ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เล่มที่ 2 บทที่ 48 ไม่เกี่ยวกับพวกข้า

            เรื่องนินทาในหมู่บ้านเดินทางเร็วดุจธนูเพลิงเพียงพริบตาเดียวย่อมรู้กันทั้งหมู่บ้าน

            จ้าวไหลซุ่นพ่อของจ้าวซานหวาเป็นลูกพี่ลูกน้องของจ้าวสุ่ยเซิงเขารู้ว่าจ้าวสุ่ยเซิงสนิทกับเจียงหงหย่วนเขาทั้งนับถือและหวาดกลัวเจียงหงหย่วนที่เป็นนายพราน

            ปีนั้นหมู่บ้านถูกหมาป่าบุกหากไม่ใช่เพราะนายพรานเจียง หญ้าบนหลุมฝังศพคงสูงเป็นจั้งแล้ว

            เขารีบวิ่งกลับบ้านเมื่อได้ยินเรื่องที่คนในหมู่บ้านคุยกันลากจ้าวซานหวามาถามว่า “ซานหวา เจ้าบอกพ่อมาเจ้าได้ทำร้ายเหล่าซานบ้านตระกูลเจียงหรือไม่?”

            จ้าวซานหวาไม่กลัว เขายืดคอพูดว่า “คนขี้ขลาดเช่นนั้นโดนต่อยยังไม่กล้าเอาคืน…”

            “เพี้ยะ…” แต่เขายังพูดไม่จบความรู้สึกแสบร้อนก็ส่งเข้ามาทางใบหน้า พ่อที่ปกติตามใจกลับลงมือตีเขา!

            จ้าวซานหวาเบิกตาโพลงอย่างไม่เชื่อนั่งลงก้นคะมำบนพื้น ถีบเท้าร้องว่า “ท่านแม่…ช่วยข้าด้วย…ท่านพ่อจะตีข้าตายเสียแล้ว!”

            สวี่ซื่อที่กำลังกวาดเล้าหมูรีบวิ่งออกมาฟาดไม้กวาดใส่หัวจ้าวไหลซุ่นไม่สนว่าบนไม้กวาดจะมีมูลหมูติดหรือไม่ก็ตาม

            จ้าวไหลซุ่นกอดศีรษะหลบไปทางกำแพงลานบ้านนั่งยองๆ บนพื้นโดยไม่พูดสิ่งใดสักคำ ปล่อยให้ภรรยาตัวเองฟาดไม้กวาดใส่ มูลหมูร่วงตกใส่หัวและตัวทำเอาตัวเหม็นจนทนดมไม่ได้

            “เจ้าทำกระไร ยังไม่รีบหยุดอีก!” แม่ของจ้าวไหลซุ่นเสียชีวิตไปแล้วในบ้านเหลือเพียงพ่อผู้แก่ชรา พ่อของเขากลับมาจากข้างนอกพอดีเห็นลูกสะใภ้กำลังฟาดไม้กวาดใส่ลูกชายเพียงคนเดียวของตัวเองอย่างบ้าคลั่งก็วางบุ้งกี๋ด้วยความโมโหกระทืบเท้าตำหนิ

            เมื่อได้ยินดังนั้นสวี่ซื่อหยุดมือทันที วินาทีต่อมานางก็โยนไม้กวาดทิ้งทรุดตัวลงนั่งตบขาร้องไห้คร่ำครวญข้างลูกชายตัวเอง “ไอ๊หยา…บ้านตระกูลจ้าวไม่ต้อนรับพวกเราสองแม่ลูกอีกต่อไปพวกเราสองแม่ลูกตายเสียยังดีกว่า เจ้าคนใจดำนี่จะตีซานหวาของข้าให้ตายชีวิตข้าช่างน่าสงสารเหลือเกิน ลูกสองคนแรกต่างไม่รอด ตอนนี้เหลือเพียงคนเดียว…แต่คนใจดำก็ยังจะไม่ให้ข้าเหลือสักคนต้องการจะตีให้ตาย…”

