Chapter 16
อีเวนท์บอส
“มันจะบินขึ้นไปอีกแล้วรินจังการสอยมันลงมาเลย!”
“รับทราบค่ะ!”
การรับคำอย่างรวดเร็วของซัมมอนเนอร์สองคนพร้อมกับร่างของฮาล์ฟนักธนูเอลฟ์ที่น้าวคันศรขึ้นลำเล็งเป้าหมายไปยังมอนสเตอร์ที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์แต่แขนมันกลับเป็ปีกสีขาวขนาดใหญ่และขาที่มีกรงเล็บเหมือนกับนกไม่มีผิดมันสยายปีกบินขึ้นไปบนท้องฟ้าพร้อมกับร่างกายที่าเ็สาหัส
“แอร์โรว์สปาร์ก!”
รินใช้สกิลการ์ดของเธอออกคำสั่งในฉับพลันส่งให้ลูกธนูที่ฮาล์ฟคู่ใจของเธอปล่อยไปนั้นกลายเป็สำแสงสายฟ้าที่พุ่งขึ้นไปใส่เป้าหมายเป็เส้นตรงที่เฉียบคมที่สุด!
กรี๊ดดดดดด
ไวท์ฮาร์ปี้ส่งเสียงกรีดร้องออกมาแหลมบาดหูขณะที่ปีกข้างขวาของมันนั้นเกิดเป็รอยไหม้ขึ้นอย่างชัดเจน พร้อมกับการเสียหลังดิ่งลงมาบนพื้นอย่างหมดสภาพ
“อย่าเพิ่งประมาทนะรินฮาร์ปี้น่ะมันไม่ได้ตายง่ายๆ ขนาดนั้น พลังชีวิตมันยังเหลือพอที่จะโจมตีออกมาได้”
คนที่ชำนาญในการล่ามอนสเตอร์อย่างดานี่รีบะโเตือนจากอีกด้านหนึ่งเป็จังหวะเดียวกับที่เ้าฮาร์ปี้สีขาวตัวนั้นผลิกตัวกลับมาสยายปีกบินได้อีกครั้งก่อนที่จะดิ่งลงมากระแทกพื้นได้เพียงไม่กี่เมตรและในความคล่องตัวนั้นเองเ้ามอนสเตอร์ครึ่งนกครึ่งมนุษย์ตนนี้ก็อาศัยจังหวะที่ดิ่งลงมาพุ่งตรงเข้าหาเอลฟ์สาวฮาล์ฟของรินทันควัน
เมื่อโดนบอสเลเวล 25บุกเข้ามาท้าทายในระยะประชิดรินจึงเผยรอยยิ้มขึ้นราวกับคาดเดาถึงสถานการณ์ตรงนี้เอาไว้แล้ว
“กับดักรากไม้!”
ก่อนที่เ้ามอนสเตอร์ตัวแสบนั้นจะทันได้พุ่งเข้ามาโจมตีใส่เท่านั้นเองรินก็ใช้สกิลการ์ดอีกใบหนึ่งทันควัน เอลฟ์สาวของเธอก้มลงไปนั่งยองๆใช้ฝ่ามือแตะลงไปบนพื้นพร้อมกับมีแสงสว่างตรงปลายมือเป็สีทองอยู่วูบหนึ่ง...
โครม!!!
รากไม้ขนาดใหญ่จึงพุ่งลงมาจากพื้นดินตรงเข้ารัดแขนขาของฮาร์ปี้เอาไว้ชนิดที่พันธนาการทุกส่วนจนแ่าแทบขยับตัวไม่ได้มอนสเตอร์นกั์ดิ้นพราดๆ ส่งเสียงร้องออกมาโหยหวน พร้อมกับรอยยิ้มของริน
“เป็นกแต่ดันลงมาติดดินแบบนี้ก็เห็นจะแย่หน่อยนะจ๊ะ”เธอเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงติดตลก
“ถอยออกมาก่อนรินระวังลูกน้องของมันด้วย!”
แต่ก็ต้องเป็ดานี่ที่ร้องเตือนขึ้นเสียงดังลั่นเพราะต่อให้ถูกพันธนาการเอาไว้แต่ไวท์ฮาร์ปี้ตัวนี้ก็ยังไม่หมดฤทธิ์เสียทีเดียวเสียงกรีดร้องของมันนั้นเป็เหมือนดังคำสั่งให้พวกลูกน้องของมันบุกเข้าโจมตีใส่ศัตรูผู้บุกรุกอาณาเขตอย่างเต็มกำลังเท่านั้นเอง พวกนกอีรินเคีย มอนสเตอร์สายพันธุ์สัตว์ปีกที่มีขนาดใหญ่เกือบ 1 เมตรเลเวล 15หลายร้อยตัวที่บินอยู่บนท้องฟ้าจึงพุ่งทะยานตรงดิ่งเข้าโจมตีใส่ซัมมอนเนอร์ผู้บุกรุกพื้นที่อย่างเต็มกำลัง
“ซวยล่ะสิ รามีน่า สอยนกพวกนั้นลงมาให้ได้มากที่สุด!”
รินรีบออกคำสั่งกับฮาล์ฟของเธอส่งให้นักธนูเอลฟ์รีบง้างคันศรเล็งขึ้นฟ้า ปล่อยลูกธนูหลายดอกออกไปอย่างชำนิชำนาญสอยนกพวกนั้นตกลงมาอย่างง่ายดายในแบบ “วันช็อตวันคิล” กันเลยทีเดียวแต่ด้วยจำนวนที่มหาศาลของพวกมัน ทำให้เอลฟ์สาวจึงต้องคอยเบี่ยงตัวหลบการพุ่งเข้ามาโจมตีพวกนั้นและกลิ้งตัวหลบไปเป็ระยะทั้งยังต้องคอยยิงธนูโจมตีใส่นกอีกหลายๆ ตัวที่พยายามจะโจมตีใส่เ้านายของเธอด้วย
“มาสอยทีล่ะตัวแบบนี้จะเสียเวลานะเดี๋ยวเ้าฮาร์ปี้มันจะหนีไปซะก่อน เดี๋ยวพี่จัดการเอง ทุกคนปิดหูเอาไว้!”
เมื่อเห็นสถานการณ์ไม่ดีดานี่จึงอาสาจะจัดการเ้านกฝูงใหญ่นี้เอง เขาทำการเรียกการ์ดขึ้นมาบนมือสองใบก่อนจะผสมให้มันกลายเป็หนึ่งเดียวได้สำเร็จ
“โซนิกบอม!”
ดานี่เปลี่ยนการ์ดนั้นเป็ลูกะเิสีฟ้าก่อนจะขว้างมันขึ้นไปกลางอากาศทันควัน
ะเิดังกล่าวนั้นแตกกระจายเป็กลุ่มควันเล็กๆขึ้นกลางอากาศ มันไม่ได้หนักหน่วงรุนแรงอะไรแต่กลับเป็เสียงแหลมบาดหูที่ส่งคลื่นกระจายออกไปทั่วระยะบริเวณเล่นเอาฝูงนกจำนวนมากที่บินอยู่กลางอากาศนั้นต้องกรีดร้องอย่างทรมานก่อนจะร่วงตกผล็อยกันอย่างหมดสภาพ
“ตอนนี้ล่ะ จัดการปิดเกมเลย โจ๊กเกอร์!”
