ณ โถงใหญ่ เหล่าผู้คนตระกูลฉู่มารอคอยอยู่ที่นี่นานแล้ว ฉู่ซิวเดินเข้ามาในโถงใหญ่ด้วยความเตรียมพร้อม ั์ตาสีดำสนิทมองไปยังผู้ที่นั่งอยู่บนตำแหน่งประธาน ท่าทางกลายเป็จริงจังขึ้นมาทันที
ชายผู้นั้นมีใบหน้ากลม สวมเสื้อคลุมยาวสีดำ รูปร่างอ้วนฉุ มีลักษณะเหมือนเศรษฐีที่ดินไม่มีผิด เขาไม่ใช่ใครอื่น แต่คือฉู่เทียนเหอ ท่านอาของฉู่ซิว!
“ท่านอาเรียกประชุมคนในตระกูลไว้ที่นี่ คงเพราะรู้ว่าข้าสอบผ่านระดับอำเภอแล้ว และเตรียมจะส่งมอบอำนาจผู้นำตระกูลให้ข้ากระมัง?” ฉู่ซิวเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
ฉู่เทียนเหอที่นั่งอยู่บนตำแหน่งประธานลุกขึ้นยืน บรรยากาศภายในโถงพลันตึงเครียดขึ้นมาทันที สายตาของทุกคนพุ่งเป้ามาที่ฉู่ซิวเป็ตาเดียว
ฉู่ซิวรู้อยู่เต็มอกว่าฉู่เทียนเหอไม่มีทางยอมมอบอำนาจผู้นำตระกูลให้ง่าย ๆ ในใจจึงเตรียมพร้อมที่จะเปิดศึกตอบโต้กับอีกฝ่ายเต็มที่ ข้าอดทนอดกลั้นมานานหลายปี วันนี้โชคดีสอบผ่านระดับอำเภอได้เสียที ต้องสั่งสอนคนพวกนี้ให้หลาบจำ!
ทว่าในตอนที่ฉู่ซิวเตรียมจะเปิดฉากบุกโจมตีนั้น บนใบหน้าของฉู่เทียนเหอกลับปรากฏรอยยิ้มเอ็นดูขึ้นมาเสียอย่างนั้น คำพูดต่อมายิ่งทำให้เขาใจนพูดไม่ออก
“ยินดีกับเสี่ยวซิวด้วยที่สอบผ่านระดับอำเภอ ที่ข้าเรียกทุกคนมาประชุมที่นี่ ก็เพื่อปรึกษาเื่ส่งมอบอำนาจผู้นำตระกูลคืนให้เ้า”
“ก่อนเ้าจะกลับมา ข้าได้ส่งคนไปแจ้งนายอำเภอหวังแห่งจวนว่าการแล้ว ท่านสัญญาว่าเช้าตรู่วันพรุ่งนี้จะมาที่ตระกูลฉู่เพื่อเป็ประธานการส่งมอบตำแหน่งผู้นำตระกูลด้วยตัวเอง”
ฉู่เทียนเหอยินยอมมอบอำนาจใหญ่ให้อย่างง่ายดายขนาดนี้เชียวหรือ? หรือว่าเขาจะเปลี่ยนสันดานแล้วจริง ๆ ?