            สวี่ซื่อร้องไห้คร่ำครวญเช่นเดียวกับจ้าวซานหวาเห็นชัดว่าแม่ลูกคู่นี้สนิทกัน

            จ้าวเหลียงไหลได้ยินสวี่ซื่อพูดเช่นนั้นก็โมโหหลานชายสุดที่รักของเขา…เขาเดินไปยืนหน้าจ้าวไหลซุ่นถอดรองเท้าออกมาฟาดใส่ไหล่ไม่ยั้งมือ “ข้าจะตีเจ้าให้ตายเสีย คิดจะทำสิ่งใดของเจ้าจะตีซานหวาให้ตายคงต้องข้ามศพข้าไปเสียก่อน!”

            จ้าวไหลซุ่นกลัวพ่อตัวเองจะโมโหจนเป็นกระไรไปยอมถูกตีไปด้วย อธิบายไปด้วยว่า “เขาไปทำร้ายเหล่าซานบ้านตระกูลเจียง หากข้าไม่สั่งสอนเช่นนั้นจะอธิบายกับพวกเขาว่าอย่างไรท่านอย่าลืมไปแล้วหรือว่าเหล่าต้าบ้านนั้นเคยช่วยชีวิตพวกเรา”

            มือที่ถือรองเท้าของจ้าวเหลียงไหลหยุดค้างกลางอากาศถามด้วยความลังเลว่า “อย่างไรกัน เขาทำร้ายเหล่าซานบ้านตระกูลเจียง? เหล่าซานบ้านนั้นไม่ได้ถูกหลินจินเป่ากับสวีตัวเป่าทำร้ายหรอกหรือ?”

            จ้าวไหลซุ่นรีบตอบ “ใช่ที่ใดกันมีเฉียนโหย่วเกินด้วยอีกคน พวกเขาทั้งสี่คนร่วมกันทำร้ายเหล่าซานบ้านตระกูลเจียงซานหวากับเฉียนโหย่วเกินจากไปหลังรุมทุบตีเสร็จแต่เด็กอีกสองคนแย่งเงินจากเหล่าซาน เงินตั้งสองพวงเชียวนะ ยี่สิบเหรียญทองแดง! ข้าเลยสั่งสอนบทเรียนให้ซานหวาให้เขาจำไว้ว่าอย่าไปหาเรื่องเหล่าซานบ้านตระกูลเจียงอีกหากนายพรานเจียงรู้เรื่องขึ้นมา วันหน้าพวกเราจะทำอย่างไร?”

            จ้าวเหลียงไหลนิ่งเงียบเหตุใดซานหวาต้องไปรังแกเหล่าซานบ้านตระกูลเจียงด้วย?

            เขาถอนหายใจโน้มตัวลงไปดึงหลานชายสุดที่รัก “บอกมาว่าเหตุใดเจ้าถึงรังแกเหล่าซานบ้านตระกูลเจียง? ในหมู่บ้านมีเด็กตั้งเยอะเหตุใดต้องมุ่งเป้าไปที่เขาด้วย?”

            จ้าวซานหวาเห็นว่าคนในบ้านล้วนหนุนหลังเขาจึงลุกขึ้นหลังตรงเงยหน้าพูด “หากไม่รังแกเขา ข้าจะไปเอาหญ้าจูเฉ่ามาจากที่ใด อีกอย่างคนขี้ขลาดเช่นเขาไม่กล้าฟ้องผู้ใดอยู่แล้ว!”

            จ้าวไหลซุ่นได้ยินคำพูดของจ้าวซานหวาก็ตกใจ “อย่างไรกันเจ้ายังแย่งจูเฉ่าของเหล่าซานบ้านตระกูลเจียงอีกหรือ? เจ้านี่มันไม่รักดีใช้ให้เจ้าไปเก็บจูเฉ่า เจ้ามัวเอาเวลาไปทำสิ่งใดอยู่อายุแค่นี้ก็ปล้นของคนอื่นเสียแล้ว ตอนนี้ปล้นหญ้าจูเฉ่าโตแล้วจะปล้นเงินเลยหรือไม่?” 