ไม่รอช้าดานี่จึงหันไปออกคำสั่งกับโจ๊กที่ยืนอยู่อีกด้านหนึ่งพร้อมกับคู่หูของเขาอย่างยูเรียซ่า และเ้าลูกัสองตัวที่บินประกบอยู่ด้านหลังเมื่อเห็นดังนั้นแล้วโจ๊กจึงหยิบเอาการ์ดอาวุธขึ้นมาใบหนึ่งและโยนมันไปให้กับฮาล์ฟสาวของเขาทันที
“จัดการไวท์ฮาร์ปี้เลย ยูเรียซ่า!”
เมื่อได้รับคำสั่งเช่นนั้นนักรบสาวจึงควงหอกที่ได้รับมาอย่างชำนิชำนาญเธอวิ่งตรงดิ่งเข้าหาบอสไวท์ฮาร์ปี้ตัวนั้นเป็เส้นตรง พร้อมๆกับเ้าัน้อยสองตัวอย่างบลูและเรดที่ระดมยิงลูกไฟเข้าใส่บอสตัวนั้นเป็ชุดจนทำเอาเ้าปีศาจนกร้องขึ้นมาด้วยความเ็ป พลันเข้าระยะโจมตียูเรียซ่าก็ลากหอกครูดลงไปกับพื้นและงัดขึ้นมาจนมีเปลวไฟลุกอยู่ตรงปลายหอกประหนึ่งไม้ขีดที่จุดไฟขึ้นมาได้ไม่มีผิด
คมหอกที่เฉียบคมนั้นเสียบเข้าไปกลางอกตรงหัวใจของไวท์ฮาร์ปี้อย่างเฉียบคมส่งให้อสูรร้ายกรีดร้องออกมาเป็ครั้งสุดท้าย พร้อมกับร่างที่แตกสลายไปในทันที
“สำเร็จ!”
ดานี่ะโขึ้นด้วยรอยยิ้มพอใจแทบจะพอดีกับเสียง “กิ๊ง!”ที่ดังขึ้นในตัวของโจ๊กพร้อมกับการ์ดใบหนึ่งที่ปรากฏขึ้นมาตรงหน้าของเขาซึ่งก็คือเควสการ์ดล่าบอสไวท์ฮาร์ปี้ตัวนี้ที่ขึ้นคำว่า“เควสสำเร็จ” ตัวเบ้อเร่อพร้อมที่จะให้พวกเขาทั้งสามคนกลับไปที่บาร์เควสและยื่นมันให้กับตาลุงโทมัสเพื่อรับรางวัลได้เลย
“ทำได้ยอดมากค่ะพี่โจ๊กการโจมตีเมื่อครู่นี้หนักใช้ได้เลยนะคะ” รินเดินมาพูดพลางชูนิ้วโป้งให้“ฮาล์ฟตัวเอกของพี่น่ะจะยิ่งแข่งแกร่งขึ้นเมื่อมีัอยู่ในสนามรบเยอะๆแต่เธอก็จะแข็งแกร่งขึ้นไปอีกเมื่อมีอาวุธให้ใช้ด้วยเป็การผสมกันของสองสายที่มีพลังโจมตีสูงอยู่แล้วด้วยเหมาะจะเป็ตัวปิดเกมแบบนี้ที่สุดแล้วล่ะค่ะ”
“ไม่หรอกครับ” โจ๊กยิ้มรับนิดๆ“ผมเองแทบจะไม่ได้ทำอะไรเลยคุณรินกับคุณดานี่ต่างหากที่ควบคุมศัตรูได้หมดทุกอย่างมันก็เลยง่ายไปหมดน่ะครับ โดยเฉพาะคุณดานี่นั่นล่ะถ้าหากไม่ได้คุณคอยสั่งการล่ะก็มันคงไม่ได้ง่ายขนาดนี้”
“จริงด้วยนะคะ”รินหันไปหาชายหนุ่มอีกคนหนึ่ง “พี่ดานี่น่ะชำนาญในการล่าบอสมากเลยถึงรินจะไม่ค่อยได้มาล่าบอสในอาเคเดียเท่าไรแต่นี่ก็เป็ครั้งแรกที่ล่าบอสได้ง่ายมากๆ เลยล่ะค่ะ แบบนี้พี่ไปเอาดีทางสายฮันท์เตอร์ได้สบายๆเลยนะคะเนี่ย”
“โดนชมแบบนี้มันก็ยังไงๆ อยู่นะ”ดานี่ยิ้มเจื่อน “ฉันมันก็เก่งแค่ในเกาะเริ่มต้นเท่านั้นล่ะให้ไปที่อื่นก็คงไม่ได้รู้ไส้รู้พุงพวกบอสมากขนาดนี้หรอก”
ชายหนุ่มผมทองยิ้มเจื่อนๆก่อนจะเดินเข้าไปหานายโจ๊ก เขาวางมือไว้บนไหล่ของพ่อหนุ่มแว่นด้วยท่าทางที่สนิทสนมและก้มลงมองเควสการ์ดใบมือของโจ๊กเขม็ง
“ยังไงซะตอนนี้เ้าหมอนี่ก็ล่าบอสตัวแรกได้สำเร็จแล้วล่ะนะเป็ไงบ้างล่ะความรู้สึกตอนที่ฆ่าบอสได้?”
“ก็...เหมือนไม่ค่อยได้ทำอะไรเท่าไรครับ”โจ๊กยิ้มเจื่อน “แต่ก็สนุกดี มันดูเก่งต่างไปจากมอนสเตอร์ตัวอื่นๆ มากเลยล่ะครับ”
“ก็แหงล่ะ มันคือบอสนิ” ดานี่ยิ้มขำ“ยิ่งอยู่ในอานาเขตของตัวเองมันก็จะยิ่งเก่งมากกว่าเดิมเหมือนเ้าฮาร์ปี้ตัวนี้แหละ แถมยังมีลูกน้องมาช่วยต่อสู้ด้วยล่ะนะ”
“จริงด้วยสิแล้วไอ้พวกนกฝูงนั้นล่ะครับ?”
