ทว่าไช่หมัวมัวเพิ่งะโจบ ฮวาชิงเหยียนก็เตะเข้ากลางท้องนางเต็มแรง ร่างอวบแน่นของไช่หมัวมัวลอยกระเด็นไปไกลก่อนกระแทกลงพื้นเสียงดังสนั่นจนพื้นสั่นะเื
“อ๊าาา!” ไช่หมัวมัวร้องโอดครวญด้วยความเ็ป ดวงตาแดงก่ำจ้องมองฮวาชิงเหยียนอย่างเดือดแค้น
ฮวาชิงเหยียนก้าวเข้าไปหาอย่างมั่นคงทีละก้าว ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้อารมณ์ “เ้าบอกว่าเซี่ยจู๋โดนทำโทษเพราะช่วยข้าถือของหรือ”
จากถ้อยคำก่อนหน้าของไช่หมัวมัว นางก็เริ่มคาดเดาถึงสาเหตุที่แท้จริงได้ว่าเซี่ยจู๋โดนทำโทษเพราะเื่นั้น และนี่ไม่ใช่ครั้งแรก
ในความทรงจำของเ้าของร่างเดิม เซี่ยจู๋เคยแอบเอาอาหารมาให้นาง พอถูกจับได้ก็จะถูกลงโทษปล่อยให้หิวโหยถึงสามวัน
เพราะความทรงจำของเ้าของร่างเดิมปะปนกันเกินไป ฮวาชิงเหยียนจึงนึกไม่ออกในทันที จนเมื่อได้ยินไช่หมัวมัวเอ่ยจึงเพิ่งนึกขึ้นมา หากตอนนั้นนึกออกนางคงไม่ให้เซี่ยจู๋มาช่วย แต่เมื่อเื่ล่วงเลยมาถึงขั้นนี้แล้ว สิ่งที่ต้องทำย่อมไม่ใช่การนั่งเสียใจ
“อ๊าา เจ็บจะตายอยู่แล้ว! ฮวาชิงเหยียน ข้าเป็คนของคุณหนูใหญ่ เ้า...เ้ากล้าลงมือกับข้าหรือ คุณหนูใหญ่ไม่มีทางปล่อยเ้าไปแน่!”
ไช่หมัวมัวขบฟันพูดด้วยความแค้นเคือง แต่กลับไม่ตอบคำถามของฮวาชิงเหยียนแม้แต่น้อย
“หุบปาก!” ฮวาชิงเหยียนยกเท้ากระทืบลงที่หัวเข่าของนางทันที น้ำเสียงเยียบเย็นกล่าวว่า “หากเ้ายังเอ่ยคำเหลวไหลอีกแม้แต่ประโยคเดียว ข้าจะทำให้ขาข้างนี้ของเ้าพิการไปตลอดชีวิต”
พูดจบนางออกแรงกดเบาๆ แต่ก็ทำเอาไช่หมัวมัวเจ็บจนหน้าซีด เสียงกรีดร้องที่จุกอยู่ในลำคอถูกสายตาเย็นเยียบของฮวาชิงเหยียนกดข่มจนกลืนกลับลงไป นางถึงกับคิดว่าหากยังกล้าส่งเสียงอีก คงโดนเหยียบจนขาหักแน่
ฮวาชิงเหยียนเห็นอีกฝ่ายเจ็บจนตัวสั่นแต่ไม่กล้าเปล่งเสียง ก็ก้มหน้าลงมองไช่หมัวมัวที่นอนนิ่งบนพื้นแล้วกล่าวเสียงเ็า “ตอบมา เซี่ยจู๋โดนลงโทษเพราะอะไร”
ดวงตาของไช่หมัวมัววูบไหว ก่อนจะนึกได้ว่าฮวาชิงเหยียนเคยกลัวฮวาเย่ว์โหรวแค่ไหน หากบอกความจริงนี้ไป คนที่ซวยย่อมเป็ฮวาชิงเหยียน นางจึงตอบอย่างไม่ลังเล
