บทที่ 15 ผักดอง
เซียวหย่งฝูดันเกวียนเข้ามา เซียวหยวนหลางและเซียวเฉินหลางก็เก็บแตงกวาและแบ่งกันชิม
“ท่านพ่อ แตงกวาบ้านเราอร่อยมาก” เซียวเฉินหลางพ่ายแพ้ต่อกลิ่นหอมของแตงกวาโดยสิ้นเชิง
เซียวหยวนหลาง “ท่านลองชิมดู ถ้าใครบอกว่าแตงกวาบ้านเรากินแล้วทำให้อายุยืนยาวข้าก็คงเชื่อ”
มือของเซียวหย่งฝูที่จับแตงกวาพลันหยุดชะงัก เขาอยากจะบอกว่าอย่าคาดหวังกับแตงกวาสูงไปนักเลย
แต่พอได้กัดลงไป มันทั้งกรอบ ชุ่มฉ่ำ และหวาน
ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกถึงเนื้อฉ่ำ ๆ ของแตงกวา
“ดีมากเลย เด็ก ๆ เก็บผัก!” ความกังขาของเซียวหย่งฝูได้รับการแก้ไขจากแตงกวาลูกนี้แล้ว
แต่ก่อนเขาต้องเปลืองแรงในการปลูกผักไปไม่น้อย แต่ไม่ว่าจะปลูกผักอะไรก็ไม่เคยได้ผลผลิตเลย
ผักที่ปลูกในพื้นที่สองหมู่ตรงหน้าเป็ข้อพิสูจน์แล้วว่าเขาสามารถปลูกของดี ๆ ได้!
ผักพวกนี้พวกเขาไม่กล้าเก็บหมด ถ้าปล่อยไว้มันก็อาจจะแก่หน่อย แต่ถ้าเอากลับไปในสภาพอากาศเช่นนี้ ก็อาจเก็บไว้ได้ไม่นาน
หลินซื่ออยู่ใน่อยู่ไฟและนางไม่เคยออกไปที่แปลงผักเลย พอเห็นผลผลิตที่ออกผลแล้วจึงมึนงงเล็กน้อย
“ผักพวกนี้ปลูกในที่ดินของเราหมดเลยหรือ” นี่พวกเขาปลูกมันได้จริง ๆ หรือ นางไม่คิดเลยว่ามันจะให้ผลผลิตเร็วเช่นนี้
อีกอย่างผักพวกนี้ก็ให้สีสวย ยังมีกลิ่นหอม มองแวบแรกก็รู้เลยว่าจะต้องอร่อย
เซียวหย่งฝูเกาหัวและยิ้มอย่างเคอะเขิน “ผักนี้เป็ข้าและลูก ๆ ปลูกกันเองกับมือ พวกเราเลือกเก็บมานิดหน่อย”
นิดหน่อยมันเยอะขนาดนี้เลยหรืออย่างไร
ที่สำคัญผักพวกนี้ผลใหญ่ทั้งนั้น
หลินซื่อคิดมานานแล้วว่าครอบครัวของนางจะมีชีวิตอยู่รอดด้วยเงินเพียงไม่กี่สิบตำลึงได้อย่างไร
เมื่อมองดูผักที่อยู่ตรงหน้า “ท่านพี่ เช่นนั้นพวกเราดองผักพวกนี้กันดีหรือไม่”
บรรพบุรุษของหลินซื่อมาจากเมืองหย่าโจว ผู้คนที่นั่นชอบทานอาหารรสเผ็ด และผักดองรสชาติเค็มเปรี้ยวที่เมืองหย่าโจวมีชื่อเสียงเป็อย่างยิ่ง
แต่มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถทำผักดองออกมาได้ดี
บังเอิญว่ายายของหลินซื่อเป็คนทำผักดองนี้ได้ สูตรของนางไม่ได้ส่งต่อให้กับแม่ของหลินซื่อ แต่ส่งต่อให้นางโดยตรง
เมื่อเซียวหย่งฝูได้ยินว่าหลินซื่อพูดถึงผักดอง เขาก็อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย “เ้ากำลังพูดถึงผักดองของหย่าโจวใช่หรือไม่”
หลินซื่อมองหน้าสามี “แล้วท่านคิดว่าที่ไหนล่ะ”
นั่นคงจะต้องดีมาก!
