อัศม์เดชลืมตาขึ้นมาในตอนเช้า ความเศร้าใจ ความทุกข์ทรมานใจ ความคิดถึงผู้หญิงที่หนีหายจากไป หลังจากที่ส่างจากอาการมึนเมา ก็กลับมาอีกครั้ง ชายหนุ่มกัดกรามแน่น ยกมือใหญ่ขึ้นมาปิดดวงตาทั้งสองข้าง ที่ตอนนี้มีน้ำใสๆ ไหลรินออกมา
อัศม์เดชเช็ดน้ำตาออก ลุกออกจากเตียงนอน เดินตรงไปที่ห้องน้ำ เพื่อทำกิจและชำระล้างทำความสะอาดร่างกาย เขาอยู่ในห้องน้ำไม่ถึงสิบนาทีก็เดินออกมา สวมใส่เสื้อผ้า แล้วเดินออกจากห้องนอน ลงไปชั้นล่าง
“กู๊ดมอร์นิ่งครับนายท่าน นายท่านไม่ทานอาหารเช้าหน่อยเหรอครับ?”
เอ็ดมันมายืนรอผู้เป็นเจ้านายลงมาจากชั้นบน เมื่อเห็นอัศม์เดชเดินลงมา และทำท่างเหมือนจะเดินออกไปหน้าบ้าน เพื่อไปขึ้นรถยนต์ไปทำงาน จึงร้องถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง
“กู๊ดมอร์นิ่งเอ็ดมัน ไม่ล่ะ ฉันจะไปฟาร์มเลย”
อัศม์เดชกล่าวจบก็เดินตรงไปที่หน้าบ้าน ขึ้นรถยนต์ที่คนงานเอามาจอดไว้รอ ขับเคลื่อนพุ่งทะยานออกไปเลย โดยไม่คิดจะรั้งรอหรือคอยท่าอะไรทั้งนั้น
“เฮื่อออ!!!!...... ไม่ทานอาหารเช้าอีกแล้ว อย่างนี้ร่างกายก็จะแย่นะเนี้ย!!”
เอ็ดมันมองตามหลังผู้เป็นเจ้านาย ถอนหายใจออกมาแรงๆ ส่ายหน้าไปมาเบาๆ อย่างไม่รู้จะทำยังไง ถึงจะพูดให้ผู้เป็นเจ้านายกลับมารักตัวเอง รักสุขภาพของตัวเองได้บ้าง
อัศม์เดชขับรถยนต์ไปถึงฟาร์มก็เอาแต่ทำงาน ทำงานและก็ทำงานให้หนักๆ จากที่เป็นคนพูดน้อยอยู่แล้ว ก็กลับพูดน้อยลงกว่าเดิมเข้าไปอีก และจากที่เป็นคนดุดันอยู่แล้ว ก็เพิ่มระดับความดุดันเป็นเท่าทวีคูณเข้าไปอีก จนคนงานทุกคน ต่างพากันเข้าหน้าเขาไม่ติดกันเลยสักคน
กริ๊งงง...... กริ๊งงง...... กริ๊งงง......
เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์มือถือ ที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงดังและสั่นสะเทือน บอกให้เจ้าของเครื่องโทรศัพท์มือถือรู้ว่ามีใครบางคนโทรเข้ามา อัศม์เดชหยุดการทำงานลง ล้วงมือเข้าไปหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาดู ก็เห็นชื่อ ‘นุพงษ์’ แสดงขึ้นมาที่หน้าจอ เขาจึงรีบกดปุ่มรับสายในทันที
“สวัสดีครับคุณนุพงษ์”
อัศม์เดชกรอกเสียงทักทายไปตามสาย อย่างกระตือรือร้น เพราะคนที่โทรเข้ามานี้เป็นนักสืบ ที่เขาจ้างให้ไปสืบหาตัวณัฐวลัญช์ และที่นุพงษ์โทรเข้ามาอย่างนี้ แสดงว่านุพงษ์ต้องมีความคืบหน้ามารายงานแก่เขาอย่างแน่นอน
“สวัสดีครับคุณอัศม์เดช ผมมีความคืบหน้าเรื่องคุณณัฐวลัญช์มารายงานครับ พอดีผมเจอตัวคุณณัฐวลัญช์แล้ว ตอนนี้คุณยังคงอยู่ประเทศไทยไหม? ครับจะได้เข้าไปพบและเอาเอกสารและรูปถ่ายไปให้น่ะครับ”
นุพงษ์รายงานเกริ่นขึ้นในเบื้องต้น ให้ผู้เป็นนายจ้างได้รับทราบ
“ตอนนี้ผมไม่อยู่ที่ประเทศไทย ถ้ายังไงคุณส่งเอกสารมาให้ผมทางอีเมลที่ผมให้ไว้เลยก็ได้ครับ จะส่งมาวันนี้ใช่ไหม?”
อัศม์เดชบอกกลับไปด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น และดวงตาเริ่มมีความหวังขึ้นมา
“ได้ครับ!! เดี๋ยวผมจะส่งเอกสาร และรูปถ่ายไปให้คุณทางอีเมลเช้านี้เลยครับ”
นุพงษ์ตอบกลับอัศม์เดช แล้วจึงวางสายจากอัศม์เดชไป เพื่อไปดำเนินการส่งอีเมลให้แก่อัศม์เดชอย่างไม่รอช้า
อัศม์เดชสั่งงานหัวหน้าคนงานอย่างเร็วไว แล้วรีบเร่งเดินออกไปขึ้นรถยนต์ ตรงกลับไปที่บ้าน เพื่อไปเปิดดูอีเมลที่นุพงษ์กำลังจะส่งมาให้ และคิดว่าเขาจะต้องออกเดินทางไปที่ประเทศไทยในวันนี้เลยด้วย ซึ่งใจจริงเขาแทบจะอดใจรอไม่ไว้ อยากหายตัวไปอยู่ที่ประเทศไทยในตอนนี้เลยด้วยซ้ำ แต่ก็ทำอย่างนั้นไม่ได้ จึงต้องทำตามความต้องการของตัวเองในเร็วที่สุดเท่านั้นเอง
๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