โจ๊กนึกขึ้นได้ว่ามันยังมีนกั์ที่เป็ลูกน้องของฮาร์ปี้อยู่ในพื้นที่แถบนี้ด้วยจริงอยู่ว่าดานี่ปาะเิเสียงเล่นงานให้พวกมันสับสนจนร่วงตกพื้นกันไปหมดแต่ดูเหมือนพวกมันจะยังไม่ตายไปเสียทีเดียว
“อ๋อ ไม่ต้องห่วงหรอกพอตัวแม่มันตายไป พวกลูกๆ มันก็หนีไปเองแหละ”
ไม่ทันขาดคำนกพวกนั้นเหมือนจะได้สติจากอาการเมาเสียงพอมันตื่นขึ้นมองซ้ายมองขวาไม่เห็นแม่ของพวกมันเท่านั้นเองเ้านกอีรินเคียพวกนั้นก็รีบสยายปีกบินหนีไปกันแทบไม่ทันเลยทีเดียวส่งให้ดานี่ที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ยิ้มกว้างขึ้น
“เห็นมั้ยล่ะ”
โจ๊กทำได้เพียงแค่พยักหน้ารับแบบทึ่งๆเขาไม่รู้หรอกนะว่าซัมมอนเนอร์คนอื่นๆ ใน AOS นั้นจะชำนาญในเื่การล่าบอสแบบนี้ทุกคนรึเปล่าแต่เขารู้สึกได้เลยว่านายดานี่คนนี้นั้นมันไม่ธรรมดาเลยซักนิด เอาตรงๆเลยก็คือหากให้เขาสู้กับบอสฮาร์ปี้ตัวนั้นเพียงลำพังแล้วล่ะก็เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะไหวรึเปล่า
“เสร็จแล้วใช่มั้ยล่ะรีบไปที่อื่นกันเถอะ เราไม่ค่อยชอบูเาที่นี่เลย โล้นๆไม่มีอะไรทำเลยน่าเบื่ออ่ะ”
ไม่ทันไรจึงมีเสียงเอ่ยขึ้นมาจากด้านหลังของทุกคนซึ่งก็คือหญิงสาวร่างบางคนหนึ่งที่นั่งอยู่ตรงโขดหินจากระยะไกลสองมือยกขึ้นเท้าคางใบหน้าเบื่อหน่าย อาจจะเป็เพราะว่าได้รับคำสั่ง (เชิงขอร้อง)มาว่าช่วยนั่งอยู่เฉยๆ ห้ามแสดงอภินิหารอะไรออกมาทียามนี้สโนว์เบลจึงทำได้เพียงแค่นั่งรออยู่เงียบมานานเกือบครึ่งชั่วโมง (ทั้งๆที่เ้าตัวคิดว่าแค่นกโง่ๆ ตัวเดียวใช้หลังมือสะกิดทีเดียวก็สิ้นซากไปแล้วด้วยซ้ำ)
“สโนว์เบลก็พูดถูกนะอยู่ตรงนี้ต่อไปนานๆ ก็คงไม่ดีเท่าไร แถวนี้มีมอนสเตอร์ดุๆ เยอะอยู่ด้วยถึงเ้าฮาร์ปี้ที่เป็เ้าถิ่นจะตายไปแล้วก็เถอะเรากลับไปที่เมืองไปรับรางวัลจากเควสแล้วเผื่อจะได้ดูด้วยว่าวันนี้เราจะล่าบอสอะไรได้อีกบ้าง”
ดานี่พูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม โจ๊กเองก็มองไปรอบๆในตอนนี้เขาอยู่ที่ยอดของูเาเอวองซึ่งก่อนจะขึ้นมามันก็เป็ูเาที่เขียวขจีดูอุดมสมบูรณ์อยู่หรอกแต่พอเดินมาถึงยอดแล้วมันกลับแห้งแล้งมีแต่ซากโครงกระดูกซากสัตว์ที่น่าจะเป็เหยื่อของเ้าฮาร์ปี้ด้วยกันทั้งนั้นบรรยากาศมันก็เลยดูจะน่าอึดอัด และทำให้สโนว์เบลเบื่อได้
คิดๆ แล้วโจ๊กจึงพยักหน้ารับ
“ครับ งั้นเรากลับเมืองกันดีกว่า”
“โอ้ ล่าบอสกันเสร็จแล้วงั้นเหรอ ไวดีนี่”
ตาลุงโทมัสพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงประหลาดใจพลางรับเควสการ์ดมาจากนายโจ๊กพร้อมกับตรวจสอบว่าเควสเสร็จสิ้นดีแค่ไหนเพียงเห็นเวลาในการล่าที่ใช้ไปเพียงสองชั่วโมงั้แ่รับเควสมาเท่านั้นเ้าตัวก็เลยต้องผิวปากหวือ
“สมกับเป็เ้าหนูดานี่เลยนะบอสในเกาะเริ่มต้นนี่คงจะเป็ขนมหวานสำหรับแกไปแล้วล่ะสิ?”
“ก็ไม่ขนาดนั้นหรอกน่าลุงฉันก็แค่มีข้อมูลอยู่เยอะก็แค่นั้นล่ะ”
ดานี่พูดยิ้มๆ พลางเอนตัวนั่งลงบนเค้าท์เตอร์โดยมีรินและโจ๊กนั่งลงข้างๆกัน ส่วนสโนว์เบลก็ไวสุดๆสั่งเครื่องดื่มยอดฮิตของร้านอย่างรูตเบียร์ขึ้นมาดื่มด้วยสีหน้าเบิกบาน
ได้ยินเช่นนั้นแล้วตาลุงโทมัสจึงหัวเราะหึขึ้นมาเบาๆก่อนจะเก็บการ์ดเควสที่ว่านั่นลงไปในหน้าต่างข้อมูลของเขา ก่อนที่จะก้มลงไปหยิบของอะไรบางอย่างและนำมันลงมาวางตรงหน้าของโจ๊กทันที
“ถ้างั้นก็เอาไปสิไอ้หนุ่มนี่ล่ะของตอบแทนของเควสล่ะ ....กล่องซิลเวอร์เฟธ”
โจ๊กก้มลงมองของรางวัลที่ว่านั่นเห็นหับสมบัติสีเงินขนาดย่อมๆ ราวๆ หีบเพลงเห็นจะได้ลักษณะของมันดูหรูหราอยู่ไม่น้อย ซึ่งเพื่อนทั้งสองคนนั้นพยักหน้าให้พร้อมกับรอยยิ้มเป็ชิงว่าลองเปิดดูเลยสิว่าแล้วเ้าตัวจึงปลดล็อคของหีบและแง้มฝาขึ้นมาดูกระทั่งมีเสียงเพลงแนวสนุกสนานดังออกมาจากกล่องนั้นสั้นๆจนเผยให้เห็นว่าด้านในนั้นมีการ์ดอยู่ด้านใน 5 ใบด้วยกัน
“การ์ดอะไรกันครับเนี่ย?”
ว่าแล้วก็ลองหยิบมันมาคลี่ดูให้ชัดๆจึงได้รู้ว่าในนั้นเป็การ์ดไอเท็มที่แบ่งออกเป็สามชนิดก็คือการ์ดค่าประสบการณ์แบบที่มีชื่อของแต่ล่ะคนเขียนไว้ชัดเจน การ์ดที่เป็รูปเงินแล้วก็การ์ดที่เป็รูปหีบสมบัติระดับ C อีกสองใบ
“คือหีบสมบัติที่จะได้ในการทำเควสเนี่ยมันจะมีการแบ่งรางวัลให้กับผู้รวมทีมล่าเควสด้วยกันทั้งหมดน่ะ” ตาลุงโทมัสอธิบาย“ที่ชัดๆ ก็คือการ์ดค่าประสบการณ์ที่แต่ล่ะคนจะได้นั้นจะได้เท่าๆกันและระบุชื่อชัดเจนว่าเป็ของใคร ไม่สามารถมอบให้กันได้ ส่วนเงินนั้นก็จะเป็เงินค่าตอบแทนของเควสก็เอาไปแบ่งกันเองส่วนการ์ดหีบสมบัติระดับ C อีกสองใบจะเป็การที่ใช้เปิดเพื่อสุ่มไอเท็มั้แ่แย่สุดไปจนดีสุดขึ้นอยู่กับดวงว่าจะได้รับอะไรบ้างน่ะ”
“เหมือนล็อตเตอร์รี่นั่นล่ะค่ะพี่โจ๊กต่างกันก็คือเปิดแล้วได้ของรางวัลเลยแน่ๆ ชิ้นหนึ่ง”
โจ๊กพยักหน้ารับก่อนจะยื่นการ์ดค่าประสบการณ์ที่มีชื่อของทั้งสองคนนั้นระบุชัดเจนไปให้
“แล้วเงินล่ะครับ แบ่งเท่าๆ กันนะส่วนไอ้การ์ดสมบัติระดับ C พวกนี้น่ะ....”