            “ท่านแม่…”

            “เหตุใดเจ้าถึงต้องตะคอก? ก็แค่หญ้าจูเฉ่าตะกร้าเดียวบนภูเขามีตั้งมาก ขายเป็นเงินไม่ได้เสียหน่อย อีกอย่างคนที่แย่งเงินรอบนี้คือหลินจินเป่ากับสวีตัวเป่าเด็กสองคนนี้ได้ไปโรงเรียนแต่ยังทำนิสัยเช่นนี้ แล้วก็นะเจ้าเลิกเอาเรื่องที่เหล่าต้าบ้านตระกูลเจียงช่วยชีวิตครอบครัวเรามาพูดเสียทีเขาช่วยครอบครัวเราจริงหรือ? เขากำลังล่าสัตว์ต่างหาก ล่าแล้วเอาหนังหมาป่าไปขายเป็นเงินเกี่ยวกระไรกับเจ้า! ยังจะมากลัวว่าจะทำอย่างไร…ข้าว่าไม่ต้องทำสิ่งใดทั้งนั้น! ครอบครัวดาวเคราะห์ร้ายนั้นดีไม่ดีจะทำฮวงจุ้ยบ้านเราเสียไปด้วย!”

            “เจ้า…เจ้า…” จ้าวไหลซุ่นถูกสวี่ซื่อตอกหน้ากลับจนพูดไม่ออกเขารู้ว่าสวี่ซื่อกำลังเถียงข้างๆ คูๆ แบบไม่มีเหตุผลทว่าเขากลับไม่รู้จะตอบโต้นางที่พูดจาฉอดๆ เช่นนี้อย่างไร

            จ้าวไหลซุ่นนั่งยองลงที่มุมกำแพงกุมศีรษะด้วยความเจ็บปวด พูดอู้อี้ว่า “ไม่ใช่…เรื่องนี้จะพูดเช่นนี้ไม่ได้…”

            “พอแล้ว เจ้ารีบไปอาบน้ำเรื่องนี้ภรรยาเจ้าพูดถูก!” จ้าวเหลียงไหลตัดสินใจขั้นสุดท้าย นั่นน่ะสินายพรานเจียงกำลังล่าสัตว์ ไม่ได้ช่วยชีวิตพวกเขาเสียหน่อย

            คิดอีกมุมคือพวกเขาเป็นเหยื่อล่อด้วยซ้ำ แต่นายพรานเจียงล่าเสร็จก็ไม่เห็นจะแบ่งเนื้อมาให้

            จ้าวเหลียงไหลตัดสินใจแล้วว่าไม่ควรสนใจเรื่องนี้อีก

            แต่ว่า ทำได้หรือ?

            ฝันไปเถิด

            จ้าวไหลซุ่นเพิ่งลุกขึ้นเตรียมตัวไปล้างขี้หมูออกจากตัวตู้เอ้อร์ฮวาแม่ของสวีตัวเป่ากับหลินซย่าจื้อก็มาหา

            ด้านหลังทั้งคู่มีชาวบ้านอีกหนึ่งกลุ่มตามมาด้วย

            เอ่ยปากด่ากราดทันทีที่ก้าวพ้นประตู

            จากนั้นบอกว่าจะเอาเงิน

            “เด็กสี่คนร่วมกันลงมือไม่สมเหตุสมผลที่จะให้ชดใช้เงินแค่พวกเราสองครอบครัว บ้านเจ้าต้องออกเงินเช่นกันสองตำลึงครึ่ง! จ่ายมา!”