ฉู่ซิวขบคิดอย่างไรก็ไม่เข้าใจ จึงต้องกลืนคำพูดที่เตรียมมาตลอดทางกลับลงคอไป รู้สึกเหมือนออกแรงชกสุดกำลังแต่กลับกระแทกเข้ากับก้อนสำลี
“เสี่ยวซิว ทำไมทำหน้าแบบนั้นเล่า หรือว่าไม่พอใจการจัดการของอา?” ฉู่เทียนเหอเอ่ยถามด้วยท่าทีจริงใจ
การที่นายอำเภอหวังมาเป็ประธานการส่งมอบด้วยตัวเอง ฉู่ซิวย่อมไม่มีสิ่งใดจะคัดค้าน แต่สัญชาตญาณบอกเขาว่า เื่นี้ไม่มีทางง่ายดายเช่นนี้แน่นอน เพราะหากฉู่เทียนเหอยินยอมมอบอำนาจผู้นำตระกูลให้จริง ๆ ตัวเขาก็คงไม่ต้องอดทนอดกลั้นอยู่ในตระกูลฉู่มาหลายปีเช่นนี้
ฉู่ซิวไม่อาจรู้ได้ว่าฉู่เทียนเหอกำลังวางแผนอะไรอยู่ เขาขมวดคิ้วแล้วตอบกลับ “ท่านอาจัดเตรียมได้เหมาะสมยิ่ง ข้าไม่มีสิ่งใดไม่พอใจขอรับ”
“ในเมื่อเป็เช่นนั้น อาจะไปเตรียมงานส่งมอบสำหรับวันพรุ่งนี้ก่อน” ฉู่เทียนเหอยิ้มพลางพยักหน้า ก่อนจะพาคนเดินออกจากโถงใหญ่ไป
ฉู่ซิวยืนอยู่ตามลำพังกลางโถงใหญ่ ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลายและลางสังหรณ์ที่ไม่ค่อยดีนัก เขากลับมายังเรือนเล็กของตนเอง แล้วนำข้าวของมีราคาภายในเรือนออกมาทั้งหมด ทั้งพู่กันขนหมาป่า แท่นฝนหมึกหินพันชั้น หมึกชั้นดี...
ฉู่ซิวไม่ละเว้นของที่พอจะเปลี่ยนเป็เงินได้เลยแม้แต่ชิ้นเดียว ก่อนจะรวบรวมและห่อทั้งหมดไว้ด้วยกัน
ในเมื่อตอนนี้ได้โอสถขัดเกลากายามาครองแล้ว ขอเพียงนำของพวกนี้ไปเปลี่ยนเป็ตำลึงเงิน เขาก็จะสามารถใช้ระบบเร่งความเร็วได้อีกครั้ง
กว่าจะเก็บของเหล่านี้เสร็จ ท้องฟ้าก็มืดสนิทแล้ว บนท้องฟ้าเต็มไปด้วยดวงดาว ยามคี่ของทุกบ้านเรือนเริ่มจุดตะเกียงน้ำมันขึ้น
แม้ว่าผ่านพ้นวันพรุ่งนี้ไปเขาก็จะได้เป็ผู้นำตระกูลฉู่ ไม่จำเป็ต้องกังวลเื่เงินทองอีก ทั้งไม่ต้องนำของหมั้นหรือของดูต่างหน้าของบิดาไปขาย แต่ตอนนี้เขาร้อนใจอยากจะเพิ่มพูนความสามารถ จนไม่อาจรอช้าได้แม้แต่คืนเดียว
อีกทั้งท่าทีของฉู่เทียนเหอในตอนกลางวันก็ผิดปกติเกินไป พิธีส่งมอบในวันพรุ่งนี้อาจเกิดเื่ผิดพลาดขึ้นได้ เขาต้องรีบเสริมกำลังให้ตนเองโดยเร็วที่สุด ฉู่ซิวจึงแบกห่อผ้าขนาดใหญ่ อาศัยความมืดมิดทยอยเล็ดลอดออกจากตระกูลฉู่ไป
……
หอร้อยสมบัติ นี่คือร้านค้าที่ใหญ่ที่สุดในอำเภออันอู่ มีขนาดสูงถึงสามชั้น
“อาอู่! ท่านอยู่หรือไม่ขอรับ?” ฉู่ซิวเคาะประตูหน้าที่ปิดสนิท
แอ๊ด!
