“พายมานี่เร็วลูกมาถ่ายรูปกับพ่อ”เ้าของวันเกิดที่พึ่งเข้ามาในงานเรียกลูกชายซึ่งแต่งตัวหล่อด้วยชุดแบบเดียวกับพ่อและน้องชาย
พระพายกำลังเบื่อเพราะไม่รู้จะคุยกับใครรีบลุกไปหาพ่อ
“น้องนิวรบกวนถ่ายรูปให้ลุงหน่อยลูก” ศานต์ขอร้องหลานสาวพร้อมยื่นกล้องถ่ายรูปดิจิตอลให้เธอถือ
“ยิ้มนะคะพระพายยิ้มหล่อ ๆ นะอย่าเขิน”หญิงสาววัยยี่สิบสองพูดสร้างบรรยากาศระหว่างถ่ายภาพให้คุณลุงเธอเป็ลูกสาวคนโตของน้องสาวศานต์
“ถ่ายเก็บไว้หลายรูปหน่อยนะชินมาถ่ายรูปกับพ่อสิลูก”ศานต์บอกหลานสาวแล้วหันไปเห็นลูกชายคนเล็กพอดีจึงยื่นแขนไปให้เขาจับ
“เฮ้อพี่น้องคู่นี้อารมณ์ไปคนละทางมากเลย” นิดาบ่นลูกพี่ลูกน้องของตน คนหนึ่งหน้าหงิก คนหนึ่งก็ยิ้มเกร็ง ๆ “ยิ้มหน่อยทุกคนวันนี้วันเกิดพ่อนะ”
พระพายกับชินวุฒิมองกล้องและจำใจยิ้มพร้อมกัน“คุณป้าไม่มาถ่ายรูปด้วยกันเหรอคะ”ถ่ายรูปพ่อกับลูกเสร็จเห็นนิลตากำลังยืนแผ่รังสีอำมหิตหลานสาวจึงรีบช่วยคุณลุงเปลี่ยนบรรยากาศ
ศานต์ยิ้มอ่อนหวานให้ภรรยาวันนี้นิลตาแต่งตัวเรียบง่ายเครื่องประดับก็ใส่แต่ของที่เขาซื้อให้ตอนวันเกิดถ้าหากเป็เมื่อก่อนนางคงจัดเต็มกว่านี้ ตอนนี้ไม่ค่อยมีอารมณ์แต่งตัว
“เรามาถ่ายรูปครอบครัวกันเถอะ”เขาเดินไปโอบภรรยาแล้วยืนนิ่งกันตรงนั้นให้นิดาช่วยถ่ายรูปให้
“วันนี้คุณสวยจัง”คนคารมดีก้มลงกระซิบหวังให้นิลตามีความสุข งานวันนี้จะได้ผ่านไปอย่างราบรื่น
“ไม่ต้องมาชม ฉันจะไปดูในครัวหน่อยว่าเรียบร้อยดีไหม”
“ยังไงก็มาถ่ายรูปกับลูกก่อน”นิลตามองพระพายที่ยืนห่างจากชินวุฒิ่ตัวหนึ่งของศานต์ใจจริงไม่อยากร่วมเฟรมหรอกแต่วันนี้ยอมเห็นแก่หน้าสามีเพราะมีคนอื่นอยู่เยอะ
“ก็ได้”
ครอบครัวสี่คนถ่ายรูปด้วยกันมีเพียงศานต์ที่ยิ้มกว้างที่สุดเขาคิดว่าตอนนี้ควรพอได้แล้วกำลังจะบอกให้นิดาหยุดแต่ทว่า
“โอ้โห ภาพครอบครัวอบอุ่นดีนะ”ณัฐชัยกับครอบครัวมาเห็นฉากนั้นเอ่ยแซวศานต์ยิ้มขอบคุณเขาที่มาช่วยทำลายความอึดอัด
สกุณายิ้มทักทายพระพายอย่างดีใจส่วนคนถูกทักใจเต้นแรงไม่เป็ส่ำรอยยิ้มที่เขานึกถึงอยู่บ่อยครั้งมาปรากฎอยู่ตรงหน้าแล้ว
