หู่ซิ่นสือองครักษ์อันดับหนึ่งในหมู่องครักษ์เสื้อแพรแห่งสำนักบูรพาที่ควบคุมโดยอู๋กงกงขันทีาุโข้างกายฮ่องเต้ทำสีหน้าหนักใจเมื่อได้รับคำสั่งให้ปลอมตัวเป็คุณชายผู้ร่ำรวยไปตามเกี้ยวสวีเม่ยนางคณิกาคนงามผู้โด่งดังแห่งสำนักโคมเขียว ซิงเยว่เพื่อล้วงความลับการไปตามติดสตรีสำหรับคุณชายหู่แล้วช่างเป็ภารกิจที่ชวนขัดใจตระกูลหู่ของเขานับเป็หนึ่งในตระกูลมีเกียรติและฐานะร่ำรวยในเมืองหลวงรูปร่างหน้าตาก็ไม่ด้อยกว่าผู้ใดโดยปรกติยามเดินทางไปที่ใดสตรีน้อยใหญ่ได้เห็นท่าทางทระนงองอาจก็ล้วนลอบหันมามองซ้ำกันทั้งนั้นเขาหาเคยสะดุดตาสะดุดใจสตรีผู้ใดไม่ มารดาของเขาพยายามหาภาพสตรีบุตรสาวตระกูลใหญ่ทั้งหลายมาให้เขาได้ทัศนาแต่หู่ซิ่นสือก็ยังมิถูกใจยามนี้เขาต้องตามตื้อสตรีแปลกจึงเป็เื่ยุ่งยาก
หู่ซิ่นสือเดินทางมาหอซิงเยว่พร้อมด้วยองครักษ์อีกสองคนในนามพ่อค้าผ้า ผู้ร่ำรวยที่ติดตามเถ้าแก่หลงมายังเมืองชิงหลิวเพื่อดูลาดเลาทางการค้าเถ้าแก่เนี้ยหอคณิกาได้ยินดังนั้นก็ลอบสำรวจเครื่องแต่งกายของทั้งสาม
“คุณชายหู่พวกท่านเพิ่งเคยมาเยือนที่นี่สินะเ้าคะประเดี๋ยวข้าจะให้สาวงามทั้งหลายเดินออกมาให้ท่านเลือก ชอบคนใดก็เรียกนางเอาเถิด”เมื่อหญิงวัยกลางคนผู้แต่งกายเลิศเลอผู้นั้นร้องเรียกเหล่าสตรีพวกนางก็เดินนวยนาดเรียงแถวออกมาให้เขาและผู้ติดตามได้ยลโฉม
“พวกเ้าเลือกมาสักสามสี่คนสิ”เขากระซิบบอกลูกน้องคนสนิท
บุรุษทั้งสองยิ้มกว้างนี่เป็ครั้งแรกที่หัวหน้าของพวกเขาพามาเชยชมสตรีในหอโคมเขียวปกติแล้วหัวหน้าหู่มักจะทำหน้าเคร่งขรึมจริงจังอยู่เสมอ
“ได้! พวกข้าเลือกเองท่านนั่งดื่มอยู่เฉยๆ เถิด” เมื่อชายหนุ่มทั้งสองกระซิบบอกเถ้าแก่เนี้ยแล้วสตรีโฉมสะคราญทั้งสี่ก็นวยนาดมานั่งแทรกระหว่างคุณชายทั้งสามแล้วเริ่มรินสุราชวนฉอเลาะ
คุณชายหู่ควักถุงเงินออกมาแล้วเริ่มแจกพวกนางคนละหนึ่งตำลึง“คืนนี้พวกเ้าดูแลเขาทั้งสองให้เต็มที่ ส่วนข้าอยากจะสนทนากับแม่นางสวีไม่รู้ว่าพวกเขามีผู้ใดจะช่วยข้าได้บ้าง”
“อืม...หากท่านกล้าสู้ราคาแค่สนทนากับสวีเม่ยก็มิได้ยากแต่หากหวังจะมากกว่านั้นเห็นทีนางจะไม่รับ”หนิงเอ๋อร์ยกยิ้มมุมปากด้วยความริษยาก่อนจะร่ายเื่ราวของสวีเม่ยเช่นเดียวกับที่บอกหงซือซือไปเมื่อวันก่อนหู่ซิ่นสือที่ได้ฟังเื่นี้มาแล้วก็อมยิ้ม
“ข้าได้ยินคำเล่าลือถึงความงดงามของนางมามากอยากจะสนทนากับนางเป็การส่วนตัวในยามนี้เลยเ้าไปกระซิบบอกเถ้าแก่เนี้ยทีว่าราคานั้นข้าพร้อมสู้”ได้ยินหัวหน้าหู่กล่าวเช่นนั้นองครักษ์ทั้งสองถึงกับหันขวับมามองด้วยความประหลาดใจ
“ได้เ้าคะข้าไปเดี๋ยวนี้เลย” หนิงเอ๋อร์รีบคว้าเงินตำลึงเข้าเก็บในสาบเสื้อก่อนลุกไปบอกกับเ้าของหอซิงเยว่ด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นเถ้าแก่เนี้ยยิ้มหวานตรงมาหาที่โต๊ะของบุรุษทั้งสามในทันที
“ท่านอยากสนทนากับสวีเม่ยหรือเ้าคะ?ข้าจะจัดการให้เดี๋ยวนี้เ้าคะ ไม่ทราบว่าคุณชายหู่ยินดีจ่ายสักเท่าใด?”
