึง แต่ไม่มีใครจะยอมถอยกลับ
การต่อสู้ดำเนินต่อไปในความรุนแรงที่ไม่เคยมีมาก่อนแป๊ะปาไลยก์และลูกน้องที่เหลืออยู่ใช้ทุกอย่างที่มี ั้แ่อาวุธปืน ะเิมือไปจนถึงการต่อสู้ด้วยมือเปล่า พวกเขาต่อสู้อย่างดุเดือดเพื่อปกป้องสิ่งที่สร้างมาแม้จะรู้ว่าชัยชนะครั้งนี้อาจไม่มีจริง แต่พวกเขายังคงสู้จนวินาทีสุดท้าย...
เสียงะเิสุดท้ายดังขึ้นท่ามกลางเปลวไฟและควันพื้นที่ของแก๊งปาลิไลยก์ที่เคยยิ่งใหญ่ตอนนี้กลายเป็สนามรบที่เงียบงันเหลือไว้เพียงเถ้าถ่านและความทรงจำของการต่อสู้ที่พวกเขายืนหยัดต่อสู้จนตัวตาย...
ท่ามกลางความวุ่นวายของสนามรบแป๊ะปาไลยก์ยืนอยู่กลางเปลวไฟและควันสีดำที่ลอยคลุ้งรอบตัว เขาหายใจหอบเหนื่อยดวงตาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าหลังจากการต่อสู้ที่ยาวนาน เขามองไปรอบๆเห็นลูกน้องที่เคยอยู่เคียงข้างต่างล้มตายไปทีละคน บางคนยังนอนอยู่บนพื้นบางคนยังกอดอาวุธในมือแน่น แม้จะหมดลมหายใจไปแล้วก็ตาม
แป๊ะรู้ว่านี่คือจุดจบของเขาแต่เขาไม่ได้กลัวความตายเขามองเปลวไฟรอบตัวและคิดถึงสิ่งที่เขาร่วมสร้างกับพี่น้องในแก๊งปาลิไลยก์ความทรงจำของการก่อตั้งแก๊งขึ้นมาจากศูนย์และการต่อสู้เพื่อให้ได้มายืนอยู่ในจุดนี้ วันนี้คือวันที่เขาต้องล้มแต่แป๊ะก็ยืดอกเผชิญหน้ากับความตายด้วยความภาคภูมิใจ
เืไหลออกจากาแที่ะุทะลุร่างเขาหลายแห่งแต่เขายังคงยืนหยัดอยู่ แป๊ะยกปืนขึ้นอีกครั้ง เล็งไปยังBIRDROCK ฝูงชนที่ยังคงถล่มเข้ามาไม่หวั่นไหวต่อความเ็ปหรือความเหนื่อยล้า
"พวกมึงไม่สามารถลบล้างสิ่งที่กูสร้างมาได้!"แป๊ะะโออกมาอย่างทรงพลัง เสียงของเขาดังก้องไปทั่วท่ามกลางเสียงะเิและเสียงปืนที่ดังขึ้นไม่หยุด
เขาเหนี่ยวไกปืนอีกครั้งแต่แล้วะุสุดท้ายของเขาก็หมดลงแป๊ะทิ้งปืนลงกับพื้นแล้วหันไปเผชิญหน้ากับฝูงชนที่กำลังเข้ามาใกล้
ฝูงชนของ BIRDROCK เข้าประชิดตัว แต่แป๊ะยืนอยู่โดยไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียวมือของเขายังคงกำหมัดแน่น พร้อมที่จะต่อสู้จนลมหายใจสุดท้าย
"มึงจะเอาชีวิตกูไป...แต่มึงไม่มีวันเอาศักดิ์ศรีของกูไปได้"แป๊ะพูดคำสุดท้าย ก่อนที่เขาจะพุ่งตัวไปหาฝูงชนในขณะที่พวกเขาเข้าประชิดเขาต่อสู้จนสุดกำลัง แม้ว่าเขาจะถูกแทงและยิงหลายครั้งแต่ไม่มีใครทำให้เขาล้มลงได้ทันที
สุดท้ายแป๊ะปาไลยก์ทรุดตัวลงกับพื้น ท่ามกลางเปลวไฟที่โหมกระหน่ำรอบตัวเขาหายใจหอบและหลับตาลงอย่างช้าๆ
ในวินาทีสุดท้ายก่อนที่ลมหายใจจะขาดลงแป๊ะยิ้มเล็กน้อย มองเห็นภาพของลูกน้องและพี่น้องในแก๊งของเขาความทรงจำแห่งความสำเร็จและมิตรภาพที่เคยร่วมสร้างกันมาผ่านเข้ามาในใจก่อนที่เขาจะจากไปอย่างสงบ
เสียงสุดท้ายที่ได้ยินคือเสียงเปลวไฟที่เผาไหม้รอบตัวแต่ในใจของแป๊ะ เขาได้ปิดตำนานของเขาในฐานะหัวหน้าแก๊งปาลิไลยก์ผู้ยิ่งใหญ่ที่ยืนหยัดต่อสู้จนตัวตาย...
