เจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain)

    บทที่ 6: นางเทวีอสูรฯ ผู้ตื่นจากการหลับไหล (The Evil Goddess’s Awaken)

    หลังจากที่เดินเล่นกันเสร็จ ยูกินะก็ขับรถหรูกลับมาที่ลานจอดรถในมหาวิทยาลัย จากนั้นเคียวโกะกับอาโออิก็แยกย้ายกันขับรถกลับบ้าน เหลือแต่ยูกินะกับฮารุกะที่กำลังมุ่งหน้ามาที่โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสุเมรากิที่ขึ้นชื่อว่าเป็นโรงเรียนเอกชนระดับคุณหนูไฮโซ ซึ่งยูกินะก็เคยเป็นศิษย์เก่าของที่นั่นเมื่อขับรถมาถึงร้านกาแฟที่อยู่ใกล้ๆ ก็ได้เวลาเลิกเรียนของที่นี่พอดี ฮารุกะเดินเข้าไปด้านในโรงเรียนเพื่อเซอร์ไพร์สวันเกิดแม่ของเธอที่เป็นครูวิชาคณิตศาสตร์ของโรงเรียนนี้ ส่วนยูกินะก็นั่งรอรับสึบากิอยู่ในร้านเพื่อที่จะกลับหอพักไปด้วย กัน ในระหว่างนั้น ยูกินะก็หยิบชุดไอแพดโปรขึ้นมาพิมพ์รายงานต่อให้เสร็จ หลังจากที่พิมพ์มาได้สักระยะก็รู้สึกง่วงขึ้นมา ยูกินะรีบเก็บชุดไอแพดโปรเข้ากระเป๋าแล้วฟลุบหน้าลงบนโต๊ะเพื่องีบสักแป๊บภายในป่าอันกว้างใหญ่ไพศาลแห่งหนึ่งในยุคอดีตที่ปกคลุมไปด้วยท้องฟ้าอันสดใส มีเสียงลำธารไหลเชี่ยวที่ดังสนั่นก้องกังวาลไปทั่วผืนป่า ตรงบริเวณริมธารนั้นมีบ้านพักหลังใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่กลางป่า อันเป็นที่พักอาศัยของเซย์เมย์กับผู้ติดตามทั้ง 5 และเป็นเสมือนบ้านเกิดของเจ้าหญิงฮิเมรากิ16 ปีต่อมา เจ้าหญิงฮิเมรากิได้กลายมาเป็นองเมียวจิฮิเมะที่เก่งกาจ เธอได้รับกำไลกระจกยาตะจากเซย์เมย์ผู้เป็นราชครูเจ้าหญิงฮิเมรากิคอยติดตามช่วยเหลือเซย์เมย์ผู้เป็นราชครูในหลายๆ ด้าน ร่วมกับพวกพ้องผู้เป็นเสมือนพี่ชายทั้งห้าคนของเธอ ในยามว่างเจ้าหญิงฮิเมรากิมักจะฝึกฝีมือเพิ่มเติมที่สวนหน้าบ้าน ทั้งด้านการใช้เวทย์ในการต่อสู้ และการต่อสู้ด้วยอาวุธ รวมไปถึงการฝึกสมาธิและการฝึกการทำนายด้วยในระหว่างที่กำลังฝึกการทำนายอยู่นั้น มีกลุ่มทหารองครักษ์จากพระราชวังเกียวโตเดินทางมาพบเจ้าหญิงฮิเมรากิถึงที่บ้านพักเพื่อขอความช่วยเหลือ เบงเคย์รีบพาพวกทหารองครักษ์มายังห้องรับแขกทันที“องค์หญิงฮิเมรากิ มีคนต้องการจะมาพบกับเจ้า” โยชิสึเนะเดินเข้ามาเรียกถึงที่ห้องทำนาย“พวกทหารองครักษ์ต้องการความช่วยเหลือจากเราหน่ะ รีบไปกันเถอะเจ้าค่ะท่านราชครู พวกเขากำลังรออยู่ที่ห้องพักแขก” เจ้าหญิงฮิเมรากิฝึกการทำนายกับเซย์เมย์จนได้รู้มาก่อนหน้านี้แล้วว่าจะมีคนมาหา