สองวันมานี้พวกเขาปล่อยให้ห้องที่สร้างใหม่โดนแดดให้แห้งเสียหน่อย พวกช่างและสะใภ้จากบ้านอื่นที่มาช่วยงานจึงไม่ได้มาแล้ว
ทั้งคู่บอกว่าจะทำก็ไปทำเดี๋ยวนั้น เซียวหย่งฝูขอให้ลูกชายไปตักน้ำ ส่วนเขาจะไปล้างผัก
จากนั้นก็หั่นผักที่ล้างแล้วออกเป็ชิ้นเล็ก ๆ ตากไว้ที่ลานบ้าน
หลินซื่อต้มน้ำในหม้อใบใหญ่แล้วเติมพริกและเกลือลงไป
เมื่อน้ำเย็นลง ผักก็แห้งพอดี
“ข้าล้างไหเสร็จแล้ว” เซียวหย่งฝูเป็ลูกมือภรรยา เขามีความสุขมาก ใบหน้าของเขาแสดงความอยากออกมาชัดเจน แม้แต่ผู้เฒ่าเซียวก็ยังงุนงง
เช็ดไหให้แห้งด้วยผ้าสะอาด
ใส่ผักแห้งแล้วตามด้วยน้ำเย็น
“เอาล่ะ ปิดฝาให้สนิท แล้วรอสักสิบวัน” หลินซื่อกังวลเล็กน้อย เพราะนางไม่ได้ทำผักดองมาเป็เวลานานแล้ว
เซียวหย่งฝูปัดผมที่ปรกหน้าผากของนางไปทัดหลังหู “ข้ายังไม่กังวลเลย ถึงตอนนั้นพวกเราก็คงกินกันได้เองแหละ”
แม้แต่หมาป่าขาวที่กำลังหยอกล้อเ้าก้อนแป้งและเสี่ยวลิ่วก็มองดูพวกเขาอย่างดูิ่
ช่างประจบประแจงนัก!
แต่ต้องยอมรับว่าอาหารของหลินซื่อทำนั้นอร่อยจริง ๆ กินไปเมื่อสองวันที่แล้วตัวมันเองก็ยังลืมไม่ลงเลย
ขณะที่กำลังคิดเื่นี้ หลินซื่อก็พับแขนเสื้อขึ้น “ไปฆ่ากระต่ายมาให้หน่อยสิ กลางวันนี้ข้าจะทำเนื้อกระต่ายผัดเผ็ด”
เมื่อเ้าก้อนแป้งได้ยินชื่อเมนูอย่างเนื้อกระต่ายผัดเผ็ด นางก็รู้สึกอยากกินพอดี
จนน้ำลายไหลย้อยไปถึงคอ
คงไม่มีใครสังเกตเห็นใช่หรือไม่นะ
หมาป่าขาวเขี่ยผ้าฝ้ายขึ้นมาด้วยอุ้งเท้าแล้วยัดมันไว้ที่คอเสื้อของนาง
‘ข้าไม่ได้น้ำลายไหลนะ!’ เ้าก้อนแป้งะโอยู่ในใจ
หลังจากที่หมาป่าขาวมาถึง นางก็ค้นพบว่าสามารถสื่อสารในใจผ่านกันได้
เสียงของหมาป่าขาวทุ้มลึกดึงดูดใจ ‘อย่างนั้นหรือ เช่นนั้นเป็น้ำตาที่ไหลออกจากปากแทนแล้วกัน’
เ้าก้อนแป้ง “...”
เมื่อเซียวหย่งฝูได้ยินว่าหลินซื่ออยากทำกับข้าว เขาก็หิวขึ้นมาเช่นกัน “ให้ข้าทำเถอะ เ้าจะได้พักอีกสองสามวัน”
หลินซื่อหันกลับมามองพลางยิ้มหวาน “่นี้ข้าได้พักเยอะแล้ว ก่อนหน้านี้ข้ามักจะปวดหลังมาตลอด แต่หลังจากคลอดตอนนี้ข้ารู้สึกหายดีแล้ว”
“่นี้ท่านเหนื่อยมากไปแล้ว รีบเข้าไปพักเถอะ!” เสียงอ่อนโยนของหลินซื่อทำให้เซียวหย่งฝูรู้สึกมึนงง
เขายกมือขึ้นลูบใบหน้านางแล้วมองสำรวจมันอย่างละเอียด “สีหน้าเ้าดีขึ้นมากแล้ว แม้ว่า่นี้ข้าจะเหนื่อยแต่ข้าก็นอนหลับสบายทุกคืน”
“พวกเ้าอยากให้ข้ากินเนื้อกระต่ายหรือว่าอาหารสุนัข*[1]”
เสียงแ่เบาดังมาจากผู้เฒ่าเซียว หลินซื่อหน้าแดงขึ้นมาทันที มองเซียวหย่งฝูแล้วผลักเขาออก
เสียงของหน่วนเป่าและเสี่ยวลิ่วหัวเราะคิกคักขึ้นอีกครั้ง แม้รู้ว่าเด็ก ๆ ไม่เข้าใจ แต่นั่นก็ยังทำให้ใบหน้าของหลินซื่อแดงยิ่งขึ้น
เ้าก้อนแป้งคิดในใจ ยังเป็ท่านปู่ที่ฉลาดพูด
ทันทีที่ลูกชายได้ยินว่ามารดาอยากทำอาหารก็รีบไปช่วย
ลูกคนโตไปล้างผัก