“นายกับรินเอาไปแบ่งกันเถอะของพวกนั้นฉันไม่เอาหรอก ยังไงน่าจะเหมาะกับมือใหม่แบบนายมากกว่า” ดานี่พูด
“อ๊ะ รินก็ไม่เอาค่ะเงินกับกล่องสมบัตินั่นพี่โจ๊กเอาไปเลยเพราะส่วนใหญ่รินก็ไม่ค่อยได้เข้ามาที่อาเคเดียบ่อยๆ อยู่แล้วด้วย”หญิงสาวรีบเสริม
ได้ยินเช่นนั้นแล้วโจ๊กก็รู้สึกลังเลขึ้นมาเล็กๆเพราะเขาเองก็แทบจะไม่ได้ทำอะไรเลยในภารกิจครั้งนี้ จะเรียกว่าเป็คนที่อ่อนหัดที่สุดในทีมก็ได้แต่ทั้งสองคนกลับยกรางวัลทั้งหมดที่มีให้เขาจึงรู้สึกเกรงใจ
“จะดีจริงๆ เหรอครับ?”
“ดีสิคะอีกอย่างดูจากปริมาณที่สโนว์เบลกินแล้ว รินว่าพี่โจ๊กน่าจะต้องใช้เงินเยอะเลยนะ”
พูดแล้วเธอก็ส่งสัญญาณให้ไปมองด้านหลังจึงได้เห็นแม่ัสาวบางคนที่ตอนนี้ไม่ได้เพียงแค่มีแต่รูตเบียร์วางอยู่ตรงหน้าเท่านั้นแต่มันยังมีชุดอาหารเนื้อย่างแบบพิเศษตั้งอยู่ด้วยอีกต่างหากเห็นแล้วโจ๊กก็ทำได้แค่ยกมือขึ้นกุมขมับอย่างอ่อนใจ ทั้งๆ ที่แม่เ้าประคุณก่อนจะเดินทางออกไปจากเมืองเมื่อครู่นี้ก็เพิ่งจะกินอาหารไปชุดใหญ่แล้วแท้ๆ
กระเพาะัมันมีก้นหลุมมั้ยเนี่ยเขาล่ะอยากจะรู้จริงๆ!?
“ถ้างั้นก็ขอบคุณทั้งสองคนนะครับไว้ผมจะตอบแทนคืนให้แน่นอน”
“ฮึ้ย! คิดมากน่ะ ฉันก็บอกแล้วไงว่าอยากจะทำอะไรเปลี่ยนบรรยากาศบ้างเท่านั้นเองส่วนเื่รางวัลพวกนั้นฉันไมได้หวังไว้ั้แ่แรกแล้ว” ดานี่โบกมือหย็อยๆ
“รินด้วยค่าได้มาล่าบอสแบบนี้แล้วรินหายเครียดไปเยอะเลย”
หญิงสาวชูมือขึ้นด้วยสีหน้าที่สดชื่นขึ้นจริงๆแตกต่างจากก่อนออกไปจากเมืองลิบลับ เหมือนกับว่าพอเธอได้มาเปลี่ยนบรรยากาศได้คุยกับนายดานี่และเขารินก็จะรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมากจริงๆ
“ถ้าอย่างนั้นเอาไงต่อดีล่ะพวกหนูๆ?”ตาลุงโทมัสที่ยืนอยู่หลังเค้าท์เตอร์ถามขึ้น “วันนี้จะไปล่าบอสต่ออีกหน่อยมั้ย?”
คำถามนี้ส่งให้เพื่อนทั้งสองคนหันมามองที่นายโจ๊กเป็ทางเดียวจนกระทั่งเขาลองใช้งานการ์ดค่าประสบการณ์ที่ได้มาเมื่อครู่นี้จึงได้เห็นว่าหลอดคะแนนแรงค์ของเขามันเพิ่มขึ้นมาพอสมควรแต่ก็ยังห่างไกลที่จะสามารถเลื่อนไประดับ B ได้ หากดูจากระยะเวลาแล้ว เขาน่าจะยังสามารถล่าได้อีกซักตัวหนึ่งแบบสบายๆสำหรับวันนี้ เควสที่รับมาจากเจ๊ฝนก่อนเข้ามาก็ทำเสร็จไปหมดแล้วเควสรายวันในอาเคเดียก็เสร็จหมดแล้ว
ที่เหลือน่าจะเป็เวลาเล่นแบบสบายๆก่อนจะเลิกเล่นได้ล่ะนะ
“ถ้าอย่างนั้นล่าอีกซักตัวดีมั้ยครับ?”โจ๊กลองถามความเห็นเพื่อนอีกสองคน
“ได้อยู่แล้ว ฉันมีเวลาเล่นถึง 4ทุ่มโน่นล่ะ สบายๆ”
“รินด้วยค่ะ รินน่าจะอยู่ได้ถึงสองทุ่มค่ะ”
ได้รับการสนับสนุนแล้วโจ๊กจึงพยักหน้ารับก่อนจะเหลือบมองไปที่บอร์ดเควสที่ตอนนี้มีซัมมอนเนอร์จำนวนมากไปมุงอยู่รวมตัวกันมากกว่าเมื่อเช้านี้หลายเท่าเห็นดังนั้นแล้วเ้าตัวจึงถอนใจออกมาบางเบา
“ถ้างั้นเดี๋ยวผมไปดูเควสให้เองจะดีกว่าครับพวกคุณสองคนจะได้ไม่ต้องไปเบียดกับคนอื่นๆ เขาด้วย”
โจ๊กเสนอซึ่งดานี่ก็เลิกคิ้วขึ้นยิ้มๆ
“ถ้าอยากลองเลือกเควสเองก็ไปดูได้เลยเพื่อนเดี๋ยวพวกฉันรออยู่ตรงนี้ก็ได้”
ได้ยินแล้วโจ๊กก็ตั้งท่าจะลุกขึ้นไปหากแต่กลับเป็ตาลุงโทมัสที่ยกมือรั้งตัวเอาไว้ก่อน
“เดี๋ยวก่อนไอ้หนุ่มอย่าเพิ่งไปรับเควสตอนนี้”
“หือ? ทำไมเหรอครับ?”โจ๊กเลิกคิ้วขึ้น
“รอแป๊ปหนึ่ง ถ้ารีบไปรับเควสตอนนี้เดี๋ยวจะเสียใจนะ.....อ๊ะ นั่นไงถึงเวลาแล้ว”
กริ๊งๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ไม่ทันไรก็มีเสียงกระดิ่งที่สั่นดังๆรัวๆ ลั่นขึ้นมาจากตรงบอร์ดเควสส่งให้ทั้งสามคนนั้นรีบหันไปมองตามทันทีจนได้เห็นหญิงสาวคนหนึ่งที่สวมชุดเมดเครื่องแบบประจำร้านแห่งนี้เดินไปยืนข้างๆบอร์ดเควสพร้อมกับการเขย่ากระดิ่งในมือเป็จังหวะต่อเนื่องเหมือนพวกพนักงานกำลังประกาศ่เซลลดกระหน่ำไม่มีผิด
“ประกาศด่วนค่า ประกาศด่วน ร้านของเรามีอีเว้นท์พิเศษมาให้ทุกท่านร่วมสนุกกันค่าขณะนี้มี เมจิกแฟเรต ตัวหนึ่งที่เรากำลังตามหาตัวอยู่หลบซ่อนอยู่ในพื้นที่ของเกาะเริ่มต้นของเราค่าขอเชิญชวนให้เหล่าซัมมอนเนอร์ทุกท่านมาช่วยกันทำเควสนี้เพื่อรับของรางวัลหีบรางวัลมิสตี้หนึ่งใบ กับชิ้นส่วนการ์ดแฟเรตแบบ 1/1 หนึ่งชิ้นค่าอีเว้นท์จะหมดเขตในอีก สามวันนะคะ!”