“น่ารักจังเลยค่ะคุณลุงอย่าพึ่งขยับนะคะน้องญาเอากล้องมาขอถ่ายรูปเก็บไว้หน่อยค่ะ”เธอเปิดซองใส่กล้องรีบถ่ายรูปครอบครัวให้พระพายทันทีตอนนี้ทุกคนคงผ่อนคลายขึ้นแล้วถึงได้ยิ้มกันเต็มเฟรม
“น้องญามาถ่ายรูปกับพวกเราด้วยสิ”
“เอ๋จะดีเหรอคะเดี๋ยวน้องญาค่อยถ่ายกับคุณลุงพร้อมคุณพ่อคุณแม่”หญิงสาวว่าพลางหันไปขอความเห็นบิดา
“ไปเถอะไปช่วยพายหน่อยเกร็งแย่แล้ว” คุณพ่อบอกลูกสาวเสียงไม่ดังไม่เบา สกุณาจึงถอดสายคล้องกล้องให้คุณพ่อถือวิ่งไปยืนข้างพระพายแล้วยิ้มให้กล้อง
“พอน้องญามาทุกอย่างก็สดใสงั้นต่อไปน้องญาช่วยถ่ายรูปให้พี่กับพวกคุณลุงด้วยนะ”
“ได้ค่ะ”สกุณาพยักหน้ารับคำขอของนิดาแล้วสลับกับเธอถ่ายรูปให้ศานต์และครอบครัว
“พึ่งเคยรู้จักกันต่อไปมีอะไรอยากปรึกษาพี่ปรึกษามาได้นะไม่ต้องเกรงใจ” นิดาก็พูดกับพระพายลูกพี่ลูกน้องที่พึ่งรู้จักอย่างเป็กันเอง
“ขอบคุณครับ เอ่อพี่นิวช่วยถ่ายรูปให้ผมกับญาได้ไหมครับ” บอกพลางยกมือแตะผมที่เซ็ตมาอย่างดี
“เอาสิ”
“ญาถ่ายรูปด้วยกันได้ไหม”พอพี่สาวตอบรับพระพายก็ถามคนตรงหน้า สกุณายินดีเข้าไปยืนข้างเขาถึงเธอจะสดใสร่าเริงแต่ไม่รู้ทำไมพอไปยืนข้างพระพายตามลำพังกลับเกร็งอย่างบอกไม่ถูกท่าโพสต์ออกมาเรียบร้อยกว่าที่คิด
“ขอบคุณครับพี่”พระพายขยับออกห่างจากสกุณารับกล้องคืนจากนิดา
“พี่กลับไปหาพวกคุณแม่ก่อนนะ” เขาพยักหน้าตอบแล้วกลับมามองสกุณา
“ดูพายวันนี้ต่างจากที่มาตอนแรกนะมีความสุขดีแล้วใช่ไหมมีเพื่อนใหม่ มีญาติให้รู้จักตั้งเยอะไม่ได้ตัวคนเดียวอีกแล้ว” หญิงสาวแสดงความยินดีจากใจแต่น้ำเสียงกลับฟังดูเศร้า
“ก็ดีกว่าเมื่อก่อนแต่ปัญหาใหญ่ก็ยังเหมือนเดิมแล้วญาสบายดีไหมเรียนหนักมากเลยใช่ไหมต้องติวสอบด้วย”
“เหนื่อยเลยแหละไม่สนุกด้วย คิดถึงตอนที่พวกเราไปติวด้วยกันตอนนั้นสนุกกว่าอีก”
“พายก็คิดถึงเหมือนกันแต่ไม่ได้คิดถึงข้อสอบนะ” สกุณาเงยหน้าขึ้นเขิน ๆ
“เราไปตักอาหารแล้วไปนั่งคุยกันตรงบันไดสระว่ายน้ำไหม” พระพายชวนเพราะเห็นว่าทุกคนในงานเริ่มตักอาหารกันแล้วหากมัวแต่คุยเดี๋ยวสกุณาจะหิว
