"ลมหยุด ฝนหยุด โลกเงียบแล้วสิ่งที่ยากที่สุดก็มา ไม่ใช่วิกฤตใหม่ แต่คือรุ่งเช้าที่ไม่มีวิกฤต”
"พายุ้าความกล้าความสงบ้าสิ่งที่ยากกว่า
ความสงบ้าแบบที่ ทุกเช้าตื่นขึ้นมองคนข้างๆ แล้วเลือกว่าวันนี้ก็จะอยู่ที่นี่
ไม่ใช่เพราะมีวิกฤต ไม่ใช่เพราะมีคนต้องช่วยไม่ใช่เพราะไม่มีทางเลือก
แต่เพราะคนนั้นอยู่ที่นั่น และการที่คนนั้นอยู่ที่นั่นมีเหตุผลเพียงพอกว่าเหตุผลใดๆ
การเลือกแบบนั้น ไม่ยิ่งใหญ่โอ้อวด ไม่มีใครเขียนลงในหนังสือแต่การเลือกนั้น คือแบบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก"
คืนนั้นในห้องพัก
หลิงซางนอนหลับได้ตามปกตินอนหลับในแบบที่เขานอนหลับได้มากขึ้นั้แ่ทุกอย่างจบลง ลึกกว่า สงบกว่าไม่มีความฝันที่เป็ภาระ
แต่เซิ่นอวี๋นอนไม่หลับ
เขานอนมองเพดานอยู่นานรู้สึกถึงบางสิ่งที่เริ่มต้นในตอนที่พวกเขาเดินผ่านร้านนั้นบางสิ่งที่ไม่ใช่อันตราย ไม่ใช่ร่องรอยที่เหลืออยู่แต่เป็บางสิ่งที่เขาไม่รู้จะอธิบายว่าอะไร
ราวกับว่าการอยู่ใกล้ร้านนั้นทำให้บางอย่างในเขาตื่นตัวไม่ใช่อันตราย แต่เป็การตื่นตัวของบางสิ่งที่ลึกกว่า
เขาหลับตาลง
และในคืนนั้นเขาฝัน
ไม่ใช่ฝันร้ายไม่ใช่ฝันที่ิญญาบอกเื่
แต่เป็ฝันที่ชัดเจนที่สุดที่เคยฝัน
ในความฝันเขาอยู่ในสถานที่ที่ไม่รู้จัก สวนกว้างที่มีหิมะบางๆ ปกคลุมต้นไม้ที่มีกิ่งก้านแกะสลักเหมือนงานศิลปะและในตรงกลางสวนนั้นมีศาลาหกเหลี่ยมที่มีแสงอุ่นสว่างอยู่ข้างใน
เขาเดินเข้าไปยังศาลา
และในศาลานั้นมีชายคนหนึ่งนั่งอยู่หันหลังให้ประตู
เขาจำหลังนั้นได้โดยไม่ต้องเห็นหน้าไม่ใช่จากชาตินี้ แต่จากบางสิ่งที่ลึกกว่า
"ท่านมาแล้ว" ชายนั้นพูดโดยไม่หันเสียงที่คุ้นเคยอย่างประหลาด
เซิ่นอวี๋เดินเข้าไปนั่งลงข้างๆ
ชายนั้นหันมา
และในความฝันเซิ่นอวี๋เห็นหน้าของหลิงซาง แต่ไม่ใช่หลิงซางในชาตินี้ ดวงตาเดิมแต่ใบหน้าที่แตกต่างเล็กน้อย เสื้อผ้าที่ต่างออกไป ยุคสมัยที่ต่างออกไป
"เ้ายังจำสถานที่นี้ได้ไหม" ชายในฝันถาม
"จำไม่ได้" เซิ่นอวี๋ตอบ
"ไม่เป็ไร" ชายนั้นพูดมุมปากขยับขึ้นในแบบที่เซิ่นอวี๋รู้จักดี "ข้าจำแทนเ้าได้ เ้าพาข้ามาที่นี่ครั้งแรกในชาติที่สามบอกว่าจะพาไปดูที่ที่งามที่สุดที่เคยเห็น"
"และที่นี่งามไหม"
"งามมาก" ชายนั้นพูดแล้วหันมามองตรงๆ "แต่ที่งามกว่าคือคนที่พามา"