สาวเสิร์ฟคนนั้นะโขึ้นมาเสียงดังท่ามกลางดงซัมมอนเนอร์ทั้งหลายที่ล้อมวงอยู่หน้าบอร์ดพวกเขาทุกคนดูจะตื่นตัวขึ้นมาทันที บ้างมีหันมาส่งเสียงดีใจกันยกใหญ่สุดท้ายก็พากันรีบกดหน้าต่างข้อมูลเพื่อรับเควสกันอย่างรวดเร็วกระทั่งรีบพากันวิ่งออกไปจากบาร์จนแทบฝุ่นตลบ ปล่อยทิ้งให้นายโจ๊กได้แต่มองตาปริบๆอยู่อย่างนั้นเอง
“นั่นมันอะไรกันครับ?”
โจ๊กถามแบบงงๆกระทั่งเหลือบไปมองบอร์ดเควสที่ตอนนี้เหลือคนยืนดูกันอยู่เพียงไม่กี่ชีวิตเท่านั้นเอง
“นั่นน่ะเขาเรียกว่าอีเว้นท์เควสยังไงล่ะ”ดานี่อธิบายขึ้น“มันจะเป็เควสแบบพิเศษที่จะสุ่มขึ้นมาให้ซัมมอนเนอร์ทำในแต่ล่ะเมืองในทุกๆสองถึงสามอาทิตย์น่ะ แน่นอนว่าบอสที่จะต้องล่าน่ะมันก็จะเก่งกว่าปกติมากแต่ของรางวัลที่ได้มันก็จะดีกว่าเควสล่าบอสปกติมากเช่นกัน”
“แล้วอีกข้อดีนึงนะไอ้หนุ่มอีเว้นท์เควสน่ะ มันไม่จำกัดแรงค์ของผู้รับเควสด้วยเพราะฉะนั้นต่อให้เป็แกที่อยู่แค่แรงค์ C ก็สามารถเข้าร่วมได้”
ได้ยินแล้วก็ร้องอ๋อขึ้นมาในทันทีกระทั่งหันไปขอคำยืนยันจากเพื่อนๆ ซึ่งดานี่ก็พยักหน้ารับในส่วนนี้ก่อนจะหันไปสบตากับตาลุงโทมัสอีกครั้ง
“ว่าแต่ ไอ้ เมจิกแฟเรตเนี่ยเป็บอสตัวใหม่ของเกมเหรอลุง?”
“แหงสิวะ” โทมัสตอบ“ขืนไม่มีอะไรมาอัพเดทให้ร้านของข้ามั่ง พวกมือใหม่ก็คงจะเหงาแย่อีกอย่างถ้าเอาแต่บอสตัวเก่าๆ มาทำเป็อีเว้นท์เควสล่ะก็ คงจะเสร็จแกแหงๆอยู่แล้วไม่ใช่เหรอวะ ก็แกเล่นมีข้อมูลมอนสเตอร์ในเกาะเริ่มต้นทุกตัวเสียละเอียดยิบขนาดนั้น”
ดานี่หัวเราะร่วนเป็อันบอกชัดเจนอยู่แล้วว่าชายที่อาศัยอยู่ในเกาะเริ่มต้นเป็ปีๆเนี่ยผ่านการตะลุยเควสอีเว้นท์มาแล้วกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ซึ่งนั่นก็ทำให้เขาหันกลับมายิ้มกว้างกับโจ๊กทันที
“ก็น่าสนใจนะโจ๊กเกอร์” เขาพูด“เพราะว่าอีเว้นท์เควสเนี่ยมันจะได้ค่าประสบการณ์มากกว่าเควสปกติมากด้วยแถมไอ้บอสแฟเรตอะไรเนี่ย มันอยู่ในเควสแรงค์ที่เท่าไรนะลุง?”
“A สิถามได้” โทมัสตอบ
“อื้อ ถ้ายิ่งเป็เควสแรงค์ A ยิ่งดีใหญ่เลยปกติกว่านายจะมีคะแนนแรงค์พอที่จะผ่านเควส C ได้น่ะนายต้องล่าบอสไปอีกหลายตัวเลย อย่างต่ำๆ ก็ 6-7 ตัวได้นั่นล่ะถ้าเป็อีเว้นท์เควสที่ทั้งเป็แรงค์ A แถมยังได้ค่าประสบการณ์มากกว่าปกตินายอาจจะมีคะแนนพร้อมขึ้นระดับ B เลยก็ได้นะ”
“จริงด้วยค่ะ แถมตอนนี้ก็มีทั้งรินแล้วก็พี่ดานี่ช่วยอีกแรงด้วยก็น่าสนใจดีนะคะ”
รินเสริมขึ้นอีกคนซึ่งโจ๊กเองก็แอบเห็นด้วย แม้ว่าจะเป็เควสระดับ A ก็ตามที แต่เขาก็มีเพื่อนอีกสองคนที่มีฝีมือสูงมากมาช่วยนั่นก็นับว่าเป็โอกาสที่ดีมากทีเดียว
“เอ๊ะ? แต่มันไม่ใช่ว่าใครหยิบเควสนั้นไปได้ก็จะล็อคเควสไว้ทำคนเดียวเหรอครับ?”โจ๊กถาม
“ถ้าเป็เควสล่าบอสปกติล่ะก็ใช่แต่ถ้าเป็อีเว้นท์เควสมันจะเป็การแข่งกันล่าน่ะ งานนี้ก็ใครดีได้คนที่สามารถฆ่าบอสได้ก็จะถือว่าทำเควสสำเร็จไป แต่ก็ไม่ใช่ง่ายๆ หรอกนะเพราะว่าจุดเกิดของบอสอีเว้นท์เนี่ยมันจะไม่แน่นอน ต้องไปหาเบาะแสล่ากันเอาเองน่ะ”
“หมายความว่าเควสนี้ใครจะรับไปทำก็ได้แต่จะมีคนทำสำเร็จได้แค่คนเดียวสินะครับ?”