พระพายกับสกุณาได้จานของว่างคนละจานกับเครื่องดื่มคนละแก้วพวกพ่อแม่เห็นว่าทั้งสองคงมีเื่อยากคุยกันเพราะไม่ได้เจอกันนานจึงไม่รบกวนปล่อยวัยรุ่นคุยกันตามลำพัง
“มหา’ลัยเป็ไงบ้าง ได้ข่าวว่าประกวดเดือนคณะด้วยนี่หล่อไม่เบานะ” สกุณาจิ้มมันฝรั่งทอดเข้าปากแล้วชวนคุย
“คงเพราะคนหล่อจริงๆ ไปอยู่คณะอื่นหมด” เขาตอบแล้วตักวุ้นมะพร้าวกินสกุณาหัวเราะค้อนคนถ่อมตัว
“แต่เพราะได้ไปประกวดนั่นแหละพายเลยรู้จักคนเยอะถึงรู้ว่าโลกมันกว้างมากเมื่อก่อนอยู่แต่ในไร่ไม่รู้อะไรเลย คิดแล้วการได้มาอยู่กับพ่อทำให้พายรู้ว่าตัวเองชอบชีวิตแบบไหนติดแค่คิดถึงแม่เท่านั้นแหละ”
“ก็ดีแล้วที่พายมีโอกาสลองใช้ชีวิตหลายๆ แบบ แบบไหนดีกับตัวเองก็จะได้รู้ไม่ต้องคอยฟังคนอื่นบอกว่าอะไรดีไม่ดี”
“อยากรู้จังว่าญาโตมายังไงถึงเข้าใจโลกั้แ่อายุน้อยๆ แบบนี้ คุยกับใครก็ไม่เหมือนคุยกับญา”
“อยู่กับคุณพ่อเยอะมั้งคุณพ่อเป็คนสบาย ๆ ชอบพาญาไปทำงานไปเที่ยวกลับบ้านมาเจอคุณแม่ที่เป็คนจริงจังก็เลยกลมกลืนกันมั้งแต่คุณแม่ไม่ได้เ้าระเบียบนะบางทีก็ี้เีเหมือนกัน”
พระพายหัวเราะฟังหญิงสาวนินทามารดา“ถึงพายจะไม่ได้อยู่กับแม่และพ่อพร้อมกันแต่พายก็มีความสุขที่ได้ใช้เวลากับพวกท่าน”บอกแล้วถอนหายใจอีก
“ถอนใจแบบนี้จะเข้าเื่คุณป้ากับไอ้ชินเหรอ”
“ยังเป็ญาที่เข้าใจพายกว่าใคร” ชายหนุ่มมองหน้าหญิงสาวครู่หนึ่งแล้วกวาดสายตามองไปรอบ ๆถึงมีบางคนมองมาทางพวกตนแต่ไม่มีใครอยู่ใกล้ พระพายขยับหน้าเข้าไปพูดกับสกุณาเบา ๆ
“่นี้ชินน้อยใจที่พ่อไปเยี่ยมพายบ่อยๆ ก็เลยโดดเรียน พายรู้ว่าพ่อกับคุณแม่ตั้งความหวังกับเขามากแต่ถ้าเป็อย่างนี้ต่อก็เท่ากับว่าพายเป็คนทำลายอนาคตของน้องพายไม่อยากให้พ่อต้องมากังวลเื่นี้อีกพายคิดแผนนึงขึ้นมาแต่ไม่รู้จะใช้ดีหรือเปล่า”
“แผนอะไรเหรอ”
“ในเมื่อพูดดีๆ ไม่ยอมฟังกัน พายว่าใช้วิธีแข่งขันกันจะดีไหมถ้าชินคิดว่าพายหวังสูงอยากได้บริษัทของพ่อเขาน่าจะอยากเอาชนะพายจนกลับมาตั้งใจเรียน”
“แล้วทำแบบนี้เขาจะไม่เกลียดพายเหรอก็ยังอยากสนิทกันอยู่ไม่ใช่เหรอ”
