น้ำเสียงเว้าวอนแ่เบาบอกใบหน้าเธอตอนนี้ไม่ต่างจากลูกแมวตกน้ำสักนิด ทั้งน่ารักและน่าเอ็นดูแต่ความน่ารักของเธอก็ไม่อาจทำให้เขาหยุดอารมณ์ปรารถนาของตัวเองตอนนี้ได้
“ผมหยุดไม่ได้ คุณเองก็เหมือนกัน”
เสียงทุ้มแหบพร่าก้มกระซิบข้างใบหูแ่เบานุ่มนวลชวนให้คล้อยตาม
“แต่..อื้ม”
ไม่ทันได้ทัดทานนิ้วแกร่งกดเน้นปุ่มเสียว ทำคนตัวเล็กสติเตลิด เสียวสะท้านควบคุมร่างกายไม่ได้ดวงตาคู่งามปรือมองคน้าอย่างเว้าวร
“ผมสัญญาว่าจะนุ่มนวลที่สุด”
ไม่รอคำตอบจากคนเบื้องล่างมือหนาจับล็อกสะโพกบางไว้ก่อนจะขยับกดดันกายแกร่งเข้าในกายเธอทีละนิดค่อยๆขยับเข้าออกเชื่องช้าลดความเจ็บ พร้อมกับปากหยักพรมจูบซับตามร่างเปลือยเปล่า
ก่อนเลื่อนมาปิดปากบางของเธออีกครั้งมอบจูบดูดดื่มแสนหวาน ยั่วยวนตามอารมณ์ปรารถนาให้ ขณะเดียวกันมือก็ไม่อยู่เฉย ััลูบไล้ไปตามเรือนกายเนียนนิ่มอย่างชำนาญ
ให้ร่างกายเธอเป็หนึ่งเดียวกับแท่นร้อนของเขาในที่สุดกายแกร่งก็สามารถแหวกว่ายเข้าไปสำรวจภายในได้จนสุดด้าม เขาปล่อยแช่ให้ความนุ่มนิ่มตอดรัดแท่นร้อนอยู่อย่างนั้นชั่วครู่
ช่างเป็ความรู้สึกที่แสนพิเศษที่ไม่เคยได้รับจากผู้หญิงคนไหนมาก่อน เธอเป็คนแรกที่มอบความรู้สึกพิเศษนี้ให้กับเขา
“อ้า!…อื้อ”
แพรไหมกัดริมฝีปากแน่นกดกลั้นเสียงครางน่าอายของตัวเองเอาไว้ ขณะที่ลำตัวบิดเกร็งรับ ตามจังหวะที่คน้าเคลื่อนไหว
“โอ้วว สุดยอด”
เสียงทุ้มครางออกมาอย่างพึงพอใจเธอทำให้เขาเสียวซ่านไปทั้งตัว ทุกครั้งที่ขยับสะโพกขึ้นลง และเริ่มเพิ่มความเร็วขึ้นลงตามจังหวะรักเพื่อทะนุถนอมไม่ให้หญิงสาวบอบช้ำจากการร่วมรักครั้งแรกตามที่สัญญาไว้ทั้งที่ใจจริงอยากทำมากกว่านั้น
“โอ้วว”
“อ๊ะ! อือออ”
เสียงครางหวานดังขึ้นพร้อมกับแอ่นกายรับแรงกระแทกอัตโนมัติเธอเริ่มรู้สึกดีกับััที่เขามอบให้ ถึงไฟปรารถนาจะมีมากมายเพียงใด แต่นคินทร์กับทะนุถนอมหญิงสาวเบื้องล่างทุกจังหวะอ่อนโยนราวกับกลัวว่าเธอจะบอบช้ำ
ไฟรักของสองหนุ่มสาวโหมกระหน่ำบนเตียงนุ่มขนาดหกฟุตบทเพลงรักบรรเลงไปยาวนานจนเสพสมอารมณ์หมาย ด้วยความเหนื่อยล้าจึงทำให้หญิงสาวผล็อยหลับไปในอ้อมกอดของชายหนุ่มแปลกหน้า
นคินทร์ััลูบไล้ไปตามเรือนร่างหอมนุ่มที่หลับใหลในอ้อมกอดมั่นใจว่าเธอคนนี้ไม่เคยผ่านมือชายใดมาก่อน และเขาพร้อมที่จะรับผิดชอบ ถึงจะเกิดจากความเมาแต่เขาไม่ได้ขาดสติชายหนุ่มรับรู้เื่ราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น อดคิดไม่ได้ว่าหากพรุ่งนี้เธอตื่นมาพบว่าตนเองอยู่ในสภาพเช่นนี้จะทำเช่นไรไม่ว่าอย่างไรเขาก็จะรับผิดชอบในสิ่งที่ได้ทำลงไปในค่ำคืนนี้