และยังรู้ด้วยว่าคนๆ นั้นคือใครมาจากไหน มีจุดประสงค์อะไร และตอนนี้เขาอยู่ไหนแล้ว ทั้งสองจึงรีบเดินไปหาที่ห้องรับแขกภายในบ้านพักทันทีเมื่อได้ทราบว่าพระมเหสีที่เป็นพระมารดาของเธอถูกหมอกอสูรสะกดไว้ที่ครรภ์จนไม่สามารถให้กำเนิดขนิษฐาคนเล็กได้ เจ้าหญิงฮิเมรากิจึงรีบสั่งให้ทหารองครักษ์นำพาเธอและพวกเขาทั้งหมดไปที่พระราชวังเกียวโตทันที“พี่คะ พี่คะ...” น้ำเสียงอันหวานละมุนของผู้เป็นน้องสาวดังก้องกังวาลไปทั่วภวังค์ภายในร้านกาแฟแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้โรงเรียน มีเด็กสาวมัธยมปลายคนหนึ่งในชุดเครื่องแบบเดินเข้านั่งข้างๆ ยูกินะและพยายามปลุกสาวนักศึกษาในชุดไปรเวทที่กำลังนั่งฟลุบหลับอยู่บนโต๊ะภายในร้านให้ตื่นขึ้นโดยการสะกิดที่บริเวณหัว ไหล่ “หนูมาแล้วนะคะ กลับบ้านกันเถอะ”นี่เราฝันถึงเรื่องแบบนั้นอีกแล้วเหรอเนี่ย“อือ” ยูกินะตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกง่วง และหันไปมองรอบๆ ภาพบรรยากาศโดยรอบที่พร่ามัวนั้นค่อยๆ ชัดขึ้นทีละนิด จนได้มาเห็นสึบากินั่งอยู่ข้างๆ เมื่อได้มองเห็นท้องฟ้าในยามโพล้เพล้ผ่านม่านกระจกใส จึงรีบยกนาฬิกาบนข้อมือขึ้นเพื่อดูเวลา จนได้พบว่าเวลาในตอนนี้คือเวลา 5 โมง 37 นาที“จริงสิ คุณพ่อกับคุณแม่จะมาค้างคืนกับเราวันนี้ เรารีบกลับบ้านกันเถอะ เดี๋ยวพวกท่านรอนาน” ยูกินะกับสึบากิรีบเดินออกจากร้านและขับรถกลับหอพักทันทีณ ที่ราบสูงนาสุในยุคปัจจุบันที่ถูกปกคลุมไปด้วยท้องฟ้าในยามโพล้เพล้ นางเทวีอสูรฯ อิซานามิที่กำลังหลับไหลอยู่ภายในก้อนหินศิลาสังหารก็ได้ลืมตาตื่นขึ้น นางเทวีอสูรฯ นึกถึงภาพที่เจ้าหญิงโอริฮิเมะกำลังเดินเล่นอยู่กับเจ้าชายฮิโกโบชิที่กลางสะพานบนทะเลสาบอามาโนะคาว่า ในท่ามกลางกลีบดอกซากุระที่ร่วงโรย “งามเหลือเกินนะเจ้าคะ” เจ้าหญิงโอริฮิเมะกล่าวชมเสียงหวานในความงดงามของกลีบดอกซากุระที่ร่วงโรยลงมานับพันกว่ากลีบ เจ้าชายฮิโกโบชิจึงถอนหายใจสักพักก่อนจะกล่าวชื่นชมในความงามของหญิงสาวที่งดงามยิ่งกว่ากลีบดอกไม้“ไม่มีสิ่งอื่นใดหรือผู้ใด งดงามไปกว่าเจ้าอีกแล้ว” เจ้าหญิงโอริฮิเมะเข้าซบอกเจ้าชายฮิโกโบชิอย่างแนบชิด เจ้าชายฮิโกโบชิกอดตอบด้วยความนุ่มนวลแต่หากรู้ไม่ว่า ภายในป่าต้นซากุระนับแสนกว่าต้นที่อยู่ห่างไกลไปจากทะเลสาบนั้น มีนางเทวีอสูรฯ กำลังเฝ้ามองจากต้นซากุระที่เรียงรายทับซ้อนอยู่ที่ด้านหน้าด้วยด้วยน้ำตาที่ไหลริน ทางด้านเจ้าชายฮิโกโบกิก็คลายกอดลงก่อนที่จะกล่าวความในใจออกมา“เจ้าคือรักแท้เพียงผู้เดียวของข้า เจ้าหญิงโอริฮิเมะ เจ้าจะเป็นดวงใจของข้า...