ประตูค่อย ๆ เปิดออก ชายวัยราวสี่สิบถึงห้าสิบปี ร่างกายบึกบึนกำยำเดินออกมา ชายผู้นี้มีนามว่าหงอู่ เป็ผู้ดูแลหอร้อยสมบัติ และยังเป็สหายเก่าของบิดาฉู่ซิว ั้แ่บิดาของฉู่ซิวเสียชีวิตไป เขาก็คอยดูแลฉู่ซิวเป็อย่างดี ถือเป็หนึ่งในไม่กี่คนที่ฉู่ซิวไว้วางใจ
“เ้าเด็กนี่ ทำไมมาเอาป่านนี้เล่า? คงไม่ได้โดนฉู่เทียนเหอไล่ออกจากบ้านหรอกนะ?” หงอู่เอ่ยเย้าอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะนำทางฉู่ซิวเข้าไปข้างในหอร้อยสมบัติ
ฉู่ซิววางห่อผ้าผืนใหญ่บนหลังลงกับพื้น พร้อมแก้ปมผ้าออก ของกระจุกกระจิกกองรวมกันอยู่บนพื้น
เมื่อเห็นของบนพื้น สีหน้าของหงอู่ก็พลันเคร่งเครียดขึ้นมาทันที เอ่ยถามเสียงต่ำ “หรือว่าเ้าโดนตระกูลฉู่ไล่ออกมาจริง ๆ ? ฉู่เทียนเหอมันเห็นว่าไม่มีใครคอยหนุนหลังเ้าแล้วหรือไร!”
พูดจบ หงอู่ก็ถลกแขนเสื้อขึ้นทันที หากฉู่ซิวไม่รีบดึงตัวไว้ เกรงว่าคงได้บุกไปท้าตีท้าต่อยกับฉู่เทียนเหอแล้วเป็แน่
“อาอู่ ท่านอย่าเพิ่งวู่วาม ข้าไม่ได้โดนไล่ออกจากตระกูลขอรับ”
ฉู่ซิวจ้องมองหงอู่ที่พร้อมจะออกโรงปกป้องตน ในใจรู้สึกอบอุ่นยิ่งนัก จึงเอ่ยอธิบาย “ข้า้าเงินไปซื้อทรัพยากรฝึกฝน ของพวกนี้ข้าอยากรบกวนอาอู่ช่วยนำไปขายต่อให้ทีขอรับ”
“ที่แท้ก็เป็เช่นนี้ วันหลังเ้าช่วยพูดเื่ราวให้กระจ่างก่อนได้หรือไม่ ทำเอาอาอู่ของเ้าใหมด” หงอู่ย่อตัวลงตรวจนับของ พลางบ่นพึมพำเสียงเบา
เห็น ๆ อยู่ว่าเป็ตนเองที่วู่วามแท้ ๆ ไฉนกลับมาโทษข้าเสียเล่า? ฉู่ซิวแอบถลึงตาใส่
หลังจากตรวจนับเสร็จสิ้น หงอู่ก็รับซื้อไว้ในราคาสูงที่สุด โดยมอบเงินให้ฉู่ซิวแปดสิบตำลึง
“วันนี้เ้าสอบผ่านระดับอำเภอแล้ว วันพรุ่งนี้ก็จะได้รับการสืบทอดตำแหน่งผู้นำตระกูลใช่หรือไม่? ถึงตอนนั้นอย่าลืมมาอุดหนุนการค้าของอาอู่นะ” หงอู่ยิ้มแย้มเอ่ย
“อาอู่วางใจได้ขอรับ ขอเพียงข้าได้เป็ผู้นำตระกูลฉู่ กิจการการค้าของตระกูลฉู่ ข้าจะมอบให้ท่านดูแลทั้งหมด” ฉู่ซิวพยักหน้ารับคำ ทักทายหงอู่อีกสองสามคำแล้วถือถุงเงินเดินออกไป
เขารีบเร่งเดินทางกลับมาถึงเรือน ลงกลอนประตูและหน้าต่างอย่างแ่า ก่อนจะเข้าสู่ระบบโดยตรง
“เร่งความเร็ว!”