เซิ่นอวี๋นิ่งอยู่กับคำนั้น
"ชาตินี้" เขาพูดในฝัน "ข้าบอกได้เองโดยไม่ต้องให้ท่านบอก"
ชายในฝันยิ้มรอยยิ้มที่กว้างกว่าปกติ
"รู้" เขาพูด "นั่นแหละคือสิ่งที่ต่างออกไปชาตินี้"
เซิ่นอวี๋ตื่นขึ้นพร้อมกับแสงรุ่งอรุณที่ลอดผ่านหน้าต่าง
ไม่ได้ใไม่ได้สั่น แค่นอนอยู่กับความฝันที่เพิ่งจบลง รู้สึกถึงความอุ่นของมัน
จากนั้นก็ลุกขึ้นแต่งตัว และเดินออกไปที่ห้องครัวของโรงเตี๊ยม
หลิงซางอยู่ที่นั่นแล้วนั่งอยู่คนเดียวพร้อมชาร้อน กำลังเปิดสมุดบันทึก
เมื่อเห็นเซิ่นอวี๋เดินเข้ามาเขาไม่พูดอะไร แค่ยกถ้วยชาอีกใบที่เตรียมไว้ขึ้น
เซิ่นอวี๋รับถ้วยนั้นนั่งลงข้างๆ
"ท่านหมอ"
"อะไร"
"ข้าฝันเห็นท่านคืนนี้" เซิ่นอวี๋พูดเสียงที่ตรงในแบบที่เขาเลือกเป็ั้แ่เริ่มรู้จักหลิงซาง
หลิงซางหยุดเขียน
"ฝันเห็นอะไร"
"เห็นท่านในชาติก่อน" เซิ่นอวี๋พูด "ในสวนที่มีหิมะ ท่านบอกว่าข้าเคยพาท่านไปที่นั่นและบอกว่างามที่สุด"
"และในฝันนั้น" หลิงซางพูดไม่ตั้งใจจะถามต่อ แต่มันออกมาเอง
"ท่านบอกว่าที่งามกว่าสถานที่คือคนที่พามา" เซิ่นอวี๋พูด เสียงที่เรียบแต่มีบางสิ่งอุ่นอยู่ข้างใน "และในฝันนั้นข้าบอกว่าชาตินี้ข้าจะบอกเองโดยไม่ต้องให้ท่านบอก"
ความเงียบ
"ดังนั้น" เซิ่นอวี๋หันมามองหลิงซางตรงๆ"ข้าบอก สิ่งที่งามที่สุดในสายตาข้าคือท่าน อู๋หลิงซาง และข้าบอกสิ่งนี้โดยตั้งใจและมีสติสัมปชัญญะครบถ้วน"
หลิงซางมองเขามองนานมาก
ดวงตาสีเทาอมน้ำตาลนั้นมีบางสิ่งที่เคลื่อนไหวอยู่ข้างในบางสิ่งที่เขาปกติควบคุมไว้อย่างดีแต่ตอนนี้ปล่อยออกมาเล็กน้อย
เขาพูดเบาๆ
"คำๆนั้นช่างไพเราะนัก"
จากนั้นก็หันกลับไปที่สมุดบันทึกทำท่าจะเขียนต่อ แต่ดูเหมือนจะจำไม่ได้ว่ากำลังเขียนอะไรอยู่
เซิ่นอวี๋ดื่มชาซ่อนรอยยิ้มไว้หลังถ้วย
⚔ร้านที่ขายความทรงจำ⚔
เช้าวันรุ่งขึ้น
เซิ่นอวี๋เดินเข้าร้านขายของที่ระลึกในฐานะลูกค้าทั่วไปผมมัดเรียบ เสื้อผ้าที่ดูเป็พ่อค้าชั้นกลาง ท่าทางที่ฝึกมาดีเพื่อไม่ดึงความสนใจ
หลิงซางยืนอยู่นอกร้านในระยะที่มองเห็นแต่ไม่ดูเหมือนเกี่ยวข้องมือจับกุ้ยหยูดอกหิมะเบาๆ
หยูหลานอยู่ที่แผงขายชาฝั่งตรงข้ามดื่มชาและดูเป็นักท่องเที่ยวทั่วไป
ในร้านเ้าของชายหนุ่มต้อนรับเซิ่นอวี๋ด้วยรอยยิ้มที่คุ้นเคย
"ท่าน้าอะไรพิเศษไหม?"