ใบหน้าเคร่งขรึมคมคายของหู่ซิ่นจือมีรอยยิ้มบางๆก่อนจะหยิบถุงเงินออกมาวาง “ยี่สิบตำลึงคงพอจะนั่งสนทนากับนางได้กระมัง?”
“โอ....คุณชายด้วยความยินดีเ้าค่ะ เชิญท่านไปนั่งห้องระเบียงกลางชั้นบนได้เลยข้าจะได้คนไปตามสวีเม่ยมาเดี๋ยวนี้” ใบหน้าที่แต่งไว้หนาเตอะหันไปสั่งคน“เ้ารีบไปตามสวีเม่ยไปที่ห้องข้างบนเร็วเข้า”
นางกุลีกุจอเชิญคุณชายรูปงามจ่ายหนักขึ้นไปชั้นบนพร้อมเรียกให้เสี่ยวเอ้อร์มารับรายการอาหารที่หู่ซิ่นสือ้าอีกสองสามอย่างชั่วอึดใจร่างแน่งน้อยแต่งกายงดงามก็ถือผีผาเดินเข้ามาแล้ววางเครื่องดนตรีนั้นลงบนเก้าอี้มีพนักพิงองครักษ์หู่เงยหน้าจากถ้วยชามองนางอย่างสำรวจในสายตาของเขานางงดงามมากหากเทียบกับสตรีทั่วไปแต่ก็มิได้มากไปกว่าสตรีสูงศักดิ์หลายคนที่เขาเคยพบพาน
สวีเม่ยรู้สึกแปลกใจในตัวคุณชายตรงหน้าแม้เถ้าแก่เนี้ยจะบอกนางว่าเขายอมจ่ายถึงยี่สิบตำลึงเพื่อพูดคุยกับนางเป็การส่วนตัวแต่สายตาของเขากลับดูไม่ยินดีที่ได้พบนางสักนิด “ข้าน้อยสวีเม่ย คารวะคุณชาย”
“ข้าหู่ซิ่นสือได้ยินผู้คนร่ำลือถึงเ้าจึงอยากจะมาพบสักครั้ง”เขาผายมือเชิญให้นางนั่งลงเก้าอี้ถัดไป หญิงสาวยิ้มก่อนหย่อนร่างลงนั่ง
“ผู้คนเล่าถึงข้าว่าอย่างไรบ้างหรือเ้าคะ?”นางยิ้มน้อยๆ
“แม่นางสวีเป็สตรีงดงามกริยาแช่มช้อย เฉลียวฉลาด มีความสามารถรอบด้านและยังเล่นผีผาได้ไพเราะที่สุดในเมืองชิงหลิว”
“คำกล่าวขวัญของผู้คนอาจจะมีความจริงอยู่แค่ครึ่งเท่านั้นเ้าคะ”
“ข้าก็เคยคิดเช่นนั้นแต่เมื่อมาเจอแม่นางแล้วกลับเห็นว่าคำพูดเ่าั้มิได้เกินเลยแต่อย่างใด”เขายิ้มก่อนสบตากับนาง สวีเม่ยรู้สึกวางใจบุรุษตรงหน้าเอ่ยคำพูดคล้ายกับสหายโดยมิได้เจืออาการแทะโลมนางสักนิด
“ขอบคุณคุณชายที่เยินยอข้า”
“ข้าพูดไปตามที่เห็นเหลือเพียงอย่างเดียวคือข้ายังมิได้ฟังเ้าบรรเลงผีผา” สวีเม่ยหัวเราะเบาๆ “ข้าเสียมารยาทแล้วท่านอยากฟังเพลงใดเล่า?”นางลุกหยิบผีผาที่วางไว้บนเก้าอี้แล้วมานั่งอยู่ไม่ไกลเขานัก