ตลอดกาล” ปากของทั้งสองได้เข้ามาประกบกันและจูบกันอย่างดูดดื่ม “ท่านอิซานางิ” นางเทวีอสูรฯ เฝ้ามองเจ้าชายฮิโกโบชิกับเจ้าหญิงโอริฮิเมะพลางเอ่ยนามของอดีตเทพอิซานางิด้วยความโศกเศร้าและความโกรธแค้น นางเทวีอสูรฯ ไม่พอใจมากที่เขาหลงรักเจ้าหญิงโอริฮิเมะเพราะความโฉมงาม“เจ้าหญิงโอริฮิเมะ” ภาพเหตุการณ์ได้ตัดมายังยุคปัจจุบัน แววตาของนางเทวีอสูรฯ นั้นเต็มไปด้วยแรงอาฆาต“ข้ารู้สึกได้ถึง...ตัวตนของเจ้า อิซานางิ” นางเทวีอสูรฯ สัมผัสได้ถึงตัวตนของอิซานางิ ในร่างนักข่าวหนุ่มที่ชื่อยูโตะท่ามกลางแสงสีอันสวยงามที่ส่องสว่างออกมาตามตึกอาคารต่างๆ ในมหานครโตเกียวที่ปกคลุมไปด้วยท้องฟ้าอันมืดมิดในยามราตรีที่มีแสงจันทราส่องสว่างไปทั่วนภาในยามรัตติกาล ทางด้านยูกินะกับสึบากิก็ได้ขับรถมาถึงลานจอดรถภายในหอพักนักเรียน-นักศึกษาที่พวกเธออาศัยอยู่ ซึ่งเป็นเหมือนกับคอนโดหรูระดับไฮโซ “สึบากิจัง ตื่นได้แล้ว พวกเรามาถึงหอแล้ว”ยูกินะสะกิดตรงบริเวณหัวไหล่ให้สึบากิตื่นขึ้น“อือ” ยูกินะลืมตาตื่นขึ้นในสภาพที่สะลึมสะลือ ภาพแสงไฟสีเหลืองอ่อนที่พร่ามัวค่อยๆ ชัดขึ้นที่ละนิด เมื่อมองผ่านกระจกประตูรถก็เห็นรถยนต์ยี่ห้อหรูหลายคันจอดเรียงรายอยู่ท่ามกลางแสงไฟสีขาวที่อยู่ด้านนอก เป็นภาพที่บ่งบอกได้ชัดว่า พวกเธอนั้นได้มาถึงที่ลานจอดรถแล้วยูกินะกับสึบากิรีบลงจากรถไปที่ห้องโถงล็อบบี้หน้าอาคารหอพัก เพื่อที่จะไปพบกับสองบุพการีที่กำลังนั่งรออยู่ที่ด้านใน เมื่อได้มาถึงก็พบสองบุพการีกำลังนั่งรออยู่ด้านในล็อบบี้ พร้อมกับลูกน้องบริวารของเขาทั้ง 7 ที่เป็นถึงนายทหารระดับสัญญาบัตร“สวัสดีตอนเย็นค่ะ คุณพ่อ-คุณแม่” ทั้งสองพี่น้องผู้เป็นลูกสาวของนายทหารใหญ่กล่าวทักทายพลางโค้งคำนับเป็นการให้ความเคารพต่อสองผู้เป็นบุพการี“สวัสดี เทพธิดาของพ่อทั้งสอง” ทั้งสองพี่น้องรีบเดินเข้าไปกอดพ่อแม่ด้วยความคิดถึง สองบุพการีกอดตอบด้วยความอ่อนโยนและความเอ็นดูจากนั้นทั้งสองก็พาพ่อแม่ไปที่ห้องพัก ในระหว่างนั้นก็มีการถามสารทุกข์สุขดิบกันไปมาระหว่างพ่อแม่กับลูกสาวทั้งสอง โดยที่มีพวกลูกน้องทั้ง 7 ของนายทหารใหญ่คอยเดินติดตามมาด้วย