เช้าวันถัดมาแพรไหมตื่นลืมตาขึ้น ความรู้สึกแรกที่ััได้คือปวดแสบร่างกายบริเวณนั้นมากแถมตอนนี้ยังหนักหัวอื้ออึงไปหมด หญิงสาวพยายามคิดทบทวนว่าเกิดอะไรขึ้น ตอนนี้ตัวเองอยู่ที่ไหน
ความทรงจำค่อยๆ ผุดขึ้นมาจากเลือนรางเริ่มชัดเจนขึ้น เรื่อย ๆ ภาพสุดท้ายคือเธออยู่ที่บาร์กับผู้ชายแปลกหน้าจากนั้นภาพก็ตัดไปนี่เธอไม่ได้กลับที่พักของตัวเอง แพรไหมคิดพร้อมกับมองสำรวจไปรอบ ๆ ห้อง
พบชายอีกคนนอนหลับอยู่ข้างกายเมื่อเห็นดังนั้นหญิงสาวจึงรีบก้มลงสำรวจร่างกายของตัวเองก่อน อย่างที่คาดตอนนี้เธอเปลือยเปล่าอยู่ใต้ผ้าห่มผืนเดียวกับชายที่นอนหลับอยู่ข้างๆ
“ให้ตายสิแพรไหมนี่ทำอะไรลงไปเนี่ย”
แพรไหมบ่นให้ตัวเองก่อนจะขยับกายย่องลงจากเตียงเชื่องช้าให้เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยไม่ให้คนที่หลับอยู่ตื่นขึ้นมาเจอในสภาพนี้เพราะเธอไม่รู้ว่าจะทำหน้าอย่างไร ก่อนจะรีบเก็บเสื้อผ้าที่กองอยู่ที่พื้นมาใส่อย่างรวดเร็วและเงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้เพราะไม่อยากให้คนบนเตียงตื่น
จากนั้นรีบหนีออกจากห้องไปไปให้ไกลที่สุดคิดว่าคงไม่กลับมาที่นี่อีกแล้ว และคงไม่ได้เจอชายคนนี้อีกเช่นกัน
เวลาผ่านไปราวหนึ่งชั่วโมงนคินทร์ที่เพิ่งตื่นเอื้อมมือไปหมายจะกอดคนที่นอนอยู่ข้างๆ แต่กับพบเพียงความว่างเปล่า ดวงตาเข้มตื่นลืมตามองรอบภายในห้องนอนพบว่ามีเขาอยู่บนเตียงเพียงคนเดียว
ภายในห้องไร้วี่แววหญิงสาวคนเมื่อคืนไม่มีแม้แต่ร่องรอย เมื่อคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กายแกร่งเปลือยเปล่าสปริงตัวลุกขึ้นเดินสำรวจไปรอบๆเพื่อหาหญิงสาวแต่พบเพียงความว่างเปล่าเช่นเดิม มีเพียงชุดของเธอที่ใส่มาเมื่อคืนกองอยู่ในอ่างล้างหน้า
ให้ตายสิเขาไม่คิดว่าเธอจะหนีไปดื้อๆเช่นนี้วันนี้เป็วันที่ชายหนุ่มต้องบินกลับไทยด้วย อาจไม่มีโอกาสได้กลับมาที่นี่อีกแล้วจะติดต่อเธอได้อย่างไรเมื่อคิดได้ดังนั้นจึงรีบเก็บข้าวของเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางสายตาไปสะดุดเข้ากับสร้อยคอสีเงินมันวาวที่หล่นอยู่บนเตียง จี้โลมาถือหัวใจด้านในมีข้อความสลักว่า
“PMเป็ชื่อย่อของคุณหรือเปล่า”
นคินทร์มองสร้อยคอในมือพูดกับตัวเองอย่างเหม่อลอย
ด้านแพรไหมกลับถึงบ้านก็ต้องรีบเก็บเสื้อผ้าสำหรับเดินทางกลับเช่นกัน
“แพรไปไหนมา ทำไมเมื่อคืนถึงไม่กลับบ้าน”
พอลเห็นน้องสาวเดินเข้าบ้านมาในชุดเสื้อเชิ้ตของผู้ชายเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย
“เอ่อ…เมื่อคืนแพรไปดื่มกับเพื่อนมาค่ะเห็นว่าดึกมากเลยนอนพักที่บ้านเพื่อนน่ะ”