"แค่ดูก่อน" เซิ่นอวี๋พูดเรียบๆเดินไปตามชั้นวางของ
ของแต่ละชิ้นที่วางอยู่นั้นรอยแผลเป็จางๆ ที่ข้อมือซ้ายของเขาอุ่นขึ้นเล็กน้อยเมื่อเขาเดินผ่านแต่ละชิ้นยืนยันว่ามีพลังงานอยู่จริง
แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่น่าสนใจที่สุด
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือเมื่อเขาสังเกตเ้าของร้านมากขึ้น เขาสังเกตเห็นบางสิ่ง
เมื่อลูกค้าััของชิ้นใดชิ้นหนึ่งเ้าของจะเอียงศีรษะเล็กน้อย มีรอยยิ้มแฝงที่ไม่ใช่รอยยิ้มนักขาย
และที่คอของเ้าของแขวนลูกปัดเล็กๆ สีดำขุ่น ที่เมื่อลูกค้าััของลูกปัดนั้นจะสว่างขึ้นเล็กน้อยในระดับที่คนทั่วไปไม่สังเกตเห็น
เขาดูดพลังงาน
ไม่ใช่จากของแต่จากลูกค้าที่ััของ ดูดความทรงจำบางส่วนออกมาจากคนที่ััของและเก็บไว้ในของชิ้นนั้น
ลูกค้าจ่ายเงินได้ของชิ้นหนึ่ง แต่ก็ทิ้งความทรงจำบางส่วนไว้ที่นั่นด้วย
และความทรงจำที่เขาดูดออกมาสะสมในของชิ้นนั้นเมื่อคนอื่นซื้อไปจะได้รับมันกลับมา
แต่ความทรงจำที่ได้รับนั้นไม่ใช่ของตัวเองมันเป็ของคนอื่น ที่ถูกยัดเข้าไปในจิตใจ
"สวยดีนะ" เซิ่นอวี๋ยกกล่องไม้เล็กๆขึ้นมาดู ไม่ััโดยตรงแต่ถือผ่านผ้าบางๆ ที่เตรียมไว้ในแขนเสื้อ
"อันนั้นมาจากทางใต้" เ้าของพูด เดินเข้ามาใกล้ขึ้น "เ้าของเดิมเป็พ่อค้าผ้าไหม เขาเก็บความทรงจำพิเศษไว้ในนั้นถ้าท่านซื้อไป—"
"ข้าแค่ดูก่อน" เซิ่นอวี๋วางลงเบาๆ"ขอบคุณ"
เขาเดินออกจากร้าน
หลิงซางที่ยืนอยู่นอกร้านรู้ทันทีเมื่อเซิ่นอวี๋ออกมาว่าเขาพบอะไรบางสิ่งไม่ใช่จากสีหน้าที่แสดงออกมา แต่จากจังหวะก้าวเดินที่เปลี่ยนไปเล็กน้อยเป็จังหวะที่หลิงซางเริ่มรู้จักว่าหมายถึงอะไร
พวกเขาเดินออกไปจากตลาดก่อนจะคุยกัน
"ลูกปัดที่คอเขา" เซิ่นอวี๋อธิบายเมื่อทั้งสามอยู่ในที่เงียบพอ "เป็ตัวกลางที่ดูดและเก็บพลังงาน เขาไม่ได้ทำสิ่งนี้ด้วยพลังของตัวเองลูกปัดนั้นทำแทนเขา ซึ่งหมายความว่ามีคนสร้างลูกปัดนั้นขึ้นมาและให้เขา"
"เขาแค่เป็คนขาย" หยูหลานพูด
"ใช่" เซิ่นอวี๋พูด "เขาอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังทำอะไรคิดว่าแค่ขายของที่มีเื่ราว"
"หรืออาจรู้" หลิงซางพูด
"อาจรู้" เซิ่นอวี๋ยอมรับ"ต้องหาข้อมูลเพิ่ม"
"วิธีรักษาคนที่ได้รับความทรงจำจากคนอื่นนั้น" หลิงซางพูด เปิดสมุดบันทึก "ข้าต้องตรวจคนไข้อีกครั้งและดูว่าความทรงจำที่ถูกดูดออกไปนั้นสามารถคืนได้ไหมหรือแค่เอาความทรงจำที่ไม่ใช่ของตัวเองออกก็เพียงพอ"
"ทำอย่างหลังก่อนได้ไหม" เซิ่นอวี๋ถาม "เอาความทรงจำที่ไม่ใช่ของพวกเขาออก อาการน่าจะดีขึ้นส่วนความทรงจำที่หายไปนั้น อาจค่อยๆ กลับมาเองเมื่อไม่มีอะไรทับซ้อน"
"สมเหตุสมผล" หลิงซางพูดเขียนบันทึก "ข้าจะลองวิธีนั้น"
????การรักษาด้วยวิธีใหม่และสิ่งที่เซิ่นอวี๋ทำในตอนกลางคืน ????