“เซี่ยจู๋เป็สาวใช้ของคุณหนูใหญ่ นางได้รับคำสั่งให้ไปเทอุจจาระกลางคืน แต่กลับหายไปครึ่งวัน คุณหนูใหญ่รู้เข้าจึงคิดว่านางละเลยหน้าที่ และทั้งที่เป็สาวใช้ของคุณหนูใหญ่ แต่กลับไปช่วยเ้า คุณหนูใหญ่เลยลงโทษนิดหน่อย แต่นางเซี่ยจู๋กลับยิ่งได้ใจ สองวันก็ยังไม่ลุกขึ้นทำงาน คุณหนูใหญ่ไม่อาจทนได้อีก จึงสั่งให้ข้าพานางไป ทั้งยังบอกอีกว่าในเมื่อเซี่ยจู๋ชอบช่วยเ้ามากนัก ก็ฆ่านางแล้วเอาศพส่งไปให้เ้าที่เรือนเสียเลย”
“เฮอะ” ฮวาชิงเหยียนแค่นเสียงเย้ยหยันเบาๆ คนอย่างฮวาเย่ว์โหรวนี่ช่างเหี้ยมโหดนัก เพียงเพราะเซี่ยจู๋ช่วยนางถือของก็คิดจะฆ่าทิ้ง ถึงขั้นจะส่งศพมาให้ แล้วยังคิดใช้ศพของเซี่ยจู๋ขู่บ่าวไพร่คนอื่นให้หวาดกลัวไปด้วย
หน้าตางดงามดั่งบุปผา แต่จิตใจกลับโหดยิ่งกว่าอสรพิษ ไม่ผิดจากที่นางเคยคิดไว้จริงๆ
“ในเมื่อเป็เช่นนี้ ก็บอกนางไปตรงๆ เถิด ไม่ต้องลำบากให้มากความ และข้าจะพาเซี่ยจู๋กลับเรือนข้า”
นางคลายเท้าที่ยังเหยียบอยู่บนเข่าของไช่หมัวมัว แล้วกล่าวเ็าอีกครั้ง “ไสหัวไป”
ไช่หมัวมัวใบหน้าบิดเบี้ยวเพราะความเ็ป ดวงตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้น นางกัดฟันพยายามยันตัวลุกขึ้น รีบก้าวออกไปสองสามก้าวก่อนจะหันมาถลึงตาพูดเสียงกร้าว “ฮวาชิงเหยียน คอยดูเถอะ! คุณหนูใหญ่ไม่มีวันปล่อยเ้าไปแน่!”
พูดจบก็หันหลังวิ่งจากไปราวกับถูกิญญาไล่ ฮวาชิงเหยียนไม่ใส่ใจคำขู่แม้แต่น้อย ในสายตานาง ฮวาเย่ว์โหรวก็แค่พวกเด็กเล่นกลเท่านั้น อาจดูสง่างาม มีพร์ในการปรุงโอสถ แต่กลวิธีนั้นยังอ่อนหัดนัก
สิ่งที่ทำให้ฮวาชิงเหยียนรู้สึกผิดเล็กน้อย คือไม่คิดว่าเซี่ยจู๋จะเจ็บหนักเพราะตนขนาดนี้ หากปล่อยให้เซี่ยจู๋อยู่ที่นี่ต่อ แม้จะรักษาหายแต่สุดท้ายก็คงเอาชีวิตไม่รอด
เมื่อกลับถึงเรือน ฮวาชิงเหยียนก็รอให้สาวใช้หน้ากลมต้มน้ำจนเสร็จ จากนั้นจึงให้ช่วยกันหามเซี่ยจู๋กลับมาที่เรือนของตนทันที เพราะเกรงว่าสาวใช้หน้ากลมจะถูกหางเลขไปด้วย นางจึงให้พักอยู่ด้วยกันที่เรือนชั่วคราว
ฮวาชิงเหยียนไม่ได้รักษาเซี่ยจู๋ในทันที แต่นางเดินเข้าห้องไปปรุงโอสถน้ำฟื้นฟูโลหิตและโอสถน้ำสมานแผลระดับหนึ่งก่อน แล้วจึงเริ่มทำแผลให้เซี่ยจู๋