ดานี่พยักหน้ารับในคำถามนั้นทำเอาโจ๊กดูจะครุ่นคิดอยู่ไม่น้อยซึ่งมันอาจจะเป็การทำให้เขาเสียเวลาในการไปล่าแบบฟรีๆ ก็ได้ เพราะมันอาจจะเป็ปาร์ตี้อื่นๆที่เป็คนสอยเอารางวัลไปครองได้สำเร็จก็ได้ ...แต่มันก็ยังน่าสนุกอยู่ดี
“งั้นเควสนี้ก็ได้นะครับแต่มีข้อแม้ว่าเราสามคนต้องแบ่งของรางวัลเควสเท่ากันนะครับ”
ได้ยินดังนั้นแล้วดานี่กับรินก็หันมามองหน้ากันครู่หนึ่งก่อนที่จะหัวเราะขำออกมาเบาๆ
“ก็ได้ๆ ถ้านั่นทำให้นายสบายใจนะ....”ดานี่พูด “มางั้นเราลองไปดูรายละเอียดเควสกันดีกว่า ถ้าเป็อีเว้นท์เควสแล้วล่ะก็ฉันเองก็คงต้องเอาจริงหน่อยล่ะ”
ว่าแล้วทั้งสามคนก็พร้อมใจกันลุกขึ้นไปเพื่อที่จะไปดูข้อมูลของอีเว้นท์เควสที่ว่านั่นทันทีปล่อยให้ยัยัจอมกวนบางคนกินอาหารตรงหน้าของเธอไป(ซึ่งโจ๊กไม่ลืมที่จะไปกำชับกับโทมัสว่าห้ามรับออร์เดอร์อะไรจากยัยนี่อีกเด็ดขาด)
“เมจิกแฟเรตนี่มันเป็ตัวแบบไหนเหรอคะพี่ดานี่?”
รินถามขึ้นขณะที่ทั้งสามคนนั้นขยับเข้าไปยืนประชิดกับบอร์ดเควส
“ไม่รู้เหมือนกันแฮะ” ดานี่ส่ายหน้า“อย่างที่ลุงโทมัสพูดนั่นล่ะ มันเป็มอนสเตอร์ใหม่ที่เพิ่งถูกบรรจุเข้าไปในเกมเพราะฉะนั้นพี่ไม่มีข้อมูลของมันหรอก”
“น่าจะเป็ตัวใหม่จริงๆ นั่นล่ะค่ะรินเองก็ไม่เคยเห็นมันมาก่อนเหมือนกัน”
ว่าแล้วทั้งสองคนก็เปิดหน้าต่างข้อมูลขึ้นมาเพื่อตรวจสอบภาพของเ้าบอสพิเศษตัวดังกล่าวแน่นอนว่าความโหดร้ายของเควสอีเว้นท์นั้นมันแทบจะไม่ให้ข้อมูลอะไรเลยนอกเสียจากเลเวลของมอนสเตอร์ตัวนี้ที่สูงถึง 40 เลยทีเดียว
“ไม่มีข้อมูลอะไรให้มาเลยแฮะหินกว่าที่คิดนะเนี่ย” ว่าแล้วดานี่ก็ถอนใจ “ท่าทางงานนี้เราคงต้องแกะรอยมอนสเตอร์กันใหม่ั้แ่ต้นเลยล่ะท่าทางจะเป็งานที่หินกันเอาเื่เลยแฮะแบบนี้”
“แต่หน้าตาคุณดูไม่หนักใจเลยนะครับ?”
โจ๊กทักขึ้นเพราะตอนนี้ดูเหมือนนายดานี่จะยิ้มแฉ่งออกมาราวกับกำลังตื่นเต้นไม่มีผิด
“ก็แน่ล่ะฉันต้องล่ามอนสเตอร์แต่หน้าเดิมๆ มาตลอดหนึ่งปี เวลามีตัวอะไรใหม่ๆเข้ามามันก็ต้องตื่นเต้นเป็ธรรมดาอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?”
จะว่าไปก็ใช่โจ๊กก็ลืมไปเสียสนิทว่าผู้ชายคนนี้ต้องทนทำอะไรซ้ำๆอยู่ที่เกาะเริ่มต้นนี้มานานนับปีกว่าๆ แล้วโดยที่ต้องพึ่งความอดทนในตัวเองสูงมากๆเพราะฉะนั้นการมีอะไรแปลกใหม่เข้ามานั้นมันดูจะช่วยเติมเต็มในสิ่งที่ขาดหายไปนานของผู้ชายคนนี้ได้เป็อย่างดี
“โอเค ตกลงงั้นเอาเควสนี้ล่ะนะงั้นให้นายเป็หัวหน้าปาร์ตี้รับเควสเหมือนเคยละกันโจ๊กเกอร์”
ดานี่พูดขึ้นซึ่งโจ๊กก็ไม่ขัดศรัทธาอะไรในเื่ที่หัวหน้าเควสจะได้ค่าประสบการณ์ที่ดีกว่าชาวบ้านเขานิดหน่อยไม่ช้าเ้าตัวจึงทำการดึงเอาเควสการ์ดออกมาจากบอร์ดและตัวการ์ดนั้นเป็สีทองดูอลังการแตกต่างจากเควสตัวอื่นๆ อย่างชัดเจนสุดๆ
“อ่าว!? นั่นมันดานี่ไม่ใช่หรือไงกันเนี่ย แปลกใจจริงๆที่ได้มาเห็นนายอยู่ในบาร์เควสแบบนี้ได้นึกว่าไปงมเข็มงมโข่งอะไรอยู่ป่าเสียอีกนะเนี่ย!”
ทว่ายังไม่ทันที่ทั้งสามคนนั้นเพิ่งจะรับเควสจากบอร์ดได้เสร็จสิ้นไปเพียงไม่นานและตั้งท่าจะเดินกลับไปที่เค้าท์เตอร์เพื่อวางแผนว่าจะเริ่มต้นไปหาเบาะแสข้อมูลของบอสตัวนั้นจากตรงไหนดีแต่ดูเหมือนมันจะมีใครบางคนจงใจะโขึ้นมาเสียงดังลั่นเควสเซ็นเตอร์แห่งนี้จนเรียกสายตาของคนอื่นๆให้หันมาจ้องได้เป็ทางเดียว แน่นอนว่าโดยเฉพาะเ้าของชื่อที่ถูกเอ่ยถึงอย่างดานี่
พลันเขาได้เห็นตัวต้นเสียงที่ยืนอยู่ตรงหน้าประตูทางเข้าร้านแล้วเ้าตัวก็เลิกคิ้วขึ้น
“จินเจอร์?”