“แต่ถ้าเขารู้ความจริงก็อาจจะเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อพายเลยนะ” สกุณาเท้าคางช่วยคิดสักพักก็พยักหน้าบอกว่าเข้าท่าดี
“ปรึกษาคุณลุงแล้วเหรอแผนนี้ต้องให้คุณลุงช่วยเล่นละครด้วยนะจะได้กันเข้าใจผิดคิดว่าพายอยากแย่งชิงกับไอ้ชินจริง ๆ”
“พายมาปรึกษาญาก่อนน่ะ” พอเขาพูดจบทั้งคู่ก็มองกันนิ่ง
สกุณารู้สึกตัวก้มลงจิ้มเฟรนช์ไฟร์กับซอสมะเขือเทศ“ดีใจจังที่พายไม่ลืมญามันคงเศร้านะถ้าคนที่อยู่ด้วยกันตลอดปิดเทอมมาลืมกัน”
“จะลืมได้ยังไงคิดถึงอยู่ตลอด” พระพายพูดออกไปโดยไม่ลังเลเขารู้ตัวว่าชอบหญิงสาวตั้งนานแล้วแต่กลัวว่านั่นเป็เพราะความใกล้ชิดจึงไม่พูดอะไรแต่ยิ่งอยู่ห่างกันได้เจอคนเข้ามาคุยด้วยก็ยิ่งมั่นใจว่าที่รู้สึกคือความรักจริง ๆ
“ใครจะไปรู้ล่ะเป็ถึงเดือนคณะคงมีเพื่อนใหม่เยอะแยะ คนที่ชอบก็คงมีไม่น้อย”ประโยคหลังเธอก็ไม่รู้ว่าพูดทำไม
“คนเราได้เป็เพื่อนกันแล้วก็เป็ตลอดไปไม่ใช่เหรอถ้าไม่ได้มีเื่ผิดใจกันก่อนน่ะ”
“งั้นก็สบายใจถ้าเจอกันที่ม. ญาจะได้ไม่หน้าแตกว่าทักแล้วพายไม่ตอบ” หญิงสาวยิ้มเปลี่ยนอารมณ์กะทันหันแต่ก็ทำให้โลกของพระพายสดใสขึ้นมาทันตา
“ตัดสินใจจะสอบเข้าที่เดียวกันแล้วใช่ไหมดีจังเลย”
“คุณแม่บอกให้นายไปเอาเค้กในตู้เย็นออกมา” ความเบิกบานสีชมพูของทั้งสองถูกสกัดด้วยน้ำเสียงเนือยของชินวุฒิ
พระพายกับสกุณาหันไปมองเขาพร้อมกัน
“เอาเค้กมาแล้วรอไฟดับก่อนค่อยออกมา” พระพายมองไปยังบิดาที่กำลังดื่มกับเพื่อนและลูกน้องคนสนิทอย่างออกรสไม่ได้สนใจเค้กแล้วว่าจะมาตอนไหน เขาเห็นแต่นิลตากำลังสั่งงานแม่บ้านจริงจัง
“งั้นพวกนายสองคนก็ไปด้วยกันสิเดี๋ยวฉันตามไปคุ้มกันเค้ก”ตอนแรกว่าจะเปิดโอกาสให้พี่น้องแต่คิดไปคิดมากลัวคุณลุงไม่ได้เป่าเทียนจึงตามไปดูด้วย
“อายุขนาดนี้แล้วมาเป่าเทียนวันเกิดก็เขินๆ อยู่” เมื่อลูกชายคนโตถือเค้กมาตรงหน้า คนอายุห้าสิบสี่ก็อายสายตาคนวัยเดียวกัน
“ไม่ต้องอายหรอกค่ะพี่ยังต้องเป่าอีกหลายปี” น้องสาววัยใกล้เคียงกันบอกพี่ชาย
“อธิษฐานเลยค่ะคุณลุง” สกุณาช่วยดันอีกคน
ศานต์หลับตากุมมือขึ้นต่อหน้าเค้ก “ถ้าพรวันเกิดมีจริงขอให้ลูกชายทั้งสองสุขภาพแข็งแรงเป็เด็กดี รักกัน มีความสุขมาก ๆ” เขาเอ่ยออกเสียงให้ลูกๆ ได้ยิน