บ่ายวันนั้น
หลิงซางรักษาคนไข้ทั้งสี่ตามลำดับกระบวนการนั้นละเอียดและใช้เวลา แต่เขาทำในแบบที่เขาทำทุกอย่าง อย่างระมัดระวังอย่างตั้งใจ อย่างที่รู้ว่าคนตรงหน้าสำคัญ
สำหรับแต่ละคนเขาวางมือบนหน้าผากของพวกเขาปล่อยพลังออกมาในแบบที่แตกต่างจากปกติไม่ใช่การรักษาร่างกาย แต่เป็การ จัดเรียงความทรงจำ แยกสิ่งที่ไม่ใช่ของพวกเขาออกจากสิ่งที่เป็ของพวกเขา
กระบวนการนี้เหนื่อยกว่าการรักษาร่างกายเพราะมันต้องอาศัยความละเอียดที่แม่นยำมาก
เมื่อรักษาคนที่สี่เสร็จหลิงซางถอนมือออก นั่งนิ่งสักครู่
เซิ่นอวี๋ที่อยู่ข้างๆตลอดเวลาวางมือบนไหล่ของเขาเบาๆ ก่อนที่หลิงซางจะบอกว่าเหนื่อย เขาก็รู้แล้ว
"กลับโรงเตี๊ยมก่อน" เซิ่นอวี๋พูด
"ยังมีสิ่งที่ต้องทำ—"
"กลับโรงเตี๊ยมก่อน" เซิ่นอวี๋พูดซ้ำในน้ำเสียงที่เรียบแต่มีน้ำหนักที่หลิงซางเริ่มรู้จักน้ำเสียงที่บอกว่าครั้งนี้ฝั่งนี้ไม่ยอม
หลิงซางมองเขา
จากนั้นก็ลุกขึ้นโดยไม่เถียง
ในตอนกลางคืนที่โรงเตี๊ยมหลังจากที่หลิงซางนอนหลับแล้ว เซิ่นอวี๋ออกไปคนเดียว
เขากลับไปที่ตลาดตลาดที่ปิดแล้วในตอนกลางคืน ที่มีแค่โคมหน้าร้านบางร้านที่ยังจุดอยู่
ร้านขายของที่ระลึกปิดแล้ว
แต่เซิ่นอวี๋ไม่ได้มาหาร้าน
เขามาหาข้อมูล
เขาพูดคุยกับคนรักษาความปลอดภัยตลาดที่นอนดูแลอยู่กลางคืนถามถึงว่าเ้าของร้านนั้นไปไหนหลังปิดร้าน ได้รับที่อยู่บ้านพักถามถึงว่ามีใครมาเยี่ยมบ้าง ได้รับคำอธิบายเกี่ยวกับชายชราที่มาเดือนละครั้ง
ชายชราที่มาส่งของและทุกครั้งที่มา เ้าของร้านดูเป็กังวล
"ชายชราหน้าตาเป็อย่างไร" เซิ่นอวี๋ถาม
คำอธิบายที่ได้นั้นทำให้เซิ่นอวี๋หยุดนิ่งสักครู่
ชายอายุห้าสิบกว่าตาขุ่น
เขาเดินกลับโรงเตี๊ยมด้วยก้าวที่ไม่รีบแต่ความคิดในหัวเดินเร็วกว่านั้น
"ท่านออกไปไหน"
เสียงของหลิงซางดังขึ้นจากความมืดเมื่อเซิ่นอวี๋เปิดประตูห้องเข้ามา
เซิ่นอวี๋หันไปเห็นหลิงซางนั่งอยู่บนเตียง มีโคมเล็กๆ จุดอยู่ข้างๆ
"ท่านหมอตื่นอยู่" เซิ่นอวี๋พูด
"ข้าสังเกตว่าท่านออกไป" หลิงซางพูด ไม่โกรธ ไม่กังวลเกินควร แค่บอกข้อเท็จจริง "ท่านไปไหน"
