ช่วงบ่ายหลังจากมื้ออาหารกลางวันสิ้นสุดลง บรรยากาศในห้องเรียนพิเศษกลับมาสงบอีกครั้ง
อาจารย์เมลินดาเดินเข้ามาพร้อมแผ่นกระดาษเวทมนตร์จำนวนหนึ่งในมือ ก่อนแจกให้พวกเราทีละคน
เมื่อผมรับแผ่นกระดาษมา ตัวอักษรสีฟ้าก็ปรากฏขึ้นบนพื้นผิว
ตารางเรียน
ผมกวาดสายตาดูรายวิชาต่าง ๆ อย่างเงียบ ๆ
"นอกจากวิชาภาคบังคับอย่าง พื้นฐานเวทมนตร์ วิชาการต่อสู้ในสถานการณ์จริง วิชาข้อมูลพื้นฐาน และวิชากฎหมายแล้ว..."
อาจารย์เมลินดาพูดพร้อมกับยิ้ม
"...ช่วงเวลาที่เหลือคือวิชาเลือกที่พวกเธอสามารถเลือกเรียนได้ตามความสนใจค่ะ"
เธอเว้นช่วงเล็กน้อย
"สถาบันเปิดโอกาสให้ลองเข้าฟังและตัดสินใจได้ภายในหนึ่งสัปดาห์นี้ เพราะฉะนั้นไม่ต้องรีบเลือกนะคะ ลองไปเรียนหลาย ๆ วิชาก่อน แล้วค่อยตัดสินใจก็ได้"
ผมมองตารางในมืออีกครั้ง
มีวิชาให้เลือกมากกว่าที่คิด
วิชาดาบ
วิชาการใช้อาวุธ
วิชายุทธวิธี
เวทมนตร์ธาตุ
ทฤษฎีมานาขั้นสูง
เวทมนตร์อัญเชิญ
เวทมนตร์โบราณ
เวทมนตร์ดำ
และอีกหลายวิชาที่ผมไม่เคยเห็นชื่อมาก่อน
ผมไล่ดูรายชื่อเหล่านั้นอย่างละเอียด
น่าสนใจ
สถาบันลูนาเรียมีวิชาเฉพาะทางมากกว่าที่ผมคิดเอาไว้เสียอีก
แต่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของผมมากที่สุดกลับเป็นวิชา—
การปรับใช้เวทมนตร์
ถ้าเข้าใจจากชื่อ วิชานี้น่าจะเกี่ยวข้องกับการนำเวทมนตร์พื้นฐานมาประยุกต์ใช้
ผมจึงตัดสินใจเลือกวิชานี้เป็นอันดับแรก
ส่วนวิชาเวทมนตร์ดำ...
ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน
"เรน เรียนอะไร"
เสียงของเนเรียดังขึ้นข้าง ๆ
ผมหันไปมอง
เธอกำลังมองตารางเรียนของตัวเองด้วยสีหน้าจริงจัง
"วันนี้ฉันน่าจะลองไปดูวิชาการปรับใช้เวทมนตร์ กับวิชาเวทมนตร์ดำน่ะ"
"ฉันจะเรียนด้วย"
ตอบเร็วเกินไปแล้ว
ผมหันไปมองเธอ
"วิชาเวทมนตร์ดำเหรอ?"
"ใช่"
เนเรียพยักหน้า
"น่าสนใจ"
ก่อนที่ผมจะพูดอะไรต่อ เอเลน่าก็ก้าวเข้ามา
"เนเรีย..."
เธอแตะไหล่เนเรียเบา ๆ
"วิชาเวทมนตร์ดำไม่ใช่สิ่งที่ควรเข้าไปเรียนเล่น ๆ นะ"
เนเรียเอียงคอ
"ทำไม?"
"เพราะศาสตร์พวกนั้นมีความเสี่ยงสูง และต้องมีพื้นฐานที่ดีพอ"
เอเลน่าพูดอย่างใจเย็น
"โดยเฉพาะกับความสามารถของเธอ ฉันคิดว่าควรเริ่มจากวิชาพื้นฐานก่อน"
เนเรียนิ่งไปครู่หนึ่ง
"แต่ฉันอยากเรียน"
"ฉันรู้"
เอเลน่าถอนหายใจเบา ๆ
"เอาไว้ฉันจะพาเธอไปดูวิชาอื่นก่อน"
ผมมองทั้งสองคนอยู่ครู่หนึ่ง
ดูเหมือนผมคงไม่ต้องเป็นคนดูแลเนเรียแล้ว
"งั้นฉันฝากเนเรียไปกับเธอด้วยนะ"
เอเลน่าหันมามองผม ก่อนพยักหน้า
"ไว้ใจฉันได้"
เนเรียมองผม
"แล้วเรนล่ะ?"