เมื่อนางเปิดผ้าพันแผลออกก็เห็นว่าาแนั้นอักเสบและเป็หนองจนกลิ่นเหม็นโชยออกมา าแพาดยาวสลับซับซ้อนเต็มแผ่นหลัง าแทั่วทั้งแผ่นหลังล้วนสาหัส ไม่มีจุดที่ดูได้เลยแม้แต่จุดเดียว ไม่ไข้ขึ้นสิแปลก
ด้วยในเรือนไม่มีสุรา ฮวาชิงเหยียนจึงนำมีดสั้นในครัวไปแช่ในน้ำเดือด แล้วค่อยผ่านไฟฆ่าเชื้ออีกครั้ง ก่อนจะใช้มีดนั้นทำความสะอาดาแของเซี่ยจู๋
สาวใช้หน้ากลมซึ่งนั่งเฝ้าอยู่ไม่ห่างใบหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง นางไม่อยากเชื่อเลยว่าคุณหนูรองซึ่งควรสูงส่งจะกล้าทำเช่นนี้ด้วยตัวเอง
าแของเซี่ยจู๋เต็มไปด้วยหนองและกลิ่นเหม็น แค่เข้าใกล้ยังแทบทนไม่ไหว แต่ฮวาชิงเหยียนกลับไม่แสดงความรังเกียจแม้แต่น้อย นางเช็ดหลังและขูดเนื้อเน่าออกอย่างใจเย็น มือมั่นคงสายตาแน่วแน่
แบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่คุณหนูจากตระกูลสูงศักดิ์พึงกระทำเลยสักนิด แต่ฮวาชิงเหยียนกลับไม่สนใจศักดิ์ศรีใดๆ สาวใช้หน้ากลมเริ่มเข้าใจแล้วว่าเหตุใดเซี่ยจู๋ถึงยอมเสี่ยงชีวิตช่วยฮวาชิงเหยียน แม้จะรู้ว่าต้องโดนลงโทษก็ตาม
การมีเ้านายเช่นนี้ คือสิ่งที่บ่าวไพร่ทุกคนใฝ่หา
เมื่อฮวาชิงเหยียนยกถ้วยโอสถน้ำสมานแผลออกมา กลิ่นหอมของโอสถน้ำซึ่งโชยมาเตะจมูกทำเอาสาวใช้หน้ากลมพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
ปกติแล้วโอสถสมานแผลระดับหนึ่งราคาสูงถึงหนึ่งพันตำลึงทอง ทว่าฮวาชิงเหยียนกลับใช้โอสถราคาสูงเช่นนั้นกับสาวใช้อย่างไม่ลังเล!
เมื่อเทียบกับฮวาเย่ว์โหรวซึ่งเป็ถึงนักหลอมโอสถ กลับไม่เคยเห็นนางหยิบโอสถให้ใครใช้แม้แต่น้อย ความต่างนั้นช่างชัดเจนยิ่งนัก
แต่เมื่อเห็นโอสถในมือของฮวาชิงเหยียนเป็ของเหลวสีส้มใส ไม่ใช่โอสถเม็ดก็อดสงสัยไม่ได้
...เหตุใดถึงละลายโอสถเช่นนั้น
แต่แล้วนางก็เข้าใจทันที เมื่อเห็นฮวาชิงเหยียนรินโอสถลงบนแผ่นหลังของเซี่ยจู๋ ก่อนที่าแน่าเกลียดที่เต็มไปด้วยหนองจะค่อยๆ สมานเข้าหากันต่อหน้าต่อตานาง าแนั้นสมานกันรวดเร็วอย่างเหลือเชื่อ จนยามนี้เหลือเพียงรอยแผลตื้นจางๆ เท่านั้น
์! โอสถสมานแผลได้ผลดีเช่นนี้ั้แ่เมื่อไรกัน!
หรือว่าจะเป็โอสถสมานแผลชั้นยอด?!
...เป็ไปไม่ได้! คุณหนูรองจะมีโอสถเช่นนั้นได้อย่างไรกัน! ต้องเป็เพราะใช้ทาภายนอกจึงเห็นผลเร็วแน่ๆ ใช่ ต้องเป็แบบนั้น!