"หาข้อมูลเพิ่มเติม" เซิ่นอวี๋พูดตรงๆ เดินเข้ามานั่งที่เก้าอี้ข้างๆ เตียง "และพบว่า ชายที่ส่งของให้เ้าของร้านนั้นอาจเป็คนเดิมที่เรารู้จัก"
"ร่องรอยของอสูร"
"หรือคนที่ทำงานให้กับสิ่งที่ยังหลงเหลืออยู่" เซิ่นอวี๋พูด "แต่ข้าคิดว่าครั้งนี้ต่างออกไป ร้านนั้นไม่ได้ทำร้ายคนโดยตรงมันแค่สะสมพลังงาน ความทรงจำที่สะสมนั้นไปที่ไหนสักแห่งและที่ไหนสักแห่งนั้น"
"คือสิ่งที่เราต้องหา" หลิงซางพูดต่อ
"พรุ่งนี้" เซิ่นอวี๋พูด "คืนนี้นอนก่อน ท่านหมอเหนื่อย"
"ข้าไม่—"
"เหนื่อย" เซิ่นอวี๋พูดซ้ำเสียงเดิม
หลิงซางมองเขา
"ท่านพูดกับข้าแบบที่ข้าพูดกับท่านเสมอ" เขาพูด
"ข้าเรียนรู้จากท่าน" เซิ่นอวี๋พูด ยิ้มเล็กน้อย
หลิงซางนั่งอยู่กับรอยยิ้มนั้นสักครู่จากนั้นก็ดับโคมและนอนลง
เซิ่นอวี๋นั่งอยู่ที่เก้าอี้นั้นในความมืดมองออกไปนอกหน้าต่างที่มีแสงดาวลอดเข้ามา
รอจนกระทั่งได้ยินลมหายใจของหลิงซางสม่ำเสมอขึ้นในแบบที่บอกว่าหลับแล้ว
จึงลุกขึ้นไปนอนในส่วนของตัวเอง
????เ้าของร้านและความจริงที่เศร้า????
เช้าวันที่สาม
พวกเขาสืบหาจนพบบ้านพักของเ้าของร้านชายหนุ่มชื่อ เจียง เสี่ยวหมิน อายุยี่สิบห้าปี บ้านเช่าเล็กๆที่ชายแดนตลาด
เมื่อพวกเขาเคาะประตูเขาเปิดออกมา เห็นคนสามคนที่ไม่รู้จัก และดวงตาของเขา ไม่ใช่ดวงตาคนชั่วแต่เป็ดวงตาของคนที่กำลังแบกรับบางสิ่งหนักเกินไป
"ท่านรู้แล้ว" เขาพูดก่อนที่ใครจะพูดอะไร
"รู้" เซิ่นอวี๋ตอบ "บอกข้าว่าทำไม"
เื่ของเจียงเสี่ยวหมินนั้นง่ายและซับซ้อนในเวลาเดียวกัน
เขามีน้องสาวที่ป่วยหนักโรคที่ไม่มีในตำราแพทย์ ใช้ยาอะไรก็ไม่หาย ค่ารักษาหมดเงินที่มีทั้งหมด
ชายชราที่มาพบเขาบอกว่ามีวิธีช่วยบอกว่าความทรงจำมีพลังงาน และถ้าสะสมพลังงานนั้นได้มากพอ สามารถใช้รักษาโรคแปลกๆได้
"เขาให้ลูกปัดท่านมา" เซิ่นอวี๋พูด
"ใช่" เจียงพูด "บอกว่าแค่ขายของ ลูกปัดจะทำงานเองความทรงจำที่สะสมได้จะไหลไปที่บ้านในเมืองที่เขาบอกและน้องสาวข้าจะได้รับพลังงานนั้น"
"ท่านเห็นน้องสาวดีขึ้นไหม" หลิงซางถาม
เจียงนิ่งอยู่
"ดีขึ้น" เขาพูดช้าๆ "แต่ข้าไม่รู้ว่าสิ่งที่ข้าทำนั้นทำร้ายคนอื่นหรือเปล่าจนกระทั่งได้ยินข่าวว่ามีคนป่วยในเมือง"
"ท่านรู้ว่าเกิดจากร้านท่าน"