"ฉันไปวิชาการปรับใช้เวทมนตร์"
"อ้อ"
เธอตอบสั้น ๆ
จากนั้นพวกเราก็แยกกัน
ผมเดินออกจากห้องเรียนพร้อมยกแขนขึ้น
กำไลนำทางที่ข้อมือส่องแสงสีฟ้าออกมา
เส้นแสงบาง ๆ ปรากฏขึ้นกลางอากาศ ก่อนทอดยาวไปตามทางเดิน
ผมเดินตามมันไป
สถาบันแห่งนี้ใหญ่จริง ๆ
ถ้าไม่มีระบบนำทางแบบนี้ ต่อให้เดินมาหลายวันก็คงจำเส้นทางทั้งหมดไม่ได้
หลังจากเดินผ่านระเบียงหลายแห่ง ผมก็มาหยุดอยู่หน้าห้องเรียนแห่งหนึ่ง
การปรับใช้เวทมนตร์
ผมเปิดประตูเข้าไป
ภายในห้องมีนักเรียนอยู่จำนวนหนึ่ง
โต๊ะถูกจัดเป็นครึ่งวงกลม ส่วนตรงกลางเป็นพื้นที่ว่างสำหรับการทดลองเวทมนตร์
บนพื้นมีวงเวทหลายแบบ
บางวงเป็นเวทเสริมพลัง
บางวงเป็นเวทควบคุม
บางวงเป็นเวทธาตุ
ผมกวาดสายตามองอย่างละเอียด
มีบางอย่างน่าสนใจอยู่เหมือนกัน
"เรน?"
เสียงหนึ่งดังขึ้น
ผมหันไป
คาเอล วาเดนไฮม์
เขานั่งอยู่บริเวณหนึ่งของห้องและกำลังถือหนังสืออยู่
"บังเอิญจริง ๆ"
เขาพูด
"ครับ"
ผมเดินไปนั่งบริเวณใกล้ ๆ
คาเอลมองตารางเรียนในมือผม
"คุณเลือกวิชานี้เหมือนกันสินะ"
"ใช่"
"ผมสนใจเรื่องการประยุกต์ใช้มานา"
เขาปิดหนังสือ
"โดยเฉพาะการนำเวทมนตร์หลายรูปแบบมาใช้ร่วมกัน"
ผมมองเขาเล็กน้อย
"ทำไมถึงสนใจเรื่องนั้นละ?"
คาเอลคิดอยู่ครู่หนึ่ง
"ผมคิดว่าเวทมนตร์ที่ดีไม่จำเป็นต้องเป็นเวทมนตร์ที่มีพลังมากที่สุด"
เขายิ้มบาง ๆ
"แต่เป็นเวทมนตร์ที่สามารถใช้พลังที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด"
ผมไม่ได้ตอบ
แต่เห็นด้วยกับเขา
ไม่นานนัก ประตูห้องก็เปิดออก
ชายคนหนึ่งเดินเข้ามา
เขาเป็นเอลฟ์
ใบหน้าคมคาย หูแหลมยาว และมีผมสีเขียวเข้มถูกรวบไว้ด้านหลัง
แต่สิ่งที่สะดุดตาที่สุดกลับเป็นร่างกายที่กำยำ
เขาดูไม่เหมือนนักเวทเลยสักนิด
ถ้าบอกว่าเป็นอัศวิน ผมคงเชื่อทันที
ชายคนนั้นเดินมาหยุดหน้าห้อง ก่อนวางหนังสือลงบนโต๊ะ
"สวัสดี"
เสียงของเขาทุ้มและหนักแน่น
"ข้าชื่อเซอร์รอน วาเลนเทียร์"
เขากวาดสายตามองนักเรียนทุกคน
"เป็นอาจารย์ผู้สอนวิชาการปรับใช้เวทมนตร์"
ไม่มีการแนะนำตัวที่ยืดยาว
ตรงดี
ผมชอบ
เซอร์รอนยกมือขึ้น
มานาเริ่มรวมตัวบนฝ่ามือ
เปลวไฟเล็ก ๆ ปรากฏขึ้น
จากนั้นลมก็เริ่มหมุนรอบเปลวไฟ
วูบ!