พระพายยิ้มนิดหน่อยสบตากับน้องชายที่ทำท่าไม่รู้ไม่ชี้แต่อย่างไรงานวันเกิดศานต์ก็ผ่านไปอย่างราบรื่นจนจบงาน
หลังคืนวันนั้นพระพายตั้งใจกลับมานอนบ้านทุกวันที่หยุดเรียนวันนี้เขากลับมาถึงั้แ่บ่ายสามครึ่ง ยังไม่มีใครกลับบ้านจึงถือโอกาสโทรหาแม่สักหน่อย
“พายมีอะไรหรือเปล่าลูกโทรมาเร็วจัง” ปกติเขาโทรหาดอกเข็ม่หกโมงถึงหนึ่งทุ่มเพื่อรอให้นางกลับบ้านก่อนแต่วันนี้มีเื่คุยกับพ่อจึงโทรไปก่อนทำแม่ที่กำลังยุ่งกับงานใ
“อ๋อพายว่างน่ะครับก็เลยโทรหาแม่ แม่ยุ่งอยู่เหรอครับ”
“นิดหน่อยน่ะจ้ะ ่นี้น้ามัสกำลังเดินเื่ให้น้องมิไปเรียนต่อต่างประเทศมอบหมายงานให้แม่ทำเยอะกว่าเดิมน่ะ”
เสียงดอกเข็มลดลงเมื่อพูดถึงเด็กสาวลูกของเพื่อนพระพายได้ยินชื่อมินาแล้วถอนใจครั้งหนึ่ง
“งั้นเหรอครับจะไปเมื่อไหร่เหรอ”เขาไม่รู้จะพูดอะไรจึงเอ่ยถามเล็กน้อย
“น้องมิจบม. สามก็จะไปเลยจ้ะน้องยังเด็กทั้งน้ามัสลุงนันต์จะไปอยู่ด้วยปีนึงตอนนี้กำลังวุ่นวายหาคนที่ไว้ใจได้มาดูแลงาน แม่ก็เลยยุ่งน่ะจ้ะ”
“ถึงงานจะเยอะแต่แม่ก็อย่าลืมดูแลตัวเองนะครับปิดเทอมพายจะไปเยี่ยมแม่”
“จ้ะแม่สบายดีแค่ได้ยินเสียงพายแม่ก็มีความสุขแล้วพายไม่ต้องส่งของมาให้แม่บ่อย ๆ ก็ได้นะเงินคุณพ่อเกรงใจเขา”
“คุณพ่อบอกพายจะใช้เงินยังไงก็ได้พายไม่ได้ขอเพิ่มด้วยคุณพ่อไม่ว่าหรอกครับ ของที่พายส่งไปให้แม่ใช้ด้วยนะครับ”
“ใช้อยู่จ้ะ พายส่งแต่ของดี ๆมาให้แม่ไม่ใช้ก็เสียดายแย่ แต่แม่กลัวพายมัวแต่ไปเลือกของไม่ไปอ่านหนังสือน่ะสิ”
พอมารดาพูดเขาก็อมยิ้มก่อนหน้านี้ไปบริษัทหาพ่อเจอพรรณาแม่ของสกุณาเลยถามเื่การดูแลตัวเองของผู้หญิงวัยนางมา ได้ความรู้มาเยอะเลย
“ทำเพื่อแม่แค่นี้พายไม่ลำบากเลยครับไม่เสียการเรียนด้วยเดี๋ยวพายเอาเกรดดี ๆ กลับไปฝาก แม่ทำของอร่อยเป็รางวัลให้พายด้วยนะครับ”
ชายหนุ่มคุยโทรศัพท์พลางเดินไปเปิดผ้าม่านเพราะได้ยินเสียงรถมาจอดหน้าบ้านชินวุฒิกลับมาแล้ว พระพายเห็นเขายกมือไหว้คนขับรถโรงเรียนและคุณครูด้วยก่อนเข้าบ้านยังหยุดทักทายสุนัขที่คุณยายข้างบ้านจูงมาเดินเล่นท่าทางสนิทกับเ้าสี่ขาพันธุ์โกเด้นนั่นด้วย พึ่งรู้ว่าน้องชายก็มีมุมอ่อนโยนแบบนี้