โอสถขัดเกลากายาและเงินหนึ่งร้อยตำลึงในมือหายวับไป ม่านแสงสว่างวาบขึ้นตรงหน้าฉู่ซิว เงาร่างมนุษย์ในม่านแสงเริ่มร่ายรำหมัดชุบกายจักรพรรดิมนุษย์ด้วยความเร็วที่เร็วกว่าครั้งแรกอย่างมาก ท่วงท่าและกระบวนท่าคล่องแคล่วชำนาญยิ่งขึ้น
ยิ่งเงาร่างเคลื่อนไหวเร็วขึ้นเท่าใด ร่างกายของฉู่ซิวก็ได้รับผลตอบรับมากเท่านั้น พลังปราณและโลหิตภายในกายพลันปั่นป่วน เืจักรพรรดิมนุษย์หลั่งไหลกำเนิดใหม่ไม่ขาดสาย กลิ่นอายแข็งแกร่งทรงพลังขึ้นเรื่อย ๆ
[การเร่งความเร็วสิ้นสุดลง]
เสียงแจ้งเตือนดังขึ้น สติของฉู่ซิวคืนกลับสู่ร่าง เขาลุกขึ้นยืน กระดูกทั่วร่างส่งเสียง “กร๊อบแก๊บ” ร่างกายของเขาสูงขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย ไม่เพียงแต่ความสูงเท่านั้น กล้ามเนื้อตามร่างกายของฉู่ซิวก็แน่นกระชับและแข็งแกร่งขึ้นเช่นกัน
เขากำหมัดแน่นแล้วชกออกไปหนึ่งหมัด สายลมจากหมัดพุ่งออกไป กระแทกเข้ากับผนังห้องจนเกิดเป็รอยหมัดตื้น ๆ ขึ้นมารอยหนึ่ง และแม้จะเป็เพียงรอยหมัดตื้น ๆ แต่ก็เพียงพอที่จะเห็นได้ว่าการเร่งความเร็วในครั้งนี้ส่งผลให้เขาก้าวหน้าขึ้นมากเพียงใด!
เขาอดใจไม่ไหวรีบเปิดหน้าต่างสถานะบุคคลขึ้นดูทันที
[แผงสถานะส่วนบุคคล]
[นาม : ฉู่ซิว]
[ขอบเขต : ขอบเขตขัดเกลากายา ขั้นสาม (3 ตำลึง 3 สลึง) ]
[เคล็ดวิชา : หมัดชุบกายจักรพรรดิมนุษย์ (แตกฉาน) ]
[วิชายุทธ์: ไม่มี]
'ขยายเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม'
ปราณโลหิตสามตำลึงสามสลึง! เพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวจากเดิมเสียอีก!
หากเป็ยามปกติฉู่ซิว้าก้าวหน้าถึงขั้นนี้ อย่างน้อยต้องใช้เวลาหนึ่งถึงสองปี นอกจากปราณโลหิตแล้ว หมัดชุบกายจักรพรรดิมนุษย์ยังบรรลุถึงขั้นแตกฉาน
การฝึกฝนวิชาและวิชายุทธ์แบ่งออกเป็หกขั้น ได้แก่ แรกเริ่มฝึกฝน เผยเค้าลาง สำเร็จขั้นต้น แตกฉาน เชี่ยวชาญเจนจบ และบรรลุขั้นสัมฤทธิ์ผล
แม้ว่าหมัดชุบกายจักรพรรดิมนุษย์จะเป็วิชาขั้นพื้นฐานที่สุด แต่คนทั่วไปยังต้องใช้เวลานานสิบกว่าปีจึงจะบรรลุถึงขั้นแตกฉานได้ ดังนั้น หากผู้อื่นรู้ว่าฉู่ซิวใช้เวลาเพียงสองวัน ก็คงมองว่าเขาเป็อัจฉริยะผู้ไร้เทียมทานอย่างแน่นอน!
[การเร่งความเร็วในขั้นถัดไปจำเป็ต้องใช้ เงิน 1,000 ตำลึง โอสถขัดเกลากายา x3 ดำเนินการหรือไม่?]
เมื่อเห็นสิ่งที่ต้องใช้ในการเร่งความเร็วครั้งถัดไป อารมณ์ของฉู่ซิวก็หนักอึ้งขึ้นมาเล็กน้อย เพราะในบ้านไม่มีสิ่งของที่พอจะนำไปขายได้อีกแล้ว หาก้ารวบรวมทรัพยากรสำหรับยกระดับครั้งต่อไป เขาจำเป็ต้องได้ครองอำนาจผู้นำตระกูลให้ได้
ฉู่ซิวออกจากระบบ ลุกขึ้นยืนด้วยสายตามุ่งมั่น มองลอดออกไปทางเรือนพักของฉู่เทียนเหอ
“ข้าอยากรู้นักว่า เ้าคิดจะเล่นตลกอะไรกันแน่?”