ดานี่เอ่ยขึ้นด้วยท่าทีประหลาดใจส่งให้โจ๊กและรินต้องหันไปมองตามเสียงนั้นอีกคนกระทั่งได้เห็นชายหนุ่มจำนวนสี่คนยืนอยู่ตรงนั้นดูจากเสื้อผ้าที่คนพวกนั้นใส่เพียงปราดเดียวก็รับรู้ได้เลยว่าไม่ใช่ผู้เล่นมือใหม่เหมือนคนอื่นๆบนเกาะแห่งนี้ มิหนำซ้ำเ้าคนที่ยืนอยู่ตรงด้านหน้าสุดก็ดูจะมีใบหน้าที่กวนประสาทไม่ถูกชะตาโจ๊กอย่างแรงโดยเฉพาะรอยยิ้มเป็เชิงเยาะที่ส่งตรงมาให้นั่นอีกด้วย
“ไม่ได้เจอกันตั้งนานเลยนะฉันล่ะนึกว่านายจะไม่เข้าเมืองแบบซัมมอนเนอร์คนอื่นๆ เขาแล้วเสียอีก”
ว่าแล้วผู้ชายคนนั้นก็เดินตรงปรี่เข้ามาหาดานี่เป็ทางเดียวเพียงได้ยินน้ำเสียงก็บ่งบอกชัดเจนถึงความเป็ศัตรูแม้ว่าเขาจะยิ้มแฉ่งมาให้ก็ตามที
“ฉันเองก็คงต้องถามแบบเดียวกันน่ะนะผู้เล่นระดับแรงค์ซิลเวอร์แบบนายมาทำอะไรที่เกาะเริ่มต้นกัน?”
ดานี่ทักกลับไป น้ำเสียงของเขานั้นราบเรียบกว่าปกติสีหน้าก็ไม่ยิ้มไม่บึ้ง
“เป็ไปได้ฉันก็ไม่ได้อยากจะเฉียดมาที่เกาะนี้เท่าไรนักหรอกมันเหมือนมารังแกพวกมือใหม่ไปหน่อยน่ะ”
เ้าหมอนี่จงใจเน้นคำว่า “มือใหม่”เสียงดัง ทำท่ายืดอกยกตัวเสียจนเกินหน้าเกินตา กระทั่งเขาเดินมาใกล้ๆ จึงได้พินิจหน้าตาของหมอนี่ให้ชัดๆเขาเป็ชายหนุ่มอายุน่าจะราวๆ 20 กลางๆ เห็นจะได้ รูปร่างผอมสูงผมสั้นและเสยขึ้นให้ตั้งๆ ดูสะอาดสะอ้านดีหรอกแต่ดวงตาเฉี่ยวคมกับรอยยิ้มของเขาทำให้ดูไม่น่าคบชอบกล รวมไปถึงพวกเพื่อนๆที่มาด้วยกันอีกสามคนก็ดูจะมีลักษณะท่าทางคล้ายๆ กันโดยเฉพาะทั้งสี่คนนี้ต่างสวมเสื้อผ้าคล้ายกันโดยมีเสื้อคลุมสีดำยาวพร้อมกับตราสัญลักษณ์รูปวงแหวนอาคมดาวหกแฉกสีแดงพร้อมตัวย่อย่างRM ตรงด้านล่างอีกด้วย
“สี่คนนี้เป็คนของทีมเรดเมจิกนี่นา”
รินขยับเข้ามาประซิบกับโจ๊กด้วยจนเขาต้องหรี่ตาลง
“เรดเมจิกเหรอครับ?” เขากระซิบกลับไป
“เป็ทีมระดับโปรของไทยน่ะค่ะพี่โจ๊กจะเรียกว่าเป็ทีมที่มีขนาดและก็เงินทุนหนาที่สุดในประเทศเราก็ได้” รินพูดพลางขยับสายตาไปมองคนพวกนั้น“สี่คนนี้น่าจะเป็ซัมมอนเนอร์ในฮันเตอร์ทีมของเรดเมจิกแน่ๆ ค่ะ ...ท่าทางคงจะเป็คนรู้จักของพี่ดานี่ด้วย”
ได้ยินดังนั้นแล้วโจ๊กจึงหรี่ตามองคนพวกนั้นเขม็งสลับกับสีหน้าของดานี่ไปมาพอจะเห็นสถานะความสัมพันธ์ที่ไม่สู้ดีนักลางๆ มาจากคนพวกนี้แต่ไม่รู้ทำไมตอนนี้โจ๊กถึงรู้สึกคุ้นชื่อของทีม “เรดเมจิก” นี้อยู่ชอบกลเหมือนกับเคยได้ยินมาจากที่ไหนมาก่อนซักที่
“พวกนายมาล่ามอนสเตอร์อะไรที่เกาะเริ่มต้นนี่หรือไง?”ดานี่เอ่ยขึ้น“ระดับเรดเมจิกยังต้องมีธุระอะไรกับเกาะเริ่มต้นที่มีแต่มอนสเตอร์ระดับ 40ลงไปด้วยหรือไงจินเจอร์?”
คำถามนั้นส่งให้ผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าหรือที่ชื่อ“จินเจอร์” คนนั้นต้องแย้มรอยยิ้มขึ้น
“นายก็รู้นี่ว่าเรดเมจิกคือทีมอันดับหนึ่งของไทย”พูดแล้วก็หัวเราะหึ “เพราะฉะนั้นไม่ว่าสิ่งใดพวกเราก็ต้องจะกวาดมันให้เรียบทั้งหมดโดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลของมอนสเตอร์ทุกตัวที่ออกมาใหม่แม้ว่ามันจะอยู่ในเกาะเริ่มต้นก็ตามที พวกฉันสี่คนก็เลยถูกส่งตัวมาที่นี่ เพราะได้ยินว่าแถวๆรีเจี้ยนนี้มันมีมอนสเตอร์เกิดใหม่ขึ้นมาเพียงเพื่อต้อนรับแพทช์ใหม่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้น่ะ”
โจ๊กหันไปสบตากับรินนึกรู้ได้เลยว่าเ้าพวกโปรเพลยเยอร์กลุ่มนี้เองก็คงจะหมายตา “อีเว้นท์เควส”ที่พวกเขาเพิ่งจะดึงมาเมื่อครู่นี้เป็แน่
“ว่าแต่นายยังไม่ได้บอกฉันเลยนะว่านายมาทำอะไรที่นี่?” นายจินเจอร์คนนั้นถามขึ้น
“ก็เหมือนกับนายนั่นล่ะ”ดานี่ไหวไหล่นิดๆ “ฉันกับเพื่อนๆ จะมาหาเควสไปทำแต่พอดีว่าทางเควสบาร์ที่นี่เขาประกาศอีเว้นท์มาเมื่อกี้นี้เองพวกฉันก็เลยเพิ่งจะรับมาแล้วก็ว่าจะไปลุยกันอยู่”
“เพื่อน?”
ได้ยินดังนั้นแล้วนายจินเจอร์คนนี้จึงเลิกคิ้วขึ้นหันไปมองทางโจ๊กและรินที่ยืนอยู่อีกด้านหนึ่งด้วยมารยาททั้งสองคนนั้นจึงพยักหน้าและส่งยิ้มให้แต่ดูเหมือนสิ่งที่ได้รับกับมาจะเป็เสียง “หึ” ขึ้นจมูกแบบไม่ยี่หระของหมอนี่ก่อนที่พี่แกจะส่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างจงใจ
“ท่าทางพวกเราจะแย่แล้วล่ะมั้งเนี่ยก็ระดับท่านดานี่คนนี้ถึงกับยอมวางมือจากเควสหลักของเขามาลงสนามอีเว้นท์เควสแบบนี้ด้วยเนี่ย”
ว่าแล้วก็หันไปสะกิดกับพวกเพื่อนๆเบาๆ ราวกับอยากจะหาแนวร่วมซึ่งทุกคนในนั้นก็ต่างยิ้มกว้างและส่งสายตาเป็เชิงเยาะเย้ยมาทางดานี่จนััได้
“พวกนายเองก็โชคดีจังเลยนะที่อุตส่าห์ได้คนอย่างท่านดานี่คนนี้มาช่วยเหลือแบบนี้น่ะ”เ้าคนที่ชื่อจินเจอร์นั้นหันมาทางโจ๊กกับริน“ถ้าเป็เื่ของเกาะเริ่มต้นล่ะก็มันคงจะเข้าทางหมอนี่อยู่หรอกเพราะว่าพี่แกเล่นย่ำต๊อกอยู่ที่เกาะนี้มาเป็ปีๆ แล้วนี่คงจะมีมือใหม่หลายคนผ่านการปั้นของนายไปเยอะเลยล่ะสิดานี่แล้วเป็ยังไงบ้างล่ะไอ้เควสตามล่าหมาสายฟ้าอะไรของนายนั่นน่ะคงจะยังไม่กระเตื้องไปไหนเลยล่ะสิ?”