ลูกคนที่สองไปเอาชาม
ลูกคนที่สามไปเอาไข่
ลูกคนที่สี่โยกเก้าอี้ตัวเล็กไปมาพลางมองแม่ของตน
ครอบครัวควรมีความสามัคคีร่วมแรงร่วมใจกันเช่นนี้ ไม่ควรอลหม่านวุ่นวาย
หลินซื่อหยิบแตงกวาที่ล้างแล้วมาสองลูก ใช้มีดหั่นแนวทแยงเป็ชิ้นอย่างชำนาญ แล้ววางลงบนจาน
จากนั้นก็ทุบกระเทียมใส่ลงในครก ตามด้วยใส่เกลือ แล้วยัดครกใส่มือของเซียวจี้หลางที่นั่งอยู่บนม้านั่งตัวเล็กด้านหลัง
“มาเถอะเด็กดี ช่วยแม่บดกระเทียมนี้ให้ละเอียด แล้วเดี๋ยวแม่จะทำอาหารอร่อย ๆ ให้เ้ากิน” เด็กชายอ้าปากกำลังจะพูด นางก็ยัดแตงกวาเข้าไปในปากของลูกชายด้วย
เซียวจี้หลางเป็เด็กพูดน้อยแต่มีแรงเยอะ เริ่มโขลกกระเทียมเป็จังหวะดัง ‘ปึก ๆ’
หลินซื่อลงมืออย่างว่องไว ไม่นานก็มีอาหารหลายจานพร้อมรับประทานในคราวเดียว
ผัดไข่ เนื้อกระต่ายผัดเผ็ด ผัดผักกาดขาว ผัดแตงกวากระเทียม
ที่โต๊ะอาหาร เซียวหย่งฝูกล่าว “อีกไม่นานก็จะครบรอบหนึ่งเดือนของลูกทั้งสองคนแล้ว ไว้ข้าจะขึ้นไปบนูเา ดูว่าจะจับอะไรมาได้บ้าง”
ลูกชายหลายคนยกตะเกียบขึ้นเป็การบอกว่าพวกเขาจะไปด้วย
หลินซื่อมองดูท้องฟ้าด้านนอก “ไปกันหมดเถอะ พาปู่ไปด้วย เขาไม่ได้ออกไปไหนมานานแล้ว”
ผู้เฒ่าเซียวรู้สึกใ แต่เขาก็ยังโบกมือปฏิเสธ “บนูเามันอันตราย ข้าไปที่นั่นไม่ไหวหรอก...”
ชายชรายังพูดไม่ทันจบ ก็เห็นาาหมาป่าขาวเดินมาหาอย่างภาคภูมิ
“ได้ ไปกันเถอะ” แล้วเขาจะพูดอะไรได้อีก
เอาจริง ๆ ใครจะอยากอยู่บ้านนอนมองหลังคาทุกวันล่ะ
ไม่ว่าข้างนอกจะร้อนแค่ไหน ก็ยังมีลมเย็น ๆ บนูเาอยู่เช่นกัน
หาเนินเขาเตี้ย ๆ ปูผ้าและวางเด็กสองคนไว้บนพื้น ให้ผู้เฒ่าเซียวเฝ้าดูอยู่ข้าง ๆ
ตอนนี้ชายชราลุกขึ้นและเดินได้แล้ว เขาฝึกเดินทุกคืน ร่างกายนับว่าหายดีแล้ว
แค่ไม่ให้คนนอกรู้เื่นี้
เซียวจี้หลางกำลังเล่นอยู่ ส่วนหลินซื่อไปเก็บผักป่า
เซียวหย่งฝูพาลูกชายสามคนเข้าป่า เพื่อดูว่าพวกเขาสามารถจับสัตว์เล็ก ๆ อะไรได้บ้าง
หมาป่าขาวอยากอยู่ที่นี่ แต่เ้าก้อนแป้งขอให้มันไปปกป้องท่านพ่อ ดังนั้นมันจึงเข้าป่าไปด้วย
เ้าก้อนแป้งผล็อยหลับไปั้แ่ถูกอุ้มขึ้นเกวียน ตอนนี้นางจึงยังไม่ตื่นเต็มที่
แต่รู้สึกเหมือนมีคนเตะนางอยู่
เมื่อหันไปมอง ก็เห็นว่าเป็เสี่ยวลิ่ว เ้าก้อนแป้งจึงใช้มือตีหัวของเขากลับ
กล้าเตะข้าหรือ!
เสียงร้องไห้ของเสี่ยวลิ่วดังขึ้น
เสี่ยวลิ่วส่งเสียงร้องดังมาก เ้าก้อนแป้งตัวน้อยได้ยินถึงกับแก้วหูะเื
เพียงแค่ร้องออกมาสองคำ ผู้เฒ่าเซียวก็ยังไม่ทันได้ปลอบด้วยซ้ำ จู่ ๆ เขาก็หยุดร้องไห้และมองลึกเข้าไปในป่า
เ้าก้อนแป้งใ มีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นอย่างนั้นหรือ
นางนอนอยู่บนพื้น จึงมองเห็นไม่ไกลนัก
ทันใดนั้น ผู้เฒ่าเซียวก็ะโขึ้น “สัตว์ร้าย!”
[1] กินอาหารหมา (吃狗粮) เป็คำสแลง หมายถึง การดูคู่รักหวานกัน