ท่ามกลางซากปรักหักพังและเสียงเปลวไฟที่ยังคงลุกโชนPALMER46ยืนมองไปที่ซากร่างของแป๊ะปาไลยก์ที่ล้มลงท่ามกลางการต่อสู้ BIRDROCK ที่ยืนอยู่ข้างๆยังส่งสัญญาณให้กองกำลังของเขาเดินหน้าทำลายล้างแก๊งปาลิไลยก์ที่เหลือ
PALMER46 หันไปพูดอย่างเ็า "พอได้แล้วละ หัวหน้าพวกมันตายแล้ว"
BIRD ROCK ยังคงมองไปข้างหน้าด้วยความกระหายชัยชนะ "ไม่เราต้องกำจัดพวกมันให้หมด"
ทันใดนั้น PALMER46ดึงมีดคาราบิดไทเทเนียมออกมาและจ่อที่คอของ BIRD ROCK ด้วยความรวดเร็ว สายตาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธ"อย่าให้ฉันต้องลงมือกับแก พวกมันอุตส่าห์มอบเงิน 10 ล้านให้ตามที่แกขอแต่แกยังคิดจะฆ่าพวกมันอยู่ดี"
BIRD ROCK มอง PALMER46 อย่างประหลาดใจก่อนจะยอมถอยหลังเล็กน้อย "ก็ได้วะ ทุกคนพอได้แล้ว...เราชนะแล้ว"
เสียงสั่งหยุดของBIRDROCK ทำให้การโจมตีหยุดลง ทหารของเขาเริ่มถอยกลับอย่างช้าๆ PALMER46ค่อยๆ ลดมีดลงขณะที่ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ที่เคยเต็มไปด้วยความโหดร้ายและการต่อสู้
PALMER46 หันมาถาม "แล้วแกจะเอายังไงต่อ"
BIRD ROCK ยิ้มเล็กน้อย สายตาของเขายังมองไปข้างหน้า "สู่สมรภูมิใหม่สู่าครั้งใหญ่ ศัตรูต่อไปของฉันก็คือประเทศนี้"
PALMER46 ส่ายหัวเบาๆ "ฉันจะหายไปสักพักนะ...ไว้เจอกันใหม่"
เขาเดินหายไปในความมืดทิ้ง BIRDROCK ไว้กับความตั้งใจที่จะเริ่มต้นาใหม่ความเงียบสงบกลับคืนมาท่ามกลางซากศพและการสูญเสียที่ยังคงอยู่ในพื้นที่ที่เคยเป็สมรภูมิของแก๊งปาลิไลยก์...