“ข้ามิได้สันทัดเื่ดนตรีขอเพียงเ้าเล่นเพลงที่ทำให้ข้ารื่นรมย์ได้ก็พอแล้ว” “คืนนี้พระจันทร์สวยงาม เช่นนั้นข้าจะเล่นเพลงชมจันทร์ให้ท่านฟัง”ห้องใหญ่บนชั้นสองติดระเบียงด้านหน้านี้มีประตูเปิดออกรับแสงจันทร์ได้ถึงสามบานแสงจันทร์ในจึงสาดส่องเข้ามาเต็มที่ สวีเม่ยบรรเลงเพลงทำนองรื่นเริงหู่ซิ่นสือจิบสุราเพียงเล็กน้อยเพื่อให้ตนเองมีอารมณ์ที่อยากจะชวนนางพูดคุย จะว่าไปภารกิจก็ทำเขาอึดอัดมิใช่น้อยหากฮ่องเต้ส่งเขาไปตามล่านักฆ่าก็คงจะง่ายกว่า
‘บุรุษผู้นี้ช่างแปลกนักคนทั้งหลายล้วนมาเพื่อเกี้ยวข้า แต่เขาคล้ายจะมาจับผิดเอาแต่มองอยู่เงียบๆจนข้าไม่รู้จะทำตัวเช่นใด’
นางเองก็ลอบสังเกตกริยาท่าทางของเขาบุรุษผู้นี้ดูองอาจผึ่งผายท่านั่งท่ากินของเขาได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีรูปร่างหน้าตาก็นับว่าโดดเด่นจะว่าไปคนอย่างเขาไม่จำเป็ต้องมาจ่ายเงินเพื่อสนทนาหรือฟังนางเล่นผีผาด้วยซ้ำบุตรีในตระกูลใหญ่ทั้งหลายหากได้พบบุรุษเช่นนี้คงยินดีต้อนรับและบรรเลงผีผาให้เขาฟัง
“เ้าเล่นแค่นี้พอเถิดข้าอยากฟังเ้าเล่าเื่ครอบครัวให้ฟังสักหน่อย”
“หืม....เื่ครอบครัวข้าหรือ?”
‘ดีนะที่ข้าคิดเื่โกหกเอาไว้อย่างรัดกุมแล้ว’สวีเม่ยเริ่มเล่าเื่ราวครอบครัวชาวนายากจนของนางบิดามารดาเจ็บป่วยเสียชีวิตแล้วนางก็โชคร้ายถูกพ่อค้าทาสจับตัวไปจากนั้นจึงถูกนำมาขายที่หอคณิกาแห่งนี้
“ข้าได้ยินว่าเ้าขายเพียงฝีมือมิได้ขายร่างกาย”
“เ้าค่ะท่านคงพอจะได้ยินคำนินทาเกี่ยวกับเื่นี้มาแล้ว”
“เื่ที่นินทาเกี่ยวกับเ้างั้นหรือ?”
“ข้ามีผู้อุปถัมภ์แล้วคือใต้เท้าเซี่ยแม้ข้าจะยังอยู่ในหอคณิกาแห่งนี้เพราะเขายังไม่อาจพาข้าออกไปได้แต่ก็มิอาจรับแขกได้เ้าค่ะ”
หู่ซิ่นสือใที่นางกล้าพูดถึงข่าวลือเสียหายของตนเองให้เขาฟังซึ่งๆหน้า องครักษ์หนุ่มหน้าเจื่อนลงเล็กน้อย เื่นี้มองได้สองทางหนึ่งคือนางกีดกันเขา สองคือนางกำลังจะทดสอบเขา
*******************