เปลวไฟค่อย ๆ ยืดออก
มันไม่ได้ดับลงจากแรงลม
กลับกัน เปลวไฟกลับมีขนาดใหญ่ขึ้นและสว่างกว่าเดิม
เซอร์รอนค่อย ๆ ลดแรงลม
เปลวไฟกลับเข้าสู่สภาพเดิม
"พวกเธอคงเคยเรียนเวทมนตร์พื้นฐานกันมาแล้ว"
เขาพูด
"ถ้าเช่นนั้น วันนี้ข้าจะไม่สอนวิธีร่ายเวทมนตร์"
เขาหันไปเขียนข้อความบนกระดาน
การปรับใช้เวทมนตร์
"ข้าจะสอนวิธีทำให้เวทมนตร์หนึ่งบทส่งเสริมเวทมนตร์อีกบทหนึ่ง"
เขาวางชอล์กลง
"เวทมนตร์พื้นฐานส่วนใหญ่มีหน้าที่เฉพาะตัว"
"ไฟสร้างความร้อน"
"ลมสร้างแรงผลักและควบคุมการเคลื่อนที่"
"ดินเพิ่มความแข็งแกร่งและสร้างโครงสร้าง"
"น้ำควบคุมของเหลว"
เขาหันกลับมา
"แต่ถ้าใช้แยกกัน พลังของมันก็จะถูกจำกัดอยู่เพียงหน้าที่นั้น"
เขายกมือขึ้นอีกครั้ง
ไฟปรากฏขึ้น
จากนั้นลมก็เริ่มหมุนรอบมัน
"ไฟกับลม"
เขาเพิ่มความเร็วของกระแสลม
เปลวไฟเริ่มยาวขึ้น
"หลายคนเข้าใจผิดว่าการใช้สองเวทพร้อมกันหมายถึงการเพิ่มพลัง"
เขาส่ายหน้า
"ไม่ใช่"
เปลวไฟหมุนตามกระแสลม
"ลมไม่ได้เพิ่มพลังของไฟโดยตรง"
"แต่ช่วยให้อากาศไหลเวียนรอบเปลวไฟได้ดีขึ้น"
ไฟจึงเผาไหม้รุนแรงกว่าเดิม
ผมมองการไหลของมานาอย่างตั้งใจ
เข้าใจแล้ว
มันไม่ได้เป็นการเพิ่มมานา
แต่เป็นการเปลี่ยนสภาพแวดล้อมให้เวทมนตร์ทำงานได้มีประสิทธิภาพขึ้น
เซอร์รอนสลายเวทมนตร์
"นี่เป็นเพียงตัวอย่างที่ง่ายที่สุด"
เขาเขียนคำว่า
ประสาน
ลงบนกระดาน
"สิ่งสำคัญไม่ใช่การร่ายเวทให้มากขึ้น"
"แต่คือการทำให้เวทแต่ละบททำหน้าที่เสริมกัน"
นักเรียนคนหนึ่งยกมือ
"ถ้าอย่างนั้นเราต้องร่ายสองเวทพร้อมกันหรือครับ?"
"ไม่จำเป็น"
เซอร์รอนตอบ
"การร่ายสองเวทพร้อมกันเป็นเพียงวิธีพื้นฐาน"
เขายกนิ้วขึ้น
"สิ่งที่สำคัญกว่าคือโครงสร้างของเวทมนตร์"
ผมชะงัก
โครงสร้าง?
เซอร์รอนเดินไปที่วงเวทบนพื้น
"ลองดูวงเวทนี้"
เขาชี้ไปที่วงเวทเสริมความแข็งแกร่ง
"เวทนี้จะเพิ่มความหนาแน่นของมานาบริเวณร่างกาย"
จากนั้นเขาชี้ไปยังอีกวงหนึ่ง
"ส่วนวงนี้ควบคุมทิศทางของแรง"
เขาเชื่อมวงเวททั้งสองเข้าด้วยกัน
เส้นมานาเริ่มไหลจากวงหนึ่งไปอีกวงหนึ่ง
"ถ้าใช้แยกกัน เราจะได้แค่ร่างกายที่แข็งแรงขึ้น กับการควบคุมแรง"
เขากำมือ
มานาไหลเวียนไปทั่วแขน
"แต่ถ้านำมาประสานกัน..."
เขาชกอากาศ
ตูม!
แรงกระแทกดังขึ้น
ลมถูกอัดจนพุ่งไปด้านหน้า
นักเรียนหลายคนสะดุ้ง
เซอร์รอนลดมือลง
"เราสามารถส่งแรงทั้งหมดไปยังทิศทางเดียวได้"
ผมมองวงเวทอีกครั้ง
นี่ไม่ใช่เวทมนตร์ที่ซับซ้อน
แต่หลักการกลับน่าสนใจ
แทนที่จะเพิ่มปริมาณมานา...
ก็ลดการสูญเสียระหว่างการใช้งาน
ถ้าเป็นนักเวทที่มีมานาน้อย เทคนิคนี้จะมีประโยชน์มาก
แต่ถ้ามีมานามหาศาล...
ก็ยิ่งสามารถใช้เทคนิคนี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพได้มากขึ้น
"จำเอาไว้"
เซอร์รอนพูด
"นักเวทที่แข็งแกร่งไม่ใช่คนที่มีมานามากที่สุดเสมอไป"
เขามองนักเรียนทุกคน
"แต่คือคนที่ใช้มานาทุกหยดได้คุ้มค่าที่สุด"
ห้องเรียนเงียบลง
ผมมองมือตัวเอง
มานาในร่างกายไหลเวียนอย่างสงบ
เวทมนตร์ส่วนใหญ่ที่ผมเคยเห็นยังเน้นการเพิ่มพลังโดยตรง
แต่ตอนนี้ศาสตร์เวทมนตร์พัฒนาไปอีกขั้นแล้ว
พวกเขาเริ่มให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพ
น่าสนใจจริง ๆ
ผมสงสัยเหลือเกินว่า
จะสามารถสร้างเวทมนตร์แบบไหนขึ้นมาได้บ้าง
ผมเงยหน้ามองกระดานอีกครั้ง
บางที...
การเลือกวิชานี้อาจไม่ใช่ความคิดที่แย่นัก