ท่ามกลางซากปรักหักพังและเปลวไฟที่ลุกโชนแป๊ะปาไลยก์นอนนิ่งอยู่ในจุดที่เขาล้มลงร่างกายที่เคยแข็งแกร่งและทรหดตอนนี้กลับหมดแรง แม้ลมหายใจสุดท้ายของเขาจะจบลงแต่ชื่อเสียงและตำนานของเขายังคงอยู่ในใจของลูกน้องและผู้คนที่รู้จักเขา
แป๊ะปาไลยก์ไม่ใช่แค่หัวหน้าแก๊งแต่เป็ผู้สร้างแก๊งปาลิไลยก์จากความฝันเล็กๆร่วมกับเพื่อนรักอย่างนายน้อยและม้าขาวเขาเป็ผู้ที่ยืนหยัดเพื่อพวกพ้องและต่อสู้เพื่อสิ่งที่เขาสร้างมาเขาไม่ได้เป็แค่หัวหน้า แต่เป็พี่น้อง เป็ครอบครัว และเป็แรงบันดาลใจให้ลูกน้องของเขาสู้ต่อไปแม้ในยามที่สถานการณ์ไม่เป็ใจ
ในวินาทีสุดท้ายเขาไม่เคยหวาดกลัวต่อความตาย เพราะเขารู้ว่าชีวิตของเขามีค่า เขาต่อสู้จนถึงที่สุดด้วยความภาคภูมิใจในสิ่งที่เขาสร้างมาด้วยสองมือของตัวเอง
ตำนานของแป๊ะปาไลยก์จบลงท่ามกลางการต่อสู้อันยิ่งใหญ่แม้ร่างของเขาจะล้มลง แต่ชื่อเสียงและความกล้าหาญของเขาจะยังคงอยู่ในประวัติศาสตร์ของเมืองไชยาในฐานะหัวหน้าผู้ยิ่งใหญ่ที่ต่อสู้จนตัวตายเพื่อปกป้องทุกสิ่งที่เขาสร้างมาด้วยหัวใจ...
End Credit Scene
ตรอกซอกซอยแคบๆท่ามกลางเงามืด ม้าขาว หรือมอสเดินอย่างเชื่องช้าและเ็ปจากาแที่ได้รับจากการต่อสู้ก่อนที่ร่างของเขาจะทรุดล้มลงตรงกลางตรอก เขาหายใจหอบอย่างเหนื่อยล้าดวงตายังเต็มไปด้วยความรู้สึกหมดหวัง
เสียงฝีเท้าเบาๆดังขึ้นจากที่ไกลออกไป PALMER46เดินเข้ามาใกล้ๆสายตาของเขามองไปยังม้าขาวที่นอนอยู่บนพื้นอย่างนิ่งเฉย
มอสเงยหน้าขึ้นและพยายามพูดด้วยเสียงที่แ่เบา"จบแล้วสินะ..."
PALMER46 ยืนมองเขาเงียบๆ โดยไม่ได้ตอบอะไรในทันที ขณะที่กลุ่มคนจาก BIRDROCK เดินตามมา เหลือบมองม้าขาวแล้วหันไปพูดกับ
PALMER46"นั่นมันม้าขาวนิ"
ชายคนนั้นเล็งปืนไปที่ม้าขาวพร้อมกับเตรียมพร้อมจะยิงแต่ทันใดนั้น PALMER46 ก้าวเข้ามาขวางไว้ดวงตาของเขามองไปที่ชายคนนั้นอย่างเ็า "ามันจบลงแล้ว"
คนของ BIRDROCK ยังคงลังเล แต่ PALMER46 ชักมีดคาราบิดไทเทเนียมออกมาพร้อมกับปืนในมืออีกข้าง"แต่ถ้าพวกแกยังไม่พอใจ...ฉันจะเป็คู่มือให้เอง"
บรรยากาศตึงเครียดขึ้นในชั่วพริบตาคนของ BIRDROCK มอง PALMER46 อย่างไม่พอใจแต่ในที่สุดก็ยอมถอยหลังและพูดด้วยเสียงหงุดหงิด "ก็ได้ๆอย่าให้มันก่อเื่ล่ะ" พวกเขาเดินจากไป ทิ้งให้ PALMER46 และม้าขาวอยู่ตามลำพัง
มอสหันมามอง PALMER46ด้วยสายตาแสดงความขอบคุณ "ขอบคุณนะ..."
PALMER46 ยิ้มเล็กน้อยโดยไม่พูดอะไร เขาก้าวไปใกล้ม้าขาวยื่นมือออกไปเพื่อช่วยพยุงม้าขาวให้ลุกขึ้น ก่อนที่ทั้งสองจะค่อยๆเดินออกไปจากตรอกอย่างช้าๆ ท่ามกลางความเงียบที่ปกคลุมาแและการต่อสู้ที่ผ่านมายังคงอยู่ แต่การเดินทางของพวกเขายังไม่จบลง...