"ข้าสงสัย" เจียงพูด "แต่ข้าไม่รู้จะทำอะไรเลิกขายหมายความว่าน้องสาวอาจแย่ลง แต่ขายต่อหมายความว่า..." เขาหยุด
"ท่านติดอยู่ระหว่างสองสิ่ง" หยูหลานพูดเบาๆ ด้วยความเข้าใจ
"ใช่"
หลิงซางนั่งลงตรงข้ามเขา
"บอกข้าว่าน้องสาวท่านอยู่ที่ไหน"
"ท่านหมอช่วยได้ไหม" เจียงถาม เสียงสั่น
"ไม่รู้จนกว่าจะตรวจ" หลิงซางพูดตรงๆ ในแบบที่เป็ของเขา "แต่ถ้าช่วยได้ ข้าจะช่วยและท่านต้องหยุดขาย"
"ถ้าหยุดขาย—"
"หยุดขาย" หลิงซางพูดซ้ำ "ข้าจะจัดการเื่น้องสาวของท่านท่านหยุดทำสิ่งที่ทำร้ายคนอื่น ตกลงไหม"
เจียงมองเขามองคนที่พูดตรงโดยไม่มีการต่อรอง ไม่มีคำสัญญาหลายชั้น แค่ข้อเสนอที่ชัดเจน
"ตกลง" เขาพูด
น้องสาวของเจียงอยู่ที่เมืองอีกเมืองหนึ่งแต่ความทรงจำที่สะสมในลูกปัดนั้นถูกส่งไปที่ไหนสักแห่งในเฉินหลิว และนั่นคือสิ่งที่ยังต้องหา
"ชายชรานั้น" เซิ่นอวี๋พูดเมื่อพวกเขาออกมาจากบ้านของเจียง"เขาไม่ได้แค่ช่วยน้องสาวของเจียงเขาสะสมพลังงานความทรงจำจากที่นี่เพื่ออะไรบางอย่างที่ใหญ่กว่า"
"ร่องรอยสุดท้ายของอสูร" หลิงซางพูด
"หรืออาจเป็แค่คนโลภที่หาวิธีได้พลังงานโดยไม่ต้องออกแรง" เซิ่นอวี๋พูด "ข้ายังไม่แน่ใจ ต้องสืบต่อ"
"แต่ก่อนอื่น" หยูหลานพูด "น้องสาวของเจียงและคนไข้สี่คนในเมืองนี้"
"ก่อนอื่น" หลิงซางพูดซ้ำพยักหน้า "ชำระสิ่งที่แก้ไขได้ได้ก่อนส่วนที่ที่ยังต้องสืบนั้น ค่อยๆ สืบ"
✨เย็นวันสุดท้ายที่เฉินหลิว✨
วันที่ห้า
คนไข้ทั้งสี่คนฟื้นตัวอย่างเห็นได้ชัดความทรงจำที่ไม่ใช่ของพวกเขาถูกขจัดออกไปแล้ว บางคนยังมีช่องว่างเล็กๆในความทรงจำที่ถูกดูดออกไป แต่หวง เส้าอันมั่นใจว่าจะค่อยๆ ฟื้นคืนมาได้เอง
เจียงเสี่ยวหมินรื้อร้านขายของที่ระลึกในตอนเช้าวางลูกปัดสีดำขุ่นลงในกล่องที่เซิ่นอวี๋นำมาให้ กล่องที่มีตัวกันพลังงานป้องกันไม่ให้ลูกปัดทำงาน จนกว่าจะหาทางทำลายมันอย่างปลอดภัย
ชายชราที่ส่งของมาให้เจียงนั้นยังไม่พบตัว แต่เซิ่นอวี๋ส่งข้อมูลไปให้ตัวิสืบต่อ
เย็นวันที่ห้าพวกเขานั่งอยู่ที่ระเบียงของโรงเตี๊ยม มองเมืองเฉินหลิวในแสงพระอาทิตย์ตก
หยูหลานกลับเข้าไปข้างในก่อนบอกว่าหิว