หญิงสาวอธิบายน้ำเสียงเรียบพยายามทำทุกอย่างให้เป็ปกติ
“บ้านเพื่อน”
ชายหนุ่มถามย้ำอีกครั้งไม่ยักรู้ว่าน้องสาวของเขามีเพื่อนอยู่ที่นี่ด้วย
“อือ! งั้นแพรขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะ เดี๋ยวไม่ทันขึ้นเครื่อง”เธอบอกพร้อมกับเดินเลี่ยงขึ้นห้องไป แต่ถูกเรียกรั้งไว้ก่อน
“เดี๋ยว...ไม่ได้เป็อะไรแน่ใช่มั้ย”
“ไม่ได้เป็อะไรแพรโอเคไม่ต้องเป็ห่วง” เธอย้ำเมื่อเห็นแววตาเป็ห่วงจากผู้เป็พี่ก่อนจะเอ่ยต่อ
“พอลขอบคุณสำหรับทุกอย่าง ระหว่างที่แพรอยู่ที่นี่นะ”
“ด้วยความยินดีรู้ใช่มั้ยว่าพี่พร้อมช่วยทุกเื่”
“รู้น่าแพรแค่กลับไปเรียน เรียนจบอาจมาอยู่ที่นี่ด้วยก็ได้ถึงเวลานั้นก็อย่าลืมว่าต้องดูแลเลี้ยงน้องสาวคนนี้ด้วยล่ะ"
“ที่นี่ยินดีต้อนรับเสมอ”
“แพรรู้แต่ตอนนี้ต้องไปแล้วนะ ไม่งั้นจะสายเอาได้”
“รีบไปเตรียมตัวเถอะเดี๋ยวจะไปส่ง”
“ไม่เอาน่าพอล”
ชายหนุ่มส่งสายตาไม่ยอมจะไปส่งให้ได้จนหญิงสาวต้องยอม ไม่เช่นนั้นเขาคงคาดคั้นเธอไม่หยุด
ตลอดทางภาพความทรงจำที่เกิดขึ้น่ค่ำคืนที่ผ่านมาผุดขึ้นมาชัดเจนจนเธออยากจะตีตัวเองให้ตายที่ปล่อยให้ตัวเองเมาจนขาดสติแบบนั้น
ถึงจะจำได้ไม่ชัดเจนทั้งหมดแต่ก็จำความรู้สึกนั้นได้ชัดเจน ยิ่งคิดภายในท้องเกิดอาการมวล ราวกับมีผีเสื้อนับร้อยตัวมาบินอยู่ในนั้นเมื่อไม่สามารถกลับไปแก้ไขอะไรได้แล้ว ต้องยอมรับความจริงและต้องยอมรับความผิดพลาดนี้ให้ได้เธอจะต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่ให้สดใสกว่าเดิม
คิดได้ดังนั้นหญิงสาวจึงพยายามผละความรู้สึกทั้งหมดทิ้งไปแล้วเตรียมตัวสำหรับการเดินทางไกลแต่ก็ต้องชะงักเล็กน้อยเพราะเพิ่งสังเกตเห็นว่าสร้อยคอที่บิดาให้เป็ของขวัญวันเกิดชิ้นสุดท้ายหายไปซึ่งเป็เส้นที่เธอชอบมากเพราะมันรวมความทรงจำของเธอและบิดาเอาไว้
ถึงจะเสียใจแต่มาถึงตอนนี้ก็ไม่สามารถทำอะไรได้แล้วได้แต่โทษตัวเองที่ใช้ชีวิตเหลวไหล ขนาดของรักของหวงที่พ่อให้มา ยังรักษามันไม่ได้เลยยิ่งคิดยิ่งโทษตัวเองที่ทำอะไรผิดพลาดไปหมด ทั้งที่ตั้งใจจะเริ่มต้นชีวิตใหม่แท้ๆ แต่ดูเหมือนทุกอย่างจะแย่และผิดพลาดไปหมด
“โชคดีนะแล้วเจอกัน”
พอลกล่าวลาพร้อมโอบกอดน้องสาวอย่างห่วงใยเขาอดที่จะสงสารไม่ได้ที่ต้องกลับไปใช้ชีวิตเพียงลำพัง
“แล้วเจอกันค่ะ”
สองหนุ่มสาวหารู้ไม่ว่าโชคชะตากำลังเล่นตลกกับคนทั้งคู่ที่โคจรมาพบกันโดยที่ทั้งสองไม่รู้จักกันในค่ำคืนนี้ก็เช่นกันเขาและเธอขึ้นเครื่องกลับประเทศไทยเที่ยวบินเดียวกันแต่ทั้งสองไม่ได้เจอกันจนเครื่องแล่นลงจอดที่สนามบินสุวรรณภูมิ