            “จ่ายเงินกระไร บ้านข้าไม่มีเงินท่านอาจารย์ก็บอกแล้วไม่ใช่หรือว่าให้พวกเจ้าจ่าย ไม่เกี่ยวกับพวกข้า!”สองตำลึงครึ่งเชียวนะสวี่ซื่อมีหรือจะยอมจ่าย

            หลินซย่าจื้อกับตู้เอ้อร์ฮวากำลังโมโหเดือดดาลเพราะเรื่องนี้ได้ยินว่าสวี่ซื่อไม่ยอมจ่าย ทั้งคู่ไม่พูดพร่ำทำเพลง เข้ามาตบตีถีบข่วนทันที

            เสียงร้องโหยหวนประหนึ่งหมูถูกเชือดของสวี่ซื่อดังขึ้นกลางลานบ้านจ้าวเหลียงไหลกับจ้าวไหลซุ่นเข้าไปห้ามไม่ถูก

            เมื่อเห็นเช่นนี้จ้าวซานหวาหลบไปอยู่ไกลๆเขากลัวจะโดนลูกหลงไปด้วย

            หลังจากที่ตบตีกันได้สักพักหัวหน้าหมู่บ้านจึงตวาดห้าม “หยุดเดี๋ยวนี้ ตบตีกันเหมือนสิ่งใด?”

            เขาพูดกับจ้าวเหลียงไหลว่า “ท่านอาจารย์บอกแค่ว่าให้จ่ายเงินชดเชยบ้านตระกูลเจียงสิบตำลึงเงินตอนนั้นข้ารู้แค่ว่าคนที่ทำร้ายมีเด็กแค่สองคน ท่านอาจารย์ไม่ได้บอกว่ามีอีกสองคนแต่ในเมื่อตอนนี้เรื่องราวกระจ่างแล้วย่อมต้องเฉลี่ยเท่ากัน ไม่ต้องพูดมากแล้วจะยอมจ่ายเงิน หรือให้จ้าวไหลซุ่นมีความผิดโทษฐานตามใจลูกและปฏิเสธไม่จ่ายค่ายา คงเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องไปนอนคุกในอำเภอสักระยะ…”

            เอ่อ…

            นี่…

            คนบ้านตระกูลจ้าวนิ่งไปถึงกับต้องไปนอนคุกเลยหรือ คุกเป็นสถานที่เช่นใด ใช่ที่ที่คนจะอยู่ได้ที่ใดกัน!

            คนในหมู่บ้านต่างหวาดกลัวที่ว่าการอำเภอและคุกโดยธรรมชาติสวีฝูเข้าใจเรื่องนี้ดีจึงเอามาพูดขู่

            เรื่องนี้เกี่ยวข้องถึงผลประโยชน์ของบ้านเหล่าซานเช่นกันมิเช่นนั้นเขาคงไม่ออกหน้าสู้เอาเวลายุ่งเรื่องคนอื่นไปสูบปล้องยาสูบให้สบายใจยังดีกว่า

            บ้านตระกูลจ้าวทำได้เพียงต้องยอมจ่ายเงินสองตำลึงครึ่งมอบเงินให้สวีฝูมือสั่น หลินซย่าจื้อเห็นดังนี้ก็พูดอย่างมีเลศนัยว่า “พวกเจ้าเองก็อย่าโทษพวกข้าเลยเรื่องนี้เด็กสี่คนร่วมกันก่อ ไม่ควรรับผิดชอบแค่พวกเราสองครอบครัวอยู่แล้วหากจะโทษก็โทษนังแพศยาหลินหวั่นชิวเถิดเหตุใดถึงให้เหล่าซานบ้านตระกูลเจียงพกเงินและเสนอหน้ามาให้เด็กสี่คนเห็นด้วย… เป็นคนหมู่บ้านเดียวกันแท้ๆเกิดเรื่องไม่รู้จักพูดแค่ในหมู่บ้าน ต้องไปโวยวายกับท่านอาจารย์ทำเช่นนี้มันจงใจชัดๆ ไม่ใช่หรือ ไม่อยากให้พวกเราอยู่ดี นางคิดอยากฆ่าพวกเรา…”

          

     

    คล้ายกับเรื่องภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569] ที่คุณอ่าน