“งั้นแค่นี้ก่อนนะครับแม่รักแม่นะครับ”สักพักหลังชินวุฒิเข้าบ้านพระพายก็วางสายจากมารดาของตนลงไปข้างล่าง
ชินวุฒิกลับมาก็วางกระเป๋าบนพื้นห้องนั่งเล่นดึงชายเสื้อออกนอกกางเกงต่อเกมส์เข้ากับหน้าจอทีวีทันทีไม่สนใจกระทั่งของว่างที่แม่บ้านนำมาเสิร์ฟถึงตอนนี้เขาจะไม่โดดเรียนแต่ก็ไม่ได้ตั้งใจเท่าไหร่เห็นทีต้องบอกแผนการกับคุณพ่อเสียแล้ว พระพายคิด
“คุณพ่อว่างไหมครับพายมีเื่ปรึกษา” ทานข้าวเย็นเสร็จพระพายรีบบอกศานต์ต่อหน้านิลตาและชินวุฒิ
“ว่างสิไปคุยที่ห้องทำงานพ่อก็ได้” พระพายลุกจากโต๊ะอาหารตามศานต์ไป สองแม่ลูกมองตามอย่างหมั่นไส้
“ชินวันนี้มีการบ้านไหมลูกเดี๋ยวแม่สอนนะ”
“ส่งตั้งวันศุกร์เดี๋ยวค่อยทำครับ” คนอยากเอาเวลาไปเล่นเกมส์ว่า
“ทำให้เสร็จดีกว่านะเดี๋ยวแม่ช่วยสอน นะจ้ะ” นิลตาห่วงเื่การเรียนของลูก นางพยายามใช้ไม้อ่อนพูดกับเขา
“ก็ได้ครับแต่ทำเสร็จแล้วชินเล่นเกมส์ต่อนะ” ผู้เป็แม่ยิ้มเจื่อนพยักหน้าตามใจ
“มีอะไรจะปรึกษาพ่อเหรอลูก”ศานต์ถามลูกชายเมื่อนั่งในห้องทำงานเรียบร้อยแล้ว
“เื่ชินน่ะครับพายรู้ว่า่นี้เขาต่อต้านคุณพ่อจนไม่สนใจเรียน”ศานต์ถอนหายใจเมื่อพระพายพูดเื่นี้ เขากำลังกลุ้มใจอยู่พอดี
“พายมีวิธีช่วยพ่องั้นเหรอ”
พระพายยิ้มนิดหน่อยขยับเข้าไปใกล้ผู้เป็พ่อกระซิบข้างหูเขา ศานต์ฟังแล้วมุมปากกระตุก
“เอาสิพ่ออยากสนุกเหมือนกัน” คนพ่อว่าแล้วจับมือทำข้อตกลงกับลูกชาย “พายเสียสละตัวเองจริงๆ ขอบใจนะลูก”
“พายหมั่นไส้ชินเป็การส่วนตัวน่ะครับ” นับวันรอยยิ้มของพระพายก็ยิ่งเ้าเล่ห์เหมือนศานต์
คุณพ่อของเขาหัวเราะแล้วส่ายหน้าไม่เห็นด้วย“หมั่นไส้ที่ไหนห่วงน้องล่ะสิไม่ว่าดีแล้วละลูกถ้าปล่อยไว้แบบนี้โตไปคงมองหน้ากันไม่ติด แต่พ่อต้องขอบอกพายไว้ก่อนนะต่อไปอนาคตในบริษัทพายคงไม่ได้เท่าน้องหุ้นส่วนของพ่อมีน้อยกว่าคุณแม่แล้วพ่อก็ต้องแบ่งให้พายกับชินเท่า ๆกันอย่าน้อยใจนะลูก” เขายกมือไปจับไหล่พระพายมองลูกด้วยแววตารู้สึกผิด