“เสี่ยวเหมย เ้าช่วยป้อนโอสถน้ำฟื้นฟูโลหิตให้นางหน่อย”
ฮวาชิงเหยียนไม่รู้เลยว่าสาวใช้หน้ากลมยืนอึ้งอยู่นานแล้ว นางถือถ้วยโอสถน้ำอีกใบเดินมาส่งให้สาวใช้หน้ากลม
สาวใช้หน้ากลมได้สติก็รีบรับมา กลิ่นหอมที่ลอยเตะจมูกหวานละมุนยิ่งกว่าโอสถใดที่เคยเจอ ของเหลวใสสะอาดดุจหยดน้ำใส นางไม่อาจหาคำใดมาเปรียบเปรยความใจกว้างของคุณหนูรองผู้นี้ได้เลย
เพียงเพราะสาวใช้คนหนึ่ง ฮวาชิงเหยียนกลับยอมใช้โอสถถึงสองขวด ทั้งที่สาวใช้ธรรมดาราคาแค่ห้าตำลึงทองเท่านั้น แต่โอสถที่นางใช้กลับมีมูลค่าสูงถึงสองพันตำลึงทอง
เสี่ยวเหมยรู้สึกอิจฉาเซี่ยจู๋ขึ้นมาทันที กระทั่งอยากกลับไปเป็สาวใช้ของคุณหนูรองเสียเอง
เสี่ยวเหมยทั้งตื้นตันทั้งตกตะลึง ขณะค่อยๆ ประคองร่างเซี่ยจู๋ขึ้นเพื่อป้อนโอสถ น่าเสียดายที่เซี่ยจู๋ยังไม่ฟื้น การป้อนยาจึงไม่ง่าย ยามเห็นโอสถน้ำไหลเลอะริมฝีปากอีกฝ่ายนางก็อดเจ็บใจไม่ได้
โอสถเช่นนี้ ต่อให้เพียงหยดเดียวก็ซื้อสาวใช้ได้ทั้งคนแล้ว! นางจึงยิ่งระมัดระวังเป็พิเศษ ค่อยๆ ป้อนอย่างประณีต ระวังไม่ให้หกแม้แต่หยดเดียว
ฮวาชิงเหยียนสังเกตมานานแล้วว่าเสี่ยวเหมยเป็สาวใช้ที่ดี ทั้งคล่องแคล่วว่องไว ใจดีไม่โลภ เป็มิตรที่หาได้ยากของเซี่ยจู๋
หากวันนี้นางไม่วิ่งมาแจ้งข่าว เซี่ยจู๋คงไม่รอด
เมื่อบอกกล่าวให้นางดูแลเซี่ยจู๋เรียบร้อย ฮวาชิงเหยียนก็ตั้งใจจะไปพบฮวาเย่ว์โหรว ทว่าเพิ่งจะเก็บอุปกรณ์ปรุงโอสถเสร็จ อีกฝ่ายก็โผล่มาถึงหน้าประตูเรือนเสียก่อน
“พี่เฮ่าเย่ว์ น้องสาวรองอยู่หรือไม่”
ขณะฮวาเฮ่าเย่ว์กำลังช่วยจัดสมุนไพรให้ฮวาชิงเหยียนอยู่นั้น เสียงอ่อนโยนของฮวาเย่ว์โหรวก็ดังมาจากลานเรือน
ฮวาเฮ่าเย่ว์ขมวดคิ้วทันทีที่เห็นชุดขาวบริสุทธิ์ของนางซึ่งสะอาดสะอ้านงดงาม จึงอดมองตัวเองและน้องสาวไม่ได้...ฮวาชิงเหยียนไม่ได้ใส่เสื้อผ้าใหม่มาหลายปีแล้ว
ฮวาเฮ่าเย่ว์เห็นสายตาเยาะเย้ยของฮวาเย่ว์โหรวจนชินชาแล้ว จึงไม่ใส่ใจ
“เย่ว์โหรว เ้ามาหาน้องข้าด้วยเื่ใดหรือ” เขาถามเสียงเรียบไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ ปรากฏในแววตา
ฮวาเย่ว์โหรวกำลังจะเอ่ยปากพูด ก็เห็นฮวาชิงเหยียนในชุดผ้าหยาบเก่าซอมซ่อเดินออกมาจากในเรือน นางจึงรีบเผยรอยยิ้มพลางกล่าวเสียงหวาน “น้องสาวรอง หากเ้า้าสาวใช้ เหตุใดไม่มาขอจากข้าดีๆ เล่า คิดว่าพี่สาวคนนี้จะไม่ให้เ้าหรือ ไยต้องแย่งกันให้ดูไม่งามเช่นนี้ด้วย ใครเห็นเข้าจะไม่เข้าใจผิดว่าน้องสาวรองชอบแย่งของจากพี่สาวเสียทุกอย่างหรือ”