คำถามแบบจิกกัดชัดเจนนั้นไม่ได้รับการตอบโต้ใดๆกลับไป ดานี่เพียงนิ่งและจ้องกลับมาด้วยริมฝีปากที่เหยียดเป็เส้นตรงบางเฉียบซึ่งนั่นก็ยิ่งทำให้ฝั่งตรงข้ามได้ใจเข้าใหญ่
“เงียบแบบนี้แสดงว่าทุกอย่างก็ยังเป็เหมือนเดิมล่ะสิท่าเชื่อเลยแฮะ ทั้งๆ ที่ยอมทิ้งข้อเสนอดีๆ จากทีมเรดเมจิกเพื่อมาล่าไอ้หมาโง่ๆตัวนั้นแท้ๆ แต่นายกลับทำได้แค่ย่ำเท้าอยู่กับที่ที่เกาะเริ่มต้นแบบนี้เนี่ยนะ?”
สิ้นคำกล่าวนั้นแล้วเ้าจินเจอร์คนนี้ก็เดินเข้ามาใกล้พร้อมกับการตบไหล่ไปเบาๆ สองสามที
“เตือนด้วยความหวังดีนะฉันว่านายเลิกหวังลมๆ แล้งๆ กับไอ้หมาโง่ๆ ตัวนั้นได้แล้ว แรกๆก็ยอมรับอยู่หรอกนะว่านายน่ะเป็คนเก่ง แต่ตอนนี้ฉันกลับรู้สึกว่า ...นายเริ่มจะเหมือนคนโง่มากกว่ายังไงก็ไม่รู้คนโง่ที่ทำอะไรโง่ๆ อย่างการทิ้งอนาคตของตนเองไปกับอะไรที่จับต้องไม่ได้แบบนี้”
พูดแล้วก็ขยับตัวออกห่างพร้อมกับรอยยิ้มถากถางอย่างน่าเกลียดที่สุด
แทบไม่น่าเชื่อว่าดานี่จะควบคุมอารมณ์ได้ดีขนาดนี้สีหน้าของเขาไม่แสดงความรู้สึกใดๆ ออกมาแม้แต่น้อยแม้กระนั้นดวงตาของเขาก็ไม่คิดที่จะหลบสายตาของคนที่ตรงเข้ามาดูถูกเลยซักนิดซึ่งนั่นก็ทำให้โจ๊กที่ยืนอยู่ห่างๆ ชักจะเริ่มหงุดหงิดขึ้นมาแทนที่จากเ้าคนที่จู่ๆ ก็โผล่มาแล้วก็ตรงเข้ามาหาเื่กันโต้งๆ แบบนี้
“เฮ้อ ...เห็นหน้านายแล้วมันเบื่อยังไงก็ไม่รู้ว่ะอุตสาห์มาเมืองที่คิดว่าไม่น่าจะเจอกับนายแล้วแท้ๆ นะเอาเป็ว่าเดี๋ยวฉันไปรับอีเว้นท์เควสนี้ที่เมืองอื่นดีกว่า”พูดแล้วก็ทำเสียงสำลักลมแบบจงใจ“ถ้างั้นก็เอาไว้เจอกันที่เกาะหลักก็แล้วกันนะดานี่ อ้อถ้าฉันไม่แก่ตายไปซะก่อนน่ะ ส่วนนายจะใช้เวลาอยู่ในเกาะระดับล่างๆนี้ไปอีกนานแค่ไหนก็ตามสบายเลยละกัน”
สิ้นคำพูดนี้เ้ากลุ่มคนจากทีม“เรดเมจิก” ทั้งสี่คนนั้นก็เดินจากไปปล่อยให้ดานี่ได้แต่ยืนมองแน่นิ่งไปทั้งอย่างนั้นโดยไม่ได้คิดจะตอบโต้อะไรกลับไปเลยส่งให้โจ๊กกับรินต้องหันมามองหน้ากันเอง นึกรู้เลยว่ามันคงจะเป็เื่บาดหมางอะไรกันซักอย่างแบบส่วนตัวของพวกเขาแน่ๆจริงอยู่ว่ามันเป็เื่ที่ไม่ควรจะเข้าไปยุ่งเลยซักนิด
แต่สิ่งที่โจ๊กไม่ค่อยชอบใจเลยก็คือท่าทางของคนพวกนี้ที่ตรงเข้ามาดูถูกดานี่แบบนี้
“นั่นเพื่อนของคุณดานี่เหรอครับ?”
โจ๊กถามขึ้นเมื่อคนทั้งสี่นั้นเดินจากไปแล้วทิ้งไว้เพียงบรรยากาศอึดอัดที่ทำให้ดานี่ต้องถอนใจออกมา
“ก็จะเรียกแบบนั้นก็ได้นะ”เขายิ้มเจื่อนขึ้น “ก่อนหน้านี้เคยร่วมปาร์ตี้กันอยู่พักใหญ่ๆ น่ะ”
“พวกเขาเป็คนของเรดเมจิกเลยนี่คะ”รินรีบถามขึ้นมาบ้าง “แล้วเมื่อกี้ผู้ชายคนนั้นบอกว่าเรดเมจิกเคยยื่นข้อเสนอให้กับพี่เพื่อไปร่วมทีมด้วยงั้นเหรอคะ?”
คำถามนี้ทำให้ดานี่ต้องยกมือขึ้นเกาแก้มตัวเองแกรกๆคล้ายกับไม่ค่อยอยากจะเล่าเท่าไรแต่ในเมื่อเื่มันมาถึงขนาดนี้แล้วเก็บไว้ก็คงไม่ได้เ้าตัวจึงไหวไหล่ขึ้นมาเล็กๆ
“เื่มันยาวน่ะ เอาไว้เดี๋ยวพี่จะเล่าให้ฟังทีหลังก็แล้วกันแต่ว่าก่อนหน้านั้น....”พูดแล้วเ้าตัวก็เหลือบไปมองตรงประตูร้านของเควสเซ็นเตอร์อีกครั้งและต้องถอนใจ“งานนี้ถ้าเกิดว่าเ้าพวกนั้นคิดจะมาวุ่นวายกับอีเว้นท์เควสแบบนี้ท่าทางจะแย่แล้วแฮะงานนี้เราคงต้องเร่งมือกันหน่อยล่ะ ไม่งั้นเควสคงโดนพวกนั้นจัดการจบไปก่อนแน่ๆ”