“พ่ออย่าคิดมากครับพายไม่ได้คาดหวังอะไรพายได้มาอยู่กับพ่อพายก็ดีใจแล้วเื่สำคัญเราต้องทำให้ชินรู้ว่าตัวเองมีความรับผิดชอบรออยู่” พระพายจับมือบิดาบอกให้เขาสบายใจ
“พ่อไม่บังคับว่าชินต้องมารับ่ต่อหรอกแต่ถึงยังไงก็ต้องตั้งใจเรียนใช่ไหมล่ะอนาคตอยากทำอะไรมันถึงจะทำได้ดีจะได้รู้ว่าต้องจัดการตัวเองกับทรัพย์สินที่มียังไงพ่อหวังแบบนี้กับพายเช่นเดียวกัน”
“มีพ่อเป็ต้นแบบพายจะพยายามครับคุณแม่บอกว่าเื่งานเอาพ่อเป็แบบอย่างได้”
ศานต์หัวเราะพอใจบีบไหล่ลูกชายเบา ๆ “ดีที่ได้พายมาอยู่ด้วยสมกับที่พ่อเฝ้ารอมาสิบแปดปี”
พระพายมองตาผู้เป็พ่อยิ้มเล็กน้อยเอ่ยความรู้สึกของตนออกไปบ้าง “เมื่อก่อนใครๆ ต่างมองพายด้วยสายตาสงสารที่พายไม่มีพ่อพายเคยโกรธที่พ่อทิ้งพายกับแม่ให้อยู่กันตามลำพัง แต่แม่กลับไม่เคยคิดแบบนั้นเลยวันนี้พายเข้าใจแล้วว่าทำไมแม่ถึงไม่เคยโทษพ่อเลยพายดีใจนะครับที่ได้มาอยู่กับพ่อแถมยังมีน้องชายด้วยถึงชินจะขี้งอนไปหน่อยแต่เป็คนจิตใจดี”
มือที่จับไหล่ลูกอยู่บีบอีกด้วยความซาบซึ้ง“พ่อทำผิดกับแม่ของพายกับชินตอนนี้พ่อไม่มีความรักหญิงชายกับทั้งสองคนเลยมีแต่ความละอายใจพ่อหวังแค่ว่าจะชดเชยให้พวกเธอผ่านลูก ๆ เป็โชคของพ่อที่พายเข้าใจพ่อทุกอย่างพ่อสามารถคุยกับพายได้ทุกเื่หาไม่ง่ายเลยนะทั้งที่พ่อไม่ได้เลี้ยงพายมาั้แ่แรก”
“พ่อใจดีหวังดีกับพายพายถึงไม่กลัวที่จะพูดกับพ่อครับ”
“ได้ยินแบบนี้พ่อมีความสุขมากเอ้อแล้วปิดเทอมพายจะไปเยี่ยมแม่หรือเปล่าพ่อคงไม่ว่างไปด้วยนะพายไปคนเดียวได้หรือเปล่า ถ้าไม่ได้พ่อจะหาคนพาไป”
“ได้ครับพายว่าจะไปแค่อาทิตย์เดียวแล้วรีบกลับมาญาเตรียมตัวสอบพายอยากตอบแทนที่ญาเคยช่วย”
“อ๋องั้นก็ดีใครทำดีกับเราก็ควรตอบแทนพายเป็เด็กดีจริง ๆ” ศานต์ดูออกว่าพระพายคิดอย่างไรกับลูกสาวเพื่อนแต่ไม่พูดส่งเสริมเื่ความรู้สึกควรให้เขาได้เรียนรู้ด้วยตัวเองจะได้ไม่เป็เหมือนเขา
“พายไม่ได้เป็เด็กดีขนาดนั้นหรอกครับพ่อ” คนพ่อขมวดคิ้ว อยู่ ๆ ลูกชายก็ก้มหน้านึกว่าเขาจะชอบถ่อมตัวเหมือนแม่แต่ดูแล้วคงมีสาเหตุมากกว่า
“มีอะไรหรือเปล่าลูก”