แม้นางจะพูดถ้อยคำเ่าั้พลางยิ้ม ทว่าในคำพูดนั้นกลับซ่อนคำเสียดสีไว้เต็มเปี่ยม กล่าวหาว่าน้องสาวเอาแต่ใจ และชอบแย่งของ
ฮวาชิงเหยียนได้ยินก็รู้ทันทีว่านางมาไม้ไหน จึงเพียงยิ้มพลางตอบกลับอย่างไม่สะทกสะท้าน “พี่สาวพูดเช่นนี้เกินไปนัก เซี่ยจู๋เดิมทีก็เป็สาวใช้ของข้า ไม่ใช่แค่นาง ยังมีชุนเถากับตงเหมยด้วยมิใช่หรือ พี่สาวเคยบอกว่าไม่มีแรง แม้แต่ยกน้ำเองก็ยังไม่ไหว จึงขอคนพวกนางไปใช้งาน นี่ก็ผ่านไปหลายปีแล้ว ถึงคราวต้องคืนกลับบ้างกระมัง”
คำพูดนั้นดูเหมือนจะเรียบง่าย แต่ความหมายกลับรุนแรง ประหนึ่งกล่าวหาว่าอีกฝ่ายเป็คนไร้เรี่ยวแรงเช่นคนพิการ จงใจตอบกลับอย่างเจ็บแสบ
สีหน้าฮวาเย่ว์โหรวพลันบิดเบี้ยวไปชั่วขณะ นางจำได้ว่าเมื่อก่อนอ้างเพียงว่าตนงานยุ่ง ไม่มีเวลาหาสาวใช้ หาใช่ไร้เรี่ยวแรง แต่ฮวาชิงเหยียนกลับพูดเหมือนตนเป็คนพิกลพิการ ที่แม้แต่น้ำสักขันก็ยกไม่ไหว นางอยากฉีกใบหน้าที่กำลังยิ้มเย็นของฮวาชิงเหยียนให้แหลกคามือ
แต่สุดท้ายนางก็กลืนความโกรธลงคอ เพราะเพียงแค่เหลือบมองฮวาชิงเหยียนั้แ่หัวจรดเท้าเห็นแต่ผมแห้งกรัง ผิวพรรณหม่นหมอง รูปร่างผอมบาง เสื้อผ้าก็เก่าจนแทบไม่ต่างจากสาวใช้ทั่วไป มองอย่างไรก็ไม่คุ้มที่จะลดตัวลงมาทะเลาะด้วยให้เสียเวลา
นางเปลี่ยนสีหน้าเป็รอยยิ้มสนิทสนม ก่อนจับมือน้องสาวพลางเอ่ยอย่างอ่อนโยน “น้องสาวรองอย่าเพิ่งใจร้อนจะทวงสาวใช้เลย ดูสภาพเรือนของเ้าแล้ว...” นางกวาดตามองรอบบริเวณเรือนอันทรุดโทรมก่อนกล่าวต่อ “ได้ยินว่าน้องสาวรองอดข้าวมาหลายวันแล้วใช่หรือไม่ พี่สาวเตรียมข้าวิญญาติดมือมาด้วย เ้ารีบเอาไปหุงกินเสียสิ พี่สาวรู้ว่าเ้าอยากลองชิมข้าวนี้ดูสักครั้ง ตอนนี้ก็สมใจแล้ว เช่นนั้นพี่สาวขอไปคารวะท่านป้าหน่อยสิ”
ว่าจบก็พยักหน้าให้สาวใช้ด้านข้างนำถุงผ้าใบเล็กแฟบๆ ส่งให้ตน
ข้าวิญญา คือข้าวที่มีพลังิญญาแฝงอยู่ กินแล้วช่วยฟื้นฟูพลังให้ผู้ฝึกยุทธ์ได้ไม่ต่างจากเนื้อสัตว์อสูร
ตอนฮวาชิงเหยียนยังเด็กก็เคยกินข้าวิญญาทุกวัน แต่หลังจากบิดาและน้องชายตาย มารดาล้มป่วย พี่ชายาเ็ก็ไม่เคยได้กินอีกเลย
ฮวาเย่ว์โหรวยื่นถุงข้าวิญญาซึ่งมีไม่ถึงสามเหลี่ยงให้ในท่าทีสูงส่ง ราวกับกำลังโปรยทานให้ขอทานอย่างไรอย่างนั้น
ทว่า...ฮวาชิงเหยียนกลับเพียงมองถุงข้าวนั้นนิ่งๆ โดยไม่แม้แต่จะยื่นมือไปรับ