ทิ้งสองคนไว้ในความเงียบของบ่ายที่กำลังจะกลายเป็ค่ำ
"ท่านหมอ" เซิ่นอวี๋พูดหลังจากสักพัก
"อะไร"
"ข้าอยากถามบางสิ่ง"
"ถามได้"
"ในชีวิตของท่าน" เซิ่นอวี๋พูดช้าๆ"ท่านมีสิ่งที่ไม่ใช่การรักษา ไม่ใช่คดีไม่ใช่ภารกิจ ที่ท่านอยากทำเพียงเพราะอยากทำไหม"
หลิงซางนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง
"ท่านถามเพราะอะไร"
"เพราะข้าอยากรู้ว่าท่านอยากทำอะไรในชีวิตนี้ นอกจากสิ่งที่ควรทำ" เซิ่นอวี๋พูด เสียงที่ตรงและเป็ส่วนตัวในเวลาเดียวกัน
หลิงซางมองออกไปที่แสงสุดท้ายของวันที่กำลังจางลงที่ขอบฟ้า
"เดินทาง" เขาพูดในที่สุด"ไม่ใช่เพื่อรักษาหรือสืบคดีแค่เดินทางเพื่อเห็นสิ่งที่ไม่เคยเห็น"
"ท่านไม่เคยทำแบบนั้น"
"ไม่เคย" หลิงซางพูด "เดินทางทุกครั้งมีเหตุผลเสมอ"
เซิ่นอวี๋นั่งอยู่กับคำตอบนั้น
"งั้นเมื่อคดีนี้จบ" เขาพูด "เดินทางด้วยกันไหมไม่มีจุดหมายเฉพาะเจาะจง ไม่มีคนไข้ที่รอ ไม่มีคดีที่ต้องแก้แค่เดินทางเพราะอยากเห็น"
หลิงซางมองเขา
ในแสงพระอาทิตย์ตกที่กำลังสีทองอ่อนใบหน้าของเซิ่นอวี๋มีบางสิ่งที่เปิดเผยออกมา ความหวังเล็กๆที่เขาพยายามไม่แสดงแต่ก็แสดงออกมาโดยไม่รู้ตัว
"ได้" หลิงซางพูด
เซิ่นอวี๋มองหน้าเขา
"แน่ใจ?"
"ข้าพูดอะไรโดยไม่แน่ใจไหม" หลิงซางถาม
เซิ่นอวี๋หัวเราะเบาๆ
"ไม่เคย" เขาพูด
♥️ความรักเริ่มต้น ที่ลุกโชน ที่ยังอยู่คือความรักเดียวกัน แค่รูปร่างต่างกัน ♥️
"รุ่งเช้าธรรมดานั้นคือรุ่งเช้าแรกหลังจากทำสิ่งที่ยากที่สุดเสร็จแล้ว
ไม่มีอะไรใหญ่โต ไม่มีอะไรต้องแก้ไขมีแค่สองคน และกาชาหนึ่งใบ และน้ำค้างนอกหน้าต่าง
เขามองน้ำค้างนั้น นึกถึงสิ่งหนึ่ง น้ำค้างไม่ถามว่าเมื่อคืนเกิดอะไรมันแค่อยู่ที่นี่ วันนี้ก็อยู่
เขาคิดว่า 'ข้าก็อยากเป็แบบน้ำค้างไม่ถามเมื่อคืน แค่วันนี้ก็ยังอยู่'
ความคิดนั้นเล็กมาก แต่ความคิดนั้น คือเหตุผลที่รุ่งเช้าธรรมดานั้นกลายเป็รุ่งเช้าธรรมดาที่ไม่ธรรมดาได้"
♥️"ิญญาบางดวงในหลายชาติล้วนเลือกกันและกัน ไม่ใช่เลือกในพายุ แต่เลือกในรุ่งเช้าธรรมดา
คำว่า 'รุ่งเช้าธรรมดาที่เลือกเ้า'นั้น ยากกว่า 'เลือกเ้าใน่เวลาเป็ตาย'และก็จริงกว่าด้วย"♥️
..สุสาส์นราคะ...